"อนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก" (เรียกสั้น ๆ ว่า "บ้านเกิดฯ") คือจุดหมายที่ประสงค์จะไปเยือน หากจำไม่ผิด คิดว่า "คุณเก่ง" เจ้าของโฮสเทลเป็นคนแนะนำให้ตาแก่บ้านห้างฉัตรยกจักรยานข้ามทางรถไฟ แล้วปั่นจักรยานไปตามทางหลวงชนบท 2014 ระยะทางประมาณ 5-6 กิโลเมตร...
เริ่มเดินทางออกจากสถานีรถไฟพิชัยประมาณเที่ยงวัน มองดูท้องฟ้าสดใส..ในขณะที่แดดร้อนเปรี้ยง รู้นะว่ามีคนมองอยู่ด้วยความเป็นห่วง แต่ผมก็มุ่งมั่นที่จะปั่นจักรยานไปบ้านเกิดฯ ให้ได้ จากชานชาลาสถานีฯ ทั้งยกทั้งจูงเจ้า Banain ข้ามรางรถไฟมายังฝั่งตรงข้าม (1)
w.jpg)
พอพ้นทางรถไฟ... ก็เห็นเพิงขายกล้วยทอด (2) ตั้งอยู่ด้านขวามือ
.jpg)
ยังไม่ได้กินมื้อกลางวัน แม้ยังไม่หิว...ผมคิดว่าน่าจะมีอะไรกินรองท้องไปก่อน แล้วค่อยไปหากินตามร้านรวงริมทาง กล้วยแขกหมดแล้ว (กำลังทอดเพิ่ม) เหลือแต่ขนมไข่หงส์หรือที่ทางบ้านเรียก "อีตุย" ผมขอซื้อ 1 ถุง (25 บาท) มิสเตอร์ AI อธิบายว่า...
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง "ขนมไข่หงส์" และ "ขนมอีตุย"แม้หลายคนจะเรียกชื่อสลับกันหรือใช้เรียกขนมลักษณะเดียวกัน แต่ในบางท้องถิ่น (เช่น แถบลาดหญ้า กาญจนบุรี หรือทางภาคเหนือ) มีการแยกความแตกต่างเล็กน้อย คือขนมไข่หงส์มักเป็นลูกขนาดเล็กกว่า ผิวนอกเคลือบด้วยเกล็ดน้ำตาลทรายสีขาวรสหวาน ไส้ข้างในนิยมทำเป็นไส้เค็ม (รสชาติเผ็ดพริกไทยเกลือ) ส่วนขนมอีตุยนั้นลูกใหญ่กว่า ไม่ได้เคลือบน้ำตาลที่ผิว บางสูตรอาจคลุกด้วยงาขาวงาดำ และไส้ข้างในนิยมเป็นไส้หวาน (เช่น ไส้ถั่วกวนหวานมัน) ส่วนประกอบหลักคือแป้งและไส้ขนม ใช้แป้งข้าวเหนียวผสมแป้งข้าวเจ้า (บางสูตรใส่มันเทศนึ่งบดเพิ่มความนุ่ม) นวดกับน้ำอุ่นจนเนียน ไส้ขนมก็นำถั่วเขียวซีกนึ่งสุกมาบดแล้วกวนกับน้ำตาล กะทิ หรือเกลือและพริกไทย (ขึ้นอยู่กับว่าเป็นไส้หวานหรือไส้เค็ม) ปั้นแป้งหุ้มไส้ให้มิด นำลงทอดในน้ำมันไฟกลางค่อนอ่อนจนสุกพองกรอบ
.jpg)
แม่ค้าซึ่งผันตัวเองจากช่างเสริมสวนมาทอดกล้วยแขกบอกว่าขนมที่นี่ไม่เหมือนใครเพราะใช้แป้งสด...
.jpg)
ยังแนะนำด้วยว่ามีร้านอาหารตามสั่งตั้งอยู่หน้าปากทางเข้าบ้านเกิดฯ
-Recovered.jpg)
w.jpg)
w.jpg)
.jpg)
w.jpg)
w.jpg)
w.jpg)
w.jpg)

.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
w.jpg)
.jpg)
.jpg)


.jpg)
.jpg)
.jpg)








