Monday, September 30, 2013

India Tourist Map


ตอนไปอินเดีย ผมบินจากกรุงธากา ประเทศบังคลาเทศ ไปลงที่ กัลกัตต้า สมัยนั้นหนังสือคู่มือท่องเที่ยว Lonely planet เล่มหนา ๆ อย่างที่คุณเมธีเคยให้ผมยืมยังไม่ถูกพิมพ์จำหน่าย (มีแต่เล่มบาง)  อินเทอร์เน็ตก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อ ส่วนกูเกิ้ลยิ่งไม่ต้องพูดถึง!

ไม่ว่าที่ไหน...พอไปถึง ผมจะต้องเดินหา Tourist Office ก่อน เพื่อขอแผนที่และแผ่นพับข้อมูลการท่องเที่ยว แทบทุกที่เค้าจะเตรียมไว้แจกฟรีให้นักท่องเที่ยว  ผมยังคงเก็บ "The Right Place" Tourist Map ของอินเดียไว้  มันเก่ามากแล้ว...

วันนี้อยากจะสแกนมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูเสียหน่อย...  








ผมอยากไป Kashmir น่ะ  ถ้าจะโดนแขกหลอกอีกสักครั้ง คงไม่เป็นไร อิอิ!

Friday, September 27, 2013

เรียนรู้จากหลังเวที


เมื่อคืนวาน...ผมได้ไปเล่นแอคคอร์เดียนงานนอกอีกงานหนึ่ง!

เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งแปลกใจนะว่าทำไมพักนี้ผมถึงได้มีงานติดต่อกัน ๒-๓ วัน?  จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่ว่าปีนี้ มีข้าราชการระดับบิ๊ก ผู้ชื่นชอบในวิถีโคบาลและดนตรีแนว country ว่าจ้างวงดนตรี "สหายเก่า" ของคุณเหลาให้ไปบรรเลงในงานเกษียณ  ผมก็เลยถูกหิ้วไปด้วย  (ทุกปีไม่มีอย่างนี้หรอก)

งานใหญ่เมื่อคืนนี้ จัดที่โรงแรมบุษน้ำทองซึ่งอยู่ใกล้ ๆ สี่แยกนาก่วม  บนเวทีมีการประกวดโคบาล โชว์ควงปืนควงแซ่ (ยังดีนะที่ไม่ควบม้าขึ้นบนเวที  อิอิ)  การแสดงมีหลายชุด  นักดนตรีรับจ้างอย่างผมได้แต่นั่งรอปฏิบัติหน้าที่อยู่หลังเวที  มองแสงสีและวงล้อชีวิตของแต่ละคนไปเรื่อย ๆ....


นักดนตรีบางคนอาจอยากจะพักสายตามากกว่า....


คิด ๆ ดู... ผมก็น่าจะหยุดพักชีวิตเช่นนี้ได้แล้ว!  เบื่ออ่ะ!  

ขอคุยเรื่อง "ช่างเหอะ" ดีกว่า...   

เป็นเรื่องปกติ ที่ผมจะไม่ปล่อยให้เวลาและโอกาสผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ เมื่อได้พบเห็นสถานที่ใหม่ การก่อสร้างใหม่ ก็จะต้องสำรวจว่ามีอะไรเป็นความรู้เชิงช่างได้บ้าง อย่างเช่น หลังเวทีคืนนี้ ผมได้เรียนรู้การกั้นผนังด้วยไม้สำเร็จรูป (แบบที่มีขายในห้างวัสดุก่อสร้างใหญ่ ๆ) การใช้ไม้ประกบโดยร้อยสกรูเพิ่มความแข็งแรง รวมถึงการใช้เหล็กเย็บยิงตาม joint ต่าง ๆ 


ข้างหลังเวทีมีปลั๊กไฟอยู่บนผนังริมเสา ผมรู้สึกว่ารูปแบบของการเดินสายและวางอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างนี้ น่าจะเหมาะสมกับการปรับปรุงระบบไฟฟ้าที่บ้านห้างฉัตรของผม.... 


ไม่ต้องตีตะปูตอกกิ๊ปเหมือนการเดินสายไฟยุคเก่า แต่ใช้รางเก็บสายไฟพีวีซีแทน การติดตั้งเต้าเสียบแบบนี้ก็เป็นทางเลือกให้สามารถใช้อุปกรณ์คุณภาพดีได้!

นอกจากงานเดินสายไฟก็ยังมีงานสี ผมใช้มือลูบที่เสาเพื่อสัมผัสพื้นผิว เอ๊ะ..รู้สึกว่ามันลื่นมือเหมือนกับสีน้ำมันที่ผมใช้ทาผนังห้องน้ำ แต่ดูดี ๆ แล้วมันไม่ใช่ น่าจะเป็นสีน้ำอะครีลิคแบบกึ่งเงามากกว่า...  

คืนนี้ผมได้เรียนรู้ทั้งงานช่างไม้และช่างสีจากหลังเวที 


เลิกงานแล้ว! ผมเห็นถ้วยแบ่งถูกวางทิ้งไว้ที่หลังฉาก (ไม่รู้ว่าใครนำไปวางไว้ที่นั่น นับเป็นความมักง่าย ไม่คิดถึงหัวอกพนักงานเก็บถ้วยเก็บชาม)  ผมช่วยเก็บนำไปวางรวมไว้กับถ้วยชามบนโต๊ะ ก่อนที่จะสะพายแอคคอร์เดียนเดินจากมา

คนเราถ้าคิดถึงคนอื่นให้มาก ๆ  ทุกชีวิตจะดีขึ้น สังคมก็จะน่าอยู่ยิ่งขึ้น!

Thursday, September 26, 2013

16:9

กล้อง Sony DSC-W110 ตัวที่ใช้ถ่ายภาพลงบล็อกจะตั้งขนาดภาพให้เป็น 16:9 ก็ได้!  ผมคิดว่าบางครั้งการปรับเปลี่ยนในสิ่งที่ซ้ำซากจำเจ อย่างเช่น เคยลงแต่ภาพขนาด 600 x 450 pixels มาตลอด หากเปลี่ยนไปเป็น 600 x 338 pixels เสียบ้าง ก็อาจช่วยลดความน่าเบื่อหน่ายลงได้! 

วันนี้...หลังจากสิ้นสุดการทาสีห้องน้ำชั้นล่าง (รอบสุดท้าย) ผมตั้งกล้องให้ถ่ายแบบ 16:9 แล้วเก็บภาพมารายงานเพื่อน ๆ


เป็นไงบ้างครับ?  ห้องน้ำชั้นล่าง...ผมทาเพดานให้เป็นสีฟ้า และทาผนังกับคานให้เป็นสีน้ำเงิน  


ในขณะที่ห้องน้ำชั้นบนผมทาเพดานและคานด้วยสีน้ำเงิน ส่วนผนังเป็นสีฟ้า...


 ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ยังคงชื่นชอบกับการใช้สีน้ำมันอยู่เหมือนเดิม...


อ่อ...ที่ห้างฉัตรมีตลาดนัดทุก ๆ วันพุธ เย็นวันนี้ผมนำกล้องไปเก็บภาพมาด้วย...







ภาพที่แปลกตาช่วยลดความจำเจลงได้บ้างใช่มั้ยครับ?

Tuesday, September 24, 2013

สแกนฟิล์ม 120

ผมไม่มี iPad ใช้!  แต่เพิ่งจะรู้ว่ามันสามารถทำหน้าที่สแกนฟิล์มได้ โดยใช้แอปที่ชื่อ film scanner 
ที่มา - lomography.com
ฟิล์ม negative ที่ผมเก็บไว้จำนวนหนึ่ง มีทั้งฟิล์ม 135 และ 120  สำหรับเจ้าฟิล์ม 135 นั้น ผมสามารถใช้สแกนเนอร์ที่มีอยู่สแกนออกมาได้แล้ว  (เขียนไว้ใน "  คืนชีวิตให้ฟิล์มสไลด์")

ฟิล์มขาวดำ 135
ผลสแกนฟิล์ม 135 ออกมาเป็นที่น่าพอใจ...



เจ้าฟิล์ม 120 ที่มีอยู่ ผมถ่ายโดยใช้กล้อง Lubitel (มอบให้ป้าจิ๊กเป็นที่ระลึกไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะเอาไปทิ้งอ่ะเปล่า อิอิ)  ส่วนใหญ่เป็นภาพครอบครัวสมัยที่อยู่บ้านทุ่งโฮเต็ล และภาพสุดท้ายถ่ายในคืนวันเลี้ยงส่งอาจารย์โจกลับอเมริกา...

ผมอยากนำเจ้าฟิล์ม 120 มาสแกนด้วยเครื่องสแกนที่มีอยู่  โดยใช้วิธีเดียวกับการสแกนฟิล์ม 135 แต่ไม่สำเร็จ... ปวดเฮดอีกแล้ว!


ต้องหาวิธีสแกนฟิล์มขนาดใหญ่อย่างนี้ให้ได้...


ในที่สุดก็ทำได้ โดยเปลี่ยนไปสแกนแบบธรรมดา เหมือนที่ทำกับเอกสารหรือรูปภาพทั่วไป เพียงตั้งความละเอียดให้สูง ในโหมด Photo  ก็จะได้ภาพออกมาดังนี้...


จากนั้นก็ให้เป็นหน้าที่ของโปรแกรม PhotoShop 

ผมเปิดภาพออกมา...


คลิกที่ Adjustments....


แล้วคลิกที่ Invert...


ภาพจะเปลี่ยนจาก negative เป็น positive ทันที...


จากนั้นก็ปรับแต่งขนาดของภาพให้ได้ตามที่ต้องการ เพิ่มความคมชัดซะหน่อยด้วย Adjustments ได้มาแล้วดังนี้...


จะให้เป็นภาพขาวดำหรือภาพซีเปียก็ได้...


ตอนนี้สแกนได้หมดครับทั้งฟิล์ม 135 และ 120

Monday, September 23, 2013

ต่อสายเบส...


ค่ำวันนี้ผมไปเล่นแอคคอร์เดียนกับวงดนตรี "สหายเก่า" ซึ่งมีคุณเหลาเป็นหัวหน้าวงและเล่น double bass...   ผมได้เห็นสายเบส (สาย ๒ - D ) ซึ่งขาดเมื่อตอนที่เล่นดนตรีด้วยกันที่ร้าน Cowboy Corner แล้วผมช่วยต่อให้ โดยอาศัยหลักของการต่อสายเปียโน


ผ่านมาแล้วหลายปี ทุกวันนี้คุณเหลาก็ยังคงใช้สายเส้นเดิม ไม่ได้เปลี่ยนใหม่...


แปลกใจที่มันยังคงใช้งานได้อยู่...ผมจึงถือโอกาสถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดูซะหน่อย!


วิธีต่อสายเปียโน... ศึกษาได้จากภาพต่อไปนี้

ที่มา - หนังสือ Piano Servicing, Tuning, & Rebuilding by Arthur A. Reblitz

เพื่อน ๆ สามารถนำหลักการเดียวกัน ไปใช้ต่อสายเบสหรือสายเชลโลที่ขาดได้...

วันนี้เอาง่าย ๆ อย่างนี้แหละ อิอิ

Sunday, September 22, 2013

การแก้ไขภาพกลับด้าน...

เมื่อวานนี้ ผมเขียนเรื่อง "มองเชียงใหม่ผ่านฟิล์มสไลด์"  ไว้ในบล็อก "ฟังลุงน้ำชาคุย"  โดยใช้ภาพซึ่งสแกนได้จากฟิล์มสไลด์ที่มีอยู่  แต่การสแกนฟิล์มของผมบางครั้งก็สับสน วางกลับด้าน...ทำให้ภาพออกมากลับซ้ายเป็นขวาเหมือนภาพในกระจกเงา!


ถ้าเป็นภาพวิวทิวทัศน์อย่างภาพข้างบน หากสแกนออกมากลับด้านก็คงไม่เป็นไร ผ่านมาหลายสิบปี...ผมคงบอกไม่ได้ว่าภาพไหนเป็นภาพที่ถูกต้องตามความเป็นจริง?


ส่วนภาพหนุ่มแบกเป้ในเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน ถ้าสแกนออกมากลับด้านผมจะรู้ทันที เพราะจำได้...


แต่รูปนางงามบนขบวนแห่ไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งมีป้ายร้านเป็นตัวหนังสือกลับด้านอยู่ด้านหลัง รวมทั้งคำว่า FUJI บนเสื้อของเจ้าหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นั่น มันเหมือนมองภาพในกระจกเงา อย่างเนี้ยปล่อยไว้ไม่ได้!! 


วิธีแก้ไขนั้นง่ายมากครับ โดยใช้โปรแกรม PhotoShop  เพียงแค่เปิดภาพกลับด้านที่ต้องการแก้ไขออกมา แล้วคลิกที่ Rotate Canvas...


จากนั้นก็คลิกที่ Flip Canvas Horizontal...


พริบตาเดียว... เจ้าภาพในกระจกเงาก็พลิกกลับทันที!!


ใช้ได้แล้ว!  ต้องขอบคุณโปรแกรมดี ๆ อย่าง PhotoShop ครับ

Saturday, September 21, 2013

วางไปเรื่อยก่อน...


ผมยอมควักเงินพันกว่าบาทประมูลเครื่องสแกนเนอร์ยี่ห้อ Epson GT-8400UF มาใช้ด้วยความอยากได้ซึ่งอัดแน่นอยู่เต็มอกมานาน พูดได้ว่ามัน "แน่นอก" ทุกครั้งที่เห็นฟิลม์สไลด์และฟิล์ม negative ทั้งสีและขาวดำกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป...   

ได้เครื่องมาแล้วก็พยายามศึกษาวิธีใช้งาน อะไร ๆ ก็ดีทุกอย่างนะ ยกเว้นอย่างเดียวคือ มันไม่มีเจ้าแผ่น adapter สำหรับวางฟิลม์เพื่อสแกน...


ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน แต่ถ้าจะตัดกระดาษแข็งมาทำเองก็คงไม่ยาก  เพราะดูในภาพแล้ว...สามารถกะความกว้างยาวและขนาดช่องสำหรับวางสไลด์หรือ filmstrip ได้  เพียงแต่ต้องให้มันอยู่ตรงกลาง (สีเหลืองในภาพข้างบน)จริง ๆ เท่านั้น   ผมเองยังไม่มีเวลาทำ...จึงต้องใช้วิธีกะด้วยสายตา วางแผ่นสไลด์ ๒ แผ่นเรียงกันอย่างที่เห็นในภาพ!


คลิกที่ Preview...


เจ้าสแกนเนอร์ก็เริ่มทำงาน (เสียงดังอืด ๆๆ) ถ้าวางถูกตำแหน่ง มันจะตีกรอบพื้นที่ที่จะสแกนให้เองหมด แต่เราก็ยังสามารถใช้ mouse คลิกแล้วลาก ปรับให้มันสแกนตามตามที่ต้องการได้


ฉลาดเป็นบ้า...เจ้าเครื่องนี้!  ให้ดูตามกรอบเส้นประ ถ้าออกมาอย่างในภาพต่อไปนี้ ก็คลิกที่ Scan ได้เลย!


พอสแกนเสร็จ ยกฝาขึ้น อย่าเพิ่งรีบเอาสไลด์ออกพร้อมกันทีเดียวนะครับ เตรียมสไลด์ที่จะสแกนต่อไปไว้ ๒ บาน แล้วค่อย ๆ เขี่ยสไลด์ที่วางอยู่ออกก่อน ๑ บาน จากนั้นก็ใส่บานใหม่เข้าไปแทน เสร็จแล้วจึงค่อยเขี่ยสไลด์บานที่เหลือออก ใส่บานใหม่เข้าไปแทน ใช้นิ้วค่อย ๆ บรรจงปรับให้ตรงและต่อกันสนิท   ปิดฝาแล้วกด Preview ได้เลย...

หุหุ วันนี้ผีขยันเข้าสิง ผมนำสไลด์ที่มีอยู่ออกมาสแกนได้ตั้ง ๒๓๐ บาน...

ขนาดวางไปเรื่อยนะเนี่ย!