Wednesday, August 10, 2016

Simple Mouse Trap


ช่วงที่ย้ายมาอยู่บ้านห้างฉัตรใหม่ ๆ ผมเคยเขียนถึงการใช้กรงดักจับหนูแล้วนำไปปล่อยที่พื้นที่กว้างข้างวัดดอนมูล...



เมื่อเร็ว ๆ นี้มีหนูอพยพจากที่ไหนไม่รู้มาอาศัยอยู่ด้วย เจ้าหนูตัวนี้ฉลาดมากครับ ผมนำกรงดักมาใช้อีกครั้ง แต่มันรู้ทัน...ไม่ยอมเข้าใกล้ ตอนกลางคืนเวลาที่เราเข้านอนกันหมดแล้ว มันจะย่องไปแทะถังข้าวสารเกิดเสียงดังแกร๊ก ๆ เป็นที่น่ารำคาญยิ่งนัก!...

ต้องจับไปปล่อย! ในเมื่อกรงดักหนูใช้ไม่ได้ ผมก็ลองเปิด YouTube ค้นหาวิธีทำกับดักแบบต่าง ๆ โดยเริ่มตั้งแต่การนำขวดพลาสติกมาตัดทำเป็นกับดักซึ่งมีด้วยกันหลายแบบ ผมลองทำตามแล้ว แต่มันยุ่งยากตรงที่ต้องใช้ฝีมือ และอาศัยเครื่องมืออย่างเช่นคัตเตอร์คม ๆ  ในที่สุดผมก็ไปปิ้งไอเดียของ Trent Mayer ในคลิป ฺBest Mouse Trap Ever ( So Simple) ซึ่งมีผู้คลิกเข้าชมมากกว่า ๑ ล้าน ๕ แสนครั้ง...

 

ถังสีเก่าเราก็มี กระป๋องเบียร์ก็หาได้ง่าย... 


หาเศษลวดมา ๑ เส้น ผมใช้ตะปูเจาะรูที่หัวท้ายกระป๋องเบียร์ ๒ กระป๋อง ไม่ต้องใช้เครื่องมืออื่น!... 


ใช้เพียงมือที่หยาบด้านของช่างเหอะ มัดปลายลวดเข้ากับถังสีในตำแหน่งที่เห็น ดูว่ากระป๋องเบียร์หมุนได้คล่อง หากหนูขึ้นเหยียบ มันจะพลัดตกลงไปในถังสีโดยไม่ทันได้ตั้งตัว!


ผมเอาขนมปังโฮลวีทครึ่งแผ่นอบเนยให้หอม แล้วนำไปใส่ไว้ตรงกลางระหว่างกระป๋องเบียร์ทั้งสอง เติมน้ำลงไปในถังสีเล็กน้อย พอมิให้เจ้าหนูมีแรงพอที่จะดีดตัวออกจากถังได้...


นำถังสีกับดักพร้อมเหยื่อมาวางไว้ที่บันไดทางขึ้นดาดฟ้าแล้วรอ จนผ่านไป ๒ คืน ขนมปังแห้งแข็ง เจ้า Mickey Mouse ยังก็ไม่มาติดกับ!

ยอมแพ้! ผมหิ้วถังขึ้นไปวางทิ้งไว้บนดาดฟ้า...แล้วลืมสนิท หลายวันผ่านไปถึงได้ไปพบว่าขนมปังหายไปแล้ว มีศพหนูลอยขึ้นอืดอยู่ในน้ำฝนที่ตกใส่อยู่เกือบครึ่งถัง!!!  ขออโหสิด้วยน้า... 


แสดงว่าถังดักหนูง่ายสุด ๆ แบบนี้ใช้งานได้จริง... 

Tuesday, August 09, 2016

รายงานความคืบหน้าของงานบนดาดฟ้า...

ผมไม่ได้รายงานความคืบหน้าของงานบนดาดฟ้ามานานแล้ว วันนี้ขอเล่าให้ฟังต่อนะครับ เริ่มจากเรื่องการปรับปรุงระบบน้ำก่อนเลย...


ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ผมติดตั้งถังเก็บน้ำขนาด ๙๐๐ ลิตรไว้ที่ชั้นลอย เปิดน้ำจากประปาหมู่บ้านเข้าใส่โดยใช้ลูกลอยคอยปิดเปิด มีปั้มน้ำอัตโนมัติทำหน้าที่ส่งน้ำขึ้นไปยังชั้น ๒ ชั้น ๓ และดาดฟ้า ทุกครั้งที่เปิดก๊อกน้ำ สวิชเครื่องปั้มอัตโนมัติจะทำงาน เกิดเสียงดัง "ป๊อก..แซ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" พอปิดก๊อกก็ดังอีก ๑ ป๊อก เป็นที่น่ารำคาญ นอกจากเปลืองไฟแล้วถ้าวันไหนเกิดไฟฟ้าดับ...น้ำก็ไม่ไหล ช่วงหลัง ๆ น้ำประปาหมู่บ้านมีปัญหา ทำให้บางครั้งน้ำขาดแคลน...  

ปีนี้ผมแก้ไขปัญหาทุกอย่างหมดแล้ว โดยติดตั้งถังเก็บน้ำขนาด ๗๐๐ ลิตรอีก ๑ ถังไว้ตรงคานบนดาดฟ้า หน้าห้อง workshop...  


ผมเทปูนทับท่อน้ำ แล้วถือโอกาสทำธรณีประตูไว้กันน้ำฝนมิให้ไหลเข้าในห้องด้วยเลย...


ติดตั้งสวิชอัตโนมัติ (ราคา ๓๐๐ บาท) ให้ทำหน้าที่ควบคุมปั้มน้ำที่ชั้นลอย เมื่อระดับน้ำลดลงจนถึงระดับหนึ่ง สวิชจะสั่งให้สูบน้ำจากถังข้างล่างขึ้นมาเก็บไว้ข้างบน ผมไม่ต้องคอยปิดเปิดให้เหนื่อยแรง!


ต้องเดินสายตามท่อพีวีซีจากข้างบนลงไปยังเครื่องสูบน้ำที่ระเบียงชั้นลอย


การใช้น้ำจากถังเก็บบนดาดฟ้าไม่ต้องอาศัยเครื่องสูบ จึงไม่มีเสียงรบกวนที่ชั้นลอย ความแรงของน้ำที่ชั้น ๓ แม้จะลดลง..แต่ก็ใช้ได้ดี ผมสามารถเปิดปิดก๊อกได้อย่างสบายใจ เพราะรู้ว่ามอเตอร์เครื่องสูบน้ำไม่ต้องทำงาน  บนดาดฟ้าก็มีน้ำให้เปิดใช้รดต้นไม้โดยไม่ต้องสูบขึ้นมา...



วันนี้ผมย้ายต้นไม้ทั้งหมดออกจากข้างห้องเพื่อจัดพื้นที่ทางเดินให้โล่งและกว้างขึ้น


 นำต้นไม้บางส่วนมาไว้ทางนี้...


โต๊ะเก้าอี้หน้าห้อง workshop ก็ทาสีเรียบร้อยแล้วนะ..

.
ดูดีขึ้นมากแล้วครับ... เพื่อน ๆ ที่รัก!

Monday, August 08, 2016

สแกนเนอร์พังแล้วจ้า...


เพื่อนผู้ใจดีจากกรุงเทพฯ ได้กรุณาส่งหนังสือตำราแอคคอร์เดียนมาให้มากมาย ผมเคยคิดไว้ว่าจะนำตำราเหล่านั้นมาฝึกหัดเล่นให้เก่ง ๆ แล้วนำหีบเพลงออกไปเล่นตามถนนคนเดิน...


ผมตั้งใจว่าจะไม่เปิดหมวกเพื่อรับเงิน แต่อยากจะพิมพ์หนังสือของตัวเอง (อาจจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยวหรือการฝึกเล่นดนตรี) เล่มบาง ๆ แล้ววางจำหน่ายในราคาเล่มละไม่เกิน ๑๐๐ บาท หาเงินซักวันละ ๕-๖ ร้อยบาทแล้วได้เที่ยวไปด้วย ผมก็น่าจะอยู่ได้อย่างมีความสุขแล้ว...

อยากจะแนะนำเพลงเพราะ ๆ ที่ไม่ยากอย่างเช่นเพลง Plaisir D'amour 



จริง ๆ แล้วเมื่อได้กลับมาเขียนบล็อกช่างเหอะต่อ ผมก็อยากนำสิ่งที่มีประโยชน์มาฝากเพื่อน ๆ อีกโดยใช้เครื่องสแกนที่มีอยู่ แต่โชคไม่มีดีเมื่อมันพังไปซะแล้ว! เจ้า Epson ซึ่งสามารถสแกนฟิล์มได้ออกอาการมาได้พักนึงแล้วล่ะ  พอผมจะนำกลับมาใช้งานจริงจัง...มันก็เลยใจเสาะ หยุดทำงานไปเลย!


ช่วงนี้มีของเสียหลายชิ้น ทำเอาผมปวดหัวไม่น้อย!

Sunday, August 07, 2016

ไปลงประชามติ

๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ ผมขี่จักรยานออกจากบ้านประมาณบ่ายโมง คาดเอาเอาเองว่าหน่วยลงประชามติสำหรับผมคงจะอยู่ที่วัดขามแดง...


ก่อนหน้านั้นไม่มีเอกสารหรือจดหมายเกี่ยวกับการลงประชามติมาที่บ้านแม้แต่ฉบับเดียว ส่วนครู ก, ข, ค.... ง จนถึง ฮ นกฮูกนั้นไม่มีมาให้คำชี้แนะ

ผมปั่นจักรยานแป๊ปเดียวก็ถึงวัดขามแดง... 


หน่วยลงคะแนนอยู่ที่วัดขามแดงจริง ๆ ด้วย ผมเห็นตั้งอยู่ในศาลาอเนกประสงค์ (ไม่มีภาพมาให้ดูเพราะถ่ายรูปไม่ได้)  จอดจักรยานไว้หน้าหน่วยแล้วเดินเข้าไป หมายจะเปิดดูรายชื่อตัวเองในบัญชีรายชื่อที่ติดอยู่บนบอร์ด เจ้าหน้าที่ชายคนหนึ่งเข้ามาอาสาช่วยหาให้ ถามว่าอยู่บ้านเลขที่เท่าไหร่ พอบอกให้เค้าก็เปิดหาให้แล้วแจ้งลำดับหมายเลขแก่ผม...

ผมท่องไว้ในใจแล้วเดินไปหาเจ้าหน้าที่หญิงคนแรก ยื่นบัตรประชาชนให้พร้อมกับแจ้งหมายเลขลำดับ เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งให้ผมเซ็นชื่อ พิมพ์ลายมือ ก่อนยื่นใบลงประชามติซึ่งพับแล้วมีขนาดพอ ๆ กับซองจดหมายขนาด ๕"x ๖" (ประมาณนั้น) ให้ผมนำไปกาที่คูหา...

ใช้ปากกาที่มีวางไว้ให้กากบาทในช่อง "ไม่ยอมรับ" ทั้ง ๒ ช่อง แล้วนำใบลงประชามติไปหย่อนลงตู้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ชายคนหนึ่งนั่งเฝ้าอยู่ 

เสร็จพิธี...ผมคว้าจักรยานปั่นออกจากวัดขามแดงทันที!  

Saturday, August 06, 2016

กลับมาแล้วครับ!

ขออภัยที่ผมได้หายหน้าไปเกือบ ๒ เดือน วันนี้ต้องกลับมารายงานตัวกับเพื่อน ๆ ว่าในขณะที่สุขภาพเริ่มแย่ลงทุกที...ผมยังคงใช้ชีวิตอยู่ด้วยความอดทน กินน้อยใช้น้อย พยายามทำร้ายธรรมชาติและเบียดเบียนสังคมให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทุกวันนี้มีรายได้จากการสอนไวโอลินน้องอินดี้เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท และเงินคนแก่อีกเดือนละ ๖๐๐ บาท (รวมแล้วยังไม่พอจ่ายค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และค่าเน็ต 3BB)  รัฐบาลไม่ต้องมาถามผมว่ามีรายได้ต่ำกว่าปีละ ๑ แสนบาทใช่มั้ย? แล้ว...ไปลงทะเบียนคนจนรึยัง?

ผมไม่ไปหรอกครับ! แม้ในอนาคตจะต้องได้รับการรักษาแบบคนไข้อนาถา หากถูกลดสวัสดิการเพราะไม่ได้ไปลงทะเบียนคนจน ผมก็จะขออยู่ด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรีในความเป็นคนตลอดไป...

พรุ่งนี้ผมจะไปลงประชามติซึ่งก็ยังไม่ทราบเลยว่าจะต้องไปที่ไหน (ตั้งแต่มาอยู่ห้างฉัตรก็ยังไม่เคยใช้สิทธิ์ใช้เสียง) คิดว่าน่าจะเป็นที่วัดขามแดง...

สำหรับผมแล้ว VOTE NO แน่นอนครับ!!


จากนั้นผมก็จะเริ่มกลับมาเขียน "บล็อกช่างเหอะ" ต่อเหมือนเดิม!  



วันไหนผมหายไปชั่วนิรันดร์ ขอแค่ความคิดถึงสักเพียงเสี้ยววินาทีก็พอแล้ว!

Friday, July 01, 2016

คิดถึงเมียนมาร์

คิดถึงพม่าจังเลย!  เดี๋ยวนี้ค่าเครื่องบินไปกลับดอนเมือง-มัณฑะเลย์ แค่ ๒ พันกว่าบาท วีซ่าก็ต้องใช้แล้วด้วย ผมอยากไปอีกแต่ก็ต้องตัดใจ เพราะยังมีจุดหมายอื่นที่ต้องไปให้ได้ก่อนร่างกายจะไม่อำนวย 


อยากชวนให้เพื่อน ๆ แบกเป้ไปเที่ยวพม่า ประเทศที่ผมยกให้เป็นประเทศที่ชื่นชอบอันดับ ๑ ในใจของผม พอดีไปเจอการ์ตูนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวประเทศเมียนมาร์ จึงอยากนำภาพน่ารักเหล่านั้นมาเก็บไว้ที่บล็อกช่างเหอะดังต่อไปนี้...













 


 




 

 ขอยกนิ้วให้ผู้วาดการ์ตูนครับ...

Wednesday, June 01, 2016

โน้ตแบบฝึกหัด bluegrass fiddle

วันนี้ผมจัดห้องที่ระเบียงชั้นลอย เจอเข้ากับโน้ตเพลงที่ได้มาตอนซื้อวิดีโอ "Learning Bluegrass Fiddle" ของ "Kenny Kosek" จากร้าน ๆ หนึ่งแถวถนนเพชรบุรี...

กระดาษ ๗ แผ่นโดนน้ำท่วมจนโน้ตเลอะเลือนจนเกือบหมดสภาพ ผมต้องรีบสแกนและนำมาเก็บไว้ที่เว็บช่างเหอะ เผื่อว่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังฝึกหัดเล่น fiddle แนว bluegrass...






 
 
 น่าจะใช้เป็นแนวทางได้บ้างนะครับ...