Saturday, June 15, 2019

ธุลีที่ล่องลอย - ซันตาราม

นุษย์เป็นแค่เพียงธุลีเล็ก ๆ ล่องลอยไปมา ท่ามกลางอณูอื่นอีกมากมายสุดคณานับ บ้างก็พยายามลอยตัวขึ้นสูงจะไปให้ถึงดวงดาวโดยคิดว่าตัวเหนือกว่าคนอื่น บ้างก็ลดตัวลงต่ำ หรือไม่ก็ถูกกดทับให้อยู่แค่เพียงรากหญ้า แต่แล้ว...ทุกชีวิตก็ต้องกลับไปสู่ผืนดินอันเป็นที่มาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!


ต่อแต่นี้ไปในบล็อกช่างเหอะ บางครั้งผมอาจต้องขออนุญาตเขียนเกี่ยวกับเพื่อน ๆ ผู้ล่วงลับไปแล้ว ทั้งนี้ด้วยความรักศรัทธา และความคิดถึง มิได้เจตนาที่จะรบกวนความสงบของแต่ละท่านแม้แต่น้อย เนื้อหาสาระอาจไม่เป็นที่น่าสนใจสำหรับเพื่อน ๆ บางท่าน ผมก็ต้องขออภัย....

เพื่อนคนแรกที่ผม (5) เคยพูดถึงบ้างแล้วแต่วันนี้อยากเพิ่มเติมอีกนิดคือ "ซันตาราม" (1)


เคยเขียนถึงซันตาราม (1) ว่า...

"...อยากเรียกซันตารามว่าเป็นนักเรียนโค่ง เราเรียนหนังสือด้วยกันที่โรงเรียนมงฟอร์ต บอกไม่ได้ว่าเรียนด้วยกันกี่ปี แต่คิดว่าซันตารามออกจากโรงเรียนก่อนจะจบชั้น ม.ศ.๓  ถ้าอยากจะรู้ว่าซันตารามมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ก็ให้ไปดูแขกขายผ้าในตลาดวโรรสได้เลย ชายหนวดเครายาว ตัวโต พุงใหญ่ พูดเสียงดัง ลักษณะอย่างนั้นแหละคือ “ซันตาราม” ที่ผมรู้จัก! ซันตารามตัวโตกว่าเพื่อน แต่ก็ไม่เคยรังแกใคร"
"ช่วงที่เรียนเทคนิคตีนดอย เวลาผมเข้าไปในกาดหลวงหรือตลาดวโรรส จะมีเพื่อน ๒ คนที่เห็นหน้าอยู่เป็นประจำ คนแรกคือ "สุนทร แซ่อั้ง" ขายของอยู่ในตลาด คนนี้เป็นพี่ชายของ "สุทัศน์" ส่วนอีกคนนึงคือ "ซันตาราม" เรายังจำกันได้ คงพูดจาคิงฮาตามประสาคนเมือง(เหนือ)  หลังจากตลาดถูกไหม้ครั้งใหญ่เมื่อปี ๒๕๑๑ ซันตารามก็ยังคงนั่งขายผ้าอยู่ทางด้านตรอกข่วงเมรุ แต่อดีตนักเรียนโค่งดูแก่ไปเยอะ!
เมื่อเดือนที่แล้วผมเขียนถึงซันตารามว่า...
"...ไปซื้อของที่ห้างเทสโก้ฯ ใกล้บ้าน ขณะที่ยืนรอแคชเชียร์คิดเงิน มีชายไทยเชื้อสายอินเดียอายุก็คงพอ ๆ กับผม โพกศีรษะเหมือนแขกขายผ้าในตลาดวโรรสต่อคิวอยู่ข้าง ๆ ผมได้ยินเค้าพูดกับใครไม่รู้ว่า "อยู่เจียงใหม่ แวะมาแอ่ว กำเดียวก่อจะปิ๊กแล้ว"  ผมชั่งใจแป๊ปนึงแล้วหันไปถามว่า "อยู่เจียงใหม่...ฮู้จักซันตารามก่อครับ?"  แขกเคราขาวตอบว่า "ซันตาราม...ต๋ายแล้วลอ" 
เป็นเรื่องจริง! ผมทราบมาก่อนแล้วว่าซันตารามเสียชีวิต ลุงแขกที่เจอในห้างเทสโก้ฯ บอกเพิ่มเติมว่าซันตารามย้ายไปอยู่ที่เมืองแพร่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต...


ความตายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้ารู้ก่อนหน้านั้นว่าซันตารามอยู่ ณ แห่งใดในเมืองแพร่ ผมคงต้องไปหาตัวให้เจอ ลำปางกับแพร่นั้นอยู่ไม่ไกลกัน เฉกเช่นสวรรค์ที่ซันตารามไปอยู่ก็คงไม่ไกลจากโลกที่ผมอยู่ทุกวันนี้... 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 
๑๗ มิ.ย. ๖๒ -  ขออัพเดทข้อมูลอีกนิดว่า ซันตารามไปอยู่เมืองพาน เชียงราย (ไม่ใช่เมืองแพร่) แล้วเสียชีวิตด้วยโรคบาดทะยัก เนื่องจากไปเหยียบไส้ที่เย็บกระดาษในช่วงน้ำท่วม (ขอขอบคุณข้อมูลจากเสี่ยซ้งครับ)

Friday, May 31, 2019

เพื่อน...หมอ

นำภาพเพื่อนนักเรียนมงฟอร์ต ๐๘ ออกมา... ผมพยายามดูให้รู้ว่าใครเป็นใคร!


สองวันก่อนไปซื้อของที่ห้างเทสโก้ฯ ใกล้บ้าน ขณะที่ยืนรอแคชเชียร์คิดเงิน มีชายไทยเชื้อสายอินเดียอายุก็คงพอ ๆ กับผม โพกศีรษะเหมือนแขกขายผ้าในตลาดวโรรสต่อคิวอยู่ข้าง ๆ ผมได้ยินเค้าพูดกับใครไม่รู้ว่า "อยู่เจียงใหม่ แวะมาแอ่ว กำเดียวก่อจะปิ๊กแล้ว"  ผมชั่งใจแป๊ปนึงแล้วหันไปถามว่า "อยู่เจียงใหม่...ฮู้จักซันตารามก่อครับ?"  แขกเคราขาวตอบว่า "ซันตาราม...ต๋ายแล้วลอ"  บอกว่าเป็นเพื่อนกับซันตาราม เคยเรียนหนังสือด้วยกันที่มงฟอร์ต...ผมยังถามต่อว่า "แล้วหมอมันยิดซิงห์ลอ? ไปอยู่เมกา" ผมถามถึง นพ.มันยิดซิงห์ วาวลา แพทย์ประจำบ้านที่โรงพยาบาลสวนดอกรุ่น ๑๓ พ.ศ. ๒๕๑๖ ซึ่งเป็นนักเรียนมงฟอร์ตรุ่นพี่ผม ๒ ปี คำตอบคือ "โห...หมอมันยิดซิงห์อยู่ชิคาโก้ปู้น เป่นหมอเกรด A เลยเน้อ"


ที่มา - อนุสรณ์ มศ.3 2506

ผมไม่ได้ถามต่อ จ่ายเงินแล้วเดินหิ้วของไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ระหว่างทางก็คิดถึง "หมอหนุ่ย" จักรกฤษ ศรีวิชัย ร้านใบเมี่ยงตลาดต้นลำไย เพื่อนนักเรียนห้อง C ผู้ที่เคยไปเล่นกีต้าร์ที่บ้านทุ่งโฮเต็ลของผม ก่อนที่จะหายหน้าไปตั้งแต่ปี ๒๕๐๙ ตอนนี้เป็นเศรษฐีอยู่ที่อเมริกาแล้ว!


ภาพจากหนังสืออนุสรณ์ 50 ปี มงฟอร์ต 08
จำได้ว่าช่วงที่ผมทำงานเป็นช่างไฟฟ้าอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ เพื่อนมงฟอร์ตที่ได้พบเห็นก็มีแต่หมอประโยชน์ จงอยู่สุข...


ภาพจากหนังสืออนุสรณ์ 50 ปี มงฟอร์ต 08
และที่เห็นหน้าบ่อย ๆ เมื่อเดินผ่านหน้าห้องยาก็คือ "หมอน้อย" สหัส ทักษอุดม!


ภาพจากหนังสืออนุสรณ์ 50 ปี มงฟอร์ต 08
ร่ำรวยกันหมดทุกคนเลยนะ... บรรดาเพื่อนหมอจากมงฟอร์ต มีผมคนเดียวกระเป๋าแห้ง! ฮา...

Tuesday, May 28, 2019

ระบบน้ำบ้านห้างฉัตร - ขาดน้ำ

หน้าฝนย่างเข้ามาแทนที่หน้าร้อนแล้ว!  เช้านี้ผมถ่ายภาพวิวหลังบ้านจากดาดฟ้า นำมาปรับแต่งให้มีลักษณะคล้ายภาพวาดสีน้ำ 


ภาพของภูเขาซึ่งหายไปในช่วงมีปัญหาหมอกควัน ปรากฏให้เห็นแล้วที่สุดขอบฟ้า ต้นไม้ต่างยิ้มร่าเมื่อเทวดาโปรยปรายสายฝน!


หน้าแล้งที่ผ่านไปในปีนี้ จัดว่ารุนแรงกว่า ๔-๕ ปีที่ผ่านมา บ้านห้างฉัตรของผมประสบปัญหาน้ำประปาขาดแคลน เนื่องจากระดับน้ำใต้ดินลดน้อย ประปาบ้านหัวหนองต้องปิดเปิด จ่ายน้ำมาให้ใช้แค่วันละ ๒ ชั่วโมง ตอนเช้า ๗ โมงถึง ๘ โมง ตอนเย็นลุงหยัดผู้ดูแลระบบน้ำก็จะเปิดให้มาอีกชั่วโมงกว่า ๆ  


บ้านผมอยู่ปลายทาง น้ำที่ไหลมาถึงไม่แรงพอที่จะไหลขึ้นสู่ถังเก็บบนชั้นสอง ใช้โอ่งมังกรรองรับน้ำจากก๊อกชั้นล่างไว้ก่อน.. ผมต้องตื่นแต่เช้าเพื่อรอน้ำ! 



ไปค้นเจอเจ้าไดโว่ที่เคยซื้อไว้เมื่อ ๓๐ ปีก่อน ผมนำมาลองสูบน้ำจากโอ่งขึ้นสู่ถังเก็บบนชั้นสอง โชคดีที่มันยังสามารถใช้งานได้  การส่งน้ำขึ้นชั้นสองแล้วสูบขึ้นไปเก็บในถังบนดาดฟ้าอีกต่อนึงนั้นค่อนข้างเหนื่อย วัน ๆ ต้องเสียเวลา ๒-๓ ชั่วโมงกับการทำให้มีน้ำใช้!  แต่แล้ววันนึงเครื่องสูบที่เห็นก็เสีย มันไม่หมุนและมีไฟรั่ว ผมโชคดีที่ไม่ดูดตายคาห้องน้ำ! 


รอดชีวิตไปได้อีกหนึ่งครั้งครับ ผมต้องรีบหาวิธีสูบน้ำจากโอ่งมังกรขึ้นไปยังถังเก็บบนชั้นสองให้ได้ เดี๋ยวจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง...

Saturday, May 25, 2019

NB-6L

FB Trip ไปมะละกาเมื่อปีที่แล้ว ผมใช้กล้อง Canon Powershot ซึ่งใช้แบตเตอรี่ NB-6L/NB-6LH ชาร์จไฟเต็มแล้วสามารถถ่ายภาพได้ประมาณร้อยกว่าบาน....




ปกติผมจะออกเที่ยวหรือเดินทางตั้งแต่เช้า กดชัตเตอร์เรื่อยไป พอบ่ายหน่อยแบตฯ ก็หมด อดเก็บภาพต่ออย่างน่าเสียดาย วันไหนต้องโดยสารรถประจำทางหรือรถไฟ(แบบธรรมดา) โอกาสที่จะได้ชาร์จไฟก็ไม่มี...



จำได้ว่าที่สถานีรถไฟ Wakaf Bharu ในมาเลเซีย ผมเห็นมี AC outlet หรือที่เราเรียกว่าปลั๊กไฟ ลองเอาที่ชาร์จไปเสียบก็ต้องผิดหวังเพราะไม่มีไฟ!  



ผมจึงคิดว่าสักวันนึงถ้ามีตังค์ก็จะซื้อแบตเตอรี่สำรองไว้อีก ๑ ก้อน เพื่อใช้เปลี่ยนให้ถ่ายภาพได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ทราบดีว่าแบตเตอรี่ของแท้นั้นราคาแพง ถ้าจะซื้อของเลียนแบบซึ่งถูกหน่อยก็อาจใช้งานได้ไม่เหมือนของแท้ ผมรอมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบว่าในเว็บ Lazada และ Shopee มีแบตฯ รุ่นที่ใช้แทนกันได้ในราคา ๒๘๙ บาท! ได้ตัดสินใจสั่งซื้อมาลองใช้ดู ๑ ก้อน ด้วยความหวังว่าถ้ามันดีการท่องเที่ยวครั้งต่อ ๆ ไปของผมก็จะสามารถกดชัตเตอร์เก็บภาพได้อย่างเต็มที่...  


มาแล้วครับ...



ทดลองชาร์จไฟเต็มแล้วนำไปทดลอง ผมเที่ยวครึ่งค่อนวัน...เก็บภาพได้ร้อยกว่าบานกว่าถ่าน (แบตฯ) จะหมด!



ยอมรับว่าสินค้าชิ้นนี้ถูกใจมาก เสียดายเหลือเกินที่มีแบตเตอรี่ ๒ ก้อนแล้วกลับไม่มีโอกาสได้ท่องเที่ยวเหมือนแต่ก่อน...

Wednesday, April 10, 2019

Trek to Ban Nalan

ในภาคเหนือของ สปป. ลาว ระหว่างเวียงพูคา (2) กับหลวงน้ำทา (1) มีระยะห่างประมาณ ๕๖ กิโลเมตร...



ผมเคยเดินทางไป-มา ๔ หรือ ๕ เที่ยวก็จำไม่ได้ แต่รู้ว่าครั้งแรกก็ตอนแบกเป้ไปซาปา เวียดนาม ซึ่งขณะนั้นสถานีขนส่งหลวงน้ำทายังคงใช้อาคารหลังเก่า... 


แต่พอไปอีกทีเมื่อปี ๒๕๕๖ พบว่าเค้ากำลังลงเสาก่อสร้างอาคารใหม่ไว้ด้านหน้า...


แต่ละครั้งถ้าไม่นั่งรถตู้ก็นั่งรถโดยสารประจำทาง มีอยู่ครั้งนึงที่ผมนั่งรถสองแถวจากหลวงน้ำทามาค้างคืนอยู่ที่เวียงพูคา...



เวียงพูคาเป็นเมืองเล็ก ๆ อันเงียบสงบ ผมเคยคิดบ้า ๆ ที่จะแบกเป้เดินป่า (trekking) จากหลวงน้ำทามาเวียงพูคา หลังจากได้อ่านแผ่นพับ Trek to Ban Nalan ที่ได้รับมาดังนี้...








ไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดแล้วครับ...สำหรับตาแก่เมืองรถม้าคนนี้!

Tuesday, April 09, 2019

Hangchat Backpacker Hostel (15) - ติดตั้งลูกบิดเขาควาย

ลูกบิดประตูห้องพัก HBH (Hangchat Backpacker Hostel) เป็นลูกบิดแบบหัวกลม...


เมื่อ ๒ วันก่อนผมไปเจอลูกบิดประตูแบบเขาควายที่ห้าง Global House เขียนว่า "กุญแจมือจับเขาควาย JANES" รุ่น 802AC-ET  ราคาชุดละ ๖๕๐ บาท" เค้าลดราคาเหลือ ๒๘๙ บาท ผมเกิดความคิดว่าน่าจะซื้อมาเปลี่ยนให้กับประตูห้องพักซึ่งได้รับการติดโซ๊คอัพ (door closer) เรียบร้อยแล้ว...



ลูกบิดประตูแบบนี้ยังไม่เคยใช้ ไม่เคยติดตั้งมาก่อนด้วย...


ถึงอย่างไรช่างเหอะก็หาทางติดตั้งจนสำเร็จ...




ติดตั้งเรียบร้อยแล้วก็ต้องปรับที่ door closer อีกหน่อยเพื่อให้ประตูงับเข้ามาปิดได้พอดี (ไม่ค้างหรือไม่แรงเกิน).. 

ภาพจากคลิปวิดีโอของ ecologicaltime



เรียบร้อยแล้วครับ... หุหุ ลูกบิดเขาควาย

ซ่อมลำโพง

ดอกลำโพงขนาด ๔ นิ้วตัวนึงของผมถูกเก็บไว้นานจนฉีกขาดอย่างที่เห็น... 



เวลาเปิดฟังเพลง ความถี่ต่ำทำให้เกิดเสียงดังแกร๊ก ๆ เป็นที่น่ารำคาญยิ่ง!



ไม่อยากจะทิ้ง ช่างเหอะต้องหาวิธีซ่อม เริ่มต้นด้วยการสั่งซื้ออะไหล่มาก่อนครับ...



มาแล้วครับ  ๘๑ บาท...มาเป็นคู่ แต่งานนี้ใช้แค่ชิ้นเดียว






ทีนี้ก็มาเริ่มต้นซ่อมด้วยการแกะขอบเก่าออก...



ถ้ามันยากนัก...น้ำยาโซเน็กก็พอช่วยได้บ้าง


เสร็จแล้วก็ทำความสะอาดเตรียมพร้อม...





ทากาวซะหน่อย ไม่ต้องวิเศษวิโสอะไร  Latex ที่มีอยู่ก็ใช้ได้...




เล็งให้ดีแล้วเอาเจ้าขอบยางนั่นมาใส่...



สำรวจให้ถี่ถ้วนว่าสัมผัสกันดีทุกจุด จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง...



๒๔ ชั่วโมงผ่านไป...เรียบร้อยแล้วจ้า!



หมดไป ๔๐ กว่าบาท ทำให้ลำโพงเสียกลับมาใช้งานได้ตามปกติ!