Thursday, March 21, 2019

ข้อแนะนำในการปฏิบัติตนในภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า ๑๐ ไมครอน



ค้นเจอแผ่นพับ "ข้อแนะนำในการปฏิบัติตนในภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า ๑๐ ไมครอน"...  คิดว่าอาจช้าไปหน่อยที่จะสแกนมาโพสต์ไว้ในบล็อกช่างเหอะ ถึงกระนั้นผมก็ยังอยากนำมาลงให้เพื่อน ๆ ครับ!




 


เพื่อน ๆ ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ๆ ด้วยน้าาาาา

Wednesday, March 20, 2019

โชคดีไม่มีอด

วันนี้ขอเขียนเรื่องชีวิตของชายแก่คนหนึ่ง ผู้ไม่คาดคิดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเกินกว่า ๑๐ ปี! 


ผมเชื่อว่าคนเราถ้ายึดมั่นอยู่ในการทำความดี ไม่พยาบาทอาฆาต พยายามที่จะเป็นผู้ให้อยู่เสมอ แม้ไร้ซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์และมีชีวิตไม่ร่ำรวย แต่ก็อยู่ได้อย่างมีความสุข ไม่ถึงกับอดอยาก ใช่ว่าจะไร้เสียซึ่งญาติมิตร!  เที่ยงวันนี้...บุรุษไปรษณีย์โทรฯ แจ้งว่ามีพัสดุ ผมลงไปรับได้มา ๑ กล่องใหญ่


เป็นของที่น้องส่งให้มาจากอุตรดิตถ์ ผมนำออกมาจัดเรียงถ่ายภาพให้เพื่อน ๆ ดู


มีมากมายหลายอย่าง ทั้งอาหาร ขนม เสื้อผ้า รองเท้า สตางค์ และยารักษาโรค  คนแก่ส่วนใหญ่มักชอบกินของหวาน...ผมแกะประเดิมขนมเปี๊ยะก่อนเลย!  ชิ้นใหญ่อย่างนี้คงเป็นร้อย หุหุ ในชีวิตไม่เคยซื้อกิน!




ถูกใจรองเท้าใหม่มั่ก ๆ เพราะรองเท้าคู่เก่าใกล้ปลดระวางแล้ว นอกจากนั้นยังมีธนบัตรเก่าใส่ซองให้มา เป็นแบ้งค์ร้อยหายากเพื่อการสะสม ๓ ฉบับ คงได้เก็บไว้ชื่นชมอีกไม่นาน ต่อไปก็คงต้องส่งคืนให้เจ้าของเดิมนำไปเก็บรักษา...


ขอบคุณน้องผู้ใจดีจากอุตรดิตถ์อย่างสุดซึ้งครับ!

Tuesday, March 19, 2019

นายแพทย์กิติพงษ์ จรัญญา

เปรียบเช่นแม่นกที่ต้องบินออกจากรังไปหาหนอน... เช้านี้ผมขี่แมงกะไซค์ไปตลาดบ้านปันง้าวด้วยสังขารที่ทรงตัวลำบาก จำเป็นต้องไป ถ้าไม่ไปก็ไม่มีอะไรกิน! 
 
ตลาดบ้านปันง้าว - ภาพถ่ายไว้นานแล้ว

ผมซื้อเสบียงมามากมาย หิ้วจนนิ้วแทบหัก...


มีทั้งผัก ผลไม้ และอาหารถุง แม่ค้าตลาดสดบ้านปันง้าวใจดี ทั้งลดทั้งแถมให้  มะเขือเทศราชินีของดีที่ผมชอบล้างให้สะอาดด้วยน้ำซาวข้าว โยนเข้าปากเคี้ยวอร่อยมาก เอา apple มาแลกก็ไม่ยอม ที่เห็นอยู่ในถุงแค่ ๑๐ บาทเอง...



ฟักทองก็ ๑๐ บาท เอามานึ่งกินกับน้ำพริก หรือทำแกงบวด...


ผลไม้ก็มี... กล้วยไข่ ๑ กอง มี ๓ หวี ราคา ๒๐ บาท


กระเทียม สมุนไพรที่มีประโยชน์ ใช้ตำน้ำพริกและปรุงอาหาร... ถุงนี้ ๑๐ บาทจ้า


กระเทียมดองถุงใหญ่ก็มี  (๓๐ บาท)


ตาแก่เมืองรถม้าผู้มีรายได้ (รวมกับเบี้ยคนชรา) รวมแล้วปีละไม่เกิน ๒ หมื่นบาท (ใคร ๆ ก็เรียก "ตา") สามารถอยู่ได้อย่างไม่อดอยาก ก็ด้วยอาหารราคาถูกที่ตลาดบ้านปันง้าวนี่แหละ


กลับถึงบ้านด้วยหัวเข่าที่อ่อนล้า (คงเป็นเพราะแผลของเอ็นข้อเข่าที่โชคไม่ดีขี่รถล้ม) ผมเดินโงนเงนขึ้นบันไดบ้าน พร้อม ๆ กับความรู้สึกเวียนหัว...

หาสมุดเขียวเตรียมไว้ไปโรงพยาบาล... ผมต้องค้นในลังเก็บเอกสาร ดันไปเจอจดหมายเก่าฉบับหนึ่ง เขียนส่งมาจากมูลนิธิแพทย์ชนบท ลงวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๓๙


การเจอจดหมายจากมูลนิธิแพทย์ชนบทฉบับนี้ทำให้ย้อนคิดกลับไปยังอดีตเมื่อ ๒๓ ปีที่แล้ว จำได้ว่าตอนนั้นผมพักอยู่คอนโดฯ ที่เชียงใหม่ เล่นเปียโนที่ล็อบบี้โรงแรมแห่งหนึ่ง ได้เงินเดือนละหมื่นกว่าบาท หักภาษี ณ ที่จ่าย จ่ายค่าผ่อนคอนโดฯ ค่าน้ำค่าไฟ ค่า package เน็ตราคาแพง ใช้ซื้ออาหารการกินและส่งให้แม่แล้ว ก็แทบไม่มีเงินเหลือ ผมไม่ได้เที่ยว ไม่ได้ถ่ายรูป ได้แต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องแคบ ๆ ของคอนโดฯ  วัน ๆ ได้แต่เปิดวิทยุสถานี มก. และมีอยู่วันหนึ่งที่ได้รับฟังข่าวเกี่ยวกับการจากไปของคุณหมอกิติพงษ์ จรัญญา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวียงสา จังหวัดน่าน ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ผมได้ยินว่าคุณหมอเป็นผู้ที่อุทิศตนให้กับงานและการช่วยเหลือสังคมอย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย ท่านเป็นผู้บริจาคโลหิตนับร้อยครั้ง!  ตอนนั้นผมมีเงินอยู่ในกระเป๋าไม่กี่ร้อย แต่ก็ไม่ลังเลที่จะรีบออกไปโอนเงิน ๒๐๐ บาทเพื่อสมทบกองทุนนายแพทย์กิติพงษ์ จรัญญา เป็นเหตุให้ได้มาซึ่งจดหมายฉบับดังกล่าว!

เก็บจดหมายเอาไว้จนลืม วันนี้ได้นำออกมาอ่านอีกครั้ง เห็นชื่อนายแพทย์กิติพงษ์ จรัญญา ผมเข้าไปค้นหาในวิกิพีเดียแต่ไม่พบชื่อและผลงานของท่าน  ค้นหาใน google อีกทีถึงได้พบรูปภาพที่ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มใจ...

ภาพจาก http://sahospital.go.th/
แม้จะไม่มีชื่อในวิกิพีเดีย คุณหมอจากไปนานแล้ว แต่ความดีของท่านจะอยู่ในใจของคนไทยผู้ยากไร้ตลอดไป

Monday, March 18, 2019

Hangchat Backpacker Hostel (3)

วันนี้ลุยงาน Hangchat Backpacker Hostel  ต่อ ผมขี้นไปค้นใน workshop บนดาดฟ้า ได้สีเก่ามา ๒ กระป๋อง กระป๋องหนึ่งเป็นสีน้ำมันขนาด ๑/๔ แกลลอน มีสีน้ำตาลเหลืออยู่นิดเดียว...


จะทิ้งก็เสียดาย...ก็เลยเอาลงไปทาฝาผนังข้างล่างโน่นจนหมด!


ได้แค่เนี้ยถือว่าทาล้างแปรงก็แล้วกัน (เดี๋ยวค่อยซื้อสีมาเพิ่มแล้วทาให้ดี ๆ)  ส่วนอีกกระป๋องเป็นสีน้ำอะครีลิกยี่ห้อ TOA เหลืออยู่ค่อนกระป๋อง อย่างดีซะด้วย!


ผมนำมันมาทาห้องพัก HBH (Hangchat Backpacker Hostel) โดยเริ่มจากผนังด้านตะวันออกก่อน...


ทาทับสีเดิมรอบเดียวพอ... เสร็จแล้วครับ!


จากนั้นก็หันมาทาผนังด้านตรงกันข้าม...


เสร็จแล้วเช่นกัน สียังเหลืออีกหน่อย...ผมเก็บไว้ก่อน! งานต่อไปก็คือใช้เครื่องขัดกระดาษทรายขัดพื้นเตียงซึ่งปูด้วยไม้อัดหนา ๑๐ มิล (แค่พอไม่ให้สากมือ) แล้วทาด้วยสีย้อมไม้ TOA 



ทารอบแรกเสร็จแล้วทั้งสามเตียง ต้องปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย ๒๔ ชั่วโมง ก่อนที่จะทาทับอีกครั้ง!


นี่แหละ...ลักษณะของ dorm bed เตียงแบบที่ใช้ในหอพักจริง ๆ พับได้และกว้างแค่ ๓ ฟุตเอง!

Sunday, March 17, 2019

Hangchat Backpacker Hostel (2)

ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทั้งในและนอกประเทศที่ได้ให้กำลังใจและสนับสนุนในเรื่อง backpacker hostel ของตาแก่เมืองรถม้า...



แม้ว่างานบ้านที่แบกรับไว้ทุกวันนี้จะมีมาก ผมก็ต้องเดินหน้าต่อเรื่อง backpacker hostel  เริ่มด้วยการปรับปริมาณแสงที่เข้ามาในห้องดอร์มด้วยการเสกกระจกใสของช่องแสงที่มีอยู่ ๓ ช่องให้กลายเป็นกระจกสี (stained glass) ด้วยวิธีง่าย ๆ



วิกิพีเดียกล่าวว่า...
งานกระจกสี หมายถึงงานที่ใช้กระจกสีตกแต่งหรืองานการทำกระจกสี ซึ่งไม่แต่เฉพาะแต่หน้าต่างเท่านั้น ยังรวมถึงศิลปะอื่น ๆ ที่ใช้กระจกสีตกแต่งด้วยเช่น บานกระจกที่ทำเพื่อการตกแต่งโดยเฉพาะ...
งานกระจกสี เป็นงานฝีมือที่ศิลปินต้องมีพรสวรรค์ทางศิลปะเพื่อที่จะออกแบบได้ และต้องมีความรู้ทางวิศวกรรมเพี่อที่สามารถประกอบบานกระจกที่ทำใว้ให้แน่นหนาภายในกรอบสิ่งก่อสร้าง โดยเฉพาะกระจกบานใหญ่ๆ ที่จะต้องรับน้ำหนักของตัวบานกระจกเองและสามารถทนทานต่อสภาวะอากาศภายนอกได้...
ไม่ต้องเปลี่ยนกระจก ผมเพียงแค่สั่งซื้อฟิล์มติดกระจก (เนื้อ PVC)  มาจากลาซาด้า...




เครื่องมือเครื่องใช้ก็มีไม่กี่ชิ้นอย่างที่เห็น...


การติดฟิล์มกับกระจกก็ไม่ยากครับ ผมทำตามขั้นตอนมีดังนี้...
  • ไขสกรูยึดออกแล้วยกลูกกรงเหล็กดัดออกจากวงกบ 
  • ปัดและเช็ดฝุ่น
  • ทำความสะอาดกระจก 
  • ตัดแผ่นฟิล์มให้ใหญ่กว่าหน่อยนึง พอดีแผ่นฟิล์มกว้าง ๙๐ เซนติเมตร ซึ่งพอดีกับส่วนสูงของช่องหน้าต่าง จึงตัดเผื่อแค่ด้านกว้าง...
  • ฉีกละอองน้ำให้เปียกกระจก
  • ลอกพลาสติกออกจากแผ่นฟิล์ม (จะฉีดน้ำให้เปียกด้านที่จะนำเข้าติดด้วยก็ได้)
  • นำแผ่นฟิล์มเข้าติดกับกระจก
  • ใช้บัตรพลาสติกกรีดรูดไล่อากาศและน้ำออกจากหน้าสัมผัสของฟิล์มและกระจก
  • ใช้ cutter ตัดฟิล์มส่วนที่เกินออก
  • ใช้ผ้าแห้งเช็ดพื้นผิวให้สะอาด แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง
  • ทาสีน้ำมันวงกบ
  • นำลูกกรงเหล็กดัดใส่กลับเข้าที่
เรียบร้อยอย่างที่เห็น...
 








ขั้นตอนต่อไปคือ...ทำสีเตียง!

Saturday, March 16, 2019

Hangchat Backpacker Hostel (1)

วันก่อน...ผมเขียนว่าทำ backpacker hostel ที่บ้านปงแสนทองไม่ประสบความสำเร็จ


 พอย้ายมาอยู่บ้านห้างฉัตร... ผมก็ยังคงพกฝันนั้นมาด้วย



ปีที่แล้วผมได้ต่อเติมเพิ่มพื้นที่ชั้นลอย แล้วทำเป็นห้องเรียนติดแอร์...

 

อินดี้เคยมาเรียนไวโอลินในห้องนี้... แต่ตอนนี้จบหลักสูตรไปแล้ว! 


คิดว่าน่าประหยัดค่าไฟ ผมย้ายห้องเรียนกลับไปอยู่นอกห้องเหมือนเดิม...


อยากสานฝันเรื่อง backpacker hostel อีกครั้ง...ผมรวบรวมเตียง (dorm bed) เก่าที่เหลืออยู่มาได้ ๓ หลัง นำมาตั้งแทนสแตนโน้ต เก้าอี้ และเปียโนไฟฟ้า




สั่งซื้อที่นอนยางพาราหนา ๒ นิ้ว ขนาด ๓ ฟุตมา ๑ ผืน ลองเอามาวางลงบนเตียง...



อืมม... เข้าท่าแฮะ! นี่ถ้าผมเปิด Hangchat Backpacker Hostel ให้มี dorm bed สัก ๓ เตียง แล้วประกาศหาลูกค้าทางเว็บพวก agoda, booking, hostelworld, etc.... ก็น่าจะดีเหมือนกัน! คิดค่าที่พักแบบประหยัดแค่คืนละ ๒๐๐ บาทพอ!


อย่างน้อยก็อาจทำให้มีรายได้เป็นค่าน้ำค่าไฟ เดือนละนิดละหน่อยก็ยังดี แถมมีความสุขที่ได้สานฝันด้วย!

Friday, March 15, 2019

ล้างถังเครื่องซักผ้า


ช่วงนี้สภาวะหมอกควัน (smog) ในเมืองรถม้ายังคงอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ต้องหลีกเลี่ยงการเดินทางออกไปข้างนอก...ช่างเหอะเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน หางานทำและพยายามเขียนบล็อกให้ได้ทุกวัน!


เครื่องซักผ้า Panasonic ตัวนี้ใช้งานมานานหลายปีแต่ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ดูแลมันเลย วันนี้อยากจะล้างถังมันซะหน่อย เคยอ่านและทราบถึงความสกปรกซ่อนเร้นและสะสมอยู่ภายใน มีบางท่านแนะนำให้ใช้ผงฟูหรือเบคกิ้งโซดา บางท่านก็บอกให้ซื้อน้ำยาล้าง (washing machine cleaner)  สำหรับช่างเหอะเคยใช้น้ำส้มสายชูเช็ดกระจกใสปิ้งมาแล้ว จึงคิดว่างานนี้น่าจะใช้ได้


พอดีมีอยู่แล้วเกือบครึ่งขวด น่าจะหมดอายุแล้วด้วย ใช้ปรุงอาหารไม่ได้แล้ว แทนที่จะเททิ้งก็เอามาล้างถังเครื่องซักผ้าซะเลย...


ขั้นตอนไม่ยุ่งยากเลย ผมใช้น้ำส้มแทนผงซักฟอก แล้วทำเหมือนซักผ้าแต่ว่าลืมใส่ผ้าเท่านั้นแหละ หลังจากนั้นก็ได้เครื่องซักผ้าใหม่คืนมา....ดูดิ!!




เบาแรงครับ... แถมไม่ต้องเสียตังค์ซื้อน้ำยงน้ำยาอะไรด้วย!!