Wednesday, August 26, 2026

"Blowin' in the wind" - "Bob Dylan"

วันนี้อยากให้เพื่อน ๆ ฟังเพลง "Blowin' in the wind" ของ "Bob Dylan" ครับ... 

 
สมัยก่อนผมเป็นแค่ช่างไฟฟ้าที่ดันมาชอบร้องเพลงฝรั่ง มีอยู่หลายเพลงที่ร้องแล้วไม่เข้าใจความหมาย ยกตัวอย่างเช่นเพลง "Blowin' in the wind" ของ "Bob Dylan" ซึ่งวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี กล่าวว่า...
"Blowin' in the Wind" is a song written by Bob Dylan in 1962. It was released as a single and included on his album The Freewheelin' Bob Dylan in 1963. It has been described as a protest song and poses a series of rhetorical questions about peace, war, and freedom. The refrain "The answer, my friend, is blowin' in the wind" has been described as "impenetrably ambiguous: either the answer is so obvious it is right in your face, or the answer is as intangible as the wind".
ถึงวันนี้ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของหนังสือเก่าเล่มหนึ่ง ซึ่งเข้าใจว่าปัจจุบันคงหาได้ยากยิ่ง คือ "English in Songs" โดยโครงการการศึกษาต่อเนื่อง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซื้อมาจากศูนย์หนังสือเชียงใหม่ เป็นหนังสือขนาด A4 (21 x 29.7 ซม.) ใช้วิธีการโรเนียวแล้วเข้าเล่ม เย็บออกมาหนาปึ๊กอย่างที่เห็น...
 
 
ด้วยความอยากได้และอยากเรียนรู้เนื้อเพลงสากล ผมยอมควักกระเป๋าซื้อมาในราคา 150 บาท (กว่า 50 ปีที่แล้วเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลยเลยนะครับ) 
 
 
รายชื่อคณะผู้จัดทำ...  
 
 
พอดีจะนำเพลง "Blowin' in the Wind" กลับมาร้องกับ accordion อีก จึงได้ค้นหนังสือออกมาอ่านแล้วสแกนให้เพื่อน ๆ ดูด้วย... 







ไม่ใช้ app ใด ๆ ปรับสี หรือแปลงไฟล์ jpeg ให้เป็นตัวหนังสือ เพราะอยากให้เพื่อน ๆ ได้เห็นความเก่าและคุณค่าของหนังสือเล่มนี้ครับ!!

Tuesday, August 25, 2026

เมื่อเชื้อเพลิงแห่งพลังมอดไหม้

ม่ได้ปั่นจักรยานมาสวนอู่หลงนานเกือบเดือนแล้วมั้ง? 
 
 
หลังจากส่งคุณยายเพื่อนบ้านเดินทางครั้งสุดท้าย (the last journey)  ผมแวะไปสวนอู่หลงเพียงครั้งเดียวแล้วไม่ได้ไปอีก พอดีเป็นช่วงที่มีฝน...ก็เลยขอให้เทวดาช่วยดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้ วันนี้อยากรู้อยู่เหมือนกันว่าจะมีต้นไหนรอด? หรือต้นไหนเติบโตขึ้นบ้างไหม? 
 
 
ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดพลังที่เคยมีถึงได้ดับวูบไปเหมือนเตาไฟสิ้นเชื้อเพลิง ตาแก่บ้านห้างฉัตรไม่อยากหยิบงานในสวนขึ้นมาทำ ไม่อยากเจอะเจอผู้คน ที่บ้านก็ได้แต่นั่งมองเจ้าแอคคอร์เดียนตัวเดียวที่มีอยู่ โดยปราศจากแรงจูงใจที่จะยกขึ้นมาบรรเลง
 
 
ป้ายสวนอู่หลงยังคงไม่ก้าวหน้าใด ๆ เมื่อหัวใจตาแก่ส่งสัญญาณเตือน...แสดงอาการอ่อนล้า!
 
 
ขออภัยเรื่องไร้สาระ มิได้ประสงค์สิ่งใด ขอแค่บันทึกเหลือไว้ให้กับตัวเองครับ

Saturday, August 22, 2026

The new bedding

ค้นเจอภาพเก่าบานนึง เป็นรูปซึ่งพรินต์ให้มาโดยเพื่อนเล่นดนตรีด้วยกันคนนึง (จำไม่ได้แล้วว่าใคร...ต้องขออภัย)

 
17 ปีที่แล้ว...ตอนนั้นยังแข็งแรงพอที่จะสะพายหีบเพลงตัวใหญ่ แต่ทุกวันนี้ไม่ไหวแล้ว ผมขอใช้เจ้า Post Laborem Musica แอคคอร์เดียน made in German ที่ครูเตี๋ยงให้มาเป็นตัวสุดท้าย ขอใช้มันให้คุ้มที่สุด แม้ว่าตัวเล็กมีแค่ 12 เบส (ไม่มี minor chords) 
 
  
Post Laborem Musica - on the  Forrest Gump Corner

ยังคงไม่สบายครับ พยายามรักษาตัว...ต้องกินให้ดีขึ้น ผมปั่นจักรยานไปซื้อนมมาทำโยเกิร์ต และคว้าเนยสดกลับมาด้วย 
 

 
ไปร้าน วี.ซี.มีท (เป็นครั้งที่สองตั้งแต่เปิดใกล้บ้าน) ซื้อไข่ไก่เบอร์ 4 หนึ่งแผง...
 
 
นอนหลับไม่สนิท หายใจไม่ค่อยออก คันตัวเหมือนมีตัวอะไรกัด น่าจะเป็นสาเหตุทำให้ผมไม่หายป่วยซักกะที วันนี้ตัดสินใจทิ้งหมอนข้าง-ผ้าห่มและหมอนหนุนที่พี่ชายใช้ออกไปให้หมด ผมนำเครื่องนอนใหม่จาก hostel มาใช้  แปลกใจตัวเองว่า...ซื้อเครื่องนอนดี ๆ มาเก็บไว้ให้ใครไม่รู้ใช้ฟรี ๆ  
 
 
จากนี้ไป...ขอนำของใหม่มาใช้กับตัวเองดีฝ่า!
 
 
ไม่ทนอยู่กับของเก่า ๆ ในอดีตอีกแล้วจ้า คืนนี้คงจะได้เริ่มต้นนิทราซึ่งน่าจะดีกว่าเดิมเสียที!

Wednesday, August 19, 2026

ขบวนรถไฟท้องถิ่น

จ้าหน้าที่ รปภ. ที่อ่างเก็บน้ำแม่จางบอกว่า...จักรยานของผมล้อเล็กไปหน่อย! 
 

ผมเห็นด้วยจริง ๆ แต่ รฟท.เค้าอนุญาตให้จักรยานพับล้อไม่เกิน 20 นิ้วเท่านั้นที่นำขึ้นได้ฟรี ล้อใหญ่กว่านั้นต้องเสียค่าระวาง...
  
 
ด้วยเหตุนี้ผมจึงยังคงไว้ซึ่งการเดินทาง FB Trip นำจักรยานขึ้นรถไฟ ไม่ใช่เฉพาะรถธรรมดาเท่านั้น รถเร็วก็มีชั้น 3 ให้เดินทางไปได้ตั้งแต่เหนือจรดใต้ อุบลฯ ก็ไปมาแล้วครับ... 
 
 
 
ที่มา railway.co.th - ขอขอบคุณ
 
ขบวนรถท้องถิ่นส่วนใหญ่มีที่ว่าง...ผมมักตั้งไว้ใกล้ตัว 
 
 
หรือไม่ก็นำไปวางไว้ตรงช่องประตูที่มีระดับสูงเทียบชานชาลา ประตูจะไม่เปิด ยังไง ๆ ก็มีที่ไว้จักรยาน ส่วนบนขบวนรถเร็วหรือรถด่วน วิธีง่าย ๆ คือเก็บไว้บนชั้นอย่างที่เห็น...


การเดินทางด้วยรถดีเซลรางขบวนท้องถิ่น ทำให้ได้พบเห็นผู้คนเดินดินกินข้าวแกงเป็นส่วนใหญ่ อาหารกล่องอย่างพวกข้าวกะเพรา ไข่เจียว ไม่ต้องรอให้ Super G ประกาศลดราคา เพราะบนรถไฟขบวนนี้ราคาไม่แพงอยู่แล้ว น้ำเย็นก็มีขาย กาแฟ-ชา-นมเย็นใส่ถุงหิ้วแก้วละ 20 บาท
 
 
คุณยายอายุ 75 กับสามี 82 ช่วยกันนำชากาแฟขึ้นมาเดินขายบนขบวนรถ 407 และ 408 ทุกวัน (ดูท่าทางยังแข็งแรงอยู่นะ) เนื่องด้วยคุณตาเคยเป็นนายสถานีปางป๋วยมาก่อน ก็เลยเดินทางไปมาฟรีจนกว่าจะหมดแรง
 

คุณแม่กับลูกสาวน่ารักขึ้นรถไฟจากสถานีแม่เมาะกลับไปเชียงใหม่...

ส่วนตายายคู่ที่น่ารักเดินทางมาด้วยกัน ทำให้ผมทึ่งสุด ๆ

ภาพเหล่านี้มีให้เห็นก็น่าจะเป็นบนขบวนรถไฟท้องถิ่นเท่านั้น

Thursday, August 13, 2026

วันนี้ที่โรงพยาบาลห้างฉัตร


จ้า Eddy เคยพาพี่สิทธิ์ไปโรงพยาบาลห้างฉัตรประมาณ 3-4 ครั้ง ก่อนที่พี่ชายผมจะจากโลกนี้ไป... 

 
จำได้ว่าพี่ชายดีใจที่ผมหาซื้อรถยนต์มาในราคา 3 หมื่นบาท เพื่อใช้ขับไปโรงพยาบาล เสียดายที่เจ้ารถกระป๋องทำหน้าที่ของมันได้ไม่นาน! จากนั้นมาผมก็ขอให้เจ้า Eddy พาอู่หลงไปเที่ยว  Eddy ใช้งานได้ไม่กี่ทริป...อู่หลงก็จากไป...


ไม่เหลือใครอีกแล้ว...ผมพยายามจะขับเจ้า Eddy ท่องไปคนเดียวเรื่อย ๆ แต่ดูเหมือนว่าวางแผนไว้กี่ทริป...ก็ไปไม่ได้สักที (เคยโพสต์ไว้ว่า "ใจยังไม่กล้าพอ"

ทุกวันนี้ผมแค่เพียงขับรถยนต์คันเล็กไปสวนอู่หลงเพื่อแสวงหาวิเวก


และอีกอย่างนึงคือ...ไปโรงพยาบาล  
วันนี้ขับ Eddy ออกจากบ้านห้างฉัตรตั้งแต่ 06.30 น. ใช้เวลาไม่นานก็ถึงโรงพยาบาล...


เห็นด้านหน้าไม่มีคนและทางเข้าถูกปิดกั้น ทีแรกก็คิดว่าโรงพยาบาลปิด!
 

ปรากฏว่ากำลังมีการก่อสร้าง เค้าย้ายไปให้บริการอยู่ทางด้านข้างห้องฉุกเฉิน...



วันนี้มีคนไข้เยอะเหมือนเดิม (ส่วนใหญ่ล้วนเป็น สว.) ผมได้บัตรคิวหมายเลข 3


นั่งอ่านหนังสือระหว่างรอพบพยาบาล-แพทย์ และรับยา ช่างเหนือความคาดคิดจริง ๆ เพราะว่าทั้งหมดใช้เวลาไม่นาน ผมออกจากโรงพยาบาลเวลา 08.52 น. กลับถึงบ้านก่อน 9 โมงเช้า


ไปอีกทีก็เดือนพฤศจิกายนโน่น!!

Wednesday, August 12, 2026

Not yet... but it won't be long!

ภาพ captured จากข่าวใน YouTube - ขอขอบคุณ
าพความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูดที่โคลอมเบียเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ทำให้ผมต้องหันมาพิจารณาตนเอง...  

ภาพ captured จากข่าวใน YouTube - ขอขอบคุณ

ทุกวันนี้ผมอาศัยนอนอยู่บนชั้นสองของอาคารพาณิชย์ริมทางหลวงหมายเลข 1 


ในวันที่แผ่นดินไหวในพม่าจนตึก สตง. ถล่ม ผมนั่งอยู่บนเตียงนอนที่ชั้นสี่ เป็นสัมผัสครั้งแรกกับการไหวที่รุนแรงที่สุด ครั้งนั้นมันมิใช่แผ่นดินไหวโดยตรงที่บ้าน แต่มันทำให้ผมมีคำถามว่าหากเกิดแผ่นดินไหวตามแนวรอยเลื่อนใกล้บ้าน อย่างเช่น รอยเลื่อนแม่ทาหรือรอยเลื่อนเชียงราย รุนแรงมาก ๆ อาคารบ้านห้างฉัตรจะยังคงตั้งอยู่ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่??
 
ภาพจาก Facebook ฮาลำพูน - ขอขอบคุณ
 
หากนอนอยู่ที่สวนอู่หลง เกิดแผ่นดินไหวหนักแค่ไหน อย่างมากผมก็คงล้มกลิ้งลงกับพื้น ไม่มีเศษอิฐเศษปูนตกลงหัว ไม่มีผนังล้มทับ!!
 
 
 
และถ้าวันนั้นหากยังมีเจ้าหมาดื้ออยู่ด้วย คงจะคว้าเข้ามากอดไว้แนบอก....
 

ต่อจากนี้...คิดว่าภัยพิบัติจะมีมากและรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน ถามว่ากลัวมั้ย? ตอบได้ว่า "ไม่กลัว" (จริง ๆ นะครับ ผมมิได้เสแสร้ง) อยากเห็นด้วยซ้ำว่า coda บทเพลงชีวิตท่อนสุดท้ายของผมจะเป็นเช่นไร!   การนอนติดเตียง มีสายสวนเข้าท่อปัสสาวะ สายยางสอดเข้ารูจมูกลงไปในกระเพาะอาหาร หรือต้องคาบท่อออกซิเจน ผมไม่ขอรับสภาพใด ๆ ทั้งสิ้น เห็นความตายมามากแล้วครับ เห็นจนไม่รู้สึกกลัว... 
 

ไม่มีอะไรเป็นของตนตลอดกาล อยากถามสหัสเดชจังเลยว่าถ้าไม่มีตาแก่คนนี้แล้ว เจ้าอยากไปอยู่กับใคร?
 
 
แม้ว่า fully-loaded bikepacking ได้เตรียมเสบียงไว้แล้ว แต่ร่างกายยังไม่พร้อมครับ ยังพาเจ้ายักษ์ ้hit the road ไม่ได้!!


 
มือเหี่ยว ๆ ของผมยังจับกุมแฮนด์รถไม่ได้...
 
 
  
เห็นภาพของพี่และเพื่อนผู้จากไป...  
 
 
 
 
คิดถึงคำพูดของ จูบา บอกกับ แม็กซิมัส ผู้จากไปว่า "I will see you again, but not yet...not yet". 
 
ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ