Wednesday, August 12, 2026

Not yet... but it won't be long!

ภาพ captured จากข่าวใน YouTube - ขอขอบคุณ
าพความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูดที่โคลอมเบียเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ทำให้ผมต้องหันมาพิจารณาตนเอง...  

ภาพ captured จากข่าวใน YouTube - ขอขอบคุณ

ทุกวันนี้ผมอาศัยนอนอยู่บนชั้นสองของอาคารพาณิชย์ริมทางหลวงหมายเลข 1 


ในวันที่แผ่นดินไหวในพม่าจนตึก สตง. ถล่ม ผมนั่งอยู่บนเตียงนอนที่ชั้นสี่ เป็นสัมผัสครั้งแรกกับการไหวที่รุนแรงที่สุด ครั้งนั้นมันมิใช่แผ่นดินไหวโดยตรงที่บ้าน แต่มันทำให้ผมมีคำถามว่าหากเกิดแผ่นดินไหวตามแนวรอยเลื่อนใกล้บ้าน อย่างเช่น รอยเลื่อนแม่ทาหรือรอยเลื่อนเชียงราย รุนแรงมาก ๆ อาคารบ้านห้างฉัตรจะยังคงตั้งอยู่ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่??
 
ภาพจาก Facebook ฮาลำพูน - ขอขอบคุณ
 
หากนอนอยู่ที่สวนอู่หลง เกิดแผ่นดินไหวหนักแค่ไหน อย่างมากผมก็คงล้มกลิ้งลงกับพื้น ไม่มีเศษอิฐเศษปูนตกลงหัว ไม่มีผนังล้มทับ!!
 
 
 
และถ้าวันนั้นหากยังมีเจ้าหมาดื้ออยู่ด้วย คงจะคว้าเข้ามากอดไว้แนบอก....
 

ต่อจากนี้...คิดว่าภัยพิบัติจะมีมากและรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน ถามว่ากลัวมั้ย? ตอบได้ว่า "ไม่กลัว" (จริง ๆ นะครับ ผมมิได้เสแสร้ง) อยากเห็นด้วยซ้ำว่า coda บทเพลงชีวิตท่อนสุดท้ายของผมจะเป็นเช่นไร!   การนอนติดเตียง มีสายสวนเข้าท่อปัสสาวะ สายยางสอดเข้ารูจมูกลงไปในกระเพาะอาหาร หรือต้องคาบท่อออกซิเจน ผมไม่ขอรับสภาพใด ๆ ทั้งสิ้น เห็นความตายมามากแล้วครับ เห็นจนไม่รู้สึกกลัว... 
 

ไม่มีอะไรเป็นของตนตลอดกาล อยากถามสหัสเดชจังเลยว่าถ้าไม่มีตาแก่คนนี้แล้ว เจ้าอยากไปอยู่กับใคร?
 
 
แม้ว่า fully-loaded bikepacking ได้เตรียมเสบียงไว้แล้ว แต่ร่างกายยังไม่พร้อมครับ ยังพาเจ้ายักษ์ ้hit the road ไม่ได้!!


 
มือเหี่ยว ๆ ของผมยังจับกุมแฮนด์รถไม่ได้...
 
 
  
เห็นภาพของพี่และเพื่อนผู้จากไป...  
 
 
 
 
คิดถึงคำพูดของ จูบา บอกกับ แม็กซิมัส ผู้จากไปว่า "I will see you again, but not yet...not yet". 
 
ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ

Monday, August 10, 2026

เลือกสูบลม (air pump) ให้เจ้ายักษ์

ยากรณ์อากาศบอกว่าตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 16 ฝนจะน้อยลง...ผมน่าจะออกเดินทางได้แล้วมั้ง? (หุยฮา)
 
ภาพซากรถริมกำแพง - ถ่ายที่ลพบุรีนานมาแล้ว
 
จริง ๆ แล้วผมก็อยากเก็บตัวอยู่ที่บ้านมากกว่า แต่ยิ่งอยู่ยิ่งซึมเศร้า ความเกลียดชังสังคมยุคที่มือใครยาวสาวได้สาวเอาก็ยิ่งทวีมีมากขึ้น การได้ปั่นจักรยานออกจากบ้านไป ค่ำไหนนอนนั่น น่าจะเป็นการเยียวยาอาการโคลงเคลง ๆ ได้ เคยอาศัยนอนในศาลาเบื้องหน้าองค์พระปฏิมา...ผมหลับสบาย ไม่ฝัน ไม่สะดุ้งตื่นกลางดึก เช้ามาสมองผ่องใสไร้อาการโคลงเคลง...
 

คิดถึงพี่ชาย พี่เค้าสบายไปแล้ว ความทุกขเวทนาหายสิ้นเมื่อหยุดหายใจ!  บนเก้าอี้ตัวนี้...ผมยังคงต้องนั่งกินอาหารเพื่อยังชีพให้อยู่ต่อไป 
 
 
 
พูดถึงเรื่องปั่นจักรยานท่องโลก อิจฉาคุณปู่ที่เห็นในภาพจังเลย..
 
ภาพจาก IG - ขอขอบคุณ
 
เดินทางมาก็ไม่น้อย...แต่ผมยังไม่เคยปั่นจักรยานแบบ Fully Loaded เลย!

ภาพจาก IG - ขอขอบคุณ

แต่ก่อนประมาท นึกอยากจะไปก็ไป ไม่สนใจเรื่องความปลอดภัยหรือกระหายหิว ปั่นเจ้า Banian (ป้ายแดง) ไป สปป.ลาว มีแค่เป้ใบเล็กกับอาหารและน้ำไม่เพียงพอ ในที่สุดก็ไปไม่ถึงจุดหมาย!!
 

เริ่มจัดสัมภาระให้เจ้ายักษ์แบบจัดเต็ม ลองดู! ทำไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้ไปไหนก็ขอแค่เห็นเวลาเดินผ่านไปมา เอาถุงนอน (1) และเต็นท์ (2) ใส่กระเป๋าสองชั้นด้านบนได้พอดีเลย
 
 
 
ยังมีที่ว่างใส่ของได้อีกเยอะ (3 4 5 6 7) ส่วนนึงสำหรับเครื่องมือจักรยาน เช้านี้ผมต้องชั่งใจว่าจะนำสูบลม (air pump) ตัวไหนไปด้วย? ไม่อยากใช้สูบลมเสียง่ายแล้วประสบปัญหายางแบนแบบบนทางหลวงหมายเลข 120 (the unforgettable route)  
 
 
มีสูบลมให้เลือก 2 ตัว คือ (1) ใช้แบตเตอรี่ น้ำหนัก 450 กรัม และ (2) แบบใช้เท้าเหยียบ น้ำหนัก 350 กรัม.. 
 
 
เลือกตัวไหนดีน้า??? 

Saturday, August 08, 2026

ผมไม่ใช่ผ้าขี้ริ้วห่อทอง

มีชาวบ้านบางคน คิดว่าตาแก่บ้านห้างฉัตรมีเงินมีทอง บ้างก็ว่าเป็นผ้าขึ้ริ้วห่อทอง หุหุ 
 
 
Facebook "ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น" อธิบายว่า...
ผ้าขี้ริ้วห่อทอง สุภาษิตไทย ตรงกับภาษาปะกิตว่า You can't judge a book by its cover  ซึ่งแปลว่าเราไม่ควรตัดสินว่าหนังสือจะดีหรือไม่ดีจากแค่หน้าปก
จริง ๆ แล้ว...ผมมิใช่ผ้าขี้ริ้วห่อทองหรอกครับ ทองคำแม้เท่าหนวดกุ้งก็ไม่มีจะให้ห่อ  ตาแก่บ้านห้างฉัตรอาจมีบ้าน มีที่ดิน มีสมบัติราคาไม่แพง อันเป็นปัจจัยในชีวิต แต่ก็หาได้มีรายได้พอที่จะอยู่ได้แบบทั้งกินทั้งเที่ยวและซื้อของแพง ๆ อย่างคนทั่วไป!  ถ้าจะเที่ยวก็แบบประหยัดสุด ๆ
 
 
อาหารก็ไม่ต้องไปนั่งกินตามเหลา เพราะทำกินเอง ขนมปังทำครั้งนึงกินได้ 1 สัปดาห์++  (แกงเผ็ดโปรตีนเกษตรหม้อนึง 5 มื้อ ไม่นับผัดโปรตีนเกษตรคลุกเม็ดพริกไทยแบบเนื้อสวรรค์ และของหวานล้างปากอย่างเช่นข้าวเหนียวดำ...)
 
 
อ่อ...วันนี้ยังไม่ไปวัดเวฬุวนาราม (เพราะยังไม่พร้อม)  กำลังคิดว่าจะไม่พาเจ้า Banian จักรยานพับล้อ 20 นิ้วขึ้นรถไฟไปลงสถานีแม่ทะหรือสถานีศาลาผาลาดแล้วปั่น 10 กิโลเมตรไปวัดเวฬุฯ  อยากจะปั่นเจ้ายักษ์จากบ้านห้างฉัตรไปเลยล่ะ ไม่รู้ว่าหลวงพ่อท่านจะให้นอนในวิหารศาลาหลังใหญ่เหมือนเดิมหรือเปล่า?
 

นอนง่าย...กินง่าย ไม่ต้องเป็นภาระแต่อย่างใด เช้านี้ผมตัดผมตัวเองให้สั้นกว่าเดิม...
 
 
เมื่อเป็นหนุ่ม...ผมดกดำ บางครั้งก็ไว้ทรงสี่เต่าทอง อาจารย์อำนาจ ทองปั้น วิทยาลัยเทคนิคภาพพายัพ (เรียนอยู่ปี 2509 - 2512) เรียกผมว่า "ไอ้หมาจู" 
 
 
ตอนบรรพชาที่วัดป่าเลไลยก์ สุพรรณบุรี ก็ไว้ผมยาวอย่างที่เห็น... 
 
 
ผมยาวมัดจุกก็เคยนะ...
 
 
เลิกเข้าร้านตัดผมมานานนนน... (จนลืมไปแล้ว) ไม่สนใจว่าจะต้องหล่อหรือดูดี ผมซื้อปัตตาเลี่ยนตัวเล็ก ๆ ติดตัวไว้ตัดผมตัวเองและโกนหนวด  ไม่ต้องไส่การ์ดหรือหวีและไม่ต้องส่องกระจก แค่จับเจ้าตัวเล็กถูไถไปบนหัวตามชอบใจ คิดในใจว่าแม้จะแหว่งหรือดูน่าเกลียด ใครจะมาสนใจ...แค่ตาแก่คนนึงเท่านั้น
 
 
ไม่ต้องเสียค่าตัดผม ไม่ต้องซื้อเครื่องสำอางค์ใด ๆ ประหยัดได้หลายอัฐ ทำไมผมจะอยู่ไม่ได้ แม้แต่สบู่หอมก้อนใหญ่ที่น้องส่งมาให้ ก็ใช้จนแทบละลายหายไปทั้งก้อน (ฮา) 

ไม่ใช่ผ้าขี้ริ้วห่อทอง แต่ผมใช้ชีวิตเช่นนี้...ถึงได้ไม่กลัวความจนงัยล่ะ

Friday, August 07, 2026

โคลงเคลง ๆ

ะลอการเดินทางสู่วิเวกไว้ก่อน! ตื่นมาเช้านี้ด้วยอากาศโซซัดโซเซ ตาแก่บ้านห้างฉัตรยังหาความสมดุลในทุกย่างก้าวมิได้!!
 
 
ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น แต่ก็ยังอดคิดถึงเพื่อน ๆ มิได้ ถ้าหายไปดื้อ ๆ ผู้ที่เคยเห็นผมในโลกออนไลน์กว่าล้าน...เอ้ย...สิบกว่าคนจะคิดอย่างไร?? ผมก็เลยเขียนบล็อกต่อด้วยความสังเวชในตัวเอง ทุกเช้าได้เห็น Bruser กับ สหัสเดช ซึ่งได้รับการปลดระวางแล้ว...รู้สึกหดหู่ ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี?
 
 
ขึ้นมาชั้นสี่...นั่งบนเก้าอี้ที่เคยมีอู่หลงหมอบอยู่ใกล้ ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกับนั่งอยู่ในเรือล่องลอยอยู่ในทะเลอันอ้างว้าง...โคลงเคลง ๆ!!  
 
 
ซักผ้าขึ้นไปตากบนดาดฟ้า...
 
 
ตอนนี้เหลือต้นไม้นิดเดียว นอกนั้นลำเลียงไปไว้ที่สวนอู่หลงหมดแล้ว 
 

ยังฝันถึงคนตายอยู่แทบทุกคืน ผมคิดว่าก่อนสิ้นปีจะมีการจากไปของผู้คนอีกหลายคน (อาจจะทั้งตัวเองด้วย!)

ภาพดอกไม้จันทน์ ถ่ายที่สุสานไตรลักษณ์ งานฌาปนกิจอาจารย์เด๋ หัวหน้าภาควิชาดนตรี ม.ราชภัฏ

คิดถึง "ป้าตินติน" ซึ่งเคยคุยด้วยที่พม่า...จำได้ว่าคุณป้าอยากจะยกหลานสาวให้มาอยู่ด้วยที่เชียงใหม่ 
 
 
ตอนนั้น...หนุ่มไทยนั่งรถโดยสารจากมัณฑะเลย์ (1) ตั้งแต่เช้ามืด มาที่สถานีรถไฟในเมะทีลา (2) เพื่อขึ้นรถไฟกลับไปย่างกุ้ง (3)...

สลัดเรื่องราวในอดีต...หันมาทำงานเรียกคืนสติ ทำป้ายให้สวนอู่หลง โดยใช้โซ่เก่าจักรยาน 
 
  
ตั้งใจทาพื้นไม้ด้วยสีแดงเข้ม ส่วนโซ่ทาด้วยสีทอง เหมือนกับสีป้ายในวัดวาอารามส่วนใหญ่ 
 
 
ทิ้งไว้แค่นี้ก่อน...กลับจากปลีกวิเวกแล้วค่อยทำต่อ 

Thursday, August 06, 2026

แสวงหาวิเวก

ตรียมตัวออกเดินทางปลีกวิเวก...ตาแก่บ้านห้างฉัตรขอไปดูสวนอู่หลงอีกสักวัน...
 
 
ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มแข่งกันโต กองปุ๋ยหมักที่ทำไว้ช่วยกดทับมิให้หญ้าคาโงหัว สภาพดินก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จากดินทรายล้วน ๆ กลับมีไส้เดือนตัวโตแทรกตัวอยู่ในเนื้อดิน จริง ๆ แล้วสวนอู่หลง ก็ให้ความสุขสงบแก่ผมได้ไม่น้อย แต่การนั่งอยู่ใต้ต้นไม้คนเดียว ปราศจากเสียงนกร้อง แต่มีเสียงคน ซึ่งผมอยากฟังมธุรสวาจามากกว่าเสียงถกเถึยงหรือการแสดงอารมณ์อันขาดสติ ซึ่ง....ที่นี่ยังหาไม่ได้
  
 
เจ้า Eddy ทำหน้าที่เป็นอย่างดี ขนของมากมายมาไว้ที่สวนอู่หลง ต่อไปคงได้พักยาวววว... 
 
 
 
 
 
ขอเวลาให้ผมพา Banian หลบหลีก X ความวุ่นวาย X โซเซียล X ความฟุ้งซ่าน และ X การถกเถียง ไปสักพักนะครับ...
 
ภาพนำมาจาก Facebook (ขออภัยหาลิงค์ไม่เจอ) - ขอขอบคุณ
 
ต้องเปลี่ยนผ้าเบรคให้จักรยานก่อน ของเดิมที่ติดมากับรถอายุกว่า 10 ปีแล้ว...
 

 
 
ตรวจสอบระบบขับเคลื่อนด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไปได้ถึงสถานที่ปลีกวิเวก ซึ่งอยู่แห่งใดไม่รู้!
 
 
อานใหม่ โซ่ใหม่ ผ้าเบรคใหม่ แต่หัวใจยังดวงเดิม...
 

จุดหมายต่อไปคือ "วัดเวฬุวนาราม" เตรียมพร้อม!!