Monday, June 29, 2026

ซ่อมเต็นท์และกระเป๋าใต้เฟรม

มีเต็นท์หลังนึง เป็นเต็นท์ที่ป้าAlice ส่งให้มาจาก Canada (ตั้งแต่เมื่อไหร่จำได้ไม่แน่ชัด บวกลบคูณหารแล้ว คิดว่าปัจจุบันเต็นท์หลังนี้น่าจะอายุประมาณ 40-50 ปี)   
 
ตั้งเต็นท์นอนที่ hostel ใน Australia
 
เต็นท์ไนลอนทรงมาตรฐาน Ridge/A-frame Tent ผลิตในเกาหลี มันแข็งแรงทนทานมาก! ผมปั่นจักรยานจากหาดใหญ่ไปสิงคโปร์ก็ใช้เต็นท์นี้กางนอนใต้สะพานและริมทางหลวงของมาเลเซีย ไปออสเตรเลียก็เช่นกัน (มีเรื่องเล่าน่าตื่นเต้นจากเต็นท์หลังนี้ซึ่งเคยเขียนถึงตั้งนานมาแล้ว แต่เว็บเหล่านั้นถูกลบไป เหลือแต่ความทรงจำซึ่งตั้งใจว่าจะเขียนถึงอีกครั้งหากมีเวลา)  ไปที่ไหนนำไปด้วย กลับเมืองไทยก็ไม่ทิ้ง ผมเอามาเก็บไว้นานมาก ๆ จนกระทั่งถึงวันที่คิดทำสวนอู่หลงให้เป็น a new campsite close to the railroad จึงได้นำกลับมากางอีกครั้ง

 
 
เสาและสมอบกยังอยู่ครบ มันใช้งานได้ดี หลังคาไนลอนไม่ขาด แต่พื้นซึ่งเป็นผ้าใยสังเคราะห์ (โพลีเอสเตอร์) ขาดหลายตำแหน่งอย่างที่เห็น... 
 

สั่งซื้อเทปกันน้ำมา 3 ม้วน (127 บาท) + เสื่อปิคนิกอีก 1 ผืน (88 บาท) ช่างเหอะลงมือซ่อมทันที โดยใช้เทปกันน้ำปะตามรอยฉีกขาดของพื้นเต็นท์ด้านนอกก่อน...

 
จากนั้นก็ตั้งเต็นท์ไว้...
 
 
 
 
แล้วนำเสื่อปิคนิกเข้าไปปูทับพื้นด้านใน (ทาด้วยกาวลาเท็กซ์สามารถชุบชีวิตเต็นท์แห่งความทรงจำด้วยงบประมาณ 215 บาท
 
 
เต็นท์เก่ากลับมาใช้งานได้แล้วครับ...
 

นอกจากนั้นผมยังซ่อมกระเป๋าสามเหลี่ยมติดใต้เฟรมจักรยาน ให้กลับมาติดตั้งได้ดีขึ้น โดยตัดใส่ตีนตุ๊กแกเพิ่มเติม...
 
 
 

ซ่อมไว้งั้น...แต่บอกไม่ได้ว่าจะใช้งานเมื่อไหร่?

Don't Worry, Be Happy

มีอยู่หลายครั้งหลายคราที่ผมอยากจะทำป้ายไวนิล "ขาย/ให้เช่า โทร xxx xxxxxxxx" มาแขวนไว้หน้าบ้านร้านเปียโน 
 
 
คิดว่า...ไหน ๆ ก็อยู่มาขนาดนี้แล้ว สมบัตินอกกายขายไปซะ...ก็หมดเรื่อง ขนาดอาคาร 2 คูหาที่บ้านปงแสนทองก็ยังขายได้เลย 
 
อาคารบ้านปงแสนทองซึ่งย้ายเข้าไปอยู่เป็นคนแรก
 
แต่คำถามนึงที่ทำให้ผมยั้งคิดคือ "ขายได้เงินแล้วเอาไปทำอะไร?" ทุกวันนี้ผมก็ไม่ต้องการซื้อหาอะไรอีกแล้ว เงินล้านที่อยู่ในมือเป็นแค่กระดาษหนัก 1 กิโลกรัม ค่าของมันเทียบกันไม่ได้เลยกับตึกที่ผมซื้อและสร้างมันมากับมือเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ ทุกอย่างที่เป็นความฝันได้ทำสำเร็จจนไม่มีอะไรติดค้างแล้ว... 
 
 
Backpacker Hostel ก็ทำเสร็จ แม้จะไม่มี hosteller มาพักแม้แต่คนเดียว  
 
 
ร้านเปียโนก็เป็นรูปเป็นร่างพร้อมกับเคาน์เตอร์ที่ทำกับมือจากเตียงเก่าและเศษไม้ระแนง (แม้ไม่สวยไม่ปราณึต...แต่ก็เป็นสิ่งที่ผมฝันที่จะทำ)
 
 
สร้างมันจากอาคารว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย ผมจะปล่อยไว้อย่างนี้แหละ ตายแล้วก็ค่อยว่ากัน (ฮา)  สวนอู่หลง...ก็เช่นกัน 
 
 
 
มองตัวเองในคลิปวิดีโอที่ทำไว้บน Facebook เมื่อวันก่อน ดูสารรูปตาแก่แล้วเห็นถึงความไม่เที่ยงแท้ของสังขาร 
 
(ขอบคุณเพื่อน ๆ เข้าดูและให้กำลังใจ)

นักดนตรีที่เคยแต่งตัวดีเหรอ? ก็เป็นแค่ชายคนหนึ่งซึ่งเล่นดนตรีหาเลี้ยงชีพมาเท่านั้นเอง หาได้เก่งกาจหรือมีความสามารถใด ๆ ที่ทำประโยชน์ให้สังคมไม่!  
 
 
ก้าวมาถึงวันนี้แล้ว วันที่ผมหมดแรงที่จะอุ้มหีบเพลงหนัก ๆ ได้อีกต่อไป!
 
 
คิดถึงผู้ที่จากไปอยู่บ่อย ๆ พี่อาลี บรรณาธิการและเจ้าของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในบังกลาเทศ ก็จากไปเสียก่อนด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ไม่อยู่รอให้ผมไปหาที่ Khulna  ตามที่ตั้งใจไว้
  
 
ตื่นเช้าเปิดประตูออกมา ผมก็เจอ "Banian" บอกเขาว่า "เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวอีก" 
 

ก่อนอื่นขอดูแลตัวเองก่อน วัดความดันด้วยเครื่องวัด (ครูแต้มและน้องมิ้นซื้อให้มา) วันนี้ BP122/76 P64 ปกติเหมือนเช่นทุกวัน! 
 

อยากบอกเพื่อน ๆ ว่า "ไม่ต้องห่วงครับ ผมอยู่ได้"

Friday, June 26, 2026

ปั่นเจ้ายักษ์ไปสวน

จ้ายักษ์แต่งองค์ทรงเครื่องแล้วดูดีไม่น้อย...เพื่อน ๆ ว่ามั้ย? 
 
 
ไม่ได้เปลี่ยนโซ่หรือเฟืองหลังแต่อย่างใด ขอใช้ที่มีอยู่ ด้วยพอใจกับการทำงานของมัน แม้จะไม่สมบูรณ์เต็มร้อย บ่ายวันนี้เอาตะแกรงท้าย (ตัวที่ติดมากับรถ) กลับมาใส่ แล้วนำแพนเนียร์ราคาถูกที่มีอยู่มาติดตั้ง จากนั้นก็ปั่นไปสวนอู่หลง
 
 
พักฟื้นจากรถล้มที่โรงพยาบาลห้างฉัตร ไม่ได้มาสวนอู่หลงหลายวัน ต้นไม้ขาดน้ำ ผมรีบหิ้วถังน้ำรดต้นไม้ แล้วค่อยนอนพักบนเตียงหวาย...
 
 

ยกกล้องขึ้นจับภาพท้องฟ้าด้านทิศใต้...กดชัตเตอร์! 



 
เฟรมโครโมสี่ (chromoly) ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวล ผมปั่นเจ้ายักษ์แบบสบาย ๆ จากสวนอู่หลงกลับถึงบ้านก่อนห้าโมงเย็น....
 

วันนี้เจ้ายักษ์ทำแต้มอีกแล้ว!!

Thursday, June 25, 2026

ซ่อมสเตอร์เจ้ายักษ์

ามที่บอกเพื่อน ๆ ว่า เจ้ายักษ์มีปัญหาเรื่องโซ่กระโดดเมื่อใช้กับเฟืองเล็กสุด ช่วงบ่ายวันนี้ก็เลยลงมือซ่อมซะหน่อย...
 
 
เครื่องมือซึ่งจำเป็นต้องมีคือ ตัวขันเพื่อนำเฟืองออกมา... 
 
 
ทีแรกก็ขันไม่ออก (คงเป็นเพราะปีนเกลียว เป็นสาเหตุให้เฟืองอิสระตัวเล็กส่ายไปมา) ช่างเหอะต้องเอาค้อนมาเคาะ "แป๊ก ๆๆ" ในที่สุดก็ขันออก...

 
ล้างเฟือง-โซ่-ตีนผีด้วยน้ำมันเบนซิน แล้วประกอบเข้าที่ ผมพบว่าเฟืองตัวเล็ก (11 ฟัน) ไม่ส่ายอีกแล้ว โซ่ไม่กระโดด...แต่ระบบขับเคลื่อนก็ยังไม่นิ่มและลื่นไหลเท่าที่ควร นั่งสังเกตอยู่นานถึงได้รู้ว่าใช้โซ่ไม่ตรงสเปก โซ่ที่ใช้กับชุด Shimano Cues ต้องเป็น Shimano CN-LG500 ครับ

 
การ DIY ถ้าไม่รู้จริงก็เป็นเช่นนี้แหละ!

เจ้ายักษ์ผู้ตีตื้น

"สหัสเดช" จักรยาน DIY ราคาแพงที่สุดเท่าที่มีมา ผมสร้างมันด้วยเฟรมเสือหมอบ Giant ราคาห้าพันบาท อยากให้เป็นจักรยานทัวร์ริ่งที่พาไปได้ไกล ๆ ดั่งใจฝัน!

สหัสเดชเพิ่งพาผมล้มหน้าทุบพื้นคอนกรีตที่โรงพยาบาลห้างฉัตรเมื่อ 2 วันก่อน (ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่เป็นห่วงเป็นใย) ตอนนี้หายเกือบเป็นปกติแล้วครับ ยังไปไหนไม่ได้...ผมมีโอกาสได้นั่งพิจารณาถึงสาเหตุการล้มและคุณลักษณะของจักรยาน พอสรุปได้สั้น ๆ ดังนี้... 
  • ผมลืมตัว และประมาทในระหว่างขับขี่ (แย่มาก)
  • จักรยานมีน้ำหนักเบาเกิน (การทรงตัวไม่ดีเท่าจักรยานที่มีน้ำหนักมาก) ความคล่องตัวสูงแต่ไม่เสถียร มีโอกาสล้มได้ทุกเวลาด้วยขนาดหน้ายางที่แคบ
  • จักรยานปั่นได้เบาแรง ทำให้วิ่งเร็วกว่ารถคันอื่น ๆ (ยิ่งเร็วก็ยิ่งอันตราย) 
เปรียบเทียบกับเจ้ายักษ์ สหัสเดชพาผมไปล้มมาแล้วหลายครั้ง ในขณะที่เจ้ายักษ์ผู้ทรงความนิ่งเฉยและบึกบึนยังไม่เคยทำให้ผมเจ็บ มีรูปสหัสเดชตอนไปล้มที่อ่างเก็บน้ำแม่ป๋อนให้ดูด้วยดังนี้... 
 
 
 
คงเป็นเพราะอุปกรณ์ส่วนใหญ่ของเจ้ายักษ์ (ทั้งเฟรม-ขาตั้ง-ล้อ-แฮนด์) ยังคงเป็นของเดิมที่โรงงาน Giant ไต้หวันออกแบบมาอย่างดีนั่นเอง... 
 
 
ตอนปั่นไปอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เบรคเสีย...มันก็พยุงตัวกลับมาบ้านได้โดยสวัสดิภาพ  
 
 
 
วันนี้ต้องกลับมาคิดใหม่ อยากจะยกตำแหน่ง sidekick ให้เจ้ายักษ์ จักรยานวินเทจที่ปั่นไปแล้วไม่มีใครสนใจมอง ด้วยรูปลักษณ์เก่าแก่ แต่หนักแน่นและทรงตัวได้ดี ให้ความปลอดภัยในการขับขี่มากที่สุดก็ว่าได้ ผมเปลี่ยนก้ามเบรคและผ้าเบรคใหม่แล้ว ยังค้างอยู่อย่างเดียว...คือเฟืองหลังตัวเล็กสุดซึ่งมีอาการส่ายไปมา ทำให้ปั่นเกียร์ต่ำแล้วบางครั้งโซ่กระโดด เมื่อวานนี้ช่างเหอะถอดเอาล้อออกมาดูแล้วครับ
 
 
ยืนอยู่ด้วยกัน...ทั้งเจ้า Bruiser (เสือภูเขา) และ Banian (จักรยานพับ) ได้แต่แอบมองด้วยสายตาเขียวปั๊ด !!

LOVE needs CARE

ช้านี้ท่านเจ้าคุณพระสุริยันยังคงโผล่ขึ้นมา ณ ฉากหลังโรงลิเกโลกเหมือนเช่นทุกวัน!
 
 
สงกะสัยว่าจะมีสักกี่คนที่ตระหนักในปรากฏการณ์เอลนีโญซึ่งกำลังจะโผล่มาเร็วกว่าที่นักวิชาการเคยคาดการณ์ไว้?  มิใช่กระต่ายตื่นตูม...ผมมองข้ามช็อตไปยังสภาพความแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ อากาศร้อน และเศรษฐกิจตกต่ำ วางแผนไว้ในใจแล้วว่าจะรับมืออย่างไร   
 
 
 
แน่นอนว่าเมื่อความแห้งแล้งกลับมาอีก (หนักกว่าเดิม) เจ้าดอยขุนตานที่เห็นอย่างเช่นวันนี้ก็คงถูกบดบังด้วยม่านหมอกควันอีกนานนับเดือน!
 
 
ต้นไม้ใบหญ้าบริเวณลานกว้างหลังร้านเปียโนห้างฉัตรคงจะแห้งเหี่ยวเหลือเพียงไม้ใหญ่ไม่กี่ต้น... 
 
 
งั่ม ๆ ผมย้อนคิดถึงเมื่อหลายปีก่อน เห็นเจ้าของที่นำต้นไม้มาปลูกเรียงรายอยู่หลายต้น ปลูกแล้วก็ไม่เคยกลับมาดูแล ต้นไม้เหล่านั้นตายเกลี้ยงภายในเวลาไม่กี่เดือน!! จริง ๆ แล้ว...ความห่วงใยและเอาใจใส่จักต้องมีให้ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือแม้แต่ต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ที่เรานำไปปลูกไว้  
 

คำเตือน - สำหรับผู้ที่ยังมีพ่อแม่แก่เฒ่าอยู่ห่างไกล กรุณาอย่าปล่อยให้ท่านแห้งเหี่ยวโหยหาความรักความอาทร โปรดได้แบ่งเวลาไปให้กำลังใจท่านบ้าง ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ยินคำพูดออกจากปากท่าน แม้แต่คำเดียวว่า "ลูก" 
 

เป็นคำเตือนจากชายคนหนึ่งซึ่งเคยปลูกต้นไม้ไว้แล้วปล่อยให้ตายไปโดยไม่ดูแล! 

Tuesday, June 23, 2026

Having a day off



วันไหน...หากร่างกายตาแก่ยังพอไหว ประตูหน้า HBH จะถูกเปิดออก เพื่อพา Eddy ไปสวนอู่หลง

 
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสวนอู่หลง ผืนดินเล็ก ๆ ริมทางรถไฟ ให้มีสภาพดินที่สามารถปลูกป่าและทำแปลงผักได้ในเร็ววัน
 

 
แต่มันไม่ง่ายเลย เป็นงานที่ท้าทายและต้องอาศัยเวลาอยู่ไม่น้อย ชาวบ้านคงแปลกใจเมื่อเห็นตาแก่ผมขาวเดินหิ้วถังเที่ยวรดน้ำต้นไม้ที่เพิ่งลงดิน จริง ๆ แล้วเขาควรอยู่บ้านพักผ่อนมากกว่า
 
 
มีน้ำใช้แล้ว...อะไร ๆ มันก็ดีขึ้น มักเผลอเปิดน้ำทิ้งไว้จนล้น...ผมต้องติดตั้งลูกลอยให้ปิดเมื่อน้ำใกล้เต็ม
 
 
ต้นไม้...กว่าจะโตก็ต้องผจญกับหนอนและแมลงมากัดกิน หากไม่ใส่ใจไม่กี่วันก็แห้งตาย!



 
 
วันนี้ผมไม่ทำงานที่สวนอู่หลงนะครับ เมื่อวานนี้ปั่น สหัสเดช ไปเยี่ยมชายคนหนึ่งซึ่งเคยช่วยเหลือพาพี่ชายไปโรงพยาบาล ก่อนไปยังห้องผู้ป่วย ผมปั่นจักรยานล้ม ใช้ฝ่ามือซ้ายช่วยยันพื้น แต่หน้าก็ยังกระแทกพื้นคอนกรีตอยู่ดี (โชคดีหัวไม่ฟาด) มีเลือดออกตรงโคนหิ้วโป้งและสะโพกซ้าย รู้สึกเจ็บบริเวณใบหน้าที่กระแทกพื้น แต่ก็ไม่เป็นไร...เพราะไม่ตาย  ไปเยี่ยมเค้าแล้ว...ผมปั่นจักรยานกลับบ้าน เช้านี้รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว ก็เลย take a day off ซะเลย ถือโอกาสเอาเต็นท์เก่าที่คุณป้า Alice ส่งมาให้จาก Canada เมื่อ 30 ปีก่อนออกมาซ่อม...
 
 
 แล้วยังต้องทำขนมปังอีก... 
 

 
Having a day off doesn't mean doing nothing.