Saturday, July 06, 2013

เปลี่ยนมือหมุนบานเกล็ด...


หน้าต่างบานเกล็ดบนชั้น ๓ ของบ้านห้างฉัตร มีอยู่บานนึงที่มือหมุน (winder) ใช้การไม่ได้  เข้าใจว่าเฟืองคงจะเสีย ผมต้องเปลี่ยนใหม่ ...

เปลี่ยนง่ายครับ ใครก็ทำได้ แต่ผมอยากนำมาเขียนลงบล็อก "ช่างเหอะ" เพื่อรายงานเรื่อง "ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ประตูหน้าต่างอลูมิเนียมเปิดใหม่ในอำเภอห้างฉัตร"

ผมต้องขออภัยที่ไม่ได้จดชื่อร้านมา แล้วก็ไม่ได้ถ่ายภาพไว้ด้วย แต่ก็หาร้านนี้ได้ไม่ยาก อยู่บนถนนเข้าเมือง (จากทางหลวงลำปาง-เชียงใหม่ไปยังสามแยกไฟแดง)  ฝั่งเดียวกับที่ทำการไปรษณีย์  ถ้าไปจากซุปเปอร์ไฮเวย์จะอยู่ทางด้านขวามือ ต้องกลับรถหน้าที่ทำการไฟฟ้าห้างฉัตร...

ทำไมผมถึงอยากบอก?  ก็เพราะห้างฉัตรหาร้านจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์อลูมิเนียมได้ยากครับ มือหมุนบานเกล็ดเสีย ผมว่าจะซื้อจากร้านในเมืองลำปาง...แต่ก็ลืมทุกที พอมีร้านประเภทนี้เปิดที่ห้างฉัตรก็เลยสบาย  ไปหาซื้ออะหลั่ยที่ต้องการได้ง่าย  อยู่ไม่ไกล...เดินไปก็ยังได้  ที่สำคัญคือสินค้าบางอย่างราคาถูกกว่าร้านในเมืองลำปางเสียอีก


พวกเส้นอลูมิเนียมที่ใช้ทำมุ้งลวด เค้ามีขายหมด ชุดบานเกล็ด (ไม่รวมกระจก) ที่นี่ขายชุดละ ๑๒๐ บาท ในขณะที่ร้านในลำปางขาย ๑๕๐ บาท!

ผมเพิ่งจ้างช่างให้ทำมุังลวด ๑๒ บาน เค้าคิดบานละ ๒๕๐ บาท บานเล็ก ๆ ในห้องน้ำก็ราคาเดียวกัน  ถ้ารู้ว่ามีร้านจำหน่ายอุปกรณ์อลูมิเนียมอยู่ใกล้บ้าน ผมอาจทำเองก็ได้ เครื่องไม้เครื่องมือยังมีอยู่ครบ...

ไหน ๆ รายงานเรื่องนี้แล้ว ก็เลยอยากจะถ่ายภาพมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูซะหน่อย  ง่ายมั่ก ๆ...ก่อนอื่นต้องเปิดบานมุ้งลวดออกอย่างที่เห็น


ขันสกรู ๔ ตัว  ก็ดึงออกมาได้แล้ว


จากนั้นก็ใส่ตัวใหม่เข้าไปแทน...


ใส่ด้ามมือหมุนแล้วขันสกรูให้แน่น  ถ้ามีน้ำมันหล่อลืนหรือน้ำยาเอนกประสงค์อยู่ใกล้มือ จะหยอดหรือฉีดลงไปที่ฟันเฟืองสักฟืดสองฟืด ก็คงไม่ผิดกติกา!


ก่อนปิดบานมุ้งลวด ผมมองออกไปที่ "บวกควาย" (ใครรู้จักบ้าง?) ริมบึงหลังบ้าน  ปกติควาย ๒ ตัวจะอยู่คู่กัน ไปไหนก็ไปด้วยกัน ส่วนอีกตัวนั้นอยู่ห่าง ไม่ยอมเข้าใกล้  แต่วันนี้แปลกจัง  ทั้ง ๓ ตัวนอนแช่โคลนอยู่ด้วยกันได้!


เรื่องไร้สาระจบแล้วครับ

Friday, July 05, 2013

4 seasons สีทนได้


ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะโฆษณาให้นะครับ เพียงแต่ผมอยากจะเล่าถึงการทาสีผนังบริเวณที่จะติดตั้งชั้นวางแผ๋นซีดี ซึ่งได้เริ่มลงมือทำแล้วตั้งแต่ตอนสาย ๆ   

ยังไม่เคยใช้สีดี ๆ อย่างนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ "สีน้ำอะครีลิค"  ผมจึงไม่รู้ว่าเจ้าสีดี ๆ มันดีอย่างไร?  ทำไมถึงได้ราคาแพงกว่าสีส่วนใหญ่ที่วางขายตามร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วไป  วันนี้ผมมีโอกาสได้ทาผนังปูนด้วยสีน้ำอะครีลิคอิมิลชั่น (100 %) โฟร์ซีซั่นส์ของทีโอเอ จึงได้ถึงบางอ้อ! 

ก่อนหน้านั้นผมซื้อแต่สีราคาถูกมาใช้ บางครั้งขี่จักรยานยนต์ไปซื้อจากห้างไทวัสดุ ถังใหญ่ขนาด ๕ แกลลอน สามารถวางไว้ข้างหน้า ใช้ขาหนีบไว้ แล้วนำกลับบ้านได้เลย ตอนยกลงหรือหิ้วขึ้นบันได...ก็ไม่รู้สึกว่ามันหนักสักเท่าใด!

แต่สียี่ห้อนี้ ผมหิ้วขึ้นบันไดจากข้างล่างขึ้นชั้นสามแทบไม่ไหว มันหนักจริง ๆ เข้าใจว่าเนื้อสีเต็มร้อย (ไม่ได้เหลวเป็นน้ำและมีส่วนผสมของแป้ง) ตอนหิ้วถังขึ้นบันได...ผมต้องหยุดพักเป็นระยะ ๆ คิดในใจว่าอีกซัก ๒-๓ ปี ผมคงหิ้วอย่างเนี้ยไม่ได้อีกแล้ว! 

ลงมือเปิดฝา... ด้วยรู้วิธีจึงมิได้เป็นเรื่องยาก!


สีถังนี้สามารถใช้ทาได้ทั้งภายนอกและภายใน รหัสสีคือ A 2005  (Soft Linen)  ตอนซื้อมาผมก็ยังไม่แน่ใจว่าสีจริง ๆ จะเป็นเช่นไร  พอเปิดฝาออก...ผมก็ได้เห็นว่ามันออกไปในเฉดสีไข่ไก่ปนสีเขียวนิด ๆ  เนื้อสีข้นคลักเชียว (มิน่าถึงได้หนักจนหิ้วแทบไม่ไหว) 


ผมใช้ไม้คนสีตามเข็มนาฺฬิกา ๒๒๒ รอบ ก่อนที่จะนำไปใช้ทา...


ใช้วิธีเอียงถังแล้วเทสีลงในถาดไม่ได้นะครับ มันจะหกและย้อยปากถัง ทำให้เสียของและยุ่งยาก ผมใช้กล่องพลาสติกสี่เหลี่ยมตักสีไปใส่ถาด แก้ปัญหาเรื่องสีหกเลอะเทอะไปได้...

ใช้ลูกกลิ้งทา ๑ รอบ (ตามขอบใช้แปรง)...ผมทาผนังภายนอกของห้องน้ำทั้งด้านหน้าและด้านข้างซึ่งมีเนื้อที่รวมประมาณ ๖-๗ ตารางเมตร ใช้สีไม่มากเลย เห็นได้ชัดว่าสีดี ๆ สามารถทาพื้นที่ได้มากกว่าสีราคาถูก แถมยังทาง่าย เพราะสีไม่ค่อยหยดลงพื้น!

ทารอบแรกแล้วปล่อยทิ้งไว้ครึ่งวัน จากนั้นก็ทาทับอีกรอบ (ใจร้อน อิอิ)  ตอนนี้เสร็จแล้วครับ...


ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งดี ๆ ก่อน  เวลาเดินผ่าน...ผมชอบเอามือไปลูบผนัง รู้สึกว่ามีความสุขฮับ!


อ่อ ลืมบอกไปว่าเป็นสีชนิดด้าน แต่ก็สวยนะ  เวลาผ่านไป...สีก็เข้มขึ้นกว่าตอนทาใหม่ ๆ  ช่วงที่รอ...ผมนำแผ่นไม้ซึ่งมีเหล็กฉากติดอยู่ไปล้างทำความสะอาดเตรียมไว้สำหรับการติดตั้ง


ผมไม่ได้ลงสี เพราะติดตั้งเสร็จแล้ว อยากให้วางกล่องซีดีได้เลย...

Thursday, July 04, 2013

รางปลั๊กไฟฟ้า V.E.G.


เมื่อเดือนที่แล้ว ผมเขียนเรื่อง "บอลวาล์วพีวีซี ตราช้าง" และได้ทิ้งท้ายไว้ว่า "อย่าไว้ใจในของแพง มีชื่อเสียง บางทีของถูกกว่าอาจจะใช้งานได้ดีกว่าก็ได้...""     วันนี้ "ช่างเหอะ" อยากจะเล่าต่อเรื่องสินค้าอีกชิ้นหนึ่ง คือ "รางปลั๊กไฟฟ้า"

ที่บ้านห้างฉัตร... ผมยังไม่สามารถเดินสายติดตั้งปลั๊กให้ได้ครบสมบูรณ์กับการใช้งาน จึงจำเป็นต้องใช้ "รางปลั๊กไฟฟ้า" กับเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชิ้นไปก่อน ปัญหาก็คือ...เต้าเสียบหลวม บางครั้งไปกระทบเข้าหน่อยพลอยทำให้ไฟดับ เครื่องคอมพ์ฯ จึงมีความเสี่ยงที่จะชำรุด เพราะผมไม่ได้ใช้ UPS (Un-interruptible Power Supply)

วันก่อนไปเดิน Global House (อีกแล้ว)  มี "รางปลั๊กไฟฟ้ายี่ห้อ V.E.G." บรรจุอยู่ในกล่องดูดี ผมหยิบขึ้นมาพิจารณา เห็นเต้าเสียบมีหลายช่อง ท่าทางเสียบแล้วไม่หลวม  คิดว่าน่าจะเป็นสินค้ามีคุณภาพ...


ความยาวของสายคือ ๑๐ เมตร ราคา ๑๖๐ บาท ตอนหยิบขึ้นดูทีแรก...เห็นที่เค้าสะกดผิดว่า Extention Socket (ที่ถูกคือ Extension Socket)  ผมก็ไม่แน่ใจว่าสินค้าชิ้นนี้จะดีจริงหรือเปล่า  ต้องวนไปดูอีกรอบ...ในที่สุดผมก็ตัดสินใจซื้อมาใช้ ๑ ราง...


เสียบแน่นก็จริงครับ แต่ใช้งานมาได้ ๒-๓ วัน...อยู่ ๆ ก็เสียขึ้นมาดื้อ ๆ  แสงไฟที่สวิชยังคงติดอยู่ แต่ไม่มีไฟออกมาจาก outlets  อุปกรณ์ไฟฟ้าของผมเงียบสนิท!  ช่างเหอะต้องวางมือจากการทาสี หันมาซ่อมเจ้า "รางปลั๊กไฟฟ้า V.E.G." ตัวนี้ก่อน...

ขันสกรูด้านหลังออก ๕ ตัว พอแกะออกมาเห็นภายใน...ผมก็ต้องส่ายหัว เพราะมันเป็นแค่รางพลาสติก(เกรดต่ำ) ที่มีเส้นทองแดงยาว (บาง) ไว้รองรับสัมผัสจากปลั๊กที่เสียบเข้ามาเท่านั้น!


ของใหม่แท้ ๆ แต่สายไฟขาดครับ บัดกรีไว้ไม่ดี แถมสายยังกรอบ อยู่ดี ๆ มันก็หลุด ที่แย่ที่สุดคือการออกแบบให้ขั้วแผ่นทองแดง (อ่อนและบาง) อยู่ใกล้ชิด โดยไม่มีฉนวนล็อคให้แน่นหนา  ดันมาเขียนโฆษณาไว้ว่ารองรับกระแสได้ถึง ๑๐ แอมป์ หรือ ๒.๒ กิโลวัตต์  

ลืมบอกไปว่า ก่อนหน้านั้นได้เอาไปเสียบใช้งานกับสว่านไฟฟ้า พอนำกลับมา...มันก็เสีย!!

ผมใช้หัวแร้งบัดกรีเชื่อมต่อสายที่หลุด จนใช้งานได้ตามปกติ แต่ก็ต้องระวังว่าจะไม่ใช้กับเครื่องใช้ที่กินไฟมาก เพราะมีสิทธิ์ลัดวงจรได้...


รางปลั๊กไฟฟ้า V.E.G. ไม่น่าซื้อมาใช้ครับ!  ขอบอก...

Wednesday, July 03, 2013

ทาสีรองพื้นปูนเก่า

ผมมีแผ่นซีดีและดีวีดีตำราดนตรีและภาพยนต์เก่าสะสมไว้มากมาย พอย้ายไปอยู่บ้านใหม่ ก็อยากจะทำที่เก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ถ้าขืนปล่อยทิ้งไว้อย่างแต่ก่อน...มันจะปนกันไปหมด ผมคงไม่ได้เริ่มงานบริการด้านตำรับตำราอย่างจริง ๆ จัง ๆ ให้เพื่อนสมาชิกสักที...

ผมเล็งไว้แล้วว่าจะติดชั้นวางซีดีไว้ข้างฝาตรงบันไดทางขึ้นดาดฟ้า...


เมื่อวาน ผมเตรียมเจาะรูฝังพุกเพื่อยึดเจ้าไม้แผ่นยาวเอาไว้แล้ว (ในภาพ - มีไม้วางแอบไว้ข้าง ๆ เห็นได้ไม่ชัด)  ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนที่ผมจะต้องทาสีผนังในส่วนที่เห็นนั่น สีที่จะใช้ทาก็มีแล้ว (คุณแอ้มช่วยหาให้...ถูกใจ ๆ) แต่ผมจะต้องทาสีรองพื้นปูนเก่าเสียก่อน

ขอสารภาพว่าเกิดมาผมก็ยังไม่เคยทาสีรองพื้นปูน ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะต้องมาเป็นช่างเหอะจับลูกกลิ้งทาสีรองพื้นปูน!!  ศึกษาจากเว็บต่าง ๆ ก็ไม่เห็นมีบอกละเอียด เว็บไหน ๆ ก็บรรยายคล้ายกัน 

สีรองพื้นมีอยู่ ๒ ชนิดคือ "ชนิดน้ำ" และ "ชนิดน้ำมัน" ตอนไปซื้อสียี่ห้อ SuperCote ที่ร้านธงชัย คนขายแนะนำให้ใช้สีรองพื้นชนิดน้ำมัน  ผมซื้อมาเตรียมไว้ได้เป็นเดือนแล้วครับ  กระป๋องขนาด ๕ แกลลอนราคาเกือบ ๒ พันบาท!!  ยังไม่ได้เปิดใช้


เคยคุยกับช่างทาสีคนหนึ่ง เค้าบอกว่าอย่าใช้ชนิดน้ำมัน ให้ใช้ชนิดน้ำ เพราะชนิดน้ำมันมีกลิ่นเหม็น เหนียว และทายาก  บ๊ะ..เห็นในเว็บแนะนำให้ใช้สูตรน้ำมันนี่หว่า!

วันนี้ต้องพิสูจน์ ผมหิ้วกระป๋องสีหนักอึ้งขึ้นชั้นสาม  เตรียมพื้นผิวที่ผนังไว้แล้ว ตอนนี้ก็เพียงแค่ลงมือทา   อ่อ ต้องเตรียมเครื่องมือก่อนครับ...


ลูกกลิ้งและถาดสี  ไม่รู้ว่าใช้ถูกกับงานหรือเปล่า? แต่เอาเหอะ ไหน ๆ ก็ซื้อมาแล้ว!

ปัญหาที่เผชิญอยู่ข้างหน้าก็คือ ผมเปิดฝาถังสีรองพื้นไม่ได้!  "ก็หนูไม่รู้ หนูไม่เคย" ...ผมอยากจะพูดล้อเลียน!  จริง ๆ แล้วเคยแต่เปิดฝากระป๋องทินเนอร์หรือน้ำมันสน มันมีเกลียวที่ฝา แค่ใช้ประแจ(งานประปา)จับแล้วขันออก...ก็ได้แล้ว แต่เจ้าฝาตัวนี้มันใหญ่ ผมพยายามหมุนออกเหมือนที่เคยทำ มันดื้อแฮะ...ไม่ยอมหมุน!  ใช้ไขควงสกัด...ฝาก็ไม่ขยับ!   ต้องใช้ความพยายามหน่อยนะครับ กว่าจะเปิดได้ผมก็เล่นซะฝาเยินไปเลย!  พอฝาใหญ่เปิดออกแล้ว ยังมีฝาข้างในอีกชั้น งัดเบา ๆ ก็ออก! 

ไม่คิดมาก่อนว่าการทาสีรองพื้นปูนจะง่ายเช่นนี้  ผมใช้ลูกกลิ้งทาแป๊ปเดียวก็เสร็จ ง่ายกว่าทาสีจริงเยอะเลย!  

   
ทิ้งไว้ไม่นานก็แห้ง ลองลูบดู รู้สึกเนียนมือ คล้ายกับว่ามีฟิล์มบาง ๆ เคลือบอยู่  ส่วนที่เห็นเป็นรอยร้าว ผมโป๊วและขัดกระดาษทรายแล้ว คิดว่าถ้าทาสีจริงทับ ๒ ชั้น ก็คงจะไม่ปรากฏให้เห็นอีก  ถ้าถามว่าเหม็นหรือเปล่า?  สำหรับผมแล้ว...ทาสีน้ำมันผสมน้ำมันสนยังเหม็นกว่านี้เยอะ!

สรุปแล้วทาสีรองพื้นปูนเก่า...สนุกดีครับ!

Sunday, June 23, 2013

เมื่อช่างเหอะเลือกซื้อปั้มน้ำ...


บ้านห้างฉัตรดีกว่าบ้านปงแสนทองตรงที่ว่ามีน้ำประปาอยู่แล้ว ผมไม่ต้องทนใช้น้ำบาดาลนานนับสิบปีเหมือนกับที่อยู่บ้านปงฯ 

วันแรกที่เปิดประตูบ้านใหม่(แต่เก่า)เข้าไป ผมลองเปิดก๊อกน้ำในห้องน้ำชั้นล่าง มีน้ำไหลออกมาแรงพอประมาณ รู้สึกดีที่เห็นว่าน้ำใสดี ปราศจากกลิ่นสนิมและคลอรีน ผมขึ้นไปเปิดน้ำที่ชั้น ๒ ...พบว่าแทบจะไม่ไหล  พอขึ้นไปถึงชั้น ๓ ปรากฏว่าเงียบสนิท ผมพอสรุปได้ว่าน้ำประปาที่นี่มีแรงดันไม่พอที่จะขึ้นไปถึงชั้น ๒ และชั้น ๓!  ดังนั้นงานลำดับต้น ๆ ของช่างเหอะก็คือ ต้องติดตั้งระบบน้ำให้สามารถใช้ได้ทุกจุด (รวมถึงโครงการสวนผักปลอดสารพิษบนดาดฟ้า)...

อาศัยข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ผมควรติดตั้งถังเก็บน้ำบนดินแล้วใช้ปั้มน้ำอัตโนมัติสูบจ่ายไปตามจุดต่าง ๆ (ยกเว้นชั้นล่าง)  คุณแม่ของน้องเอแคร์ได้กรุณาช่วยจัดหาถังเก็บน้ำขนาด ๗๐๐ ลิตรให้ในราคามิตรภาพ...


ติดตั้งถังเก็บน้ำไว้ตรงระเบียงชั้นลอย ความสูงพอดีเลยครับ ผมเลือกให้น้ำเข้าทางด้านบน...



ซื้อก๊อกปิดเปิดแบบลูกลอยขนาด ๖ หุน (ตัวละ ๓ ร้อยกว่าบาท) มาใส่ เพื่อให้น้ำไหลเข้าถังโดยอัตโนมัติ  พอติดตั้งถังเก็บน้ำแล้วเสร็จ ผมก็ต้องมาคิดว่าจะใช้สูบน้ำชนิดใด ขนาดเท่าไหร่ และยี่ห้ออะไรมาใช้?  ผมขี่แมงกะไซค์ตระเวณไปดูสินค้าตามห้างร้านต่าง ๆ ในตัวเมืองลำปาง ไม่ว่าจะเป็น Global House, ไทวัสดุ, เต็กหมง, ร้านวิสูตรพาณิชย์ ฯลฯ   รวมทั้งค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต 

ผมต้องตัดสินใจเสียก่อนว่าจะซื้อปั้มน้ำอัตโนมัติแบบถังแรงดันอากาศ หรือ แบบแรงดันคงที่ดี? หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ถังกลมกับถังเหลี่ยมจะเอาอย่างไหนดี?

ปั้มอัตโนมัติแบบถังแรงดันอากาศ ลักษณะกลม ๆ อย่างที่เห็น ผมเคยใช้มาแล้วครับ มันจะมีถังเก็บน้ำโลหะอยู่ด้านล่าง พอแรงดันลด สวิชก็ทำงานเสียงดัง "แป๊ก" แล้วมอเตอร์ก็ทำงาน ในเว็บ homeworks.co.th เขียนเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแบบถังแรงดันอากาศและปั้มแรงดันคงที่ไว้ดังนี้...
ปั๊มน้ำอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการใช้ภายในบ้าน คือ ทันทีที่เปิดก๊อกปั๊มน้ำจะทำงาน พอเลิกใช้ปั๊มก็หยุดทำงาน ขนาดของปั๊มน้ำอัตโนมัติมีตั้งแต่ 100-400 วัตต์ สำหรับ 100–150 วัตต์ เหมาะกับบ้านที่มีผู้อาศัย 2-3 คน....  ปั๊มอัตโนมัติจะมีอยู่ 2 แบบ แบบที่ 1 ปั๊มมีถังแรงดันอากาศ แบบที่ 2 ปั๊มแรงดันคงที่ สำหรับปั๊มมีถังแรงดันอากาศ ข้อดีคืออายุการใช้งานนานกว่า แต่ข้อเสียคือตัวถังทำด้วยเหล็กแล้วเคลือบด้านใน พอใช้ไปนานๆ ด้านในจะเป็นสนิม เวลารั่วต้องเปลี่ยนถังใหม่ แต่ปัจจุบันมีเฉพาะตัวถังขาย ถ้ามอเตอร์ไม่เสียก็เปลี่ยนแต่ถัง ส่วนปั๊มแรงดันคงที่ ข้อดีคือถ้าเราเปิดน้ำ 4 จุดพร้อมกัน แรงดันน้ำจะไหลเท่ากันทั้ง 4 จุด ไม่ว่าก๊อกน้ำจะอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลัง ถ้าเทียบทั้งสองแบบที่วัตต์เท่ากัน ปั๊มแรงดันอากาศจะดึงน้ำได้แรงกว่า
จริง ๆ แล้ว...เจ้าถังกลมก็ทนน่าดูนะ ผมใช้มาเกือบ ๑๐ ปี  มันทำงานด้วยดีมาโดยตลอด แต่มาเสียเอาตอนที่ถังเก็บน้ำเกิดสนิมจนมีรูรั่ว แต่พอดัดแปลงโดยนำสวิชอัตโนมัติอย่างถูกมาใส่...มันก็ยังทำงานได้ดีจนถึงทุกวันนี้

หลังจากศึกษาทางเน็ตพอมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ผมก็คิดว่าจะซื้อปั้มแรงดันคงที่ขนาด ๑๕๐ วัตต์ คุณวิสูตรบอกว่าสามารถสั่งปั้มยี่ห้อ Mitsubishi 150 W ให้ได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาท ซึ่งนับว่าถูกที่สุดแล้ว...แต่ผมก็ยังไม่ซื้อ ขอแวะไปดูที่ร้านอุดม-กันทามาศก่อน! 


คุณอุดม (เจ้าของร้าน) บอกผมว่าถ้าเอายี่ห้อ Hitachi ขนาด 150 W ก็คิดให้ตัวละ ๔,๕๐๐ บาท  อืมมม...ประหยัดไปได้ตั้ง ๗๐๐ บาท ผมตัดสินใจซื้อเจ้าฮิตาซิถังเหลี่ยมขนาด 150 W นำใส่ท้ายรถจักรยานยนต์กลับบ้านทันที...


กลับถึงบ้าน...ลองเปิดกล่องเพื่อยลโฉม!


เป็นรุ่น WM-P 150 GX2 ครับ...


เมื่อนำไปติดตั้งกับถังเก็บน้ำบนดิน บ้านที่ห้างฉัตรก็มีน้ำใช้ครบทุกชั้น!

น้ำไหลแรง แต่เสียงมอเตอร์ยังคงดังกว่าที่คิดไว้!

Monday, June 03, 2013

บอลวาล์วพีวีซี ตราช้าง


บ้านใหม่ที่ห้างฉัตร น้ำประปาไม่แรงพอที่จะขึ้นถึงชั้นสาม ผมต้องแก้ไขด้วยการติดตั้งถังเก็บน้ำขนาด ๗๐๐ ลิตรไว้ตรงชั้นลอย แล้วใช้ปั้มน้ำอัตโนมัติดูดขึ้นไป....


แหม ความสูงพอดีเลยครับ ตั้งถังไว้ตรงมุม ให้คานรับน้ำหนักได้มากที่สุด ผมติดตั้งท่อน้ำเข้า-ออก โดยศึกษาจากสติ๊กเกอร์ "ลักษณะการต่อท่อ" ซึ่งติดไว้ข้างถัง...



คำแนะนำบอกให้ใช้เทปพันเกลียวด้วย ผมก็ไปซื้อมาจาก Global House ซึ่งขายเป็นคู่  รู้สึกว่าเหนียวดีนะ...



ผมให้น้ำเข้าตรงรูบน โดยมีลูกลอยคอยปิดเปิดแบบอัตโนมัติ...





ผมปิดรูตัวล่างนี้ไว้ เพื่อใช้ระบายน้ำออกเวลาล้างถัง.



วันนี้ ผมไปซื้อ "บอลวาล์วแบบพีวีซี" บนาด ๑ นิ้วมา ๑ ตัว เพื่อใช้ปิดน้ำที่ออกจากถัง...



ผมเลือกตราช้าง ราคา ๕๗ บาท เพราะคิดว่ามันจะอดทนและใช้งานได้ดี  แต่ที่ไหนได้...พอติดตั้งเสร็จผมลองเปิดน้ำเข้าถัง กลับมีน้ำไหลซึมออกมาจากเจ้าบอลวาล์วที่ผมคิดว่าน่าจะดี!!

ในเว็บ trachang.co.th คุยไว้ว่า... 
ศักยภาพที่เหนือกว่าทุกด้านของท่อพีวีซี "ตราช้าง" คุณภาพที่เหนือกว่า  มีระบบควบคุมคุณภาพสินค้าโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจรับวัตถุดิบ ตลอดจนก่อนส่งถึงมือลูกค้า....

ตัวลูกบอลคงมีตำหนิ ทำให้น้ำไหลซึมออกมาได้  แย่จัง! ผมเชื่อใจในคุณภาพวัสดุ"ตราช้าง" จึงเดินท่อโดยไม่ใช้  union   งั่ม ๆ จะรื้อออกซ่อม หรือเปลี่ยนก็ทำไม่ได้

อยากบอกเพื่อน ๆ ว่า "อย่าไว้ใจในของแพงมีชื่อเสียง  บางทีของถูกกว่าอาจจะใช้งานได้ดีกว่าก็ได้!!

Sunday, June 02, 2013

โป๊วรอยแตกร้าวขนาดเล็กบนพื้นปูน



บ่ายสี่โมงครึ่ง  ผมขี่แมงกะไซค์จากห้างฉัตร กลับถึงบ้านแต่ก็ยังเข้าบ้านไม่ได้  ต้องเลยไปตลาดนาก่วมใต้เพื่อซื้ออาหารให้พี่ชายก่อน  มื้อเย็นของพี่สิทธิ์วันนี้มี หมูสะเต๊ะ ๒๐ บาท ข้าวเปล่า ๕ บาท หวานเย็น ๑๐ บาท  สำหรับผม...ไม่ได้ซื้ออะไรมากินเลย!  รู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากกินอะไร นอกจากดื่มน้ำเหมือนอูฐ!

เช้านี้เดินทางไปบ้านใหม่ที่ห้างฉัตร เพื่องาน renovation... ผมต้องแวะ Global House ก่อนเพื่อซื้อ Acrylic Filler

ในเว็บของ TOA ให้ข้อมูลไว้ว่า...
ในกรณีที่รอยแตกร้าวมีขนาดไม่เกิน 1 มม. หรือ รอยแตกร้าวลายงา  ทีมงานขอแนะนำ TOA Acrylic Filler ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการยึดเกาะพื้นผิวได้เป็นอย่างดี และสามารถปกปิดรอยหัวตะปูได้อีกด้วย...
วิธีการใช้งาน
เพียงแค่ทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากคราบไข ฝุ่นผง เศษซีเมนต์ และเศษฟิล์มสี แล้วทิ้งให้แห้ง หลังจากนั้น ใช้ TOA Acrylic Filler อุดโป๊วรอยแตกร้าวให้ทั่ว ทิ้งให้แห้งก่อนทำการขัดแต่งให้เรียบเนียนด้วยกระดาษทราย แล้วทำความสะอาดอีกครั้งก่อนการทาสี...
ซื้อกระป๋องเล็กมาใช้ก็พอ เมื่อคืนนี้เช็คราคาในเว็บแล้วกระป๋องละ ๑๐๗ บาท ที่ Global House ขาย ๑๑๗ บาท ก็ใช้ได้นะ ผมซื้อเกรียงโป้วด้ามไม้ขนาด ๔ นิ้ว  ราคา ๒๐ บาท ติดมือไปด้วย...

ลงมือทำงาน... ผมเปิดกระป๋อง Acrylic Filler แล้วดึงเอาแผ่นพลาสติกออก ใช้เกรียงควักเจ้าครีมสีขาวไปปาด ๆ ตามรอยแตก  (ใช้ข้อมือช่วยเหมือนดึงคันชักไวโอลินก็ได้กั๊บ อิอิ)  เท่าที่ได้ลองทำกับรอยแตกที่ตึกห้างฉัตร ผมคิดว่า...ถ้าเป็นรอยแตกขนาดเล็กหรือรอยแตกร้าวลายงา เจ้า Acrylic Filler ตัวนี้จะทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว!



ใช้หมดไปครึ่งกระป๋อง... ผมนำแผ่นพลาสติกคลุมลงไปแล้วปิดฝาให้แน่น!!

ต้องปล่อยทิ้งไว้วันสองวัน...ก่อนที่จะขัดกระดาษทรายแล้วทาสีรองพื้นปูนเก่า ๑ รอบ

ได้ผลอย่างไร จะรายงานให้ทราบนะครับ

Saturday, June 01, 2013

สับปะรดบ้านเสด็จ ลำปาง

ที่มาของภาพ - news.sanook.com
เอกสารเรื่อง "เทคนิคการผลิตสับปะรดเพื่อขายผลสด..." กล่าวว่า...
 สับปะรดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของอำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ปลูกมากที่สุดที่ตำบลบ้านเสด็จ  ตำบลบ้านแลง และตำบลบุญนาคพัฒนา ตามลำดับ  รวมพื้นที่ปลูกโดยประมาณ 19,249ไร่ เกษตรกรผู้ปลูกประมาณ 1104 ราย เป็นพืชที่ทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะทนต่อช่วงหน้าแล้งได้ดี ปลูกได้ในดินแทบทุกแห่งของประเทศไทยที่ระบายน้ำดี แต่ชอบดินร่วนปนทราย ดินปนลูกรังและชอบความลาดเท เช่นที่ลาดเชิงเขา ดินมีสภาพเป็นกรดเล็กน้อย...
บนถนนสายลำปาง-งาว เดินทางผ่าน "บ้านเสด็จ" ซึ่งห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร เพื่อน ๆ สามารถแวะดูวิถีชิวิตของชาวไร่สับปะรด หรือจะแวะชิมและซื้อสับปะรดหอมหวานจากแม่ค้าที่นำมาตั้งจำหน่ายเรียงรายอยู่ตามสองข้างถนนได้เลยครับ...


"ลองจิมดูก่อนเน้อเจ้า..." แม่ค้านำสับปะรดมาให้ชิม...


ยืมอยู่ท่ามกลางกองสับปะรด...


 

จะซื้อเป็นลูก ๆ (ราคาลูกละ ๒๐ บาท) หรือที่ปลอกให้เสร็จ...หยิบใส่ปากเลยก็ได้!


ชิมแล้วก็ต้องซื้อกันคนละถุงสองถุง...หิ้วกลับบ้าน!


ผ่านบ้านเสด็จ บนถนนสายลำปาง-งาว เพื่อน ๆ อย่าลืมแวะนะครับ