Friday, February 06, 2026

เค้กเนยสดแบบง่ายสุด

รู้สึกเสียใจจริง ๆ ที่ตอนแม่ยังมีชีวิต...ผมทำขนมไม่เป็น

คนแก่ชอบกินของหวาน เคยแอบเห็นแม่แอบตักน้ำตาลเข้าปาก มันคืออดีตฝังใจที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ตัวใหม่ได้ ผมอยากจะบอกคนรุ่นใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ค่อยได้ใส่ใจในบิดรมารดาเท่าที่ควร ว่าให้หันไปมองและดูแลท่านให้ดี ๆ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ (เหมือนกับผมที่ต้องเสียใจมาถึงทุกวันนี้)...  
 
 
กว่าจะเรียนรู้และทำขนมปังเป็นก็สายเสียแล้ว มาทำเป็นด้วยการเรียนรู้จาก YouTube ก็เมื่อเหลือแค่ทำให้ตัวเองได้กิน ทำขนมปังอิตาเลียนครั้งนึง กินได้เกือบ 2 อาทิตย์... 
 
 
ทุกครั้งที่กลืนขนมปังหรือเค้กทำเองลงคอ ผมก็มิได้มีความสุขเมื่อคิดว่าไม่มีโอกาสทำให้พ่อแม่กินอย่างที่ผมกิน มิอาจให้อภัยตัวเองได้...
 
 
ทำได้แค่นอนนับเวลานาที...จนกว่าจะถึงเวลาที่สมองหยุดทำงาน
 
 
อย่างไรก็ตาม ตาแก่คนนี้ก็ยังคงทำขนมกินแบบง่าย ๆ โดยใช้อุปกรณ์แค่เพียงโถผสมแป้ง ไม้พาย และเตาอบไฟฟ้าราคาถูกขนาดเล็ก....
 

อย่างเช่นวันนี้ ผมทำเค้กเนยสด (butter cake) แบบง่ายสุด โดยใช้วัตถุดิบแค่เพียง เนยสด 90 กรัม น้ำตาล 60 กรัม ไข่ไก่ 1 ฟอง แป้งเค้ก 80 กรัม ผงฟูครึ่งช้อนชา เกลือ 1/4 ช้อนชา และนมสด 40 กรัม ไม่ต้องมีเครื่องตีแป้ง...ผมใช้แค่มือคน ๆๆๆ
 
 
ใช้เวลาไม่นานครับ ตักใส่พิมพ์ขนมที่มีอยู่แล้วนำเข้าเตาอบ...
 
 
ออกมาแล้ว! เนื้อที่แคบทำให้ไหม้ไปหน่อย...
 
 
 
ไม่เป็นไรครับ จิกเนื้อเค้กส่วนที่ไหม้ออกก็หมดเรื่อง...
 
 
ตัดเป็นชิ้น ๆ 
 

ยิ่งได้ลิ้มรสความอร่อย ก็ยิ่งคิดถึงแม่!

เส้นทางข้างหน้าของตาแก่บ้านห้างฉัตร

ว่าด้วยเรื่องชีวิตใหม่ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ของตาแก่บ้านห้างฉัตร...

 

ยังคงจะท่องเที่ยวและนำประสบการณ์มาเล่ากับเพื่อน ๆ อยู่ เพียงแต่ว่าจะไม่ปั่นจักรยานทางไกลแบบโหด ๆ อีกแล้ว

เจ้าอามุย จักรยานที่ใช้ปั่นไปบางแสน (ถ่ายที่ริมแม่น้ำบางปะกง)

ต้องแสดงความเสียใจกับสหัสเดชกับเจ้ายักษ์ด้วยนะ เพราะคงจะไม่มีโอกาสไปเที่ยวไกล ๆ ด้วยกันอีก ทุกบาททุกสตางค์ที่ลงทุนไปกับการ upgrade ยักษ์ทั้งสองตน ขอปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นประกาศณียบัตรการเรียนรู้เรื่องซ่อมจักรยานก็แล้วกัน...
 
 

 จะยังเหลือเป็น travel sidekick ก็คงมีแต่เจ้า Banian ซึ่งสามารถพับเอาขึ้นรถลงเรือได้...

 

อ่อ...ลืมบอกไปว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 จะเริ่มสอนดนตรีให้เด็กน้อยอนุบาลและประถมที่บ้านห้างฉัตรอีกครั้ง 

เรียนฟรีนะครับ มากันได้เลย!

กลับคืนสู่เตาอั้งโล่ยุคพ่อยุคแม่

ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ตาแก่เมืองรถม้าขอตั้งต้นชีวิตใหม่ เป็นชีวิตที่ปล่อยวางแลเตรียมพร้อมที่จะจากโลกนี้ไป...
 

เห็นรูปเด็ก ๆ ซึ่งปัจจุบันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่หนุ่มสาวกันหมดแล้ว หันมาดูตัวเอง...จะไม่ให้ปลงในสังขารและเวลาที่ยังพอจะยังอยู่เห็นโลกได้ฤา? 
 
 
ท้องฟ้าเหนือห้างฉัตรนครวันนี้ดูสดใสไร้เมฆ ทว่าดอยขุนตานเริ่มถูกบดบัง ปริมาณฝุ่นควันกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ คิดว่าอีกไม่นานคงมองไ่ม่เห็นยอดดอย!! 
 
 
เมื่อภัยพิบัติมาเยือน อาจทำให้ขาดน้ำขาดไฟและขาดแก๊สหุงต้ม วันนี้ผมเตรียมซ้อมการหุงต้มแบบที่รุ่นพ่อรุ่นแม่ทำกัน โดยใช้เตาอั้งโล่และเก็บเศษกระดาษและเศษไม้มาเป็นเชื้อเพลิง อาจทำให้เกิดควันบ้างนิดหน่อยก็ต้องขออภัย... 
 
 
เหมือนกับการทำความสะอาดพื้นที่บนดาดฟ้า โดยเก็บกวาดเอาขยะมาใช้ 
 
 
กระดาษโน้ต Bridge over troubled water เอามาทำเป็นพัด...โบกให้ไฟลุก
 
 
  
นำกระทะเหล็กมาใช้ ทำให้ง่ายต่อการทำอาหาร...

 
นึกอยากกินผัดกะเพราไข่ดาว...เก็บเอาใบกะเพราใกล้มือนี่แหละ


 
ไม่ต้องหาอะไรมาเพิ่มเพื่อให้ครบสูตร ใช้แค่วัตถุดิบที่มีอยู่ก็พอ...
 
 
ควันมีไม่มากครับ กระทะร้อนแล้วรีบลงมือทำเลย


ทอดไข่ทีเดียวสองฟองเลย...
 

นี่ครับ...อาหารมื้อเพล เอ้ย มือกลางวัน ข้าวกล้องพูนจาน...ผมต้องกินเยอะหน่อย เพราะกินหนักแค่มือเดียว (มื้อเช้ากินน้อยมาก)
 
 
กินอิ่มแล้วยังเหลือกับข้าวอีกครึ่งนึง เอาไว้กินพรุ่งนี้ได้อีก...
 

ไม่อดตายแน่ ถ้าต้องเผชิญกับภัยพิบัติ...

Sunday, February 01, 2026

สองสัปดาห์สุดท้าย

พื่อน ๆ ที่รักครับ... ผมขอเวลาอีกไม่นานที่จะทำให้ bucket list ของผมว่างเปล่า 
 

หลังจากจุดหมายอื่น ๆ ถูกทำให้สำเร็จแล้ว ตอนนี้เหลือป้ายอีกแค่แผ่นเดียวคือ ทุ่งไหหิน (Plain of jars) ซึ่งรอให้ผมดึงออกมาจากถัง...
 
 
ด้วยเหตุที่ว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป ผมอยากเปลี่ยนการใช้ชีวิตใหม่ ไม่ต้องการผจญภัย ไม่อยากเผชิญกับความหนาวเหน็บ ความอ่อนล้า และเสี่ยงภัยในทุก ๆ สถานการณ์บนเส้นทางของการเดินทางไกลอีกต่อไป  ขอเหลือแค่เพียง "The Final Trip" ไว้ก้นถัง เมื่อถึงวันที่ต้องการจากโลกนี้ไปโดยลำพัง ก็คว่ำถังได้เลย
 
 
ทุ่งไหหิน (Plain of jars) ความจริงก็ใช่ว่าจะสำคัญถึงกับจะต้องไปให้ได้ แต่ชื่อนี้ยังคงติดค้างอยู่ในสมองของตาแก่บ้านห้างฉัตร (เช่นเดียวกับเวียงลอก่อนหน้านี้) เคยเขียนถึงทุ่งไหหินตั้งแต่ 6-7 ปีที่แล้วว่า อยากไปทุ่งไหหิน (16 ตุลาคม 2562) จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ผมก็ออกเดินทาง ดังที่ได้เขียนลงบล็อกไว้ว่า FB Trip ไปทุ่งไหหิน - เตรียมตัว FB Trip ไปทุ่งไหหิน - ที่พักเมืองน่าน FB Trip ไปทุ่งไหหิน - ไปบ้านปอน ผมกับเจ้า Banian ไปถึงด่านห้วยโก๋นแล้ว แต่ถูกห้ามไม่ให้นำจักรยานเข้าไปยัง สปป.ลาว ทำได้แค่ขออาศัยรถคนไทยเข้าไปนอนอยู่ที่เมืองหงสา 1 คืนแล้วนั่งรถโดยสารกลับมาหาเจ้า Banian ที่นอนรออยู่ที่ด่านไทย... 
 
 
จริง ๆ แล้วมีเวลาแค่เพียง 2 สัปดาห์ ที่จะทำให้ bucket list ว่างเปล่า เพราะวันที่ 4 ผมต้องไปหาหมอฟ้น วันที่ 8 ไปหย่อนบัตร และวันที่ 23 ไปหาหมอที่โรงพยาบาลตามนัด จากนั้นจะไม่มีเวลาให้กับการผจญภัยแบบเดิมอีกต่อไป 
 
 
ไม่แน่ใจว่า 2 สัปดาห์สุดท้าย ผมจะลบ "ทุ่งไหหิน" ออกจาก bucket list ได้หรือเปล่า? ถ้าไม่ได้ก็ OK ครับ!

Friday, January 16, 2026

ป๋าต๊ะ - วัดพระธาตุปางม่วง จ.ลำปาง

"ป๋าต๊ะ" เป็นคำที่ชาวล้านนาเรียก "รอยพระพุทธบาท"  (ฮอยตีนพระเจ้า) คือรอยประทับฝ่าเท้าหรือฝ่าเท้าของพระพุทธเจ้า 

รอยพระพุทธบาท แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ...
1) รอยพระพุทธบาทที่เป็นบริโภคเจดีย์ ได้แก่รอยพระบาทที่พระพุทธเจ้าทรงอธิษฐานประทับไว้ด้วยพระองค์เอง 
2) รอยพระพุทธบาทที่เป็นอุทเทสิกเจดีย์ ได้แก่รอยพระพุทธบาทที่เหล่าพุทธศาสนิกชนสร้างขึ้นหลังพุทธกาลด้วยวัสดุต่างๆ เช่น หิน ศิลาแล ไม้ เป็นต้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเป็นสิ่งเคารพบูชาแทนพระพุทธเจ้า  
 
 
ที่วัดปางม่วงก็มี "ป๋าต๊ะ" หรือรอยพระพุทธบาท (2) เช่นกันครับ อยู่ไม่ไกลจากอุโบสถ (1) เดินขึ้นเนินไปอีกนิดเดียว... 
 

  
เพื่อน ๆ เดินขึ้นบันไดไปนะ...ไม่ไกลหรอก! 
 
 
 
 

 
 
ยังไม่ทันเหนือยก็ถึงแล้ว...
 

เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...


 
 


 

 
 

 
 

โยนักกะ ปุเล ป๋าต๊ะ วะรัง อะหัง วันตามิ สัปป๊ะตา