Sunday, June 23, 2013

เมื่อช่างเหอะเลือกซื้อปั้มน้ำ...


บ้านห้างฉัตรดีกว่าบ้านปงแสนทองตรงที่ว่ามีน้ำประปาอยู่แล้ว ผมไม่ต้องทนใช้น้ำบาดาลนานนับสิบปีเหมือนกับที่อยู่บ้านปงฯ 

วันแรกที่เปิดประตูบ้านใหม่(แต่เก่า)เข้าไป ผมลองเปิดก๊อกน้ำในห้องน้ำชั้นล่าง มีน้ำไหลออกมาแรงพอประมาณ รู้สึกดีที่เห็นว่าน้ำใสดี ปราศจากกลิ่นสนิมและคลอรีน ผมขึ้นไปเปิดน้ำที่ชั้น ๒ ...พบว่าแทบจะไม่ไหล  พอขึ้นไปถึงชั้น ๓ ปรากฏว่าเงียบสนิท ผมพอสรุปได้ว่าน้ำประปาที่นี่มีแรงดันไม่พอที่จะขึ้นไปถึงชั้น ๒ และชั้น ๓!  ดังนั้นงานลำดับต้น ๆ ของช่างเหอะก็คือ ต้องติดตั้งระบบน้ำให้สามารถใช้ได้ทุกจุด (รวมถึงโครงการสวนผักปลอดสารพิษบนดาดฟ้า)...

อาศัยข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ผมควรติดตั้งถังเก็บน้ำบนดินแล้วใช้ปั้มน้ำอัตโนมัติสูบจ่ายไปตามจุดต่าง ๆ (ยกเว้นชั้นล่าง)  คุณแม่ของน้องเอแคร์ได้กรุณาช่วยจัดหาถังเก็บน้ำขนาด ๗๐๐ ลิตรให้ในราคามิตรภาพ...


ติดตั้งถังเก็บน้ำไว้ตรงระเบียงชั้นลอย ความสูงพอดีเลยครับ ผมเลือกให้น้ำเข้าทางด้านบน...



ซื้อก๊อกปิดเปิดแบบลูกลอยขนาด ๖ หุน (ตัวละ ๓ ร้อยกว่าบาท) มาใส่ เพื่อให้น้ำไหลเข้าถังโดยอัตโนมัติ  พอติดตั้งถังเก็บน้ำแล้วเสร็จ ผมก็ต้องมาคิดว่าจะใช้สูบน้ำชนิดใด ขนาดเท่าไหร่ และยี่ห้ออะไรมาใช้?  ผมขี่แมงกะไซค์ตระเวณไปดูสินค้าตามห้างร้านต่าง ๆ ในตัวเมืองลำปาง ไม่ว่าจะเป็น Global House, ไทวัสดุ, เต็กหมง, ร้านวิสูตรพาณิชย์ ฯลฯ   รวมทั้งค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต 

ผมต้องตัดสินใจเสียก่อนว่าจะซื้อปั้มน้ำอัตโนมัติแบบถังแรงดันอากาศ หรือ แบบแรงดันคงที่ดี? หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ถังกลมกับถังเหลี่ยมจะเอาอย่างไหนดี?

ปั้มอัตโนมัติแบบถังแรงดันอากาศ ลักษณะกลม ๆ อย่างที่เห็น ผมเคยใช้มาแล้วครับ มันจะมีถังเก็บน้ำโลหะอยู่ด้านล่าง พอแรงดันลด สวิชก็ทำงานเสียงดัง "แป๊ก" แล้วมอเตอร์ก็ทำงาน ในเว็บ homeworks.co.th เขียนเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแบบถังแรงดันอากาศและปั้มแรงดันคงที่ไว้ดังนี้...
ปั๊มน้ำอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการใช้ภายในบ้าน คือ ทันทีที่เปิดก๊อกปั๊มน้ำจะทำงาน พอเลิกใช้ปั๊มก็หยุดทำงาน ขนาดของปั๊มน้ำอัตโนมัติมีตั้งแต่ 100-400 วัตต์ สำหรับ 100–150 วัตต์ เหมาะกับบ้านที่มีผู้อาศัย 2-3 คน....  ปั๊มอัตโนมัติจะมีอยู่ 2 แบบ แบบที่ 1 ปั๊มมีถังแรงดันอากาศ แบบที่ 2 ปั๊มแรงดันคงที่ สำหรับปั๊มมีถังแรงดันอากาศ ข้อดีคืออายุการใช้งานนานกว่า แต่ข้อเสียคือตัวถังทำด้วยเหล็กแล้วเคลือบด้านใน พอใช้ไปนานๆ ด้านในจะเป็นสนิม เวลารั่วต้องเปลี่ยนถังใหม่ แต่ปัจจุบันมีเฉพาะตัวถังขาย ถ้ามอเตอร์ไม่เสียก็เปลี่ยนแต่ถัง ส่วนปั๊มแรงดันคงที่ ข้อดีคือถ้าเราเปิดน้ำ 4 จุดพร้อมกัน แรงดันน้ำจะไหลเท่ากันทั้ง 4 จุด ไม่ว่าก๊อกน้ำจะอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลัง ถ้าเทียบทั้งสองแบบที่วัตต์เท่ากัน ปั๊มแรงดันอากาศจะดึงน้ำได้แรงกว่า
จริง ๆ แล้ว...เจ้าถังกลมก็ทนน่าดูนะ ผมใช้มาเกือบ ๑๐ ปี  มันทำงานด้วยดีมาโดยตลอด แต่มาเสียเอาตอนที่ถังเก็บน้ำเกิดสนิมจนมีรูรั่ว แต่พอดัดแปลงโดยนำสวิชอัตโนมัติอย่างถูกมาใส่...มันก็ยังทำงานได้ดีจนถึงทุกวันนี้

หลังจากศึกษาทางเน็ตพอมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ผมก็คิดว่าจะซื้อปั้มแรงดันคงที่ขนาด ๑๕๐ วัตต์ คุณวิสูตรบอกว่าสามารถสั่งปั้มยี่ห้อ Mitsubishi 150 W ให้ได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาท ซึ่งนับว่าถูกที่สุดแล้ว...แต่ผมก็ยังไม่ซื้อ ขอแวะไปดูที่ร้านอุดม-กันทามาศก่อน! 


คุณอุดม (เจ้าของร้าน) บอกผมว่าถ้าเอายี่ห้อ Hitachi ขนาด 150 W ก็คิดให้ตัวละ ๔,๕๐๐ บาท  อืมมม...ประหยัดไปได้ตั้ง ๗๐๐ บาท ผมตัดสินใจซื้อเจ้าฮิตาซิถังเหลี่ยมขนาด 150 W นำใส่ท้ายรถจักรยานยนต์กลับบ้านทันที...


กลับถึงบ้าน...ลองเปิดกล่องเพื่อยลโฉม!


เป็นรุ่น WM-P 150 GX2 ครับ...


เมื่อนำไปติดตั้งกับถังเก็บน้ำบนดิน บ้านที่ห้างฉัตรก็มีน้ำใช้ครบทุกชั้น!

น้ำไหลแรง แต่เสียงมอเตอร์ยังคงดังกว่าที่คิดไว้!

Monday, June 03, 2013

บอลวาล์วพีวีซี ตราช้าง


บ้านใหม่ที่ห้างฉัตร น้ำประปาไม่แรงพอที่จะขึ้นถึงชั้นสาม ผมต้องแก้ไขด้วยการติดตั้งถังเก็บน้ำขนาด ๗๐๐ ลิตรไว้ตรงชั้นลอย แล้วใช้ปั้มน้ำอัตโนมัติดูดขึ้นไป....


แหม ความสูงพอดีเลยครับ ตั้งถังไว้ตรงมุม ให้คานรับน้ำหนักได้มากที่สุด ผมติดตั้งท่อน้ำเข้า-ออก โดยศึกษาจากสติ๊กเกอร์ "ลักษณะการต่อท่อ" ซึ่งติดไว้ข้างถัง...



คำแนะนำบอกให้ใช้เทปพันเกลียวด้วย ผมก็ไปซื้อมาจาก Global House ซึ่งขายเป็นคู่  รู้สึกว่าเหนียวดีนะ...



ผมให้น้ำเข้าตรงรูบน โดยมีลูกลอยคอยปิดเปิดแบบอัตโนมัติ...





ผมปิดรูตัวล่างนี้ไว้ เพื่อใช้ระบายน้ำออกเวลาล้างถัง.



วันนี้ ผมไปซื้อ "บอลวาล์วแบบพีวีซี" บนาด ๑ นิ้วมา ๑ ตัว เพื่อใช้ปิดน้ำที่ออกจากถัง...



ผมเลือกตราช้าง ราคา ๕๗ บาท เพราะคิดว่ามันจะอดทนและใช้งานได้ดี  แต่ที่ไหนได้...พอติดตั้งเสร็จผมลองเปิดน้ำเข้าถัง กลับมีน้ำไหลซึมออกมาจากเจ้าบอลวาล์วที่ผมคิดว่าน่าจะดี!!

ในเว็บ trachang.co.th คุยไว้ว่า... 
ศักยภาพที่เหนือกว่าทุกด้านของท่อพีวีซี "ตราช้าง" คุณภาพที่เหนือกว่า  มีระบบควบคุมคุณภาพสินค้าโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจรับวัตถุดิบ ตลอดจนก่อนส่งถึงมือลูกค้า....

ตัวลูกบอลคงมีตำหนิ ทำให้น้ำไหลซึมออกมาได้  แย่จัง! ผมเชื่อใจในคุณภาพวัสดุ"ตราช้าง" จึงเดินท่อโดยไม่ใช้  union   งั่ม ๆ จะรื้อออกซ่อม หรือเปลี่ยนก็ทำไม่ได้

อยากบอกเพื่อน ๆ ว่า "อย่าไว้ใจในของแพงมีชื่อเสียง  บางทีของถูกกว่าอาจจะใช้งานได้ดีกว่าก็ได้!!

Sunday, June 02, 2013

โป๊วรอยแตกร้าวขนาดเล็กบนพื้นปูน



บ่ายสี่โมงครึ่ง  ผมขี่แมงกะไซค์จากห้างฉัตร กลับถึงบ้านแต่ก็ยังเข้าบ้านไม่ได้  ต้องเลยไปตลาดนาก่วมใต้เพื่อซื้ออาหารให้พี่ชายก่อน  มื้อเย็นของพี่สิทธิ์วันนี้มี หมูสะเต๊ะ ๒๐ บาท ข้าวเปล่า ๕ บาท หวานเย็น ๑๐ บาท  สำหรับผม...ไม่ได้ซื้ออะไรมากินเลย!  รู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากกินอะไร นอกจากดื่มน้ำเหมือนอูฐ!

เช้านี้เดินทางไปบ้านใหม่ที่ห้างฉัตร เพื่องาน renovation... ผมต้องแวะ Global House ก่อนเพื่อซื้อ Acrylic Filler

ในเว็บของ TOA ให้ข้อมูลไว้ว่า...
ในกรณีที่รอยแตกร้าวมีขนาดไม่เกิน 1 มม. หรือ รอยแตกร้าวลายงา  ทีมงานขอแนะนำ TOA Acrylic Filler ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการยึดเกาะพื้นผิวได้เป็นอย่างดี และสามารถปกปิดรอยหัวตะปูได้อีกด้วย...
วิธีการใช้งาน
เพียงแค่ทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากคราบไข ฝุ่นผง เศษซีเมนต์ และเศษฟิล์มสี แล้วทิ้งให้แห้ง หลังจากนั้น ใช้ TOA Acrylic Filler อุดโป๊วรอยแตกร้าวให้ทั่ว ทิ้งให้แห้งก่อนทำการขัดแต่งให้เรียบเนียนด้วยกระดาษทราย แล้วทำความสะอาดอีกครั้งก่อนการทาสี...
ซื้อกระป๋องเล็กมาใช้ก็พอ เมื่อคืนนี้เช็คราคาในเว็บแล้วกระป๋องละ ๑๐๗ บาท ที่ Global House ขาย ๑๑๗ บาท ก็ใช้ได้นะ ผมซื้อเกรียงโป้วด้ามไม้ขนาด ๔ นิ้ว  ราคา ๒๐ บาท ติดมือไปด้วย...

ลงมือทำงาน... ผมเปิดกระป๋อง Acrylic Filler แล้วดึงเอาแผ่นพลาสติกออก ใช้เกรียงควักเจ้าครีมสีขาวไปปาด ๆ ตามรอยแตก  (ใช้ข้อมือช่วยเหมือนดึงคันชักไวโอลินก็ได้กั๊บ อิอิ)  เท่าที่ได้ลองทำกับรอยแตกที่ตึกห้างฉัตร ผมคิดว่า...ถ้าเป็นรอยแตกขนาดเล็กหรือรอยแตกร้าวลายงา เจ้า Acrylic Filler ตัวนี้จะทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว!



ใช้หมดไปครึ่งกระป๋อง... ผมนำแผ่นพลาสติกคลุมลงไปแล้วปิดฝาให้แน่น!!

ต้องปล่อยทิ้งไว้วันสองวัน...ก่อนที่จะขัดกระดาษทรายแล้วทาสีรองพื้นปูนเก่า ๑ รอบ

ได้ผลอย่างไร จะรายงานให้ทราบนะครับ

Saturday, June 01, 2013

สับปะรดบ้านเสด็จ ลำปาง

ที่มาของภาพ - news.sanook.com
เอกสารเรื่อง "เทคนิคการผลิตสับปะรดเพื่อขายผลสด..." กล่าวว่า...
 สับปะรดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของอำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ปลูกมากที่สุดที่ตำบลบ้านเสด็จ  ตำบลบ้านแลง และตำบลบุญนาคพัฒนา ตามลำดับ  รวมพื้นที่ปลูกโดยประมาณ 19,249ไร่ เกษตรกรผู้ปลูกประมาณ 1104 ราย เป็นพืชที่ทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะทนต่อช่วงหน้าแล้งได้ดี ปลูกได้ในดินแทบทุกแห่งของประเทศไทยที่ระบายน้ำดี แต่ชอบดินร่วนปนทราย ดินปนลูกรังและชอบความลาดเท เช่นที่ลาดเชิงเขา ดินมีสภาพเป็นกรดเล็กน้อย...
บนถนนสายลำปาง-งาว เดินทางผ่าน "บ้านเสด็จ" ซึ่งห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร เพื่อน ๆ สามารถแวะดูวิถีชิวิตของชาวไร่สับปะรด หรือจะแวะชิมและซื้อสับปะรดหอมหวานจากแม่ค้าที่นำมาตั้งจำหน่ายเรียงรายอยู่ตามสองข้างถนนได้เลยครับ...


"ลองจิมดูก่อนเน้อเจ้า..." แม่ค้านำสับปะรดมาให้ชิม...


ยืมอยู่ท่ามกลางกองสับปะรด...


 

จะซื้อเป็นลูก ๆ (ราคาลูกละ ๒๐ บาท) หรือที่ปลอกให้เสร็จ...หยิบใส่ปากเลยก็ได้!


ชิมแล้วก็ต้องซื้อกันคนละถุงสองถุง...หิ้วกลับบ้าน!


ผ่านบ้านเสด็จ บนถนนสายลำปาง-งาว เพื่อน ๆ อย่าลืมแวะนะครับ