Monday, October 28, 2024

รอก่อน...บ้านทุ่งหัวช้าง

คิดถึงบ้านทุ่งหัวช้าง...ผมกำลังวางแผนที่จะกลับไปเยือนอีกครั้งในรูปแบบ Travels with Oolong

 
บ้านนี้เมืองนี้สร้างความประทับใจให้ผมมาครั้งนึงแล้ว ครั้งนั้นผมเดินทางมากับสหัสเดช... 
 

อำเภอทุ่งหัวช้างเป็นอำเภอที่อยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดลำพูน มีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 950 ตร.กม. หรือ 593,750 ไร่ เป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำลี้  คำขวัญของอำเภอคือ "แหล่งกำเนิดต้นน้ำลี้ ฝีมือเลิศยกดอกไหม ศูนย์รวมใจพระธาตุดอยกวางคำ งามเลิศล้ำอ่างเก็บน้ำแม่ปันเด็ง ผู้คนครัดเคร่งคุณธรรมน้ำใจงาม นามระบือคือทุ่งหัวช้าง"  อำเภอทุ่งหัวช้างแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 3 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประกอบด้วย 1) ตำบลทุ่งหัวช้าง 12 หมู่บ้าน  2) ตำบลบ้านปวง 11 หมู่บ้าน และ 3) ตำบลตะเคียนปม 12 หมู่บ้าน
 
 
ที่ผมชอบมาก ๆ คือบ้านเมืองสะอาด การคมนาคมสะดวกสบาย ผู้คนอัธยาศัยดี มีความปลอดภัยในการเดินทาง... 
 

อาคารโรงเรียนและห้องสมุดรักสวยรักงาม ผมขี่จักรยานผ่านต้องหยุดชื่นชม...


 
ที่ทำการไปรษณีย์ก็มีครับ ไปเจอที่ไหน...ผมก็ต้องแวะเก็บภาพ แม้ว่าจะมิได้ใช้บริการ ต่อไปผมตั้งใจว่าจะกลับไปส่งสารถึงเพื่อน ๆ ด้วยไปรษณียบัตรเหมือนในอดีต ไปพักค้างที่ไหนอาจได้ใช้บริการไปรษณีย์ไทยอีกครั้ง 
 
 
เป็นสมาชิกปั้ม PT ต่อไปมากับเจ้า Eddy ผมคงได้แวะที่นี่...


ไม่มี 7-11 แต่บ้านทุ่งหัวช้างก็มีมินิมาร์ทให้ซื้อเสบียง...
 

เรื่องที่พักนั้นไม่ต้องห่วง ตาแก่บ้านห้างฉัตรกับอู่หลงคงขี้นไปอาศัยค้างคืนได้ที่วัดบนดอยโน่น...

 
เพื่อน ๆ ดูถนนหนทางสิ... น่าไปมั้ยครับ?



มีเสบียงและน้ำดื่มพร้อม ค่ำไหนก็แวะจอดนอนได้ครับ...
 
 
เจอวัดพระธาตูดอยอะไรก็ได้...แวะเลยครับ

 
หน้าหนาวกำลังมาแล้ว รอหน่อยนะ "บ้านทุ่งหัวช้าง" ที่รัก!

Saturday, October 26, 2024

เหมันต์...มาแล้ว!

ช้าวันนี้...ผมตื่นขึ้นมายิ้มต้อนรับคุณเหมันต์ซึ่งเดินทางมาถึงแล้ว!

ตาแก่บ้านห้างฉัตรเห็นหมอกปกคลุมเหนือเขลางค์นคร เป็นภาพที่รอคอยมาหลายวัน...

 

 มึความสุขยิ่งนักเมื่อพาเจ้าอู่หลงขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศบนดาดฟ้า...

 
 


แสงแดดยังไม่แรงพอที่จะทำให้ Voltage ที่ได้จากแผงโซล่าเซลล์ขึ้นถึงระดับ 24 โวลท์ คงต้องรออีกสักพัก...

 
บ้านคือวิมานของเรา ไม่ว่าจะทุกข์จะเศร้า มันก็ยังคงเป็นที่ ๆ เดียวที่เยียวยาจิตใจ...

ชีวิตจะอยู่ต่อได้อีกสักกี่ปี...ผมไม่กังวล!  ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้รับรู้และสัมผัสกับความทุกข์ของผู้คนที่ได้พบเห็น ทำให้พอเข้าใจในความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา บอกตัวเองว่าเราเองนั่นแหละที่แส่ไปหามัน เอง ดังนั้นการกลับมาอยู่คนเดียวกับเจ้าอู่หลงและได้สัมผัสบรรยากาศเช่นนี้จึงเป็นการอยู่กับความสงบและธรรมชาติอย่างแท้จริง! 

 
 
นั่นไง...ต้นไม้หลังบ้านซึ่ง "เดชา" เพื่อนผู้จากไปได้กล่าวถึง กิ่งใหญ่หักไปในช่วงพายุรุนแรง แต่ตอนนี้ฟื้นตัวผลิใบดูงดงามแล้ว...
 

มองลงไปที่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์หน้าบ้านที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างสี่แยกไฟแดง เห็นตอหม้อและเสาไฟฟ้าสูงใหญ่ที่กำลังรอการยกขึ้นติดตั้ง...

อีกหน่อยบริเวณหน้าบ้านร้านเปียโนของผมน่าจะสว่างไสวได้ทั้งคืน หุหุ

Tuesday, October 08, 2024

โคราชของเรา

สำหรับชายชราอย่างผม การนำรูปภาพเก่า ๆ ที่ตัวเองได้บันทึกไว้ด้วยกล้องฟิลม์ราคาถูกในสมัยที่ยังเป็นหนุ่มขึ้นมาดู มันคือความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอหาได้ในช่วงชีวิตบั้นปลาย....

รูปแม่ปราณีที่บ้านทุ่งโฮเต็ล

รู้สึกดีใจที่รักการถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก อุตส่าห์อดออมเก็บตังค์ซื้อกล้องมาใช้ ทำให้ยังคงมีรูปภาพเก็บไว้ ดูแล้วต้องย้อนคิดถึงอดีต  อย่างเช่น 
รูปสถานีรถไฟอุตรดิตถ์ถ่ายไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2523...

"นั่งรถไฟมาจากเชียงใหม่ เพื่อเริ่มต้นการเป็นนักเล่น electone ที่จังหวัดนี้..."  

บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป ทุกวันนี้ผู้คนถ่ายรูปด้วยกล้องบนมือถือ ภาพอาจดูคมชัด แต่บรรยากาศและความรู้สึกที่ได้คงเทียบกับภาพจากกล้องใช้ฟิล์มตัวเล็ก ๆ มิได้...

อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก อยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์

วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง จักรยานที่เห็นคือ "เจ้าอามุย" เพื่อนคู่ยากยามนั้น

เจอรูปอีกบานนึง ถ่ายที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ผมจำไม่ได้แล้วว่าตั้งแต่ พ.ศ. ใด?


วิกิพีเดียกล่าวเกี่ยวกับอนุสาวรีย์ย่าโมว่า...
กรมศิลปากรได้มอบให้ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบร่วมกับ พระเทวาภินิมมิตร (ฉาย เทียมศิลปไชย) ประติมากรเลื่องชื่อในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม พ.ศ. 2510 ทั้งนี้ได้อัญเชิญอัฐิของท่านนำมาบรรจุไว้ที่ฐานรองรับ และประดิษฐานไว้ ณ ที่หน้าประตูชุมพล อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร หนัก 325 กิโลกรัม ตั้งอยู่บนฐานไพที สี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองซึ่งบรรจุอัฐิของท่าน แต่งกายด้วยเครื่องยศพระราชทาน ในท่ายืน มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอว หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศที่ตั้งของกรุงเทพมหานคร นับเป็นอนุสาวรีย์ของสามัญชนสตรี คนแรกของประเทศ เริ่มก่อสร้างในปี 2476 แล้วเสร็จ และ มีพิธีเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2477
ภาพจาก thai.tourismthailand.org - ขอขอบคุณ

ตั้งใจไว้ว่าก่อนตายขอให้ได้กลับไปเยือนโคราชอีกสักครั้ง ผมเห็นหนังสือ "โคราชของเรา" โดย:ขรรค์ชัย บุนปาน และสุจิตต์ วงษ์เทศ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน จำหน่ายในเว็บขายหนังสือออนไลน์ ราคามือสองแค่ 50 บาท จึงอยากซื้อมาอ่านเพื่อศึกษาไว้ก่อน...

รายละเอียด

"โคราช" เป็นเมืองที่มีความสำคัญและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นแหล่งอารยธรรมและโบราณสถานมาแต่อดีตกาล เป็นเมืองอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนครบทุกด้าน เปรียบเสมือนเมืองหลวงของภาคอีสาน และเป็นประตูสู่อีสานสู่อินโดจีน หนังสือ "โคราชของเรา" เล่มนี้ จึงได้รวบรวมและเรียบเรียงความเป็นมาของมหานครโคราชในทุกด้าน จากอดีตถึงปัจจุบันสู่อนาคต ทั้งจากหลักฐานวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดี นำมาร้อยเรียงด้วยภาษาที่อ่านง่ายไม่วิชาการ พร้อมแผนที่ แผนผัง และรูปภาพประกอบตลอดทั้งเล่ม ที่จะสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของมหานครที่เก่าแก่แห่งนี้

สารบัญ

โคราชของเรา--ภูมิประเทศแอ่งโคราช--ลุ่มน้ำแอ่งโคราช--ที่ราบสูงโคราช--แผนผังและรูปตัดแสดงระดับพื้นที่ [01] 1,000,000 ปีมาแล้วโลกล้านปี         ที่ลุ่มน้ำมูล--[02] 500,000 ปีมาแล้วบรรพชนคนไทยสมัยแรกๆ--[03] 10,000 ปีมาแล้วบรรพชนคนไทยสมัยแรกๆ--[04] 5,000 ปีมาแล้วชุมชนเริ่มแรก ของบรรพชนคนอีสาน--[05] 3,000 ปีมาแล้วชุมชนคนโคราชยุคแรก--[06] หลัง พ.ศ.1 (2,500 ปีมาแล้ว) เหล็กและเกลือ สร้างความมั่นคั่ง ฯลฯ

(ที่มา - nm.sut.ac.th)

หนังสือมาแล้วกั๊บ....




ชอบครับ...คุ้มค่า! หนังสือสภาพใหม่ หนา 359 หน้า พิมพ์ด้วยฟอนต์ใหญ่ชัดเจนอ่านง่าย พร้อมแผนที่และภาพประกอบทั้งสีและขาวดำ 





ยังไปไม่ได้...อ่านหนังสือไปก่อนก็ยังดี

Thursday, September 19, 2024

เชียงใหม่-ระยอง-หลักสอง-ผักไห่

ด้หนังสือมาอีกหนึ่งเล่ม "เชียงใหม่-ระยอง-หลักสอง-ผักไห่" พูดได้ว่าเป็นอาหารสมองที่ผมพอใจมากกกก!


หนังสือหนา 342 หน้า ราคาปก 260 บาท ผมซื้อจากร้านหนังสือออนไลน์ในราคา 50 บาท...


เป็นหนังสือใหม่นะครับ ปกหน้าปกหลังพิมพ์ภาพสีบนกระดาษอาร์ต* น่าทะนุถนอมยิ่งนัก


ตรงกลางหน้า 3 จารึกไว้ว่า...
เชียงใหม่-ระยอง-หลักสอง-ผักไห่
Chiangmai - Rayong-Lak Song-Phak Hai
จากคอลัมน์ นอกตำรา ในเนชั่นสุดสัปดาห์ ชำระเรื่องสถานที่ต่าง ๆ ในแง่มุมใหม่ และข้อมูลใหม่ ไม่ซ้ำใคร พร้อมภาพประกอบมากมาย
เอนก นาวิกมูล
Anake Nawigamune
วิกิพีเดีย ให้ข้อมูลว่า...
เอนก นาวิกมูล (เกิด 14 มีนาคม พ.ศ. 2496) เป็นนักอนุรักษ์ นักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ และนักเขียนสารคดีชาวไทย ผู้ก่อตั้งบ้านพิพิธภัณฑ์ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2563
เอนก เป็นคนที่รักการสะสมแสตมป์ รูปภาพ ถ่ายรูป การเขียนหนังสือและการวาดภาพ วาดการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพื่อน ๆ ในสมัยเรียนต่างชอบอ่านหนังสือการ์ตูน นิทาน ที่เอนกทำขึ้น สมัยที่เรียน มัธยมปลาย เอนก ได้รับมอบหมายให้เป็นสารานียกร หนังสือรุ่น ซึ่งถือเป็นงานหนังสือที่เอนกได้รับผิดชอบและทำได้ดีมากรุ่นหนึ่ง ของโรงเรียนวรนารีเฉลิม เขาเรียนจบปริญญาตรีที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยม จากนั้นทำงานหนังสือพิมพ์ เป็นนักเขียนสารคดีเรื่องทางศิลปวัฒนธรรม เพลงพื้นบ้าน ภายหลังได้ทำงานที่ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ เชิงสะพานผ่านฟ้าฯ และริเริ่มก่อตั้ง "บ้านพิพิธภัณฑ์" เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของใช้เก่าในชีวิตประจำวันของชาวเมืองชาวตลาด ซึ่งหน่วยงานรัฐและคนทั่วไปยังไม่สนใจเก็บรักษา โดยสร้างคำขวัญว่า "เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก๋า"
ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ

สำนักพิมพ์แสงดาวพิมพ์คลอดหนังสือเล่มนี้ออกมาได้ดีเหลือเกิน หน้า 11 - 28 พิมพ์รูปสีบนกระดาษอาร์ต* เป็นรูปเก่าซึ่งหาดูได้ยาก บันทึกโดยคุณเอนก นาวิกมูล ผู้เขียน 



ส่วนหน้าอื่น ๆ ก็พิมพ์ด้วยภาพขาวดำบนกระดาษปอนด์** เนื้อดี มีจำนวนมากมาย... 



ตาแก่บ้านห้างฉัตรเกิดที่ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอภาษีเจริญ พ่อแม่อาศัยอยู่บ้านริมคลอง เรียนหนังสือ (ป.1-.2) ที่โรงเรียนประสาทวิทยาอนุขน สามแยกท่าพระ 

คลองบางกอกน้อย จาก facebook ภาพในอดีตหายาก - ขอขอบคุณ

ในหัวข้อเรื่อง "พบหลักสอง เพิ่มหลักสาม"  หน้า 120-121 เห็นรูปโรงเจ ประตูน้ำ และปากคลองภาษีเจริญด้านแยกจากคลองบางใหญ่ อดไม่ได้ที่จะยื่นนิ้วเข้าไปสัมผัส คิดย้อนกลับไปสมัยวัยเด็กน้อยลูกน้ำคลอง...


หลายคืนแล้วที่ได้ดูรูปและอ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนนอน...ฝันดีมาตลอด!
-------------------------------------------------------------------------------
* กระดาษอาร์ต เป็นกระดาษเนื้อแน่นที่ผ่านการเคลือบผิวให้เรียบ มีทั้งแบบผิวเรียบด้านเดียวและแบบผิวเรียบทั้งสองด้าน สามารถแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีกหลายประเภท ทั้งกระดาษอาร์ตมัน กระดาษอาร์ตด้าน กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นต้น กระดาษอาร์ตเหมาะกับการพิมพ์สีหรืองานพิมพ์ที่เน้นความสวยงาม เช่น งานพิมพ์โปสเตอร์ โปสการ์ด ปกหนังสือ ใบปลิว บรรจุภัณฑ์ และแผ่นพับ เป็นต้น
 ** กระดาษปอนด์ คือกระดาษที่ผ่านการฟอก จึงอาจมีเศษผ้าปะปนอยู่ในเนื้อกระดาษ ทำให้ผิวกระดาษไม่เรียบ ราคาของกระดาษปอนด์ไม่สูงมาก เหมาะกับงานพิมพ์ที่ต้องการความคุ้มทุน รวมถึงงานพิมพ์ที่ต้องการความสวยงามในระดับปานกลาง เช่น แคตตาล็อก  (ที่มา - www.ofm.co.th/)