Saturday, July 18, 2026

The Last Journey

18 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.39 น. ท่านพระครู เจ้าอาวาสวัดสถานีรถไฟห้างฉัตร เดินลงจากเมรุ หลังจากจุดไฟที่เตาเผา

 
ไม่นานนักตาแก่บ้านห้างฉัตรก็เห็นควันพวยพุ่งออกจากปล่องเมรุ... 
ครั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งสุดท้าย (the last journey) ของคุณยายกัญญารัตน์...

จากวัดสถานีรถไฟห้างฉัตร (1) ไปยังสุสานสาธาณะห้างฉัตร (3)...
ยืนรออยู่ท่ามกลางรถยนต์หลายคัน...เจ้ายักษ์เป็นจักรยานคันเดียวที่จะร่วมเดินทางไปส่งคุณยาย...
 
นั่งรออยู่ที่อุโบสถ...ตาแก่ยกมือตัวเองขึ้นพิจารณาความเสื่อมของสังขาร
พร้อมแล้ว...ขบวนกำลังจะเริ่มเคลื่อนสู่สุสาน (3) ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร...
 
ปัจจุบันไม่ต้องใช้แรงลากล้อเลื่อน แค่จับเชือกเดินนำหน้ารถปิกอัพไป...
ผมจูงเจ้ายักษ์ตามคุณยายออกจากวัด (1) 
 
ผ่านจุดตัดทางรถไฟ (2)...
 
มาตามถนนที่เคยปั่นจักรยานเป็นประจำ...
 
เลี้ยวเข้าไปยังสุสาน...
ตาแก่กับเจ้ายักษ์เดินตามไปติด ๆ  
 
บอกให้เจ้ายักษ์ยืนรออยู่ที่ศาลา...
 
มาข้างเมรุเพื่อส่งคุณยายใกล้ ๆ... 
ปกติถ้าเป็นไปได้ผมพยายามมีส่วนร่วมในการนำโลงขึ้นสู่เตาเผา...แต่งานนี้ไม่กล้า
ขอคุณยายเดินทางสู่สรวงสวรรค์ด้วยเทอญ... 

Friday, July 17, 2026

วัดสถานีรถไฟ - ความร่วมมือร่วมใจ

วัดสถานีรถไฟ (W) อยู่ห่างจากสวนอู่หลง (L) 750 เมตร มีสถานีรถไฟห้างฉัตร (5) ตั้งอยู่ระหว่างกลาง...  
 

จอดจักรยานพิงไว้ข้างวิหาร...

ภาพวิหารถ่ายไว้เมื่อปี 2558

 
มองเห็นอุโบสถงดงามที่เคยมาเก็บภาพไว้ตอนที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ...

ด้านหลังวิหารตั้งองค์พระเจดีย์ 



 
 
รปภ.สี่ขาไม่ทำหน้าที่... เอาแต่หลับ
 
 
 
ตาแก่บ้านห้างฉัตรมาเคารพศพ"คุณยายกัญญารัตน์" 
 
 
ได้เห็นชาวบ้านมาช่วยงานกันแล้ว ชนบทบ้านเราก็เป็นเช่นนี้แหละ... 
 
 
 
ร่วมกันคนละไม้คนละมือ เตรียมคัวตาน... 
 
 
ข้างศาลาก็ตั้งโรงครัว... 
 
 
ในขณะที่ตุ๊เจ้าซึ่งมีอยู่รูปเดียวก็ช่วยตกแต่งซุ้ม...
 

ตาแก่ถึอโอกาสเข้า give him a hand... 



สาธุ... เห็นแล้วรู้สึกประทับใจในความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านจริง ๆ ครับ 

มีข้าวแกง 30 บาทที่ห้างฉัตรมั้ย?

"Super GEE" สาวใหญ่ไฮโซถามว่า "ข้าวแกงจานละ 30 ยังมีอยู่เหรอ?" ผมก็ไม่รู้จะตอบว่าไรดี! แถวบ้านห้างฉัตร...ผมกับเจ้ายักษ์ก็ยังไม่เห็นข้าวแกงราคาถูกง่ะ!
 
 
ที่ไม่เห็นอาจเป็นเพราะไม่ได้ไปตลาดนานแล้ว (ตลาดนัดก็ยิ่งไม่ได้ไป)  ไม่รู้ด้วยว่าที่ห้างฉัตรมีข้าวราดแกง 30 บาทเหรือเปล่า?  ชีวิตผมเปลี่ยนไปไม่น้อย นับตั้งแต่หันมากินข้าวมื้อเดียว (ไม่นับรวมขนมปังกาแฟตอนเช้า)
 
ขนมปังทำครั้งนึงกินได้ 1 สัปดาห์
 
โชคดีเหลือเกินที่ห้างฉัตรยังพอมีร้านค้าเล็ก ๆ อยู่ในหมู่บ้านที่ผมปั่นจักรยานผ่านไปยังสวนอู่หลง วันนี้แวะซื้อมาเต็มที่เลย...
 
 
 
อยากให้เพื่อน ๆ ดูว่าของถูกยังพอมี ผักและขนมที่กองอยู่เนี่ย...ทั้งหมดซื้อมาในราคา 100 บาท
 
 
แตงกวาถุงละ 10 บาท หอมหัวใหญ่ถุงละ 5 บาท มะนาว 7 ลูก (10 บาท) มะเขือเปราะ 5 ลูก (5 บาท) มะเขือพวง 5 บาท กล่ำ 2 หัว (20 บาท) มันฝรั่ง 7 หัว (20 บาท) คิดว่าเก็บไว้ทำอาหารกินได้เกินกว่าหนึ่งอาทิตย์ 
 

ขนมก็ไม่แพงครับ ข้าวเหนียวสังขยาห่อละ 5 บาท เอแคลร์ 4 ลูก (10 บาท)


แม้ว่าตอนนี้ สวนอู่หลง จะยังไม่มีอะไรให้เก็บกิน (นอกจากใบกะเพรา) 
 

กินอย่างผม... ยังไง ๆ ก็อยู่ได้ครับ 

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

ช้านี้ตาแก่บ้านห้างฉัตรปั่นจักรยานไปสวนอู่หลง...
 
 
 
ต้องให้เจ้ายักษ์นอน เพราะขาตั้งเอาออกไปซ่อม...
 
 
เห็นรถไฟขบวน 8 ผ่านไปด้วยความเร็วค่อนข้างสูง รถไฟขบวนแรกออกจากเชียงใหม่ตอนเช้าเป็นรถด่วนพิเศษซึ่งจอดเฉพาะสถานีหลัก (สถานีห้างฉัตรไม่จอด)...  
 
 
 
นำจักรยานเข้าไปพิงไว้กับรั้วด้านใน...
 
 
คุณป้าแหวน (เพื่อนบ้าน) ที่กำลังเก็บกวาดบอกผมด้วยเสียงดังว่า "ยายเสียแล้วเน้อ!..."  ผมรู้สึกใจหาย (ทั้ง ๆ ที่เตรียมใจไว้แล้ว) เมื่อทราบว่า"คุณยายกัญญารัตน์" ซึ่งเคยเห็นทุกครั้งเมื่อไปสวนอู่หลงได้จากไปแล้ว เคยคุยด้วย 2-3 ครั้งครับ คุณยายกินอาหารมังสวิรัติ ความจำไม่ค่อยดีนักเพราะอัลไซเมอร์เส้นเลือดในสมองแตก ถูกส่งไปผ่าตัดและแอดมิดที่โรงพยาบาลเกาะคาได้เกือบ 1 สัปดาห์ก็จากไป ตาแก่บ้านห้างฉัตรขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซิ้ง  ต่อไปมาสวนอู่หลง ทีไร ก็จะไม่ได้ยินเสียงคุณยายอีก! 
 
 
ก่อนปั่นจักรยานกลับบ้าน ผมแวะไปไหว้ศพคุณยายที่วัดสถานีรถไฟห้างฉัตร ตั้งใจว่าคืนนี้จะมาร่วมงานอีก
 
 
 
ขากลับผมปั่นจักรยานออกทางวัดดอนสัก  

กลับถึงบ้านด้วยความเศร้า คิดถึงสัจจธรรมที่ว่า "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป"  ตาแก่คนนี้อยากบอกคุณยายว่าอีกไม่นานจะตามไป


อะวัสสัง มะยา มะริตัพพัง ฯ  (เราก็ต้องตายแน่นอน)