Wednesday, July 08, 2026

To Me It's Wonderful - Ethel Waters

120 - the unforgettable route

 
นึ่งในเส้นทางปั่นจักรยานซึ่งมิอาจลืมได้ คือเส้นทางที่ผมปั่นจากอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปางไปพะเยา
 
 
หลังจากโพสต์เรื่อง น้ำตกตาดหมอก อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ใน "FB Trip - ไปเวียงลอ" ผมก็ไม่ได้เขียนอะไรมากนัก (เนื่องจากไฟล์ในกล้องที่เก็บภาพตั้งแต่น้ำตกตาดหมอก เกิด error รูปหายไปหมด เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก เพราะมีภาพระหว่างทางมากมาย)...  วันนี้อยากจะเล่าเรื่องความตื่นเต้นผสมผสานความภูมิใจที่ได้รับช่วงปั่นจักรยานผ่านเส้นทาง 120 ซึ่งเพื่อน MC คนหนึ่งของผมบอกว่าเป็นเส้นทางโหดไม่น้อย!!
 
 
เดินทางออกจากภูริโฮม&การ์เด้น (1) ตั้งแต่เช้า (เจ้าของที่พักเปิดหน้าต่างออกมาบอกว่าให้เปิดประตูรั้วเอง) ผมปั่นจักรยานไปตามทางหลวงหมายเลข 120 มุ่งหน้าสู่จังหวัดพะเยา...
 
 
ไหล่ถนนกว้าง หนทางดี ผมค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปตามเนินเขาลูกเล็ก ๆ ขณะพักเหนื่อยก็เก็บภาพไว้บ้างเป็นบางครั้ง...
 
 
ประมาณ 8 กิโลเมตร... ในที่สุดก็ถึงน้ำตกตาดหมอก
 
 
เคยคิดไว้ว่าถ้ามาถึงตอนเย็น อาจต้องอาศัยนอนที่นี่ พอดียังเช้าอยู่ ผมเก็บภาพแล้วปั่นต่อไปตามเส้นทาง 120...
 
 
เจ้า Banian ยังพอไหว แต่ยางค่อนข้างแบน ทำให้ผมปั่นหนักยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ยอมแพ้ครับ อาศัยการปั่นและนับไปเรื่อย ๆ 22 หรือ 44 ครั้งแล้วหยุดใต้เงาไม้ พักหายใจมองวิวรอบข้าง แล้วปั่นต่ออีก 3  กิโลเมตรถึงจุดที่จะไม่ลืมเลือน... 
 
 
ปั่นขึ้นเนินมาจนถึงโค้งแล้วเริ่มต้นทางเรียบ ผมจอดและนำรถเข้าหลบริมทาง... 

ภาพจาก Google Street Views - ขอขอบคุณ
 
ยางแบนค่อนข้างมาก ผมเปิดเป้เอาสูบลมแบบพกพาออกมา หวังจะสูบยางให้แข็งพอลุยต่อไปได้ เพื่อน ๆ ที่เคยสูบลมล้อจักรยานคงพอนึกภาพออกว่าตอนใส่หัวเติมเข้ากับจุ๊บ ลมส่วนหนึ่งจะออกมาจากล้อ ทำให้ยางแบนลงอีก 
 
ภาพจาก decathlon.co.th - ขอขอบคุณ

ของผม...ลมมันออกมาเกือบหมด ทำให้ยางแบนกว่าตอนที่ปั่นขึ้นเขามา ผมยังมั่นใจว่าจะสูบให้มันกลับมาเต็มล้อพอปั่นต่อได้ แต่...สูบได้ไม่กี่ที แกนเหล็กของสูบลมราคาถูกก็หัก!!!  สูบต่อไม่ได้!!! ยางแบนจนขี่ต่อไปไม่ได้ ตายแน่...มายางแบนบนเขาก่อนถึงจังหวัดพะเยา บนถนนที่ทอดยาวไปข้างหน้า ภายไต้แสงแดดแผดเผา...ผมไม่รู้ว่าจะต้องไปอีกไกลแค่ไหน? ผมเก็บเป้แล้วจูงจักรยานตรงไปยังเพิงพักที่เห็นข้างหน้า
 
ภาพจาก Google Street Views - ขอขอบคุณ

รถยนต์วิ่งไปมาเป็นระยะ ๆ ผมตั้งจักรยานไว้แล้วพยายามโบกรถปิกอัพที่กระบะท้ายว่างเปล่าคันแล้วคันเล่า แต่ไม่มีคันไหนจอดให้ความช่วยเหลือตาแก่ที่อ่อนล้า ผมสิ้นหวัง...สะพายเป้แล้วเดินจูงจักรยานไปข้างหน้า ระหว่างนั้นเมื่อมีรถกระบะว่างเปล่าผ่านมาก็ยังโบกขอความช่วยเหลือ แต่ทว่า....HOPELESS ไฉนจึงไม่มีใครสงสารตาแก่บ้างเลย? คนไทยเริ่มไร้น้ำใจกันขนาดนี้เชียวหรือ...ผมคิดในใจ! เดินโบกรถได้อีกไม่ไกล ตัดใจแล้วจูงจักรยานต่อไปด้วยใจสงบ  
 

 เดินได้ประมาณเกือบสองกิโลเมตร เห็นร้านกาแฟ (2) อยู่ด้านขวามือ (รู้ทีหลังว่าเป็นปางตุ้มคอฟฟี่)..
 
ภาพจาก Google Street Views - ขอขอบคุณ
 
จูงจักรยานข้ามถนนไปดูแล้ว (1) พบว่าไม่มีคนอยู่ ผมไม่สิ้นหวัง...เดินเข้าไปยังอาคารหลังใหญ่ (2)  
 
 
ตะโกนเรียกแข่งกันเสียงสุนัขเห่าได้ไม่นาน ก็มีลุงคนหนึ่งเดินออกมา เห็นแล้วดีใจมาก ผมบอกว่ายางแบนพอจะมีสูบลมหรือเปล่า? ปรากฏว่าที่นั่นเป็นโรงงานที่มีเครื่องปั้มลมขนาดใหญ่อยู่ด้วย คุณลุงใจดีช่วยเปิดสวิชไฟ ปั้มลมเข้าถัง สักพักนึงก็เติมลมให้ล้อทั้งสองของเจ้า Banian ผมดีใจสุด ๆ ที่ปั่นต่อไปยังพะเยาได้แล้ว ผ่านเส้นทางขึ้นเขาไปได้ 4 กิโลเมตร ถึงจุดรวมพลพิชิตดอยหลวง-ดอยหนอก อุทยานแห่งชาติดอยหลวง ซึ่งตั้งอยู่ด้านขวามือ (2)... 
 
  
ภาพจาก Google Street Views - ขอขอบคุณ
 
มีศาลาให้นั่งพักเติมน้ำและอาหาร...
 
ภาพจาก Google Street Views - ขอขอบคุณ
  
 เริ่มลงเขาแล้ว ผมปั่นต่ออีกกิโลเมตรกว่า ๆ ถึงจุดที่เคยตั้งใจว่าจะมาอาศัยนอนค้างคืน (3) 
 
 
ภาพจาก Google Street Views - ขอขอบคุณ
 
อยู่ไม่ไกลจากจุดชมวิวกว๊านพะเยา...ผมรู้ว่าถึงตรงนี้ ต่อไปก็จะปั่นสบาย แต่ที่ไหนได้ มันเป็นทางลงเขา 10 กิโลเมตร น่ากลัวมาก ๆ จักรยานวิ่งลงโดยไม่ต้องปั่น ต้องคอยกุมเบรคและลดความเร็ว ประกองตัวให้จักรยานพุ่งลงเขาไปอย่างแทบไม่ได้หายใจ!!! จนถึงจุดปลอดภัย มันคือที่พักริมทางของกรมทางหลวงพะเยาซึ่งตั้งอยู่ด้านขวามือ...

  
ภาพจาก Google Street Views - ขอขอบคุณ

"This's a real unforgettable route" I dare say!  

Tuesday, July 07, 2026

สวนอู่หลง - 5.4 กิโลเมตร

พักฟื้นจากอาการบาดเจ็บจักรยานล้มที่โรงพยาบาลห้างฉัตร...ผมไม่ได้ไปสวนอู่หลงนาน 1 สัปดาห์เต็ม เมื่อวานนี้คิดชั่งน้ำหนักอยู่นาน กว่าจะตัดสินใจออกบ้านไปขุดดิน...
 
 
เจ้ายักษ์รับหน้าที่พาไป ในกระเป๋าใส่อุปกรณ์ทำสวนเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดไปด้วย...
 
 
Eddy ดูเหมือนจะรู้ตัวเองว่ายังไม่เหมาะ วันไหนมีข้าวของมาก ๆ คงจะได้ไป
 
 
ปั่นจักรยานจากบ้านห้างฉัตร (1) ผ่านสี่แยกไฟแดงถนน 1039 (ลำปาง-ห้างฉัตร สายเก่า) แวะถ่ายรูป 2 โคกำลังเล็มหญ้า (3) เลี้ยวขวาเข้าไปยังวัดดอนสัก (4) ลัดเลาะหมู่บ้านไปผ่านทางข้ามรถไฟ (5) เลี้ยวขวาผ่านวัดสถานีรถไฟ แล้วตรงไปสวนอู่หลง (6) Google Maps บอกว่า 5.4 กม.
 
 
 
แวะเยี่ยมเยียนคุณยายเพื่อนบ้านก่อนกั๊บ...
 
 
ถึงแย้ว.... สวนอู่หลง (6)
 
 
 ทำงาน ทำงาน ทำงาน... 
 


ปั่นจักรยานกลับบ้าน ท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกผมเห็นตะวันยอแสง... 


ใช้เส้นทางราบเรียบลัดเลาะกลับบ้านทางวัดดอนมูลครับ...
 

ไปกลับ...น่าจะประมาณ 10 กิโลเมตร (ถ้าตัวเลขใน Google Maps ไม่หลอกตา) 

Wednesday, July 01, 2026

I'd like to teach the world to sing

วันนี้มาฟังเพลง I'd Like To Teach The World To Sing ด้วยกันครับ... 
 
  
I'd like to build the world a home
 And furnish it with love 
Grow apple trees and honey bees and snow white turtle doves 
 I'd like to teach the world to sing in perfect harmony 
I'd like to hold it in my arms and keep it company 
 I'd like to see the world for once all standing hand in hand 
And hear them echo through the hills for peace through out the land.....
 
ภาพ captured จากคลิปวิดีโอ Keith “Hollywood” Sousa - ขอขอบคุณ

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันก่อน ผมได้รับโทรศัพท์จาก อ.ณรงค์ (ท่านอายุ 85 แล้วแต่เสียงพูดและเสียงหัวเราะยังดังสดใส แสดงถึงความแข็งแรงและสุขภาพที่ดีทั้งกายใจ) ผมรู้สึกยินดีที่ได้รับเกียรติจากปูชนียบุคคลอย่างอาจารย์ณรงค์ชวนให้หันกลับไปเล่นดนตรีด้วยกัน... 
  
 
รูปแบบวงทรีโอ ประกอบด้วยนักร้องชายวัย 80 (สไตล์เพชร พนมรุ้ง) โดยมี อ.ณรงค์เล่นแบนโจ และตาแก่บ้านห้างฉัตรเล่นหีบเพลง ถ้ารวมอายุของ สว. สามคนก็น่าจะประมาณ 240 ปี (555)

ภาพ captured จาก YouTube - ขอขอบคุณ
ไปบรรเลงจิตอาสาที่ไหน ผมก็จะไปกับเจ้ายักษ์ในสภาพนี้แหละ...
"Time waits for no one!"  ผมต้องรีบกลับมาซ้อมเล่น accordion จริง ๆ จัง ๆ ได้แย้วว...
 

ต้องค้นหาเสื้อคาวบอยด้วยครับ ไม่รู้ว่าซุกอยู่ที่ไหน???

Monday, June 29, 2026

ซ่อมเต็นท์และกระเป๋าใต้เฟรม

มีเต็นท์หลังนึง เป็นเต็นท์ที่ป้าAlice ส่งให้มาจาก Canada (ตั้งแต่เมื่อไหร่จำได้ไม่แน่ชัด บวกลบคูณหารแล้ว คิดว่าปัจจุบันเต็นท์หลังนี้น่าจะอายุประมาณ 40-50 ปี)   
 
ตั้งเต็นท์นอนที่ hostel ใน Australia
 
เต็นท์ไนลอนทรงมาตรฐาน Ridge/A-frame Tent ผลิตในเกาหลี มันแข็งแรงทนทานมาก! ผมปั่นจักรยานจากหาดใหญ่ไปสิงคโปร์ก็ใช้เต็นท์นี้กางนอนใต้สะพานและริมทางหลวงของมาเลเซีย ไปออสเตรเลียก็เช่นกัน (มีเรื่องเล่าน่าตื่นเต้นจากเต็นท์หลังนี้ซึ่งเคยเขียนถึงตั้งนานมาแล้ว แต่เว็บเหล่านั้นถูกลบไป เหลือแต่ความทรงจำซึ่งตั้งใจว่าจะเขียนถึงอีกครั้งหากมีเวลา)  ไปที่ไหนนำไปด้วย กลับเมืองไทยก็ไม่ทิ้ง ผมเอามาเก็บไว้นานมาก ๆ จนกระทั่งถึงวันที่คิดทำสวนอู่หลงให้เป็น a new campsite close to the railroad จึงได้นำกลับมากางอีกครั้ง

 
 
เสาและสมอบกยังอยู่ครบ มันใช้งานได้ดี หลังคาไนลอนไม่ขาด แต่พื้นซึ่งเป็นผ้าใยสังเคราะห์ (โพลีเอสเตอร์) ขาดหลายตำแหน่งอย่างที่เห็น... 
 

สั่งซื้อเทปกันน้ำมา 3 ม้วน (127 บาท) + เสื่อปิคนิกอีก 1 ผืน (88 บาท) ช่างเหอะลงมือซ่อมทันที โดยใช้เทปกันน้ำปะตามรอยฉีกขาดของพื้นเต็นท์ด้านนอกก่อน...

 
จากนั้นก็ตั้งเต็นท์ไว้...
 
 
 
 
แล้วนำเสื่อปิคนิกเข้าไปปูทับพื้นด้านใน (ทาด้วยกาวลาเท็กซ์สามารถชุบชีวิตเต็นท์แห่งความทรงจำด้วยงบประมาณ 215 บาท
 
 
เต็นท์เก่ากลับมาใช้งานได้แล้วครับ...
 

นอกจากนั้นผมยังซ่อมกระเป๋าสามเหลี่ยมติดใต้เฟรมจักรยาน ให้กลับมาติดตั้งได้ดีขึ้น โดยตัดใส่ตีนตุ๊กแกเพิ่มเติม...
 
 
 

ซ่อมไว้งั้น...แต่บอกไม่ได้ว่าจะใช้งานเมื่อไหร่?