Thursday, May 11, 2023

ปักหมุดท่าปลา อุตรดิตถ์

นเริ่มตก!  ความรุนแรงของหมอกควันและอากาศร้อนลดลงบ้างแล้ว...
 
 
บน taskbar หน้าจอคอมพ์บอกว่าวันพรุ่งนี้ฝนตกหนัก ส่วนวันนี้บ่ายสามโมงกว่าอุณหภูมิ 37 องศา รู้สึกเหมือน 43 ความชื้น 47% ท้องฟ้ามีเมฆปกคลุม 80%
 
วิถีแห่งท่าปลาใน Facebook ข่าวอุตรดิตถ์ (Uttaraditnews) แล้วบอกตัวเองให้ปักหมุดไว้ได้เลย!

ภาพจาก Facebook ข่าวอุตรดิตถ์ - ขอขอบคุณ

เมื่อวานนี้ ปะยางให้เจ้า Bruiser แล้วนะครับ

Tuesday, May 09, 2023

น้ำพริกถั่วเน่า

ปตลาดสดบ้านปันง้าวเช้านี้หมดไป 120 บาท...ผมได้ทั้งอาหารสุกและผักหญ้าซึ่งต้องมาเข้าครัวทำเอง!

พอดีข้าวสวยหมด วันนี้ต้องหุงใหม่ ไม่มีหม้อหุงข้าวไฟฟ้า...ผมหุงด้วยเตาแก๊สซึ่งไม่ยากเลย เร็วกว่า ได้ข้าวน่ากินกว่าด้วยซ้ำ ข้าวที่ผมใช้ก็ใช่ว่าอย่างดี เพียงแต่ผสมจมูกข้าวลงไปด้วย

ขณะเดียวกันก็ทำ "น้ำพริกถั่วเน่า" ไปด้วย พอดีเช้านี้ซื้อพริกดอยมาด้วย ผมล้างแล้วเด็ดก้านออกก่อนเอาลงคั่วในกระทะไฟกลาง ๆ ให้ได้กลิ่นหอมจนต้องจามฮัดเช้ย!...

เปิดฝาตู้เย็น...ค้นหาเจอถั่วเน่า 4 ห่อที่ซื้อไว้นานแล้ว (ห่อละ 5 บาท) ผมรีบเอาออกมาแนบกับกระทะร้อนก่อนให้ความเย็นหายไป ใบตองไหม้เล็กน้อย แล้วค่อย ๆ แกะ เอาเจ้าถั่วเน่าออกมาคั่วกับน้ำมันเล็กน้อยในกระทะไฟอ่อน...

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไปทำไม? เห็นเค้าบอกว่าทำอาหารเมืองเหนือควรย่างพริก หอม กระเทียม ฯลฯ ให้ได้ที่ มีกลิ่นหอม ก่อนนำลงตำในครก... (คงเป็นศาสตร์ของเค้ามั้ง ต้องถามลุงหยางอ่ะ)

ตำพริกแล้วเอาลงคั่วในกระทะกับน้ำมันเล็กน้อย ใช้พริกทั้งหมดเลย (คราวนี้ได้เผ็ดซะใจแน่ ๆ) จากนั้นก็เอาถั่วเน่าลงไปผัดด้วยกัน ใช้ไฟอ่อน ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ คั่วไปเรื่อย ๆ

 
กะเอาว่าได้ที่ก็ตอกไข่เป็ดอารมณ์ดี 2 ฟองลงไปแล้วคน ๆๆๆๆ อย่าทิ้งกระทะไปไหนนะ ไม่งั้นไหม้...อดกิน

ผมไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่เครื่องปรุงอะไรเลย ไม่ต้องรอให้สีเข้มน่ากิน ใช้ได้ก็ยกลงเล้ย ตักใส่ถ้วยเสริฟให้ตัวเองพร้อมมะเขือที่ซื้อมา 5 บาท...

กินกับข้าวสวยร้อน ๆ หุหุ เอาสะเต็กมาแลกก็ไม่ยอม!


เกลี้ยงจนแทบไม่ต้องล้างถ้วยล้างชาม 555

"อึ่งจ้าว" มาพร้อมฝน!

ช้านี้ไปตลาดบ้านปันง้าว

ผมเขียนถึงบ้านปันง้าวบ่อย ๆ เพื่อน ๆ สงสัยมั้ยว่า "ปันง้าว" หมายความว่าอย่างไร?  เว็บ oocities.org กล่าวไว้ดังนี้...

ประมาณ ปี พ.ศ. 2018 เมืองละกอน (ลำปาง) เกิดสงคราม มีกองทัพพม่ายกลงมาตี หนานทิพย์ช้าง (เจ้าพ่อทิพย์ช้าง) ได้รับอาสาเป็นแม่ทัพนำทหารออกไปต่อสู้กับกองทัพพม่า แต่เนื่องจากกองทัพของเมืองละกอนมีกำลังน้อยกว่าจึงพม่าตีแตก ต้องถอยล่นไปถึงยังวัดปงจ้างนพ (ปงยางคก อ.ห้างฉัตร ในปัจจุบัน) กองทัพเมืองละกอนภายใต้การนำของหนานทิพย์ช้างก็ถูกตีถอยทัพไปอีก จนถึงบริเวณวัดลามป่าง (วัดลำปางหลวง อำเภอเกาะคาในปัจจุบัน) แต่เพราะเหตุว่ากำลังทหารของหนานทิพย์ช้างเหลือน้อย คือมีประมาณพันกว่าคน ในขณะนั้นกองทัพของพม่าได้ยึดเอาวัดลามป่างเป็นที่ตั้งทัพ เหล่าทหารมีความดีใจเป็นอันมากที่ยึดที่มั่นไว้ได้ จึงจัดหาสุราอาหารเลี้ยงกันจนเมามาย และประกอบกับการอ่อนเพลียในการรบศึก จึงพากันหลับสนิท ส่วนทางฝ่ายทหารของพ่อหนานทิพย์ช้างได้แอบดูอยู่ห่าง ๆ ด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมของหนานทิพย์ช้างผู้เป็นแม่ทัพ จึงวางแผนแบ่งทหารออกเป็น 4 กลุ่มและแยกย้ายกันไปประกบทั้ง 4 ด้าน โดยกลุ่มของหนานทิพย์ช้างไปซุ่มอยู่ทางทิศตะวันตกของวัด พอถึงเวลากลางดึกของคืนนั้น เมื่อได้โอกาสที่ทหารพม่านอนหลับสนิทด้วยเมาสุรา พอได้จังหวะฝ่ายทหารของหนานทิพย์ช้างได้ส่งสัญญาณให้ทหารทั้ง 3 กลุ่มนั้นมารวมกันทางทิศตะวันตกของวัด แล้วพากันลอดเข้าไปทางท่อน้ำของกำแพงวัดด้านตะวันตก เข้าไปในวัดพร้อมกันในขณะที่ทหารของพม่ากำลังหลับสนิท ทหารของหนานทิพย์ช้างช่วยกันสังหารหมู่ทหารล้มตายกันหมด ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว เมื่อกองทัพของหนานทิพย์ช้างได้ชัยชนะแล้ว วันรุ่งขึ้นได้ยกทัพกลับเวียงละกอน โดยยกทัพมาทางเหนือของวัดลามป่างขึ้นมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ แล้วพากันหยุดพักผ่อน ทหารประมาณหนึ่งพันคน (ปันคน) หนานทิพย์ช้างผู้เป็นแม่ทัพได้สั่งให้ทหารทั้งพันคนที่มีง้าวเป็นอาวุธ เอาผ้ามาพันห่อหุ้มคมง้าวพันเล่มนั้นไว้เสีย ด้วยเหตุนี้หมู่บ้านนี้จึงได้ชื่อว่า "ปันง้าว" มาจนถึงปัจจุบัน 

(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล)

วันนี้ต่างกับหลาย ๆ วันที่ผ่านมา หลังจากฝนตกเมื่อคืน ท้องฟ้าเช้านี้ปกคลุมด้วยเมฆหนา... 


 

ผมออกจากบ้านร้านเปียโนด้วยความสดชื่น หายใจโล่ง อากาศกำลังเย็นสบาย มองไปทางร้านลำแต้และร้านฉัตรแก้ว...ยังปิดอยู่


อ่อ...วันนี้มอบหน้าที่ให้เจ้า Banian นะ มันเจอเพื่อนที่ตลาดด้วยล่ะ

หลังจากฝนมา ชาวประชาชื่นบาน เช้านี้ผมเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน...

ผู้คนรุมซื้ออึ่งอ่างที่ชาวบ้านเก็บมานั่งขายมากมายหลายเจ้า...

 

 "ก๋องห้าสิบบาทจ้าว"  ผมแอบดูอยู่ห่าง ๆ จ้างก้อไม่ซื้อ อิอิ

ฝันอีกแย้ว

มเป็นมนุษย์มะนาที่ค่อนข้างไม่เหมือนใครมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแย้ว!

ซนและอยู่ไม่เป็นสุข สอดรู้สอดเห็น เล่นทั้งวัน (น้ำท่าไม่อาบจนได้รับฉายาว่าเจ้าพญาขี้ไคล) สายตาก็สั้นจนมองกระดานไม่เห็น แต่มีอย่างนึงที่รู้สึกภูมิใจคือ...ความเป็นคนช่างคิดช่างค้น บ้าจริง ๆ ผมตะโกนใส่ถุงพลาสติก ปิดปากถุงแล้วเอามาเปิดฟังข้างหู (555 เรื่องจริงครับ จำได้ว่าทดลองทำที่บ้านถนนทุ่งโฮเต็ล) เด็กชายขี้ไคลเพอะเอาไดโอด (1) ต่อเข้ากับหูฟัง (ซื้อจากร้านทิพยเสถียร สี่แยกอุปคุต) เที่ยวนำไปคีบกับรั้วลวดหนามสวนลิ้นจ่ี่ป้อเลี้ยงหม่อง ยืนฟังเพลงจากคลื่นวิทยุที่สัญญาณแรงที่สุดในขณะนั้นทางหูฟัง !

ผมใช้ปากคีบต่อกับปลายข้างหนึ่งของไดโอด (1) นำไปคีบกับลวดโลหะอย่างเช่นราวตากผ้าหรือรั้วลวดหนาม อีกด้านหนึ่งต่อสายเข้ากับหูฟัง ใช้มือจับปลายสายทำหน้าที่เป็น ground (3) เสียงเพลงจากสถานวิทยุที่อยู่ใกล้ ๆ จะดังออกหูฟัง สมัยนั้นมีสถานีวิทยุใกล้บ้านคือ สถานีวิทยุ วปถ.2 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งแรกของเชียงใหม่ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499 สถานีตั้งอยู่หลังตลาดสันป่าข่อย เลขที่ 285 ถนนกองทราย ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ผมเริ่มสนใจด้านอิเล็คโทรนิคส์ตั้งแต่ยังไม่จบชั้น ม.ศ. 3 เมื่อคุณพ่อซื้อวิทยุ AM มาตั้งบนหลังตู้ ผมก็เปิดเพลงและแสร้งทำหน้าที่เป็นนักจัดรายการ ส่งกระจายเสียงสู่โลกทิพย์ ทำบ้า ๆ ไปเช่นนั้น เหมือนกับตอนที่อัดเสียงใส่ถุงพลาสติกนั่นเลย!

พอไปเรียนช่างไฟฟ้า ผมยิ่งบ้าใหญ่ ต่อเครื่องขยายเสียง ทำแอมป์กีต้าร์ สร้างตู้ลำโพง สารพัดสารเพ ความรักในเสียงเพลงและการส่งกระจายเสียงติดตัวผมเรื่อยมา....

จนกระทั่งความฝันเป็นจริงเมื่อผมได้ไปเป็นนักจัดรายการ (DJ) ที่สถานีวิทยุ Smooth Radio ตรงสี่แยกเพ็ญทรัพย์ เขลางค์นคร ด้วยรายการ "คุยก่อนนอนกับลุงน้ำชา"ี  นับเป็นประสบการณ์ที่น่าภูมิใจ เพราะที่นั่นผมได้เรียนรู้การใช้โปรแกรม Sam Broadcast ได้ใช้ไมโครโฟนอย่างดีสำหรับนักจัดรายการมืออาชีพ และสนุกสนานกับงานที่เคยฝันมาตั้งแต่เป็นเด็ก

ผมต้องเลิกจัดรายการหลังจากครบสามครั้งที่ตั้งใจอดทน ผมปิดสถานีเวลาเที่ยงคืน ขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน ขณะรอตรงสี่แยกไฟแดง มักเจอกับกลุ่มมอเตอรโซค์และรถยนต์ที่ไม่เคารพกฎจราจร ต้องเผชิญกับการขับขี่ที่น่ากลัวจากบรรดานักเที่ยวที่ออกจากผับมดยิ้มมาด้วยปริมาณแอลกอฮอล์ที่เกินค่าปกติ ครั้งที่หนึ่ง ที่สอง และครั้งที่สาม...ผมตัดสินใจหยุดทำหน้าที่ คิดว่าอาจมีสักคืนที่เกิดอุบัติเหตุบนเส้นทางกลับบ้านปงแสนทอง ซึ่งหากตายก็แล้วไป แต่ถ้าต้องนอนติดเตียงเป็นผักก้คงจะเสียใจไม่น้อย

ตอนย้ายมาอยู่บ้านห้างฉัตร มีข้าวของหลายอย่างนำมาด้วย ที่นี่ผมต่อคอมพิวเตอร์เพิ่ม ใช้ cpu รุ่นใหม่ ใส่แรมเพิ่ม รวมทั้ง sound card คุณภาพดี มี hard disk ความจุหลาย TB ไว้เก็บไฟล์เพลงที่ดาวน์โหลดได้มาไม่ขาดสาย เอ่อ...มันมากพอที่จะเปิดเพลงและจัดรายการให้เพื่อน ๆ ได้รับฟังกันได้ทั้งวันทั้งคืนเลยล่ะ นอกจากนั้นยังโชคดีมีท่าน ผอ.ฝ่าย Network ของบริษัททรู ช่วยสนับสนุนต่อเน็ตความเร็วสูงระบบ Fiber optic ให้ด้วย...

ความคิดที่จะทำวิทยุออนไลน์เริ่มเข้ามาท่วมท้นในสมองที่ค่อนข้างสับสนวุ่นวายของผม คำถามคือ...จะทำไปทำไม?...อีกไม่นานก็ตายแล้ว มีคนฟังไม่กี่คนเอง ใครบ้างที่จะ appreciate ในสิ่งที่ทำ? อย่างไรก็ตามเจ้าความฝันอันเป็นจริงมาแล้วก็ยังตามมา... ตามมาหลอกหลอนผมอยู่ตลอดเวลา 

วันก่อนทดลองจัดโต๊ะออกอากาศ ผมตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์, Display ความคมชัดสูงยี่ห้อ Dell, เครื่องขยายเสียงยี่ห้อ Sony และลำโพง Creative ลองดาวน์โหลดโปรแกรม OBS (Open Broadcaster Software) มาใช้ ทำการไลฟ์สดเปิดเพลงออกทาง YouTube อืมมมม...มันก็ดีนะ แต่วันนั้นยังไม่มีไมโครโฟน ผมค้นหาไมโครโฟนเก่า ๆ ที่มีอยู่นำออกมาลองใช้ ปรากฏว่ามันเสียหมด

ไม่รู้ว่าผีตัวไหนมันเข้าสิง ผมไม่ยอมแพ้ สั่งซือไมโครโฟนมาใหม่ทันที เป็น condenser microphone ราคาถูก แต่ภาพลักษณ์ของมันใช่ว่าด้อย เหมือนกับไมโครโฟนราคาเป็นหมื่นเลยก็ว่าได้ มีขาตั้ง แผ่นกรองเสียง ด้วย

สนองความต้องการของตาแก่ผู้ฝันใฝ่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่อยากจะมีอุปกรณ์ส่งกระจายเสียงอย่างเนี้ย...

ดาวน์โหลดโปรแกรม Sam Broadcaster PRO มาแล้วจ้า...แต่เป็นเวอร์ชั่นทดลองใช้นะ ถ้าลงทะเบียนใช้งานต้องจ่ายตังค์ ลองก่อนนะ ถ้าใช้งานได้ดี จ่ายก็จ่าย!

อยากเปิดเพลงและคุยกับเพื่อน ๆ อ่ะ! ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า?

Monday, May 08, 2023

เจ้าแชมป์ไปจ่ายตลาด

ผ่านไปแต่ละสัปดาห์...รวดเร็วเหมือนเวลาติดปีกบิน ตนที่ต้องซื้อกินประหยัด ๆ อย่างตาแก่เมืองรถม้า ยังคงต้องปั่นจักรยานไปซื้อหาเสบียงอาหารมาประทังชีวิต

 
เช้าวันนี้คว้าเจ้า Bruiser จักรยานเสือภูเขาสีน้ำเงินออกบ้านไป พบว่ายางหลังแบน (เมื่อวานนี้เติมลมยางจักรยานทุกคันที่มีอยู่) ต้องมอบหน้าที่ให้เจ้าแชมป์ (จักรยานพับแบบทัวร์ริ่ง) พาไปตลาดสดบ้านปันง้าว ก่อนไป...ถ่ายภาพความเงียบเหงาเซาซึมของบ้านร้านเปียโนไว้หน่อย
 
 
 
ขากลับ...ก่อนปั่นข้ามท้องร่องทางหลวง ผมหยุดรถถ่ายภาพตึกแถวบ้านร้านเปียโนไว้อีกบาน...

 
เห็นกรมทางฯ เค้ามาขุดร่องตรงกลางไปจนถึงปลายทางตรงยูเทิร์น สงกะสัยอยู่เหมือนกันว่าเค้ากำลังจะทำอะไรกับมัน อาจจะวางท่อหรืออะไรก็ตามให้ได้ครบตามงบที่มีอยู่ ผมจะคอยเบิ่งตามอง เหมือนกับตอนที่เค้าเอาต้นไม้ต้นเล็ก ๆ มาปลูกเรียงรายแล้วปล่อยให้ตายไปจนหมด

 
ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ เจ้าแชมป์ก็ทำหน้าที่ได้ดีเหมือนกัน ของหนัก ๆ ห้อยอยู่ที่แฮนด์ ถ้าไม่แน่จริงคงวิ่งไม่ตรงทาง...



 
วันนี้หมดไป 220 บาทครับ ไม่น้อยนะ แต่ก็ได้ของกินมาเพียบ รวมทั้งกล้วยหวีใหญ่ที่จะนำมาตากเพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส (อิอิ อยากมาดีนัก เจ้าโซล่าแฟลร์ตัวแย่ เลยต้องให้มาช่วยทำกล้วยตากซะเลย) 
 
 
  
ขอบใจหลายเด้อ...แซ้ม! 

Saturday, May 06, 2023

Multigrain bread

"ไอ่หมี" (กรุณาอ่านออกเสียงสำเนียงคนเมือง) บอกผมให้รีบทำขนมปัง เพื่อเตรียมไว้เป็นเสบียงในกรณีที่สามารถออกเดินทางได้  
 
 
อากาศร้อน ๆ อย่างนี้ ยีส (yeast) ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม คนอบขนมปังนั่งยิ้ม! เสร็จแล้วครับ.... 
 
 

อ่อ...ลืมบอกไปว่าวันนี้ผมทำขนมปังธัญพืช (multigrain bread) คือมีข้าวโอ๊ด, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, กล้วยตาก, ลูกเกด, เมล็ดดอกทานตะวัน, แป้งบาร์เล่, แป้งสาลี, ฯลฯ ออกมาแบบนี้ครับ


มีขนมปังอยู่ในเป้ ยังไง ๆ ผมก็ไม่อดครับ...

ครั้งหนึ่งในชีวิต


วันก่อนไปเจอรูปรถรางใน Facebook ของเพื่อน รู้สึกว่า...ตัวเองเกิดทันได้นั่ง!

ภาพนำมาจาก Facebook - ขอขอบคุณ

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี กล่าวว่า...

รถรางกรุงเทพเป็นระบบรถรางในกรุงเทพมหานครเปิดให้บริการระหว่าง พ.ศ. 2431–2511 โดยถือเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียที่ใช้ระบบรถราง... เปิดให้บริการทั้งสิ้น 11 สาย

จำได้ว่าก่อนอพยพขึ้นไปอยู่เชียงใหม่ แม่หรือใครไม่แน่ใจ (?) พาผมขึ้นรถรางกรุงเทพ นับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้นที่ baby boomer อย่างผมได้มีประสบการณ์ที่น่าภูมิใจซ่อนไว้ภายใน!  เสียดายที่เค้ายกเลิกระบบรถรางไปซะ ไม่งั้นกรุุงเทพเมืองเทวดาทุกวันนี้คงยังมีภาพอย่างที่ผมได้เห็นในซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นแม่นมั่น

ว็บ palanla.com กล่าวว่า...

ถนนบานโฮฟซตราเซอร์ (Bahnhofstrasse) เป็นถนนการค้าเก่าแก่ของเมืองซูริกมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14  ตลอดสองข้างทางเรียงรายด้วยร้านค้าแบรนด์เนมระดับโลกมากมาย จนได้ชื่อว่าเป็น “ถนนช้อปปิ้งที่แพงที่สุดในโลก”
Bahnhofstrasse

เพิ่งค้นเจอภาพที่สแกนจากฟิล์มสไลด์ยี่ห้อ Agfa ซึ่งถ่ายไว้หลายสิบปี มันเสื่อมสภาพกลายเป็นสีม่วงหมดเลย...

ป้าย concert ตั้งอยู่ริมทะเลสาบซูริก

window shopping นาฬิกาหรู




อย่างเนี้ยเมืองไทยไม่มีแย้ว! อย่างเนี้ย

ถ้าผมตายไป เอารูปพวกนี้ออกมาดูน้า

พม่าที่รัก!

พื่อน ๆ ที่รักครับ...ผมคิดถึงพม่าจังเลย!

เป็นประเทศเดียวที่ผมอยากไปเที่ยวมากที่สุด แม้ว่าบ้านเมืองของเขาจะอยู่ในสภาพที่เผด็จการทหารครอบครอง ยังไม่สามารถเรียกกลับมาซึ่งความสงบสุข ประชาธิปไตย และความยุติธรรม ถ้าถามผมแล้ว...ประเทศนี้ก็ยังตงครองใจ อยู่ในอันดับหนึ่งที่อยากกลับไปเยือนอีกครั้งแล้วครั้งเล่า!

นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งเครื่องบินไปเมืองนอก ผมบินออกจากดอนเมืองถึงย่างกุ้งด้วยความตื่นเต้น ต่อมาเมื่อประชาธิปไตยในพม่าเริ่มเบ่งบานผมก็ได้กลับไปอีก รวมแล้วทั้งหมดก็สี่ครั้งด้วยกัน ผมไม่เคยพบกับความผิดหวังหรือเสียใจ ไม่เคยโดนหลอกหรือโดนโกงแม้แต่ครั้งเดียว ถ้ามีหนังสือให้เขียนบรรยายเกี่ยวกับการเดินทางในประเทศนี้ ทุกเรื่องล้วนมีแต่ความงดงาม ความซาบซึ้งและประทับใจอันคงอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจของผมไปตราบนานเท่านาน... 

ผมพยายามนึกนะ ย้อนคิดหวลหาความขมขื่นที่ได้รับจากประเทศนี้ แต่ยังคิดไม่ออกจริง ๆ

หลังจากโลกผ่านพ้นวิกฤตโควิด 19 วันนี้ผมเห็นเพื่อน ๆ หลายท่าน เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฯลฯ ผมกลับคิดถึง "พม่า" 

นึกถึงวันแรกที่ลงจากเครื่องบินที่สนามบินเมืองย่างกุ้ง ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ เค้าหิ้วเหล้าจาก duty free เข้าไปคนละสองขวด เอาไปขายให้คนพม่าที่มารอซื้อ ได้กำไรเนาะ ๆ จำได้ว่าแชร์รถแท็กซี่กับหนุ่มฝรั่งไปลงที่วงเวียนเจดีย์ซู่เล ก่อนเดินหาที่พักในยามค่ำคืน...

จำได้ดีว่าตลอดการเดินทางซึ่งมีกำหนดตายตัวแค่ ๗ วัน...ก่อนบินต่อไปบังคลาเทศ เสียดายที่ตอนนั้นกล้องดิจิตอลยังไม่เกิด ผมใช้กล้องฟิล์มยี่ Rollie 35 (โดนแขกหลอกเอาไปเมื่อถึงกัลกัตตาได้แค่วันแรก) ช่วงหลังมานี้ดีหน่อย มีกล้องดิจิตอล...ผมมีรูปเด็กพม่าน่ารักไว้ได้ชื่นชมเสมอมา!

 

ผู้ที่มีจิตใจแข็งกระด้างอาจดูรูปเหล่านี้แล้ว มองไม่เห็นในสิ่งที่ฉายออกจากดวงตาของเด็กน้อย

 

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมไม่ค่อยได้เห็นในสยามเมืองยิ้ม! 

 

น่าเสียดาย...ถ้าผมจะต้องตายไปพร้อมกับภาพและความทรงจำดี ๆ เช่นนี้!