เช้านี้ท่านเจ้าคุณพระสุริยันยังคงโผล่ขึ้นมา ณ ฉากหลังโรงลิเกโลกเหมือนเช่นทุกวัน!

สงกะสัยว่าจะมีสักกี่คนที่ตระหนักในปรากฏการณ์เอลนีโญซึ่งกำลังจะโผล่มาเร็วกว่าที่นักวิชาการเคยคาดการณ์ไว้? มิใช่กระต่ายตื่นตูม...ผมมองข้ามช็อตไปยังสภาพความแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ อากาศร้อน และเศรษฐกิจตกต่ำ วางแผนไว้ในใจแล้วว่าจะรับมืออย่างไร
แน่นอนว่าเมื่อความแห้งแล้งกลับมาอีก (หนักกว่าเดิม) เจ้าดอยขุนตานที่เห็นอย่างเช่นวันนี้ก็คงถูกบดบังด้วยม่านหมอกควันอีกนานนับเดือน!

ต้นไม้ใบหญ้าบริเวณลานกว้างหลังร้านเปียโนห้างฉัตรคงจะแห้งเหี่ยวเหลือเพียงไม้ใหญ่ไม่กี่ต้น...
งั่ม ๆ ผมย้อนคิดถึงเมื่อหลายปีก่อน เห็นเจ้าของที่นำต้นไม้มาปลูกเรียงรายอยู่หลายต้น ปลูกแล้วก็ไม่เคยกลับมาดูแล ต้นไม้เหล่านั้นตายเกลี้ยงภายในเวลาไม่กี่เดือน!! จริง ๆ แล้ว...ความห่วงใยและเอาใจใส่จักต้องมีให้ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือแม้แต่ต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ที่เรานำไปปลูกไว้
คำเตือน - สำหรับผู้ที่ยังมีพ่อแม่แก่เฒ่าอยู่ห่างไกล กรุณาอย่าปล่อยให้ท่านแห้งเหี่ยวโหยหาความรักความอาทร โปรดได้แบ่งเวลาไปให้กำลังใจท่านบ้าง ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ยินคำพูดออกจากปากท่าน แม้แต่คำเดียวว่า "ลูก"
เป็นคำเตือนจากชายคนหนึ่งซึ่งเคยปลูกต้นไม้ไว้แล้วปล่อยให้ตายไปโดยไม่ดูแล!


No comments:
Post a Comment