Friday, October 31, 2014

แหงนหน้าทาสี

ไปเที่ยวไกลถึงเมืองน่าน...คุณ bimbalo ควักกระเป๋าซื้อของฝาก แล้วส่งมาให้ช่างเหอะทางพัสดุไปรษณีย์หลายอย่าง มีทั้งข้าวหอมนิล ข้าวซอยตัดน้ำผึ้ง น้ำพริกข่า น้ำพริกกุ้ง หนังปลาทอด และเครื่องดื่มมะขามป้อมผง ทุกอย่างล้วนเป็นผลิตภัณฑ์จากเมืองน่าน ทีแรกตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้เป็นเสบียงสำหรับการเดินทางแบกเป้ exploring the world ช่วงปลายปี  แต่วันนี้ทนความเย้ายวนไม่ไหว ผมเอาออกมากินแย้ว!


๑๖.๐๐ น. เพิ่งทาสีเพดานชั้นล่างเสร็จ รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือบริเวณท้ายทอย) พออาบน้ำอาบท่าเสร็จ ผมก็ชงกาแฟดื่ม ๑ ถ้วย อยากจะให้รางวัลตัวเองด้วยขนมหวานอีกสักชิ้น และคงไม่มีอะไรดีเท่า "ข้าวซอยตัดน้ำผึ้ง" ของฝากจากคุณบิม!


งานสียังไม่แล้วเสร็จ...


บ่ายวันนี้ผมตัดสินใจลงมือทาสีเนื้อที่บนเพดานอีกไม่ถึง ๑๖ ตารางเมตรด้วยสีพลาสติกที่เหลืออยู่...


งานนี้หนักหนาสาหัส เพราะเพดานอยู่สูงมาก แขนขวายังทำงานไม่ได้เต็มที่ ผู้ช่วยหัวแหลมก็ไม่อยู่ ผมจะขึ้นบันไดทาสีอยู่คนเดียวก็กลัวตก!  พอดีไปเจอท่อประปาเหล็กที่เก็บซุกไว้ใต้หลังคา green workshop นานแล้ว ผมนำมันลงมาจากดาดฟ้า....


มีลูกกลิ้งใหม่อยู่ตัวนึง ผมคิดว่าน่าจะนำมาใช้ เพราะหน้ากว้างและสีเกาะได้ดี...


ก่อนอื่นต้องทำความสะอาดพื้นผิวก่อน ผมต่อด้ามไม้กวาดด้วยท่อเหล็กที่มีอยู่...




ปัดหยากไย่ออกหมดแล้วก็เริ่มลงมือทาสี โดยใช้ลูกกลิ้งตัวใหม่ชุบสีในถัง โชคดีที่สีข้น ไม่ย้อยง่าย ผมเคาะให้สีหยดลงถัง ก่อนที่จะนำด้ามลูกกลิ้งสวมเข้ากับปลายท่อแล้วยกขึ้น ส่งลูกกลิ้งให้ขึ้นไปยังเพดานอย่างไม่รีรอ...  

  
ต้องออกกำลังแขนทั้งสองข้างทาสี ผมแหงนหน้าลากลูกกลิ้งไปมา...

  
เรียบร้อยแล้วครับ มืดหน่อยอาจดูไม่ออก...


ที่แน่ ๆ คือเมื่อยคอเหลือเกิน คืนนี้ผมคงหลับเป็นตาย...

Thursday, October 30, 2014

ลองดู...

อุปกรณ์ชุดวาล์วชักโครกแบบใช้ลูกลอย มักจะเสียตรงตัวกดปิดเปิดน้ำ(ลูกศรชี้) !!...


เมื่อลูกลอยยกขึ้นตามน้ำในถังเก็บจนได้ระดับ จุด 1 จะไปกดวาล์วให้น้ำหยุดไหล มันค่อนข้างจะเสียง่าย เมื่อใช้ไปนาน ๆ เจ้าพลาสติกตรงรูร้อยแกนเหล็ก (2) จะหักออก 



ถ้าเป็นเช่นนั้น ลูกลอยก็ไม่สามารถบังคับให้น้ำหยุดไหล เราไม่สามารถใช้ชักโครกได้อีกต่อไป! วิธีซ่อมคือต้องซื้อชุดวาล์วชักโครกมาเปลี่ยนใหม่  เค้ามีขายเป็นชุดราคาประมาณ ๓๕๐ - ๔๐๐ บาท บางร้านอาจแพงกว่านั้น!  ผมซื้อมาเปลี่ยนแล้ว ยังไม่ทันได้ใช้งานมันก็หักอีก ดูคล้ายกับว่ามันถูกออกแบบให้บอบบางเหลือเกิน!

  
รู้สึกเสียดายครับ ซื้ออะไหล่มาแพง ๆ ยังไม่ทันได้ใช้ก็พังซะแล้ว!  "ช่างเหอะ" ต้องหาวิธีซ่อมให้ใช้งานได้ ทีแรกตั้งใจจะนำตะกั่วจากคีย์แอคคอร์เดียนมาหลอมทำเป็นตัวกดแทนพลาสติกที่หักไป แต่พอมองเห็นเจ้ากาวตะปู Best Bond ก็เลยอยากลองทำแบบง่าย  ๆ ดูก่อน....


ตอนซื้อกาวหลอดนี้ พนักงานห้างไทวัสดุนำแผ่นไม้ซึ่งประกบกันด้วยกาวตะปูมาให้ผมลองดึง ปรากฏว่ามันยึดได้ดีจริง...

    
ขอลองดูก่อน ผมพอกกาวตะปูเอาไว้อย่างที่เห็น ปล่อยทิ้งไว้ ๒-๓ คืนแล้ว...


วันนี้เอาออกมาดู  ไม่แน่ใจว่ามันจะใช้ได้หรือเปล่า ผมใช้ตะไบกับกระดาษทรายขัดแต่งซะหน่อย ก่อนที่จะใช้ดอกสว่านหมุน ๆ เจาะรูสำหรับแกนสลัก...


อะไหล่พร้อมที่จะนำไปใช้งานแล้วครับ แต่ผมไม่รับรองว่ามันจะไม่หักอีก...


ได้ผลอย่างไรจะนำมารายงานนะครับ...

Wednesday, October 29, 2014

ครัวของกิ๋นลำ

วันนี้ช่างเหอะมีลาภปาก!  ประมาณ ๖ โมงเย็นได้รับโทรศัพท์จากคุณเอก นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จมาชวนให้ไปร่วมรับประทานอาหารค่ำที่ร้าน"ครัวของกิ๋นลำ"



ร้านอาหารดังกล่าวอยู่ใกล้บ้าน ความจริงเดินไปก็ยังได้ แต่ผมเลือกที่จะขี่จักรยานยนต์ไปมากกว่า เมื่อไปถึงก็พบว่าเจ้าภาพพร้อมกับสมาชิกอีก ๒ ท่านได้นั่งอุ่นเครื่องกันไปบ้างแล้ว รู้สึกดีใจที่ได้พบชายใจดีที่ไม่ได้เห็นหน้ามานานโข  คุณเอกดูแก่ลงไปนิดนึง แต่ความสดใสยังคงเต็มร้อยเหมือนเดิม...

พนักงานสาวนำเมนูอาหารมาให้...


อยากให้เพื่อน ๆ ดู "เมนูแนะนำ" อ่ะ...


มื้อนี้เจ้าภาพสั่งแกงแคไก่ ไส้อั่ว และปลาทับทิมทอดสมุนไพร...





พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน...


ผมถือโอกาสถ่ายภาพสถานที่มาให้ดู...


มีกระต่ายวิ่งออกมา...





จากตรงนี้ เลยไปอีกนิดเดียวก็ถึงบ้านผม...


เจ้าของร้านสุดหล่อให้เกียรติมานั่งคุย "คุณโหน่ง" คนบ้านเอื้อม เคยไปเป็นกุ๊กอยู่ที่เนเธอร์แลนด์หลายปี ก่อนกลับมาเปิดร้านอาหารอยู่ที่ห้างฉัตร...


ถ่ายภาพห้องน้ำร้านครัวของกิ๋นลำมาให้ดูอีก ๑ บาน...


วันนี้คิดว่าบล็อกช่างเหอะนำร้านอาหารพื้นเมืองที่ห้างฉัตรมาแนะนำให้อีกร้านนึงก็แล้วกัน เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ!

Monday, October 27, 2014

บานเกล็ดหน้าต่าง


ห้อง workshop ผมได้ทำช่องหน้าต่างเอาไว้แบบหยาบ ๆ คือกำหนดความกว้างได้ แต่ความสูงต้องถูกบังคับให้พอดีกับโครงเหล็กที่ทำจากเตียงเก่า....


วัสดุทุกอย่างก็ใช้ของเก่าทั้งสิ้น ผมเก็บกระจกเหลือใช้มาจากบ้านเก่าปงแสนทอง เอามาวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ปล่อยให้ตากแดดตากฝนอยู่หลายเดือน... 


วันนี้ถึงเวลาขอพื้นที่โต๊ะคืน (หุหุ ใช้ศัพท์การเมือง) ผมจะต้องนำกระจกที่วางเกะกะไปใช้กับหน้าต่างที่ได้ทำไว้นานแล้ว ก่อนอื่นต้องไปแกะเจ้ารางกระจกบานเกล็ดอลูมิเนียมมาจากหน้าต่างห้องเรียนดนตรีที่ชั้นลอยออกมาก่อน...

รางกระจกบานเกล็ดและมือหมุน (ภาพแทน)
ไม่ยากครับ แค่ถอดกระจกออก แล้วใช้ไขควงขันสกรูยึดซึ่งมีข้างละ ๖ ตัวออก ก็ได้เจ้ารางกระจกบานเกล็ดเก่า ๆ มาใช้แล้ว...


พอดีวงกบหน้าต่างที่ทำไว้มีความสูงน้อยกว่า จึงจำเป็นต้องใช้เลื่อยมือตัดให้สั้นลง จากที่เคยใช้กระจก ๑๒ แผ่น เหลือแค่เพียง ๗ แผ่น...


ตัดเสร็จก็ทำความสะอาด แล้วนำไปติดตั้งโดยใช้สว่านเจาะตรงรูที่มีอยู่ แล้วยึดติดกับวงกบโดยใช้สกรูข้างละ ๔ ตัว...




 ติดตั้งเรียบร้อยทั้ง ๒ ข้าง ผมก็นำกระจก ๗ แผ่นไปล้างให้สะอาด....



จากนั้นก็นำไปใส่กับรางกระจก  เรียบร้อยแล้วจ้า!


มือหมุนที่ถอดมาใช้งานไม่ได้ จะต้องซื้อตัวใหม่มาใช้ ผมปล่อยเอาไว้อย่างเนี้ยก่อนละกัน....


ความสูงของวงกบน้อยไปหน่อย เลยทำให้กระจกแผ่นล่างสุดไม่เข้าที่...


เป็นความผิดพลาดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เก็บของเก่าใช้ก็อย่างงี้แหละ!!