Sunday, February 15, 2015

D50 ออกงาน

วันนี้ผมรู้สึกดีใจที่ได้พาเจ้า D50 ซึ่งเพิ่งได้รับการเปลี่ยนยางรองตาพร้อมใส่ฟิลเตอร์ให้เลนส์มือหมุน ไปออกงานด้วย!



ไปพม่าและเวียดนามเมื่อปีกลายเป็นการเดินทางแบบ travellin' light  เจ้า D50 ต้องนอนอยู่บ้าน ไม่มีโอกาสได้ไปด้วยกัน!!

นานแล้วที่ไม่ได้ถ่ายภาพด้วยระบบแมนนวล มองผ่านช่อง viewfinder และปรับโฟกัสเอง วันนี้ผมได้กลับมาใช้กล้องติดเลนส์มือหมุนอีกครั้ง แม้การกดชัตเตอร์แต่ละครั้งจะยุ่งยากและกินเวลามากกว่ากล้องคอมแพค แต่มันก็ทำให้ผมเพลิดเพลินและมีความสุขไม่น้อย...

ที่ผมไม่เคยปล่อยให้ผ่านเลยไป คือถังขยะ!!



เลนส์มือหมุน Tonika 60-300 mm. 1:4-5.6 ช่วยดึงภาพกระเบื้องหลังคาโบสถ์เข้ามาใกล้...


บาตรพระอยู่ไม่ไกล...


ข้อดีของการใช้เลนส์ซูมอยู่ตรงนี้แหละ ผมสามารถถ่ายภาพเจ้าถิ่นได้ โดยไม่ต้องเข้าใกล้ให้เสียวน่อง!


ดึงภาพคนงานเข้ามาได้สบาย...



จากนั้นก็ไปอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล...



คนมีปัญหาด้านสายตา บางครั้งก็ปรับโฟกัสไม่ตรง... 






ถ่ายรูปดอกไม้ทีไรไม่เคยออกมาสวย แต่ผมก็ยังอยากถ่าย...








ได้ออกงาน...เจ้า D50 ยิ้มรื่นเลยครับ!!

Friday, February 13, 2015

เปลี่ยนยางรองตา (Eye Cup) เจ้า Nikon D50

เมื่อวานนี้ผมได้รับพัสดุไปรษณีย์อีก ๑ ชิ้น คราวนี้ไม่พิศวงงงงวย เพราะรู้ว่าเป็นสินค้าที่ส่งมาจาก vloveklong.com 



รู้สึกสงสารเจ้า D50 ซึ่งไม่ค่อยได้ออกทัวร์กับผม นับตั้งแต่ยางรองตา (Eye Cup) หลุด ผมก็ยังไม่ได้เปลี่ยนให้ใหม่ ตอนนี้ถือว่าได้ฤกษ์เปลี่ยนซะที จะได้พร้อมสำหรับการท่องเที่ยวทั่วไทย!

สินค้าที่ผมสั่งซื้อจาก V Love Klong มีดังนี้...
  • ยางรองตา Nikon DK-20 ราคา ๑๐๐ บาท
  • UV Filter 67 mm. Kenko ราคา ๑๕๐ บาท
  • ชุดทำความสะอาด 7 in 1 EIRMAI  KT-507 ราคา ๒๐๐ บาท

จำเป็นต้องใช้เพื่อดูแลสุขภาพของเจ้า D50 ครับ!

เลนส์มือหมุน Tonika 60-300 mm. 1: 4-5.6 คู่ซึ้ของเจ้า D50 ยังไม่มีตัวป้องกันหน้าเลนส์ ผมสั่ง filter ยี่ห้อ Kenko มาให้...


 ขนาด 67 mm....



ใส่แล้วทำให้มั่นใจขึ้น...


ทีนี้ก็มาถึงเจ้ายางรองตา...


เปลี่ยนตัวใหม่แล้วก็ยังไม่แน่น คงหลุดอยู่ คิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไหล่แท้ เพราะในเว็บกล้องบอกว่าของแท้แพง ถ้าหากยางรองตาหลุดง่ายเช่นนี้ ใช้ไปไม่นานก็คงตกหาย ผมจึงตัดสินใจใช้กาวช่วย...


แน่นแล้วฮับ...


  ทำความสะอาดแล้วก็ดูดี...


หากยังต้องพึ่งกาว รู้ยังงี้ใช้ของเก่าก็ได้! 

Thursday, February 12, 2015

ห้างฉัตร-อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล


วันก่อน ที่หน้าร้านลมเย็น (1) ผมเห็นฝรั่งนักปั่นจักรยานท่องโลกคนหนึ่งกำลังหยุดรถถามชาวบ้านถึงเส้นทางข้างหน้า...



แอบถ่ายรูปไว้ ๒ บานก่อนที่จะลงไปสนทนาด้วย...



ได้ความว่าเป็นชาวยุโรป อายุอานามน่าจะราว ๓๐ กว่า ๆ ปั่นจักรยานท่องโลกมาได้ ๕ ปีแล้ว หนุ่มนักปั่นเป็นมือคลาริเน็ตซะด้วย (ผมไม่ได้ถามว่าพกเครื่องดนตรีมาด้วยแล้วเล่นเปิดหมวกหาทุนรอน เหมือนกับคุณภราดล พรอำนวย ผู้เขียน "ลมใต้ปอด" หรือเปล่า?) 

บอกผมว่ากำลังจะขึ้นเชียงใหม่แล้วปั่นไปปาย นักเดินทางเอาแผนที่ให้ดู ถามถึงเส้นทางไปอำเภอแม่ทา แผนที่ ๆ เค้าพกมาด้วยคือแผนที่ประเทศไทย (เห็นอยู่หน้ารถ) ฉบับหยาบ ผมบอกว่า cyclists ส่วนใหญ่ก็ใช้เส้นทางซุปเปอร์ไฮเวย์กันทั้งนั้น แต่เขาไม่อยากใช้เส้นทางนั้น ตั้งใจจะใช้เส้นทางเล็ก ๆ ที่ชี้ให้ดูในแผนที่...

ผมดูแล้วก็เป็นงงครับ เพราะมันเล็กมาก นึกในใจว่ายูน่าจะใช้ระบบนำทางบน smart phone (ราคาไม่ถึง ๒ พัน) อย่างที่ไอใช้ แผนที่ประเทศไทยแผ่นเนี้ยคงช่วยบอกทางได้ไม่ง่ายนัก...



จริง ๆ แล้ว ผมเองก็ยังไม่เคยใช้เส้นทางอื่นไปเชียงใหม่ นอกจากทางหลวงหมายเลข 11 (เส้นน้ำเงิน) ขึ้นดอยขุนตาลไปเข้าเขตลำพูน แต่ก็พอรู้ว่ามีเส้นทางอื่นอีก (เส้นเหลือง) จากตรงที่เราจอดคุยกัน เลี้ยวขวาตรงสี่แยกข้างหน้า (2) ไปตามถนนราดยาง ๒๐ กว่ากิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติขุนตาล จากที่นั่นสามารถเดินทางต่อไปยังเชียงใหม่ได้ แต่ไกลหน่อย ผมไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ เพราะยังไม่เคยไปสำรวจ...

ก่อนจากกันผมขอถ่ายรูปไว้อีก ๑ บาน นักจักรยานท่องโลกตั้งท่าให้ถ่ายอย่างดี...


จากกันแล้วผมก็ขับรถไปตามทางที่คิดไว้ คือเลี้ยวขวาตรงสี่แยก (2) ไปตามเส้นทางอย่างดีที่เพิ่งได้รับการตีเส้น...


นั่นไง... ป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ระยะทาง ๒๒ กิโลเมตร ข้างหน้าบอกให้ใช้เกียร์ต่ำ แสดงว่าต้องเป็นทางลงเขา... 


เสียดายถ่ายภาพนี้แล้ว แบตฯ กล้องถ่ายรูปก็หมดพอดี ผมตัดสินใจไม่ไปต่อ!!

เดี๋ยวถ้ามีเวลา ผมสัญญาว่าจะไปสำรวจเส้นทางเส้นนี้ให้นะครับ

Wednesday, February 11, 2015

ใครหนอ?

เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 หายสาบสูญไปตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๗ ตอนนี้ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น คงเป็นเรื่องลึกลับซึ่งต้องเฝ้าติดตามไปอีกนาน... อาจนานเกินกว่าที่ผมจะมีชีวิตอยู่จนได้รู้ความจริง!!

แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะยังเป็นเรื่องไกลตัว วันนี้กลับมีเรื่องพิศวงให้ต้องค้นหาความจริงขึ้นแล้ว!!!


วันก่อนนี้ผมเขียนเรื่อง "ลมใต้ปอด" และฟันธงว่าต้องเป็นคุณเมธีแน่ ๆ เลยที่ส่งหนังสือเล่มนี้มาให้อ่าน...


เช้าวันนี้ได้อ่านเมลจากคุณเมธีเขียนว่า "...ไม่ได้ส่งหนังสือลมใต้ปอดครับ เป็นปริศนาที่ต้องขบคิดต่อไปว่าใครหนอส่งมาแอบกำนัลชุบชีวิตให้ชุ่มชื่น ยินดีด้วยใจเมธี...." 

เอาละสิ! แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่าใครส่งมา?  

ก่อนอื่นต้องนำรายชื่อของเพื่อน ๆ ที่รู้ address บ้านห้างฉัตรมาวางแผ่เพื่อวิเคราะห์ เท่าที่นึกออกก็มีอยู่ไม่กี่คน และเมื่อกลั่นกรองออกไปอีก ก็เหลือเพียงแค่ ๒ ท่านที่ปกติจะใช้คำว่าอาจารย์นำหน้าชื่อผู้รับ คือ "คุณเมธี" และ "คุณเดชา" ในเมื่อคุณเมธีแจ้งมาแล้วว่าไม่ได้ส่ง "ลมใต้ปอด" ให้  ผู้ต้องสงสัยก็น่าจะตกอยู่กับคุณเดชา!

พอดีติดต่อคุณเดชาไม่ได้ทั้งทางโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ต ผมจึงต้องขอนำทำนองเพลง "ใครหนอ" มาร้องว่า... 
ใครหนอรักเราเท่าชีวัน (เท่าชีวัน)
ใครหนอใครกันให้เราขี่คอ (คุณพ่อคุณแม่)
ใครหนอแอบกำนัลด้วยหนังสือคุณปอ*
รู้แล้วละก็ อย่ามัวรั้งรอ ขอช่วยชี้แจง........
ด้วยความขอบคุณยิ่ง!

(*ปอ คือชื่อเล่นของผู้เขียนลมใต้ปอด)

Tuesday, February 10, 2015

ร้านลมเย็น เขตขุนตาล


ถ้าขับรถไปตามถนนลำปาง-ห้างฉัตรสายใน ก่อนถึงสี่แยก (2) ซึ่งตรงไปที่ว่าการอำเภอ เลี้ยวขวาไปอุทยานแห่งชาติขุนตาล เลี้ยวซ้ายออกซุปเปอร์ไฮเวย์บริเวณสถานีตำรวจ เพื่อน ๆ จะเห็นร้านขายสินค้าพืชผลอยู่ทางด้านซ้ายมือ (1)...


มีเพิงขาย "ของพื้นบ้าน" อยู่ฝั่งตรงกันข้าม...


ชื่อว่า "ร้านลมเย็น"


จำหน่ายแอบปลาซิว แอบปลาดุก แอบอ่องออ แอบไข่ผึ้ง น้ำผึ้งป่า ถั่วดินต้ม ข้าวสาลี น้ำพริก ผัก และผลไม้...


หลายคนอาจชื่นชอบบรรยากาศริมทุ่ง หยุดถ่ายภาพซึ่งหาดูได้ยากขึ้นทุกที...


เสียดายที่ท้องฟ้าเริ่มถูกบดบังด้วยหมอกควัน อีกไม่นานก็จะเข้าสู่ฤดูร้อน ถึงตอนนั้นคงหนักหนาสาหัสกว่านี้...


ผมอยากแนะนำให้ซื้อของสด ๆ จากที่นี่ฮับ...


กล้วยหวีละ ๑๕ บาท  มะม่วง (เปรี้ยว) กิโลละ ๒๕ บาท แตงโมลูกละ ๒๐ บาท มะพร้าวเผา ๑๕ บาท...




อะไร ๆ ก็พอรับได้ แต่เจ้าตัวที่ถูกมัดอยู่ในจานเนี่ย อื๊ยยยย....ไม่ไหวครับ!


 

เคยมีคนบอกว่า...
อยากมีความสุข ๓ ชั่วโมง...ให้ดื่มเหล้า
อยากมีความสุข ๓ วัน...ให้ท่องเที่ยว
อยากมีความสุข ๓ เดือน...ให้แต่งงาน
แต่ถ้าอยากมีความสุขตลอดชีวิต...ให้ปลูกต้นไม้ 
อิจฉาชาวสวนชาวไร่จังเลย ชีวิตผมคงไม่มีโอกาสได้ปลูกผักปลูกผลไม้กินเองแล้ว...