Tuesday, November 05, 2024

A revisit after 5 years

จากวัดดอยติ (1) ผมตัดสินใจไปหาเพื่อนที่ป่าซาง (2) ก่อน แล้วค่อยไปอุทยานแห่งชาติแม่วาง

กับเจ้า Banian ผมเคยไปนอนค้างคืนที่บ้านเพื่อนเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562

ผ่านมาเกือบ 5 ปี วันนี้ผมขับเจ้า Eddy มาหาอีกครั้ง...


เพื่อนเลี้ยงข้าวกลางวันผมด้วยก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ้วกับชาเย็นแก้วใหญ่...

โห...อาหารตามสั่งที่ป่าซางเนี่ยใส่หมูเยอะมาก ผมเก็บเอาไว้ให้อู่หลง

อู่หลงลงมาจากรถแล้วไม่อยู่เฉย มันวิ่งพล่านออกไปทั่วทั้งบนท้องถนน...


เหนื่อยครับกว่าจะจับตัวได้แล้วนำกลับเข้าไปอยู่ในรถ มันส่งเสียงร้องเรียกเป็นที่น่ารำคาญ คิดดูแล้ว...ถ้าไปอุทยานแห่งชาติหรือวัดวาอื่น ๆ ความสงบแบบที่ผมเคยมีกับเจ้า Banian พึงมิอาจบังเกิดเป็นแน่แท้ ผมตัดสินใจงดการไปเยือนอุทยานแห่งชาติแม่วางและผ่าช่อรวมทั้งการกลับไปเยือนบ้านทุ่งหัวช้างตามที่วางแผนไว้ บอกเพื่อนว่าได้มากินข้าวกับเพื่อนที่ป่าซางเมืองคนงามก็พอแล้ว ขอใช้เส้นทางเดิมขับรถกลับบ้านดีกว่า ตาแก่บ้านห้างฉัตรอิ่มน้ำอิ่มข้าวแล้วลากลับ เพื่อนใจดีให้ผลไม้ ขนม และน้ำดื่มติดรถกลับมาด้วย...

 
อย่างไรเสียเพื่อนก็ยังคงเป็นเพื่อน ได้มาเยือนครั้งนี้แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้พบเจอกันอีกเมื่อไหร่?

ความสับสนของคนหันมาใช้รถยนต์

ริป Travels with Oolong - อุทยานแห่งชาติแม่วาง (เดินทางค่ำไหนนอนนั่น 3 คืน++) ได้สิ้นสุดลงแล้วด้วยความผิดหวัง!

 

หลังจากเดินทางไปกลับจากห้างฉัตรถึงป่าซางระยะทาง 140 กิโเมตร ผมกลับมานอนบ้าน มิได้นอนขดตัวอยู่ในรถตามที่ได้ตั้งใจไว้

ได้บทเรียนและคำตอบจากการเดินทางครั้งนี้มาตามสมควร ข้อแรกคือปัญหาของเจ้าอู่หลง ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะทำให้ทริป Travels with Oolong ทำไม่ได้อีกต่อไป (แล้วจะเล่าให้ฟังอีกที)  อีกข้อนึงคือการเปลี่ยนแปลงของถนนหนทางและสถานที่ ซึ่งมิอาจทำให้ตาแก่วัย 70+ อย่างผมปรับตัวได้ทัน

สำหรับเจ้า Eddy รถยนต์ 3 ประตูขนาด 850 ซีซีที่ผมอยากใช้เป็นยานพาหนะพาผมกับเจ้าอู่หลงท่องเที่ยวทั่วไปนั้น จากทริปนี้พอจะกล่าวได้ว่ามันทำงานได้ดี ไม่มีปัญหาให้ต้องหนักใจ การวิ่ง 140 กิโลเมตรในวันนี้แสดงว่าเอ็ดดี้ทำได้...

แต่ทว่าบ้านเมืองเจริญขึ้นมาก ถนนหนทางเปลี่ยนแปลง สองข้างทางก็เปลี่ยนไป ทำให้ตาแก่เมืองรถม้าผู้ใช้รถจักรยานในการเดินทางมาเป็นเวลากว่า 10 ปีเมื่อหันมาเดินทางไกลด้วยรถยนต์อีกครั้งไม่สามารถปรับตัวได้ เริ่มตั้งแต่ที่หน้าบ้านตัวเองเลย การก่อสร้างปรับปรุงถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ทำให้ต้องขับรถเลยยูเทิร์นไปอีกไกลกว่าจะได้ย้อนกลับมามุ่งหน้าสู่ลำพูน ก่อนขึ้นดอยขุนตานก็แวะเข้าไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รู้สึกงุนงงเมื่อได้เห็นศูนย์บริการที่เคยคึกคักเมื่อสิบกว่าปีก่อนกลายเป็นอาคารร้าง ที่จอดรถว่างเปล่า...

 

 

 

ตั้งใจแวะบ้านสวนจัตุรัส (4) ซึ่งเคยปั่นจักรยานไปเยือนครั้งนึง...วันนี้ผมใช้รถยนต์ซึ่งวิ่งเร็วเกิน รู้อีกทีก็ผ่านเลยไปซะแล้ว!

นอกจากนั้นก็ยังอยากไปดูที่ดินเนื้อที่งานกว่าที่บ้านจำบอน ต.ศรีบัวบาน (5) ซึ่งเคยซื้อไว้และวิ่งเต้นทำโฉนดก่อนที่จะขายไป มันอยู่ด้านซ้ายมือริมทางหลวงซึ่งแต่ก่อนมีป้อมตำรวจตั้งอยู่เป็นจุดสังเกตให้ผมได้เลี้ยวลงไปตามถนนจนถึงประตูสวน พบว่าวันนี้มันเปลี่ยนไปหมด ไม่มีป้อมผมหาทางลงไม่เจอ รู้อีกทีก็เลยไปไกล (อีกแย้ว!) สามครั้งแล้วที่ตาแก่สับสนขับรถผ่านเลย เอาหละ! ยังไง ๆ ก็ขอจอดแวะที่ดอยติ (6) หน่อยละกัน

 

เคยมาถ่ายรูปวัดดอยติ (6) แล้วครั้งนึง ผ่านไปหนึ่งทศวรรษ วันนี้ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงซึ่งเรียกว่า unbelievable มีสกายวอล์คซึ่งมีผู้คนไปเยือนนับวันละพันคน 

 

ร้านกาแฟก็มาตั้งอยู่ริมทาง...

 

 

เห็นรถจักรยาน...ตาแก่เมืองรถม้าคิดว่าถ้าได้มากับสหัสเดช น่าจะดีกว่าขับเจ้าเอ็ดดี้

 

ผมตัดสินใจขับรถไปหาเพื่อน (8) ที่ป่าซาง... แล้วค่อยไปอุทยานแห่งชาติแม่วาง

Sunday, November 03, 2024

Before we hit the road

"ไม่ให้ไปด้วยแล้ว...อยากดื้อดีนัก!" ตาแก่บ้านห้างฉัตรบอกเจ้าอู่หลง หลังจากกลับมาจากการอุ่นเครื่องเจ้าเอ็ดดี้  หมายถึงทริปไปอุุทยานแห่งชาติแม่วาง ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างเตรียมการนั่นแหละ

คล้ายดั่งว่าจะรู้... ดูเค้าทำตาซิ หุหุ หงอยไปเลย! ไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้เราจะ hit the road ได้หรือเปล่า? นอกจากมีขนมปังโฮลวีทที่ทำไว้ วันนี้ไปซื้อไข่ไก่มาหนึ่งแผงแล้วทำแตกไป 2 ฟอง ผมเลยลงมือทำขนมปังสูตรตามใจฉัน ซึ่งไม่สามารถแจงได้ว่าใช้ ingredient ปริมาณขนาดไหน รู้แต่ว่ามีแป้ง-ไข่ที่แตก 2 ฟอง-นมสด-น้ำอุ่น-ยิสต์-ผงฟู-น้ำตาล-เกลือ-เนย ผมตักใส่ลงไปแบบกะ ๆ เอา อย่างเช่นถ้าเหลวเกินก็เติมแป้งเข้าไปอีก ซึ่งในที่สุดแล้วก็ได้ขนมปังหวานออกมารูปร่างดังนี้...

ลองชั่งดู หนัก 835 กรัม นับว่าหนักที่สุดตั้งแต่เคยทำมา หอมกลิ่นเนยแต่ผมยังไม่ได้ลองชิม เพราะอยู่ในระหว่างการทำ IF (intermittent fasting) จึงบอกไม่ได้ว่ารสชาติเป็นเช่นไร 

เราต้องเตรียมเสบียงไว้ให้พอเพียง เพราะต้องจอดรถนอนในที่ห่างไกลร้านค้า อย่างเช่นริมอ่างเก็บน้ำ วัดบนม่อนดอย หรือแม้แต่ในอุทยานแห่งชาติ (ถ้าเค้าอนุญาตให้หมาเข้าได้) นอกจากขนมปังที่ทำไว้ ก็ยังมีปลากระป๋องสำหรับเจ้าอู่หลงพร้อมกับอาหารเม็ด ส่วนผมก็มีเพิ่มคือ muesli นมผง โกโก้ และที่สำคัญคือกาแฟสดสำหรับดื่มในช่วงอ่านหนังสืออยู่ริมอ่างเก็บน้ำหรือในป่า...

ออกจากบ้านก็ไม่มีไวไฟให้ใช้ ผมไม่สามารถออนไลน์ส่งข่าวให้เพื่อน ๆ ทราบ คงต้องหายเงียบไปก่อน หากเพื่อน ๆ เห็นเงียบไปก็แสดงว่าตาแก่บ้านห้างฉัตร hit the road ไปแล้วเด้อ...

อุ่นเครื่องเจ้าเอ็ดดี้...

วันก่อนผมพาเจ้าเอ็ดดี้ไปอุ่นเครื่อง ก่อน Travels with Oolong - อุทยานแห่งชาติแม่วาง
 
 
ทดลองวิ่ง 34 กิโลเมตรจากร้านเปียโนไปสวนอนันตยศ-โรงพยาบาลห้างฉัตร-วัดหนองหล่ม-วัดป่าไคร้ใต้ 
 
 
 
ดูว่าวิ่งวันละประมาณ 40 กิโลเมตรจะไหวมั้ย?
 
 
เอายาของพี่ชายไปคืนให้โรงพยาบาลด้วย คิดว่ายายังไม่หมดอายุ เภสัชฯ คงจะนำไปจ่ายให้คนอื่นได้
 


 
ที่โรงพยาบาลผมจอดแป๊ปเดียว รีบเดินไปที่ห้องยา เจ้าอู่หลงส่งเสียงร้องลั่น!!!

 
จากโรงพยาบาล ผมแวะไปที่สวนอนันตยศ สวนสาธารณะซึ่งกลายเป็นที่เลี้ยงวัวไปแย้ว อิอิ.. ชอบครับ

 



 

 

 
 

จอดรถไว้ใกล้สระน้ำ...
 
 
ปล่อยให้อู่หลงลงวิ่งเล่น...ผมเก็บภาพสวนมาฝากเพื่อน ๆ
 

  

 
 

 
ก่อนเดินทางต่อ...ตาแก่บ้านห้างฉัตรเจอปัญหาทำให้เดือดปุด ๆ ความดันโลหิตพุ่งปิ๊ด! เจ้าอู่หลงไม่ยอมให้จับ ไม่ยอมขึ้นรถ แถมวิ่งออกไปถนนใหญ่  เหนื่อยครับ...กว่าจะจับตัวเจ้าสี่ขาแล้วเดินทางต่อ เจ้าเอ็ดดี้ทำงานได้ดีครับ ไม่ overheated


แต่ผมกลับถึงบ้านด้วยอารมณ์เดือดปุด ๆ แทน!

Unexpected changes

ย่างเข้าเดือนพฤศจิกายน...จริง ๆ แล้วถ้าเป็นไปตามที่ตั้งความหวังไว้ ผมคงได้เริ่ม final trip ออกเดินทางจากบ้านห้างฉัตรพร้อมสหัสเดชไปตามฝัน เหมือนกับที่ได้ดูหนังเรื่อง Slipaway แล้วสะกิดใจในคำพูดที่ว่า "It's time to chase your dreams."

พระเจ้ายังไม่ประสงค์ให้ผมออกเดินทางจากสยามเมืองยิ้มไปในตอนนี้ ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างให้ทำ...ผมหลีกเลี่ยงมิได้ที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่บ้านห้างฉัตรต่อไปก่อน

 
วันก่อนผมเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ รวมทั้งคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในช่วงก่อนนอน...
 
 
ส่วนเบื้องล่างนั่น! การก่อสร้างสี่แยกไฟแดงยังคงดำเนินต่อไป ผมเห็นเสาไฟสูงใหญ่ 4 ต้นตั้งเสร็จแล้ว คานเหล็กซึ่งจะถูกติดตั้งไว้เหนือถนนกำลังถูกนำมาเตรียมไว้เพื่อติดตั้ง! 

จุดเริ่มต้นถนนหลวงหมายเลข 1039 ตรงไปยังสี่แยกไฟแดงก็ดูเหมือนว่าใกล้แล้วเสร็จ (หลังจากต้นไม้ใหญ่เกือบ 10 ต้นถูกตัดทิ้งไป)...

 
มันดูโล่งไปหมด...การเปลี่ยนแปลงที่ผมมิได้คาดคิดไว้ก่อนได้บังเกิดขึ้นแล้ว!!

 
 
 
ทำไปเถอะครับ...ผมอยู่อีกไม่นานก็คงไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ อีกต่อไป!!