Tuesday, February 16, 2021

ถอดกะโหลกจักรยาน

วันนี้ช่างเหอะขอคุยเรื่องจักรยานต่อนะครับ!...

 

เพื่อนผมคนหนึ่งชื่อยุ้ย (แต่พุงไม่ยุ้ย) แนะนำให้ปั่นเสือ...บอกว่าแล้วจะรู้ว่ามันดีกว่ารถพับแค่ไหน!!

เพื่อน สว. ผู้แข็งแรง - ภาพส่งให้ทางอินเทอร์เน็ต

ผมก็ว่าน่าจะจริง คิดว่าถ้าปั่นทางไกลขี้นเขาลงห้วย ไม่ว่าเจ้า Banian หรือเจ้า Tasuhai (จักรยานพับเพื่อนยาก) คงรับไม่ไหว ขนาดยังไม่เจอลมปะทะ (headwind) ซึ่งสามารถผลักให้จักรยานลดความเร็วเหลือแค่ชั่วโมงละไม่กี่กิโลเมตรน่ะ

ภาพจาก instagram - ขอขอบคุณ
 
น้ำหนักสัมภาระซึ่งจักรยานต้องแบกรับไปด้วยเป็นตัวถ่วงที่สำคัญ อย่างเช่นที่เห็นในภาพ สำหรับผมแล้วคงไม่เลือกเดินทางแบบนั้น...
 
ภาพจาก instagram - ขอขอบคุณ
 
หรือแบบนี้....
 
ภาพจาก instagram - ขอขอบคุณ
 
ย้อนกลับไปเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ผมเดินทางกับเจ้าอามุยพร้อมกระเป๋า (5)ใบเดียว จักรยานโบราณล้อ ๒๗ นิ้วใช้แฮนด์เสือหมอบอลู มีปลอกแฮนด์ (1) ติดตั้งมือเบรคซ้ายขวาโยงสายไปยังวีเบรคล้อหน้า-หลัง บนแฮนด์ติดตั้งแตรลม (3) และเข็มไมล์ (2) โยงสาย (9) ไปยังดุมล้อ  อานธรรมดา ๆ หน้าตาเหมือน Brooks (4) เพืองหลัง (10) จำไม่ได้แล้วว่ากี่สปีดใช้มือเกียร์แบบสับถัง (8)  จานหน้า (6) จานเดียว...(ใหญ่อย่างนั้นจะขึ้นเขาไหวหรือ?)  
 

ผมหันไปดูเจ้ายักษ์ที่ได้รับการอัพเกรดเรียบร้อยแล้ว จักรยานทัวร์ริ่งเฟรมโครโมลี่ (Chromoly)* ค่อนข้างหนัก!

 

 
เปลี่ยนเป็น 10-speed แล้ว แต่ลืมบอกไปว่าผมยังได้เปลี่ยนจานหน้าสองใบเหลือเป็นใบเดียวโดยใช้กะโหลกกลวงด้วย เพื่อน ๆ รู้มั้ยว่าการถอดของเดิมออกจากรถเก่าโดยไม่มีเครื่องมือเฉพาะนั้นไม่ง่ายเลยเชียว... 

เครื่องมือถอดกะโหลก - ภาพจากอินเทอร์เน็ต


 
 
โชคดีวันที่ผมกำลังมีสภาพเหมือน "หมากั๊นเต่า" เพื่อนทวีได้แวะเยือนพร้อมกับนำไส้อั่วและแหนมหม้อกระเทียมสดมาให้ (ยินดีเน้อเปื้อน)..
 

"ตอกมันออกเลย" ทวีบอกผมก่อนจากไป  ส่งเพื่อนแล้วช่างเหอะก็กลับมาคว้าค้อนปอนด์และสกัด...
 
 
ฟาดไปไม่กี่ที...ทุกอย่างก็หลุดออก เหลือเพียงกลวงให้ล้วงใส่กะโหลกใหม่


เดี๋ยวเล่าต่อนะครับ! 
 
-----------------------------------------------------------------

*โลหะผสมระหว่างเหล็กกับโมลิบดีนั่ม (Molybdenum) มีน้ำหนักเบากว่าเหล็ก ท่อโครโมลี่ดี ๆ บางยีห้อมีน้ำหนักไม่ต่างจากไทเทเนี่ยมเท่าไหร่นัก จุดเด่นของโครโมลี่ ทำให้ทรงตัวดี ขี่สนุก เพราะน้ำหนักเบา แต่ข้อเสียคือ เป็นสนิมง่ายเหมือนเหล็กทั่ว ๆ ไป


keep fighting

ผมขอเขียนบล็อกต่อไปตามเรื่องตามราวเท่าที่พอจะคิดออก มีมากมายหลายเรื่องที่อยากนำมาเขียนเล่าถึงความรู้สึกและประสบการณ์เก่า ๆ หวังว่าเพื่อน ๆ คงยังไม่เบื่อนะครับ

โลกเปลี่ยนไป ก้าวไกลกว่าที่เคยคิด เจ้าโควิดฯ ทำให้ต้องติดอยู่กับที่ ไม่มีหวังที่จะได้กลับไปในอีกหลาย ๆ แห่งที่เคยไป ไม่ว่าจะเป็นบังกลาเทศเพื่อเคารพหลุมฝังศพพี่อาลี หรือเอาเงินไปให้ชายที่ผมเคยแล้งน้ำใจให้กับเขา (ปฏิเสธที่จะเพิ่มเงินค่านำทางให้สามีซื้อส่าหรีไปฝากภรรยาที่บ้าน) และที่น่าเสียดายไม่น้อยก็คือ ไม่ได้ไปกรุงพาราณสี เพื่อนั่งรถไฟแบบที่ลืมไม่ลง (unforgettable ride) ให้ได้อีกสักครั้ง

ภาพจาก instagram - ขอขอบคุณ


ที่บ้านเราผมเห็นบางคนทำอะไรหนักนิดเบาหน่อยก็บ่นแล้ว ความอดทนยังมีไม่เท่าเพื่อนบ้านหรือในประเทศที่ผู้คนของเขาต้องดิ้นรนต่อสู้อย่างหนักเพื่อความอยู่รอด

ภาพจาก instagram - ขอขอบคุณ 

ภาพจาก instagram - ขอขอบคุณ

ภาพจาก instagram - ขอขอบคุณ

ภาพจาก instagram - ขอขอบคุณ  

Edward Roscoe Murrow - ภาพจากวิกิพีเดีย (ขอขอบคุณ)

Edward Roscoe Murrow*  ได้เขียนไว้ว่า "Difficulty is the excuse history never excepts."  ฉะนั้นโปรดอย่าได้อ้างว่ายากเย็นเข็ญใจ


เราต้องเงยหน้าขึ้น แล้วก้าวเดินไปด้วยกัน  สู้ ๆ ครับพี่น้อง!

------------------------------------------------------------------------
* นักข่าวชาวอเมริกันมีชื่อเสียงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วยการถ่ายทอดสดทางวิทยุจากยุโรปสำหรับแผนกข่าวของ CBS และทำงานใกล้ชิดกับทีมผู้สื่อข่าวสงคราม (ที่มา - วิกิพีเดีย)

Wednesday, January 27, 2021

เจ้ายักษ์รออยู่

 

เดือนตุลาปีที่แล้ว ผมกล่าวถึงหนังสือ Squeakly Wheels เขียนโดย Scott Hippe


ออกตัวก่อนว่าต้องหาซื้อของถูกจาก Amazon มาอ่าน ($0.99) ผมกด Buy now with 1-Click  รวดเร็วชนิดเกือบจะกล่าวได้ว่า in a flash..หนังสือหนา ๒๙๖ หน้า ราคา ๓๐.๕๗ บาท ก็เข้ามาให้อ่านใน PC และ Kindle  ก่อนนอนหรือว่างเมื่อไหร่ผมก็เปิดอ่าน เพิ่งจบเรื่องราวของนักเรียนแพทย์หนุ่มผู้ปั่นจักรยามข้ามประเทศจากฝั่งแปซิฟิก (1) ไปฝั่งแอตแลนติก (2) คือจาก Seattle ไป New York ระยะทาง ๒ พันกว่าไมล์เมื่อคืนนี้เอง...

ผู้เขียนตั้งชื่อจักรยานที่ใช้ปั่นข้ามทวีปว่า "Rocket" ซึ่งมิใช่จักรยานอย่างดีราคาแพง ด้วยการมองโลกในแง่ดีมีอารมณ์ขัน ทำให้หนังสือของหมอ Scott น่าอ่าน อย่างที่บอกว่า "Read it to laugh, read it to learn, or read it simply to remember that you are human."


หุหุ เจ้ายักษ์รออยู่นะ จะทำได้เหมือนกับเจ้าจรวดมั้ยหนอ ?

Tuesday, January 26, 2021

widen the gap

ตอนมาซื้อบ้านห้างฉัตรหลัง (คูหา) นี้  ด้านหลังชั้นลอยเป็นแค่เพียงระเบียงไร้ฝา ผมใช้เวลากว่า ๕ ปีปรับปรุงทำผนังและกั้นห้อง...

ก่อนหน้านั้นผมตั้งใจว่าจะทำให้เป็นห้องส่งกระจายเสียง (broadcasting room) โดยปูกระเบื้องพื้น กั้นฝา แล้วติดตั้งชั้นสำหรับใส่แผ่นซีดีและดีวีดี

หิ้งไม้ยื่นออกมาจากฝากระดาษอัดประมาณ ๖ นิ้ว...

หลังจากเปลี่ยนใจไปทำห้องพยาบาล พบว่าตั้งเตียงคนไข้ (hospital bed) แล้ว ทดลองเดินจากเตียงไปห้องน้ำ รู้สึกว่าแคบไปหน่อย ผมเดินไม่ค่อยสะดวก!

วันนี้จัดการรื้อชั้นวางซีดีออกแล้วครับ... 

 
ขยายทางเดินให้กว้างขึ้น...
 
 
ตั้งใจว่าจะนำชั้นซีดีมาติดตั้งตรงนี้...
 
 
 
ผนังด้านในก็เคลียร์เรียบร้อยแล้ว...
 
 
ห้องพยาบาลใกล้เป็นความจริงแล้วจ้า...


 
หวังว่าอีกไม่นานคงแล้วเสร็จ...

Keep your chin up, man!

มัยก่อนตอนอยู่บ้านปงแสนทอง ผมเป็นคนไข้ที่สถานีอนามัยหรือที่เรียกว่าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแม่กืย...

 

เพื่อนคนหนึ่งได้ให้ความเห็นใน facebook ของผมว่า ตาแก่เมืองรถม้าหรือที่หลายคนรู้จักในชื่อลุงน้ำชา (เพื่อนเทคนิคตีนดอยเรียกว่า "ไอ่เหมย") ดูเหมือนว่าจะสุขภาพแข็งแรงกว่าเพื่อนในรุ่นเอ็มซี ๐๘ จริง ๆ แล้วผิดถนัด เพราะทุกวันนี้ผมต้องกินทั้งยาความดัน ยาสมอง ยาลดไขมัน ยาสลายลิ่มเลือด ยาตา แค่ผมไม่ค่อยได้บอกใคร เปลี่ยนมารักษาและรับยาที่โรงพยาบาลห้างฉัตรแทน... 

นอกจากรับยาให้ตัวเองแล้ว ยังต้องมารับยาที่เทศบาลให้พี่ชายอีกทุก ๆ ๒ หรือ ๓ เดือน

 

เดินโซเซ เวียนหัวบ่อย ๆ วันก่อนก็เดินไปเกือบหกขะล้มที่หน้าตลาด แค่มีใจสู้เท่านั้นผมจึงทำตัวเหมือนกับว่าแข็งแรงซะเหลือเกิน เพื่อน ๆ เชื่อเหอะว่าผมไม่สามารถมีอายุได้ถึงร้อยซาว (๑๒๐) ตามที่เพื่อนทวีบอกหรอก...

พี่ชายผมเสียอีกที่น่าจะอยู่นานกว่าผม แม้เป็นโรคปวดข้อปวดกระดูก เก๊าท์ถามหาต้องกินยาเป็นกำ ๆ แถมยังเป็นหวัดอยู่บ่อย ๆ (เพราะภูมิต้านทานต่ำ) แต่ก็ยังผมดำดูดี


ปีที่แล้วเดินไปกินเลี้ยงกับเพื่อน ๆ ซึ่งมาจากกรุงเทพที่ร้านลำแต้ได้...

เสียดายที่มีใจปลาซิว ไม่ยอมสู้ชีวิตหรือคิดที่จะดูแลตัวเองให้ดีขึ้น ทำเหมือนว่าหมดอาลัยตายอยากอย่างภาพที่เห็นตอนไปสถานีอนามัยแม่กืย...

 

ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาพี่เพชร (เพื่อนมงฟอร์ตรุ่น ๐๖ ของพี่ผม) โทรมาจากเชียงใหม่ ผมได้ยินเค้าคุยกันเสียงดัง แต่ความรู้สึกที่ถ่ายทอดถึงกันและกันนั้น กลับคล้ายดังกองไฟมอดไหม้ที่ใกล้ดับสูญ 

Keep your chin up, man!

Saturday, January 23, 2021

Hospital bed

เตียงพยาบาลแบบ ๓ ไกร์ที่สั่งซื้อไว้มาถึงตั้งนานแล้ว พอดีช่างเหอะยังติดตั้งชักโครกแบบออกผนังไม่เสร็จ จึงต้องวางทิ้งไว้ที่ชั้นล่างก่อน

 

เป็นเตียงพยาบาลแบบ ๓ มือหมุน ภาษาอังกฤษน่าจะเรียกว่า 3-crank hospital bed  วิกิพีเดียอธิบายว่า...

A hospital bed or hospital cot is a bed specially designed for hospitalized patients or others in need of some form of health care. These beds have special features both for the comfort and well-being of the patient and for the convenience of health care workers. Common features include adjustable height for the entire bed, the head, and the feet, adjustable side rails, and electronic buttons to operate both the bed and other nearby electronic devices.
มันหนักมากเลยล่ะ คนเดียวไม่สามารถยกขึ้นมาชั้นสองได้ เวลาเคลื่อนย้ายถ้าคนเดียวก็ต้องใช้แรงสุด ๆ และมีคำเตือนสำหรับคนแก่คือ ต้องระวังให้ดีเรื่องกระดูกกระเดี้ยว อย่าให้เกิดอาการกระดูกทับเส้นเป็นอันขาด!! ผมปล่อยสินค้าไว้เป็นเดือน ไม่แกะออกมาเช็ค (เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องของคนมักง่าย)ได้แต่หวังว่าน่าจะส่งมาให้ครบถ้วน ไม่ขาดเกิน และไม่เกิดรอยบุบหรือตำหนิใด ๆ

 

วันก่อนได้ฤกษ์ยกของหนักขึ้นมาชั้นสอง...

 

 

ได้อาศัยแรงจากเพื่อนบ้านร้านลำแต้ ยกกันมาทั้งครอบครัวเลยครับ ชายแก่ ๒ คนช่วยกันยกเตียงขึ้นบันไดมาไว้ในห้อง 

 

สำเร็จแล้วผมก็แกล้งทำเฉย ปล่อยให้ ๓ พ่อลูกช่วยกันประกอบเตียง อยากฝึกให้เด็ก ๆ ได้คิดได้ทำด้วยครับ...

 
เริ่มจากการใส่ขา ใส่ราวกันตก ตั้งเสาน้ำเกลือ ประกอบระบบมือหมุน...








 
 
 
เสร็จแล้วจ้า....
 


ทดลองปิดเปิดประตู โอเคครับ...แต่ติดเจ้ามือหมุน

 
สามารถปรับให้พับเก็บได้...

 
โครงการห้องพยาบาลใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้วครับ!
 
  

Tuesday, January 12, 2021

กลับมาคุยต่อ

เพื่อน ๆ ที่รักครับ "ลุงน้ำชา" ตาแก่เมืองรถม้ากลับมาเขียนบล็อกต่อแล้วจ้า...

 
 
หลังจากหายเงียบไปนานนับตั้งแต่สิ้นปีก็ต้องขอกลับมาพล่ามต่อ  ผมคงไม่รีรอให้เกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ร้ายมาขัดขวางโอกาสที่จะทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้เสียก่อน ในภาวะที่เจ้าโควิด 19 กลับมาระบาดอีกครั้ง...อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวหรือไปไหนมาไหนไม่ได้เหมือนแต่ก่อน ต้องอยู่กับบ้าน ทำงานตามประสาช่างเหอะ มีเรื่องงาน DIY ในการทำห้องพยาบาลซึ่งใกล้แล้วเสร็จ พร้อมกับเรื่องการเตรียมจักรยาน (เจ้ายักษ์) สำหรับ final trip ในปี ๒๕๖๖ มาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังด้วยครับ...
 
วันนี้ลองถ่ายคลิปวิดีโอแล้วนำมาตัดต่อรวมกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าอากาศที่บ้านห้างฉัตรนั้นเย็นลง (ชอบ ๆ) มีลมหนาวพัดแรงมาจากด้านทิศเหนือ...
 
ผมอาจจะดูผิดปกติ (ผีบ้า) สักหน่อยที่ใช้ขวดน้ำมันมะพร้าวเป็นเครื่องมือวัดอุณหภูมิ (เทอร์โมมิเตอร์) ใช้กระชอนอลูมิเนียมเป็นเครื่องเคาะบอกความแรงของลม ในขณะที่จินตนาการเห็นเจ้าไดโนเสาร์ตัวใหญ่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ไกลออกไปทางหลังบ้าน!

เพื่อน ๆ ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะครับ!