Showing posts with label การล้มต้นไม้. Show all posts
Showing posts with label การล้มต้นไม้. Show all posts

Saturday, January 09, 2016

ตลิ่งสูง ซุงหนัก

เช้านี้อากาศค่อนข้างหนาวเย็น ผมคว้า "ตลิ่งสูง ซุงหนัก" หนังสือนวนิยายขนาด ๑๙๔ หน้า ขึ้นไปนั่งอ่านบนดาดฟ้า... 




นานแล้วที่ไม่มีโอกาสได้นั่งอาบแดดอ่านหนังสืออย่างเช่นวันนี้ ผมรู้สึกว่าเวลาของผมนั้นเหลือน้อยเต็มที เสียดายที่ยังมีอะไรดี ๆ ให้เสพอีกมากมาย... คงไม่ทันแล้วล่ะ!  อยากเป็นหนอนหนังสือเหมือนคุณสาโรจน์ อยากเขียนบทความได้ดีเหมือนคุณเมธี อยากวาดรูปสวย ๆ เฉกเช่นคุณเดชา... แต่ก็ทำไม่ได้ซักกะอย่าง!

ทุกวันนี้ทำได้แค่หยิบผลงานจากปลายปากกานักเขียนผู้ประสบความสำเร็จขึ้นมาอ่าน...


"ตลิ่งสูง ซุงหนัก" เขียนโดย "นิคม รายยวา" ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนหรือที่เรียกว่ารางวัลซีไรต์ในปี ๒๕๓๑


อ่านรวดเดียวจบ ทำให้นึกถึงคำว่า "unputdownable" ผมรู้จักคำนี้มานานแล้ว มันบรรยายลักษณะของหนังสือที่อ่านในวันนี้ได้เป็นอย่างดี!

วิกิพีเดียเขียนถึงเนื้อเรื่องใน "ตลิ่งสูง ซุงหนัก" ไว้ดังนี้...
คำงายเป็นควาญช้างของพลายสุด เขารักพลายสุดมากเพราะเคยเลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็ก แต่เนื่องจากความจำเป็นในครอบครัวเขา จึงต้องเสียพลายสุดไป เมื่อมาพบพลายสุดอีกครั้งหนึ่งเขาก็พบว่าพลายสุดได้สูญเสียงาไปหมดเหลือแต่งวงที่ใช้งัดและยกซุง นอกจากจะเป็นควาญช้างแล้วคำงายยังแกะสลักช้างไม้ได้ด้วยแต่เขาไม่ชอบงานนี้ ตอนจบของเรื่องเขาได้ตกลงกับนายของเขาโดยเอาช้างไม้แกะสลักแลกกับพลายสุด แต่ทั้งคำงายและพลายสุดไม่มีโอกาสที่จะได้พบความสุขอย่างแท้จริง เพราะขณะที่กำลังขนซุงขนาดหนัก พลายสุดได้พลาดท่าตกจาก ตลิ่งสูง ทั้งสองเสียชีวิตพร้อมกัน
ผู้เขียนต้องการจะเน้นให้เห็นว่าคนส่วนมากชอบติดอยู่กับซากมากกว่าสิ่งมีชีวิต และทุกคนมีการเกิดและตายอย่างละหนึ่งครั้งเท่านั้น แต่สิ่งที่อยู่ระหว่างสิ่งนั้นเราต้องหาเอง ชีวิต คือ การรับส่วนแบ่งที่ต้องเฉลี่ยกันไม่ว่า ความทุกข์ ความสุข ความดี ความเลว แต่ละคนมักจะแย่งกัน รับความดีไว้มากกว่า ส่วนด้านไม่ดีไม่อยากยอมรับกัน
หน้า ๑๒๐-๑๒๑ มีข้อความที่ทำให้ผมต้องหยุดแล้วคิดตาม...
ทำไมต้องเอาไม้ใหญ่มาทำช้างนะ คำงายคิด คนเรานี่แปลกจริง ๆ ไม้ใหญ่มันก็ใหญ่ของมันอยู่แล้ว คนไม่ได้ทำให้ช้างใหญ่ แต่ท่อนไม้มันใหญ๋ของมันเอง ตัวมันจริง ๆ คือต้นไม้ แต่คนกลับไม่เห็นความสวยและมีค่าของมันตอนมีร่มเงา มีชีวิตกลับโค่นมัน ลิดกิ่งตัดใบให้เป็นซากไม้ แล้วเอามันมาแกะให้เหมือนซากช้าง ชื่นชมมันมากกว่าได้เห็นช้างจริงหรือต้นไม้ที่มีชีวิตเสียอีก ทำไปทำมาก็จะไม่มีของจริงเลยสักอย่าง ไม่ว่าช้างหรือต้นไม้....
จริงสินะ...จำได้ว่าเรื่องต้นไม้ตรงสี่แยกนาก่วม ผมเคยบอกกับ Sid เพื่อนฝรั่งว่าขอให้แกมีชีวิตอยู่ทันได้เห็นต้นไม้เหล่านั้นสูงใหญ่เสียก่อน ต่อมาไม่นานต้นไม้เหล่านั้นก็ถูกตัดหรือไม่ก็ขุดย้ายออกไป ผมเห็นอีกที..ตรงนั้นก็เหลือแค่เพียงพื้นที่ราบเตียน!

เค้าจะทำลายมันด้วยเหตุผลใดผมไม่อาจทราบได้ แต่อยากให้เพื่อน ๆ ได้เห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งในฮานอย ซึ่งถ้าเป็นเมืองไทยอาจจะถูกโค่นทิ้งไปนานแล้ว!


คนเรามักจะมองไม่เห็นคุณค่าสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ต่อเมื่อไม่มีมันแล้วนั่นแหละจึงอาลัยหา!