Thursday, July 09, 2020

PIN 1 - สีคิริยะ ศรีลังกา

ขออนุญาตปักหมุดบนแผนที่โลกหน่อยนะครับ


หมุดแรก (pin 1) อยากปักไว้ที่ สีคิริยะ (Sigiriya or Sinhagiri) (2) พิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมในศรีลังกา ซึ่งสารานุกรมเสรีวิกิพีเดียอธิบายว่า...
สีคิริยะ หรือ หินราชสีห์ เป็นเมืองในอำเภอมาตเล จังหวัดกลาง ตอนกลางของประเทศศรีลังกา ประกอบด้วยหินปลักภูเขาไฟความสูงประมาณ ๓๗๐ เมตร ป้อมปราการและปราสาทโบราณ รายล้อมด้วยสวนหย่อมและระบบชลประทาน ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของศรีลังกา โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ได้รับการพิจารณาเป็นมรดกโลกหนึ่งในแปดแห่งของประเทศ


ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ

ช่วงที่ยังไม่ได้ไป ตาแก่เมืองรถม้าก็อาศัย google street views เข้าไปเยี่ยมชมก่อนละกัน....

ภาพจาก google street views - thanks!

ถ้าได้ไปศรีลังกา ผมอาจมีโอกาสได้ไปเห็นสะพานพระราม (1) ด้วย   เว็บสำรวจโลก กล่าวว่า
สะพานพระราม หรือ สะพานของอดัม (Adam’s Bridge) เป็นสะพานหินเรียงพาดผ่านช่องแคบ Palk Strait เชื่อมระหว่างเกาะแพมแบน (Pamban) ที่ตั้งเมืองราเมศวารัม (Rameswaram) และเกาะมันนาร์ (Mannar) ของประเทศศรีลังกา
สะพานนี้มีความยาว ๕๐ กิโลเมตร ลึกลงไป ๑-๑๐ เมตร มีรายงานว่า ในอดีตสามารถเดินเท้าข้ามไปมาระหว่างสองประเทศได้ จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๐๒๓ ได้มีพายุไซโคลนพัดสะพานจมหายลงใต้ทะเล ความโค้งของสะพานนี้ ทำให้นักวิชาการเชื่อว่ามันเป็นฝีมือมนุษย์ จากการศึกษาพบว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นถิ่นฐานของมนุษย์ซึ่งมีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ โดยนักโบราณคดีเชื่อว่า สะพานแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อราว ๑.๗๕ ล้านปี ซึ่งอาจเป็นหลักฐานได้ว่ามนุษย์มีการถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากการศึกษาอย่างต่อเนื่องนักโบราณคดีและนักวิทยาศาสตร์คำนวนอายุสะพานแห่งนี้ได้ราว ๑๒๕,๐๐๐ ปี
ภาพจาก pantip.com - ขอขอบคุณ

เดี๋ยวจะปักหมุดไว้อีกเรื่อย ๆ ครับ!

Thursday, July 02, 2020

ดูดอากาศ

ภัยพิบัติครั้งใหญ่เข้าใกล้มาแล้ว!   เพื่อน ๆ เตรียมรับมือกันไว้ให้ดีนะครับ ถ้ามันจะมา...มันจะรวดเร็วมาก ชนิดว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่ทันได้ตั้งตัวเชียวล่ะ!  ช่วงนี้ช่างเหอะยังคงเขียนเรื่องการติดแอร์ด้วยตนเอง ซึ่งคาดว่าจะจบในวันสองวันนี้...

ภาพ capture มาจากคลิปวิดีโอภัยพิบัติ
ภาพ capture จากคลิปวิดีโอภัยพิบัติ

จากภาพที่เห็น ผมคิดว่าเป็นการถูกต้องแล้วที่ผู้ติดตั้งแขวน condensing unit ไว้สูง (แทนที่จะตั้งไว้บนพื้น) ไม่งั้นแล้วก็คงจะจมอยู่ใต้น้ำ  ทีนี้มาดูเจ้า Central Air 9,100 BTU ที่ผมกำลังติดตั้งอยู่กันดีกว่า


หลังจากเดินท่อน้ำยาเสร็จ... ผมก็ต่อสายไฟกับ condensing unit ให้เรียบร้อย



จากนั้นก็ถึงเวลาดูดอากาศ (vacuum) หรือที่ช่างแอร์เรียกสั้น ๆ  ว่า "แว็ค" จุดประสงค์ของการแว็คคือ ดูดอากาศออกจากคอยล์เย็นก่อนที่จะปล่อยน้ำยาเข้าไป เครื่องมือที่ช่างแอร์อาชีพทั่วไปใช้ คือเครื่องแว็คราคาเป็นพัน...

ภาพเครื่องแว็ค - นำมาจากอินเทอร์เน็ต

จริง ๆ แล้วการดูดอากาศ ถ้าไม่ใช้เครื่องแว็คก็สามารถทำได้ด้วยการเปิดน้ำยาออกมาไล่อากาศในแฟนคอยล์ ช่างบางคนขี้เกียจใช้เครื่องดูดอากาศก็ใช้วิธีนี้ จะมีเสียงดังฟู่ ๆ ประมาณ ๓-๔ วินาที คนที่จ้างช่างมาติดแอร์ให้พึงสังเกตด้วยนะครับ  พูดแล้วอิเหนาก็เป็นเอง คือตอนที่ผมจ้างช่างมาติดแอร์ Sharp 12,000 BTU ๒ ตัวก่อนหน้านี้ ผมก็ไม่ได้ดู ปล่อยให้เค้าทำกันเอง เสร็จแล้วก็จ่ายตังค์ ก็เลยไม่รู้ว่าเค้าไล่อากาศเสียงดังฟู่ ๆ หรือว่าใช้เครื่องดูดอากาศ (ไม่เห็นเค้ายกมา - อาจผ่านตาไปก็ได้)  แต่ที่ทิ้งไว้ให้เรียนรู้ก็คือการเดินท่อแบบประหยัดค่าใช้จ่ายและใช้เวลาไม่มาก ติดแอร์ชั่วโมงเดียวก็เสร็จแล้ว! รวดเร็วแต่ไม่สวย


ช่างเหอะใช้เวลาเป็นอาทิตย์ ๆ ค่อย ๆ ศึกษาและทำไปอย่างผู้ไม่มีประสบการณ์....



ทีนี้มาถึงขั้นตอนการทำสูญญากาศ (vacuum) หรือไล่อากาศออกจากแฟนคอยล์ ผมไม่ใช้วิธีฟู่ ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเครื่องแว็คราคาแพง... ผมใช้เครื่องปั้มลมที่มีอยู่ เคยหาวิธีทำให้มันใช้เป็นเครื่องดูดอากาศได้ตั้งแต่ตอนซ่อมตู้เย็นคราวก่อน



เกย์วัดแบบถูกก็มีแล้ว เอามาใช้ได้ครับ...


แต่มีปัญหาตรงที่หัวของมันต่อเข้ากับ condensing unit ไม่ได้ ผมต้องสั่งซื้อตัวต่อจากร้านค้าออนไลน์มาอีกตัวนึง...


รอสินค้าอีก ๒-๓ วันกว่าจะได้มา พอได้มาแล้วก็ลงมือแว็คทันที...

ผู้ไม่ยอมแพ้

Ernest Hemingway เขียนไว้ใน The Old Man and the Sea ว่า...
“But man is not made for defeat,"  he said.  "A man can be destroyed but not defeated.”
ภาพจาก pixabay.com - thanks!
วันก่อนผมเขียนไว้ใน "ยอมแพ้" ในเรื่องการบานท่อ (flare) เพราะเครื่องมือ (flaring tool) ไม่สามารถจับท่อทองแดงซึ่งมีขนาดบางได้


แท้ที่จริงแล้วการยอมแพ้เป็นแค่การพักรบชั่วคราว เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาต่อไปเท่านั้น ผมได้ขอให้ร้านลำแต้ช่วยติดต่อช่างแอร์ที่รู้จัก โทรไปอธิบายถึงปัญหาที่ผมอยากให้มาช่วยบานแฟร์และดูดอากาศให้ เพื่อจะได้เสร็จเรื่องเสร็จราวซะที!  เพื่อนบ้านผู้แสนดีโทรไปแล้ว ช่างเข้าใจปัญหา บอกว่าคิดค่าบริการ ๖๐๐ บาท ต่อกันไปมาแล้วลดเหลือ ๕๐๐ บาท! 

ผมเข้าใจดีครับ คนทำมาหากิน ช่างอาชีพก็ต้องมีค่าวิชา จะให้คิดถูก ๆ ได้อย่างไร?  (ผมหันมามองตัวเอง ไปตั้งสายเปียโนให้เขาคิด ๖๐๐ บาท ๓๐ ปีผ่านมาก็ยังเหมือนเดิม สอนดนตรีก็เหมือนกันบางครั้งก็สอนฟรี แถมขนมให้เด็กกินด้วยอีก หุหุ)  แต่เงิน ๕๐๐ บาทมันไม่น้อยเลยสำหรับผม ขอต่อรองเหลือ ๓๐๐ บาท เขาก็บอกว่าไม่ได้!

ปัญหายากกว่านี้ผมยังแก้ไขผ่านมาได้ กับเจ้ายักษ์ซึ่งผมเคยได้แต่ขี่ ในที่สุดก็ยังศึกษาและสามารถเปลี่ยนซี่ลวดล้อ ดัดล้อ เปลี่ยนดุมและชุดเกียร์  ฯลฯ ได้โดยไม่ต้องพามันไปหาช่างจักรยาน!

หลังจากลองแก้ไขปัญหาจับท่อไม่อยู่ด้วยการพันเทปหลายรูปแบบก็ไม่สำเร็จ วิญญาณอิคคิวซังก็เข้าสิงช่างเหอะในที่สุด คิดขึ้นมาได้ว่าเรามีเครื่องเชื่อมทองแดงที่ใช้แก๊สกระป๋องอยู่นี่นา... 
 

ผมก็เลยเอามาเชื่อมพอกในจุดที่จับท่อทองแดง เพิ่มความโตขึ้นอีกนิด แล้วก็ทำการบานปลายท่อ (flaring) ตามวิธีเดิม เพิ่มเทคนิคอีกนิดด้วยการใช้เหล็กตอกขยายรูนิดนึงก่อนแฟร์ด้วยเครื่องมือ...


ในที่สุดก็เรียบร้อยครับ ผมทำการบานท่อทองแดงหรือที่ช่างแอร์เรียกกันว่า "บานแฟร์" สำเร็จทั้งท่อเล็กขนาด 1/2" และ 3/8"


ทำความสะอาดปลายท่อ ดัดท่อ นำเข้าต่อด้วยกันกับ condensing unit โดยใช้ปะแจปากตาขันให้แน่น (จุดนี้ต้องระวังให้มาก ตรวจสอบให้ตรง ไม่รั่ว และขันด้วยความตึงที่พอดี ไม่มากเกินจนเสียหาย) เรียบร้อยแล้วครับ...


ด้วยความเชื่อมั่นว่าคงไม่รั่ว ผมยิ้มออก!  เชื่อแล้วว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น"

Wednesday, July 01, 2020

ยอมแพ้

คิดผิดคิดใหม่ได้! แต่เรื่องการตัดท่อน้ำยาให้สั้นลงเพื่อเน้นความสวยงาม พอตัดขาดลงไปแล้ว ผมไม่อาจคิดใหม่ได้!


ช่างเหอะผู้อยากลองติดแอร์ด้วยตนเองจำเป็นต้องลุยต่อ ด้วยการสั่งซื้อชุดบานท่อทองแดงมาใช้...


๓ ร้อยกว่าบาท ผมตัดใจซื้อ ด้วยคิดว่าเอาไว้ใช้ศึกษาและฝึกทำงานแอร์-ตู้เย็น ถ้ามีโอกาสได้ใช้ติดตั้งแอร์อีกตัวสองตัวก็น่าจะคุ้ม...


เครื่องมือบานท่อมีตั้งแต่ราคาถูกสุด (ที่ผมซื้อ) ไปจนถึง ๒-๓ พันบาท ของถูกลองใช้ดูแล้วก็คิดว่าพอใช้ได้ไม่ว่าเป็นมีดตัดท่อ (สีแดง) หรือเจ้าตัวลบคม (ด้ามสีฟ้า) แต่พอผมจะเอามาบานท่อเท่านั้น เป็นเรื่องขึ้นมาทันที ปัญหาคือท่อทองแดงสำเร็จที่ทางโรงงานให้มากับเครื่องมันเป็นอย่างบาง ผมจับอย่างที่เห็นในภาพแล้วนำที่บานท่อมาลงมือหมุนเพื่อบานปลายท่อ...ด้วยความที่ท่อมันเล็กไปหน่อย ตัวจับจึงจับไม่อยู่ (แม้จะขันจนแน่นแล้ว) แทนที่ปลายท่อจะบานออก (flare) มันกลับเลื่อนลงไปเรื่อย ๆ พูดง่าย ๆ คือมันไม่ยอมบานนั่นเอง!  ผมลองแล้วลองอีก...เพียรพยายามอยู่หลายครั้ง นำไปปรึกษาช่างที่โรงกลึงข้างบ้าน เค้าลองเอาเทปพันสายไปพันท่อทองแดงให้โตขึ้นอีกนิด ผมนำกลับมาลองที่บ้าน มันก็ไม่สำเร็จอีก ใช้เทปอย่างอื่นก็เอาไม่อยู่ ยิ่งทำยิ่งเละ ยิ่งอากาศร้อน เหงื่อท่วมตัวเหมือนอาบน้ำ แสงอาทิตย์ส่งรังสีมาทำให้ปวดหัว


หนักเข้า...หนักเข้า จุดที่ต้องหยุดงานก็มาถึง ผมขันล็อคท่อจนหน้าสัมผัสแท่งเหล็กชิดสนิทก็ยังไม่เบามือ เพิ่มแรงอีกนิด ๆ เกิดเสียงดังแป๊ก!  เจ้าหู (เหล็กหล่อ) เครื่องมือบานท่อ (flaring tool) ก็หักออก หล่นลงไปกระทบหลังคาเหล็ก แล้วร่วงลงไปยังพงหญ้าเบื้องล่าง   "เวรกรรม!" ผมคิดในใจ รีบโทรฯ ไปปรึกษาร้านลำแต้เพื่อนบ้าน ขอช่วยติดต่อช่างแอร์ซึ่งอยู่ไม่ไกลมาบานแฟร์แล้วทำแว็คคั่ม (ดูดอากาศออกจากคอยล์เย็น) ให้หน่อย ในใจคิดว่าน่าจะไม่แพง หากไม่เกิน ๓๐๐ บาท ก็จะยอมจ่าย เพราะทำต่อไม่ไหวแร้ว!
   
ภาพจาก stickerzth.com - ขอขอบคุณ

ไม่น่าตัดท่อเลยเรา!

Tuesday, June 30, 2020

FLARE

เพื่อน ๆ ที่รักครับ... วันนี้ขอคุยเรื่อง DIY ต่อดีกว่า ที่ผ่านมาผมเล่าเรื่องการอัพเกรดเจ้ายักษ์และการติดแอร์ด้วยตนเอง งานก็ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป อาศัยเครื่องมือที่สั่งซื้อมาจากร้านค้าออนไลน์


ส่วนใหญ่ผมจะใช้เครื่องมือราคาถูก ทั้งนี้เพื่อประหยัดเงิน อย่างเช่นเครื่องตัดโซ๋จักรยาน (bike chain breaker) ก็ซื้อแบบถูกสุดแค่ตัวละ ๘๐ บาท


ทำงานแต่ละขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง ไม่หนักแรง อย่างน้อยมันก็ใช้งานตัดโซ่ได้ ใส่ฟันทองให้เจ้ายักษ์ได้โดยที่เครื่องมือไม่พังไปซะก่อน เพื่อนบ้านก็ยังมาร่วมใช้งานได้ด้วย...



ติดแอร์ก็เช่นกันครับ ผมมาถึงขั้นตอนที่จะต้องต่อท่อน้ำยาเข้ากับ Condensing Unit...


ท่อน้ำยาแอร์สำเร็จรูปที่เค้าให้มามันยาว ๔ เมตรครับ งูขาวตัวนี้ยาวไปหน่อย ถ้าจะให้เหมาะก็ต้องเป็น ๓ เมตร...


เดินท่อเสร็จ...ผมต้องหยุดรอ แล้วมาคิดว่าจะทำอย่างไรดี?  ทำได้ ๒ วิธีคือ ๑. ม้วนปลายท่อที่เหลือประมาณ ๑ เมตรไว้ใกล้ ๆ คอยล์ร้อนซึ่งอาจดูไม่สวยแต่ง่าย  ๒.ตัดท่อทองแดงส่วนที่เกินออก แล้วบานปลายท่อออกโดยใช้มือที่เรียกว่า flaring tool


ช่างแอร์ทั่ว ๆ ไปจะพูดกันว่า "บานแฟร์" ทีแรกผมก็ไม่เข้าใจความหมาย ได้แต่เรียกตามเค้าไป แต่ด้วยความอยากรู้จึงต้องค้นคว้าหาที่มาซึ่งเป็นภาษาอังกฤษว่า flare  นำมาจาก Longdo Dict ได้ความหมายดังนี้...
flare    (n) แถบหรือแนวจุดสว่างที่ปรากฏบนภาพถ่าย อันเกิดจากการที่แสงจากแหล่งกำเนิด เช่น ดวงอาทิตย์หรือหลอดไฟฟ้า ส่องเข้าหน้าเลนส์ในมุมที่เหมาะสม แล้วสะท้อนกับผิวแก้วชิ้นเลนส์หรือวัตถุอื่นๆที่อยู่ในเลนส์ ไปตกลงบนผิวฟิล์มรับภาพ สามารถบรรเทาได้ด้วยการสวมหน้ากากกันแสงหน้าเลนส์ (hood), hood
flare    [VI ลุกวูบวาบ (ไฟ), See also: แลบ (เปลวไฟ), Syn. blaze, flicker, burn up
flare    [N] การลุกไหม้อย่างรวดเร็วและสว่างไสว
flare    [N] เครื่องมือที่ทำให้เกิดเปลวไฟ เพื่อใช้เป็นสัญญาณ
flare    [VI] ระเบิด (อารมณ์, ความรุนแรง), See also: ปะทุ, พลุ่ง, Syn. erupt
flare    [VI] กว้างขึ้น, See also: ผายออก, บานออก, Syn. widen, broaden, spread out, Ant. narrow
flare up    [PHRV] ลุกไหม้ขึ้นอีก
flare up    [PHRV] รู้สึก (โกรธ, ร้อน, รุนแรง) มากยิ่งขึ้น, Syn. fire up, flame out, flame up, flare out
flare-up    [N] การระเบิดอารมณ์หรือความรู้สึกรุนแรง, Syn. outburst
flare-up    [N] การปะทุของไฟ, See also: การลุกขึ้นอีกอย่างฉับพลันของไฟ
flare out    [PHRV] พูดอย่างโกรธ, Syn. flare up
มีหลายความหมายนะครับ แต่ที่ตรงกับงานที่ผมอาจต้องทำคือ flare  =  ผายออก, บานออก


ต้องยอมรับว่าคิดผิดที่ไม่ยอมใช้สายท่อน้ำยาทั้ง ๔ เมตร ด้วยความอยากให้มันสวย ทั้ง ๆ ที่ถ้าไม่ตัดท่อ ผมก็แค่ม้วนให้เรียบร้อยแล้วใช้ปะแจปากตายขันต่อตรง flaring connection เชื่อมท่อน้ำยาเข้ากับ condensing unit เท่านั้นก็เสร็จแล้ว!!


กลับไม่ทำ! ผมดันไปตัดท่อออก แล้วก็ต้องมาเจอกับปัญหายุ่งยากในการบานปลายท่อทองแดง (flaring)

Thursday, June 25, 2020

อัพเกรดเจ้ายักษ์ - 10-speed shifter

ข่าวสารการเมืองยิ่งติดตามยิ่งเครียด จริง ๆ แล้ว ถ้าหากไม่มีภาระผูกพัน...ผมคงไปอยู่กับเจ้าหางยาวในอินโดนีเซียแล้วล่ะ!


จะได้กินอาหารมังสวิรัติอร่อย ๆ



อยู่ใกล้คนที่ไม่พูดมาก...

ภาพจาก Tony's facebook - thanks!

แต่เมื่อต้องอยู่ต่อไป ผมก็ต้องเก็บตัว แก้เซ็งด้วยการเปิดดูหนังดีมีสาระ ช่วงนี้กำลังติดตาม TV Series ชุด The Basement Office ซึ่งมีอยู่ 7 Episodes 

ภาพจาก IMDb.com - thanks!

น่าสนใจมากครับเมื่อ Steven Greenstreet และ Nick Pope เจาะลึกหาหลักฐานและความจริงเกี่ยวกับ UFO มานำเสนอ...



ขณะเดียวกัน งาน DIY ก็ยังคงวางมือไม่ได้ การอัพเกรดเจ้ายักษ์ใกล้จะเสร็จสิ้น เพราะผมพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ จักรยานก็ขอแค่เพียงเจ้า Giant กับเจ้า Banian ซึ่งอาจจะไม่มีคันไหนแข็งแกร่งพอสำหรับ final trip เมื่อถึงวันนั้น...วันที่ hit the road จริง ๆ ก็คงจะรู้กัน!


วันนี้ 10-speed shifter อะไหล่ชิ้นสุดท้ายที่สั่งมาอัพเกรดเจ้ายักษ์ มาถึงแล้วครับ...



เป็นสินค้าส่งมาจากจีน เห็นเขียนว่า Japan แต่ผมคิดว่าไม่ใช่ Shimano แท้ เพราะดูราคาแล้วเขาขายกัน ๒-๓ พันบาท เจ้าตัวนี้น่าจะเป็นแบบที่ใช้แทนกันได้ (compatible) มากกว่า

พอใจในสิ่งที่เรามีใช้ ผมดูแล้ววัสดุก็ดูดีอยู่ไม่น้อย ถ่ายรูปให้เพื่อน ๆ ดูดังนี้...





ทดลองสับดูแล้ว นิ่ม ไม่ติดขัด คิดว่าน่าจะใช้งานได้...



ยังไม่ได้ติดตั้งครับ...ทิ้งไว้ก่อน


หวังว่าจะใช้งานได้ แล้วผมจะมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบนะครับ!