Monday, August 22, 2016

หมวกกันน็อคใบใหม่...

หมวกกันน็อคสำหรับใส่ปั่นจักรยานใบแรกของผมยี่ห้อ Hartop (Davies Craig)  แฟร้งค์ พี่ชายชาวออสซี่ซื้อให้ที่ Sydney เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๑


ผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้เกือบ ๓๐ ปี...


"อนิจจัง วัตตะ สังขารา"  ในที่สุดเจ้า Hartop ก็สิ้นอายุไขของมัน....


ถามว่าหมวกกันน็อคสำหรับคนขี่จักรยานจำเป็นหรือไม่? ต้องตอบว่า "จำเป็น"   FB Trip ครั้งล่าสุดปั่นเที่ยววัดหลายวัดในเขตอำเภอสารภี ก็ยังคงต้องมีหมวก ผมใช้หมวกนิรภัยสำหรับนายช่างและวิศวกรแทน....


แต่หมวกใบดังกล่าวมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ไม่น่าจะเหมาะสำหรับใส่ปั่นจักรยาน...


ต้องหาหมวกใบใหม่มาใช้ วันนั้นไปถามที่ร้านจักรยานใกล้บ้าน มีราคาถูกที่สุดคือ ๗๐๐ บาท เจ้าของร้านบอกว่าถ้าเอาจริงก็จะลดให้หน่อย แต่ผมยังไม่ได้ซื้อเพราะมีงบประมาณไม่พอ...

ผมลองเข้าไปหาดูในลาซาด้าแล้วตัดสินใจสั่งซื้อหมวกกันน็อคจักรยานยี่ห้อ Stronger ในราคา ๓๙๕ บาท วันนี้ตอนบ่ายโมงเค้ามาส่งสินค้าให้ถึงหน้าบ้าน...


แกะกล่องเอาออกมายลโฉมกันหน่อย...



๒๕๖ กรัม...น้ำหนักเบาพอ ๆ กับของราคาเป็นพัน


ใช้สวมปั่นจักรยานหรือเล่นสเก็ตบอร์ดได้ แต่ควบจักรยานยนต์ไม่ได้...


ด้วยความไม่เคย...ผมต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการปรับสายรัดคาง ในที่สุดก็ได้มาอย่างนี้แหละ! ทดลองสวมดูก็เบาหัว ปรับให้กระชับแล้วไม่รู้สึกว่ารัดคาง


มีกระบังเล็ก ๆ ด้านหน้า ไหน ๆ ให้มาแล้วก็ใส่เข้าไว้...


พอใจในสิ่งที่มี ใช้ของเท่าที่พอจะมีงบซื้อ แค่นี้ผมก็ยิ้มได้แล้วครับ!

Sunday, August 21, 2016

โจลีน


ผมชอบภาพยนต์ที่เป็นเรื่องราวของชีวิตคนไม่ว่าหญิงหรือชาย จะเป็นเรื่องจริงหรืออิงนิยายก็ได้ ขอให้เป็นเรื่องของการต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ชนิดที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ง่าย ๆ และยิ่งมีเสียงเล่าประกอบอยู่ด้วยเหมือนใน Forrest Gump ก็ยิ่งดีใหญ่...

"โจลีน" คือสาวสวยในหนังเรือง Jolene (2008) กำกับโดย Dan Ireland...


ผู้แสดงเป็นโจลีนคือ Jessica Chastain  เธอได้รับรางวัลผู้แสดงยอดเยี่ยมในงานประกวดภาพยนต์นานาชาติที่เมืองซีแอตเทิล ผมดูภาพยนต์เรื่องนี้แล้วก็ต้องยกนิ้วให้และขอนำมาแนะนำกับเพื่อน ๆ

อาจจะมีฉากเรท R อยู่บ้างแต่ก็มิได้ร้ายแรง สำหรับเรื่องราวของเด็กกำพร้าวัย ๑๕ ปีที่เริ่มผจญชีวิตด้วยการแต่งงานกับ Mickey หนุ่มขับรถบรรทุกน้ำมันวัย ๒๐ ปี...


มิคกี้พาโจลีนไปอาศัยอยู่กับญาติ (ฟิลลิปและเคย์)  ชีวิตของเด็กสาวผู้ยังต้องไปโรงเรียนและครูบอกว่าเธอมีความสามารถในงานวาดเขียนเริ่มผันแปรเมื่อแอบมีเพศสัมพันธ์กับอาฟิลชายเจ้าเล่ห์จนถูกจับได้...


 มิคกี้ผู้เป็นสามีขับรถออกไปกระโดดสะพานฆ่าตัวตาย... 


ผมมิได้ตั้งใจจะเล่าเรื่องราว เพียงแต่อยากนำ screen shots มาให้เพื่อน ๆ ได้เห็นภาพชีวิตบางบทบางตอนของโจลีนที่ต้องเจอมรสุมผ่านร้อนผ่านหนาวตลอดความยาว ๑๒๑ นาทีของหนังเรื่องนี้  อ่อ..มีฉากเลสเบี้ยนอยู่ด้วย (อัยย๊ะ...)           


หนีจาก Cindy ไปไกล ไปทำงานเป็นพนักงานเสริฟอยู่ในร้านอาหารกลางแจ้ง แล้วได้พบกับ Coco Lege ศิลปินมือสักและนักดนตรี  เธอออกจากงานบริการแล้วย้ายเข้าไปอยู่กับ Coco...


Coco ซึ่งพัวพันกับยาเสพติด ขอแต่งงานกับเธอเพื่อหลอกใช้...


และแล้ววันหนึ่งลูกเมียของเขาก็ปรากฏตัว...


ชีวิตต้องระหกระเหินไปอยู่ลัสเวกัส ไปเต้นโชว์อยู่ในบาร์....
  

แล้วได้พบกับ Sal Fontaine เจ้าพ่อผู้รับเลี้ยงดูให้เธอได้อยู่ดีกินดี...





มีฉากที่ Sal พาเธอนั่งรถชมเมืองเวกัสด้วยนะ...




ความสุขของโจลีนสิ้นสุดเมื่อ Sal ถูกยิงตาย...


โจลีนต้องหนีไปทำงานเป็นพนักงานต้อนรับและเสริฟงานเลี้ยงอยู่ที่เมือง Tulsa ทำให้ได้พบกับ Brad Bento ลูกชายของครอบครัวมั่งคั่งและมีอิทธิพล ฺBrad ขอโจลีนแต่งงานโดยไม่สนใจว่าอดีตของเธอจะเป็นเช่นไร...


ในงานแต่งงานก็ไม่มีเงาพ่อแม่ของเจ้าบ่าว โจลีนไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวมหาเศรษฐี  จนกระทั่งมีลูกชาย รอยร้าวในครอบครัวก็ขยายออกเมื่อ Brad เริ่มรับไม่ได้กับความเป็นมาในอดีตของโจลีน...


จนกระทั่งความจริงถูกเปิดเผย ถึงขั้นเกิดการทำร้ายร่างกายและต้องแยกทางกัน โจลีนพาลูกหนีและถูกตำรวจตามจับในข้อหาลักพา ศาลตัดสินให้เธอไม่มีสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร เพียงแต่อนุญาตให้เยี่ยมได้ตามกำหนดเท่านั้น....


ท้ายที่สุดโจลีนไปทำงานเป็นนักวาดการ์ตูนอยู่ใน Los Angeles นครแห่งฮอลลีวูด 



โจลีนฝันเห็นภาพตัวเองเป็นดาราผู้มีชื่อเสียง ได้นั่งรถลีมูซีนกลับไปหาลูกชาย (Brad Jr.) ที่เมือง Tulsa 


ที่เห็นคือรอยยิ้มครั้งสุดท้ายของโจลีนก่อนที่เธอจะเดินลับไป...


ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นต่อไป หุหุ...ว่าจะไม่เล่าแล้วนะเนี่ย!

Friday, August 19, 2016

เครื่องสแกนฟิล์ม (Film Scanner)

เมื่อวันจันทร์ที่ ๘ สิงหาฯ... หลังจากผิดหวังในการนำเจ้า Epson GT-8400UF ออกมาสแกนโน้ตเพลงสำหรับแอคคอร์เดียน ผมเขียนบอกเพื่อน ๆ ว่า "สแกนเนอร์พังแล้วจ้า" 


เจ้าสแกนเนอร์ที่สิ้นอายุไขไปนั้นเป็นแบบตัวใหญ่ใช้สแกนฟิล์มได้ ประมูลมาจากเว็บประมูลในราคาพันกว่าบาท ตอนนั้นอยากได้มาก ๆ  ผมตั้งใจที่จะสแกนฟิล์มสไลด์ที่มีอยู่ให้หมด แต่ยังไม่ทันสำเร็จเสร็จสิ้นก็มาพังซะก่อน! ทั้ง ๆ ที่ยังเหลือฟิล์มที่ไม่ได้สแกนอีกจำนวนหนึ่ง  

พอดีวันก่อนได้เจอ film scanner ในเว็บประมูล เจ้าของสินค้าเขียนไว้น่ารักว่า "เมียด่าครับ เก็บของเต็มบ้าน เลยขอนำมาส่งต่อแบ่งกันใช้  มีรอยตามการใช้งาน ประมูลจากในนี้ Scan หมดแล้ว ส่งคนอื่นใช้งานต่อ..." 
ภาพจากผู้ขาย
ยอมอด...ยอมไม่ไปเที่ยว เก็บตังค์ไว้ซื้อเครื่องสแกนเนอร์ฟิล์มตัวนี้ดีกว่า ในที่สุดผมก็ประมูลได้มาในราคา ๖๕๐ บาท บ่ายวันนี้บุรุษไปรษณีย์รูปหล่อนำพัสดุมาส่งให้ที่หน้าบ้านห้างฉัตร...


ผมรีบนำขึ้นมาแกะด้วยความตื่นเต้น รู้สึกขอบคุณผู้ขายที่แพ็คให้อย่างดี... 



ถ่ายรูปของเล่นใหม่ไว้หน่อย...


อดใจรอไม่ไหว...อยากจะทดลองสแกนฟิล์มสไลด์ดูหน่อย 


ไม่มีคู่มือใช้งานจึงต้องอาศัยประสบการณ์ช่างเหอะ  ไม่เคยใช้งานเครื่องแบบนี้มาก่อน...ผมใช้เวลาเรียนรู้ด้วยการลองผิดลองถูกไม่นานนัก



ลองนำฟิล์มสไลด์ "ทริปไปยุโรปเมื่อ ๓๐ ปีก่อน" ออกมาสแกนสัก ๔-๕ บาน...


พบว่าใช้งานไม่ยากครับ! ได้ภาพคมชัดกว่าที่สแกนจากเจ้า Fpson  ดูได้จากรูปตัวอย่างต่อไปนี้...





ผมคงต้องรีบสแกนฟิล์มที่มีอยู่ให้หมด แล้วส่งต่อให้ผู้ที่อยากได้ท่านต่อไป ไม่รู้ว่าคุณบิมจะอยากได้รึป่าว? อิอิ