Friday, September 04, 2026

Sail Along Silv'ry Moon

 

วันนี้อยากให้เพื่อน ๆ ฟังเพลง Sail Along Silv'ry Moon ครับ...
 
ภาพจาก th.yamaha.com - ขอขอบคุณ
 
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี กล่าวว่า...
"Sail Along, Silv'ry Moon" is a song written by Harry Tobias and Percy Wenrich in 1937 and performed by Bing Crosby. It reached #4 on the U.S. pop chart in 1937. Outside of the US, the song peaked at #1 in Canada, Germany and Norway. 
เป็นเพลงเก่าที่มีท่วงทำนองเรียบง่าย ใช้คอร์ดเพียงไม่กี่คอร์ด (ฟังไม่กี่ครั้งก็จำได้) เพราะจริง ๆ เมื่อได้ฟังอาจารย์ ผศ.ณรงค์ บรรเลงผ่าน digital saxophone...
 
 
 
Sail along, silvery moon
Trail along lover's lane
Sail along, silvery moon
To my love again

In the glow of your light
Let me see her tonight
Once again, hold her tight
Back in lover's lane

And then the whole world will seem brighter
As we stroll hand in hand
Two blue hearts will seem lighter
You understand

Sail along silvery moon
Trail along lover's lane
Sail along, silvery moon
To my love again
 
พูดถึงดวงจันทร์   เมื่อ 57 ปีที่แล้ว...ผมเคยเขียนว่า "Apollo 11 * ลงดวงจันทร์ ก้าวใหม่ใน วทก. และเพื่อนใหม่...เครื่องดนตรีใหม่"
 
 
เครื่องดนตรีใหม่...  ใช่แล้ว ผมไม่เคยอยู่ห่างจากห้องซ้อมดนตรี! 
...................................................................... 
อะพอลโล 11 คือภารกิจอวกาศของ NASA ที่นำมนุษย์เดินทางไปลงจอดและเดินบนดวงจันทร์ได้เป็นครั้งแรกของโลก ระหว่างวันที่ 16-24 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 (วิกิพีเดีย)

Thursday, September 03, 2026

needless to strive

 
นั่งนับวันรอฟื้นจากอาการเจ็บป่วย...ผมคิดถึง "อามุย" จักรยานที่เคยเอาไปปั่นในกรุงเทพฯ ในสมัยที่ยังใช้กล้องฟิล์มเก็บภาพขาวดำ... 
 
"เจ้าอามุย" ปั่นไปดูโรงเรียนประสาทวิทยาอนุชน ท่าพระ บางกอกใหญ่ (เรียน ป.1-ป 2.)
 
เจ้าอามุยถูกนำกลับมาทำหน้าที่พาพี่ชายปั่นจากบ้านพระบาทไปสอนหนังสือวันละ 10 กิโลเมตร ก่อนที่จะให้เค้าไป... 
 

เพื่อน ๆ ที่รักครับ แม้ว่าร่างกายผมจะทรุดโทรมลงเพียงใด ก็ยังคงไม่เลิกปั่นจักรยานอยู่ดี ตอนนี้ปลดระวางจักรยาน 3 คันคือเจ้า Champ, Bruiser และสหัสเดชไปแล้ว ยังเหลือ Banian และเจ้ายักษ์ที่จะรับหน้าที่พาผมท่องโลกต่อไป (เลียนแบบคุณตาที่ผมชื่นชอบ)...
 
ภาพจาก Pinterest - ขอขอบคุณ
 
พักนี้มีผู้ที่จากโลกนี้ไปอย่างน่าใจหาย บางคนเป็นนักเดินทาง หรือไม่ก็เป็นผู้ที่รู้จักกันดีในสื่อออนไลน์ แต่ผมคิดว่าคนไทยคนหนึ่งซึ่งเคยทำเว็บและปั่นจักรยานไปมอบสิ่งของให้เด็ก ๆ อาจจะถูกลืมไปแล้ว...

 
ปัจจุบันบนถนนหลวงเมืองไทยไม่มีความปลอดภัยให้ใครทั้งนั้น ต่างกับสมัยก่อนที่วงจรชีวิตไม่เร่งรีบสับสน เห็นได้จากภาพซึ่งผมบันทึกไว้ด้วยกล้องฟิล์มเมื่อหลายสิบปีก่อน... 
 
ยามเช้าหน้าหนาว บนสะพานนวรัฐ เชียงใหม่

กลางทุ่งนาบริเวณใกล้สถานทูตเมกาปัจจุบ้น

  
 
ผมอยู่มานานเกินพอแล้ว ได้ดูโลกมาก็ไม่น้อย แม้แต่ผลพวงจากความโหดร้ายของมนุษย์ที่ทุ่งสังหาร กัมพูชา ก็ได้เห็น
  




ยังจะมีอะไรให้ต้องไขว่คว้าอีกล่ะ?

ครูแต้มแวะมา

มื่อวานนี้...บ้านห้างฉัตรได้รับการมาเยือนของท่านอาจารย์ ผศ.ณรงค์ มาเล่นดนตรีด้วยกัน
 

วันนี้เวลาประมาณบ่าย 2 โมง "ครูแต้ม" เจ้าของโรงเรียนดนตรีธีรดามิวสิก (ลูกศิษย์ของ อจ.ณรงค์ ที่ ม.ราชภัฏ) ก็เป็นอีกคนหนึ่งซึ่งขับรถไฟฟ้าป้ายแดงกลับจากเชียงใหม่มาแวะหาตาแก่บ้านห้างฉัตร...
 
 
 
 
ซื้อของมาฝากด้วย...เยอะแยะเลย!!
 
  
 
มีทั้งอะโวคาโด บัวหิมะ กระเทียมโทน และเครื่องดื่มอีก 3 ขวด... 
 
 
ตาแก่ก็ให้พรแบบคนเก่าคนแก่ไม่เป็น ขอตั้งจิตอนุโมทนาขอความดีที่ครูแต้มกระทำมาโดยตลอดได้ส่งผลอานิสงส์เป็นเสมือนเกราะกำบังให้พ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง ขอสาวน้อยจงมีสุขภาพที่แข็งแรง (ดูก็รู้ว่าสมบูรณ์...อิอิ) และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตลอดไปด้วยเทอญ 
 
  
 
ขออนุญาตขอบคุณแลให้พรผ่านบล็อกนะครับ...

หนึ่งชั่วยามแห่งความสุข

ล่นดนตรีมีแต่ความสุขใจทั้งผู้บรรเลงและผู้ฟัง...
 
ภาพจาก YouTube - ขอขอบคุณ

เมื่อวันวาน...อาจารย์ ผศ.ณรงค์ให้เกียรติตาแก่บ้านห้างฉัตร ขับรถมาจากบ้านวัดพระแก้วฯ กว่า 10 กิโลเมตร มาเล่นดนตรีด้วยกัน! ผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ขออนุญาตโพสต์รูปเก่าตอนเล่นดนตรีด้วยกันนานแล้วที่กาดกองต้า
 
 
เป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนแก่สองคนจะหาได้ภายในหนึ่งชั่วยาม เมื่อเราได้เล่นเพลงเก่า ๆ ร้องเพลงยุค '60-'70 และได้คุยกันเรื่องการดำรงชีวิตบั้นปลาย ความตาย ฯลฯ   AI บอกว่า....
ชั่วยาม คือ หน่วยเวลาโบราณของจีน (เรียกว่า สือเฉิน หรือ 时辰) โดยคนโบราณแบ่งเวลา 1 วัน (24 ชั่วโมง)  ออกเป็น 12 ชั่วยาม ทำให้ 1 ชั่วยาม มีค่าเท่ากับ 2 ชั่วโมง ในเวลาปัจจุบัน 
ตอนมาถึงอาจารย์ณรงค์ถามว่ามีสวนมิใช่หรือ? แล้วมอบ "ตอก" ที่ซื้อติดมือมาให้ไปใช้มัดงานต่าง ๆ ผมรู้สึกยินดีมากที่ได้เห็นวัสดุจากธรรมชาติซึ่งปัจจุบันถูกทดแทนด้วยสายพลาสติกและหนังยางจนหมดแล้ว ตอกคืออะไร? เจ้า AI ตอบว่า... 
ไม้ตอก (คำนาม) ความหมาย: คือไม้ไผ่ที่นำมาผ่าและเหลาให้เป็นเส้นยาว แบน และบาง การใช้งาน: ใช้สำหรับมัดสิ่งของ เช่น มัดตับจากมุงหลังคา มัดข้าวต้มมัด หรือนำมาสานเป็นเครื่องจักสานต่าง ๆ เช่น กระติบข้าว กระด้ง และตะกร้าสำนวนไทย: คำว่า "สิ้นไร้ไม้ตอก" หมายถึง ยากจนข้นแค้น ไม่มีอะไรเหลือเลย แม้กระทั่งไม้ตอกที่จะเอาไว้มัดของก็ไม่มี

ที่อาจารย์ณรงค์ซื้อมามัดใหญ่กว่านี้ ผมขอแบ่งไว้ใช้เพียง 1/3 ก็พอ ขอบคุณครับ! 


นอกจากนั้นยังนำกล้วยหวีใหญ่และข้าวแตนมาฝาก.... 


กล้วยมีประโยชน์มากสำหรับตาแก่บ้านห้างฉัตร ลูกใหญ่ ๆ อย่างนี้หากกินไม่ทัน ที่สุกงอมก็เอาไปทำเค้กกล้วยน้ำว้าได้...

 
หลังจากซมอยู่กับอาการเจ็บไข้ได้ป่วย..วันนี้เริ่มรู้ว่าร่างกายดีขึ้นบ้างแล้ว ความคิดที่จะเดินทางผุดขึ้นมาทันที ผมตักนมผงและเมล็ดทานตะวันอบใส่ถุง เพื่อเป็นเสบียงในการเดินทางโดยไม่รีรอ! 
 
 
เจ้า Banian กับเจ้ายักษ์ ดูเหมือนจะสัมผัสความรู้สึกของผมได้ ต่างคนต่างกระตือรือร้นที่จะทำหน้าที่ผู้นำทาง...
 
  

ตาแก่บ้านห้างฉัตรยังคงไม่ยอมแพ้ (never be defeated) ครับ!

ซ่อมสว่านไฟฟ้าไร้สาย


ปีที่แล้ว ช่างเหอะเคยเขียนเรื่อง "ซ่อมแบตฯ สว่านไร้สาย" บอกว่าต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ 18650 หนึ่งก้อน (15 บาท)...
 
 
  
ใช้งานมาหนึ่งปี เสียอีกแล้ว...อาการเดิมคือ แบตเตอรี่เก็บไฟไม่ได้ ผมพยายามซ่อมด้วยการเปลี่ยนแบตฯ18650 อีก แต่จนด้วยเกล้า...ไม่มีหัวแร้งหรือ spot welder ที่จะเชื่อมต่อวงจรให้มันกลับมาใช้งานได้
 
 
ในที่สุดก็ต้องยุติการซ่อม แล้วสั่งแบตเตอรี่สำเร็จมาใช้ ก่อนสั่งต้องตรวจสอบให้ดี ถึงขนาด (??) ที่ทำให้ใช้แทนได้... 
 
 
ราคาแพงกว่าเดิม คือ 151 บาท ได้สินค้ามาแล้วก็ลองใช้งานทันที...  OK ครับ!

 
ต้องชาร์จไฟให้เต็มก่อนนำสว่านไปใช้งาน เค้าไม่มี charger ให้มา แต่ผมมีอยู่แล้ว เอามาใช้ได้เลย... 


การซ่อมครั้งนี้บอกว่าอย่า "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย"

Monday, August 31, 2026

ซ่อมเครื่องทำน้ำแข็ง

วันก่อนนึกอยากกินกาแฟเย็น ผมขุดเอาเครื่องทำน้ำแข็ง (ice maker) เก่าแก่ออกมา... 
 
 
ไม่ได้ใช้งานมาหลายปี เปิดเครื่องแล้วไฟเข้า ดูเหมือนว่ามันพร้อมที่จะผลิตน้ำแข็งให้กินแล้วล่ะ แต่ขบวนการผลิตเริ่มได้นิดเดียวก็หยุด มีน้ำไหลออกมาจากฐานเครื่อง เครื่องทำน้ำแข็งใช้ไม่ได้ซะแล้ว! เรื่องซ่อมต้องเป็นหน้าที่ของช่างเหอะอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ใช้เพียงไขควงแฉกและกรรไกร แกรื้อฝาครอบออกเพื่อหาจุดที่น้ำรั่ว ดีหน่อยที่เป็นเรื่องของน้ำ ไม่เกี่ยวกับระบบไฟ น้ำถูกสูบจากถังเก็บน้ำขึ้นไปจ่ายให้กับระบบผลิตก้อนน้ำแข็ง ปรากฏว่าสายยางติดเครื่องมาไม่มีคุณภาพ ใช้งานไม่นานก็กรอบและแตกหัก อย่างที่เห็นในภาพ...
 
 
 
 
การซ่อมจึงไม่ยาก พอดีมีสายสำรองที่ซื้อมาใช้กับเครื่องกรองน้ำเหลืออยู่ ตัดแบ่งมาใช้ได้เลย ปลายข้างหนึ่ง (T1) ต่อเข้ากับรูดูดน้ำจากถังเก็บ 
 
 
 
 
ปลายสายตรงช้าม (T2) สอดผ่านขี้นไปข้างบน เสียบกับรูส่งน้ำเข้าไปยังถ้งทำน้ำแข็ง... 
 
 
 
 
 
หลักการผลิตน้ำแข็งไม่ซับซ้อน น้ำที่ออกจาก T2 จะถูกฉีดลงไปในอ่าง (1) จนได้ระดับท่วมหัวทำน้ำแข็งจำนวน 7 หัว คอมเพรสเซอร์ตัวเล็กที่อยู่ข้างใต้จะอัดน้ำยาผ่านท่อทำความเย็นที่เห็น (2) เกิดความเย็นที่หัวทำน้ำแข็ง เปลี่ยนสภาพน้ำที่แช่อยู่ให้เกาะตัวเป็นก้อนน้ำแข็ง
 
 
 
สายส่งน้ำดี...การทำงานก็เป็นไปตามขั้นตอน  ได้ก้อนน้ำแข็งแล้วก็มีกลไกส่งออกมาไว้ในตะกร้า..
 
 
คอยส์ร้อนนำน้ำยามาผ่านพัดลม ทุกอย่างทำงานตามปกติ เครื่องเดินเงียบ! 
 
 
เรียบร้อยแล้วก็ประกอบเครื่องกลับเข้าที่...
 

เปลี่ยนน้ำใหม่ แล้วลองเครื่องอีกครั้ง โอครับ...ได้น้ำแข็งออกมาน่ากิน


มีน้ำแข็งแล้ว เพื่อน ๆ ดื่ม เอสเพรสโซ่ (Espresso) เย็นสักแก้วมั้ยครับ?