เมื่อคืนนี้มีฝนตก...บ้านห้างฉัตรพอได้รับความชุ่มเย็นขึ้นมาบ้าง ครั้นถึงเวลาเที่ยงวัน ความร้อนจากแสงแดดก็หาได้ลดลาวาศอก!!
ตาแก่บ้านห้างฉัตรออกไปรดน้ำกองปุ๋ยหมัก...

สัมผัสได้ถึงความร้อนระดับที่ต้องตะโกนว่า "ไม่ไหวแล้ว ๆ"
ได้ยินเสียงเป่านกหวีดปี๊ด ๆ ตรงสี่แยก (Hangchat Intersection) ผมคิดแช่งในใจ หลงผิดไปว่าเจ้านายใหญ่โตคงจะยกขบวนมากันอีก มองผ่าเปลวแดดออกไป เห็นภาพที่ทำให้ร้อนขึ้นอีก (ที่เห็นได้ไกล ๆ อาศัยการซูมเก็บภาพด้วยกล้อง Canon)
บนถนนคอนกรีต นั่นมิใช่อุบัติเหตุที่ทำให้คนตายไม่เว้นวัน แต่เป็นรถปิกอัพบรรทุกของมาเต็ม คงจะหนักเกินเลยมาเดี้ยงอยู่กลางสี่แยกนั่นเลย ก่อนหน้านั้นได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ยางรถระเบิด ผมเห็นชายร่างใหญ่ระดับเสี่ย 2 คนกำลังช่วยกันเปลี่ยนยาง...
น่าเห็นใจคนที่ต้องเร่งมือทำงานบนพื้นคอนกรีตซึ่งความร้อนสะสมจนต่อยไข่ลงไปซักฟองอาจทำให้สุกได้ (นานหน่อย...อิอิ)
ผู้ที่ควรได้รับการยกย่องและขอบคุณคือ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งซึ่งได้มายืนเป่านกหวีดอยู่กลางแดด คอยควบคุมการจราจรในช่วงที่ง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ อายุแกก็มากแล้วนะ (สวมเสื้อสะท้อนแสงของตำรวจก็จริง แต่คงมิใช่ตำรวจหรอก เพราะตำรวจนั้นถนัดตั้งด่านและไล่จับเด็กมากกว่า ฮา)
มองเข้าไปในบ้าน อยากจะอวดให้อิจฉาว่า ภายในบ้านร้านเปียโนนั้นอากาศเย็นสบาย...ไม่รู้สึกว่าร้อนเลยล่ะ
อ่อ...อยากกลับไปเยือนวัดเวฬุวนาราม (W) อีก แต่อากาศยังไม่ดีพอ ขอวางแผนไว้ก่อน นั่นคือพา Banian ขึ้นรถไฟขบวน 408 ไปลงสถานีแม่ทะ แล้วปั่น 7-8 กิโลเมตรไปวัด (W)
หวังว่าก่อนตายหรือก่อน final trip ผมคงทันได้เห็นภาพสวนป่าเล็ก ๆ ใกล้กับศูนย์ขนถ่ายสินค้าสถานีรถไฟห้างฉัตรเป็นแน่

.jpg)
.jpg)










.jpg)






.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
