Showing posts with label ทักษิณ. Show all posts
Showing posts with label ทักษิณ. Show all posts

Sunday, May 10, 2020

ของฝากจากแดนไกล


เสียงโทรศัพท์จากเพื่อน MC 08 ตอนเที่ยงวันนี้ ได้นำมาซึ่งความสุขในวันอาทิตย์ให้กับผมอย่างไม่ได้คาดคิดมาก่อน....


เพื่อนสุพล (ม.ว. 4944) นำเจลล้างมือจากเพื่อนทักษิณมาให้ ขอขอบคุณทั้งผู้ให้และผู้นำมาให้.... 


ของฝากจากคนแดนไกลเป็นห่วงเป็นใยประชาชน.. 



ถ่ายรูปด้วยกันหน่อย ม.ว. 3757 กับ  ม.ว. 4944 พอดีตั้งกล้องไว้ในตำแหน่งถ่ายภาพแบบต่อเนื่องก็เลยได้ออกมาหลายบานหลายโทนสีหน่อย...



ความสุขเห็นได้จากรอยยิ้มครับ...



 


  
เพื่อนไปแล้ว บ้ายบาย!





M.C. we care!  ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นเพื่อนกับทุก ๆ คนครับ! 

Sunday, November 28, 2010

ผมเห็นเค้ายืนอยู่ที่นั่น!

ขณะใช้บริการค้นหาของ Google อยู่ ๆ ผมก็เจอบทความที่เคยเขียนไว้ในหัวข้อที่ว่า "ผมเห็นเค้ายืนอยู่ที่นั่น!"  ทีแรกคิดว่ามันคงหายไปตั้งแต่ครั้งที่ผมลบและล้างไฟล์บน server ใหม่หมด ผมก็เลยขอถือโอกาสนำมาเก็บไว้ในบล็อกนี้อีก  



เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ เขียนไว้ว่า "ช่วงบ่าย ๆ มีโอกาสขับรถผ่านโรงเรียนมงฟอร์ตฯ สถาบันที่เคยเรียนตั้งแต่ชั้นประถม ๓ จนถึง ม.ศ.๓ ผมจอดรถที่หน้าประตูรั้วโรงเรียนซึ่งไม่เคยย่างผ่านเข้าไปอีกเลยนับจากจบการศึกษาเมื่อต้นปี ๒๕๐๙ ผมเดินไปที่ประตูแล้วค่อย ๆ ยื่นกล้องถ่ายรูปผ่านซี่กรงเหล็กเข้าไปบันทึกภาพอาคารเรียนสามชั้นซึ่งอยู่ทางด้านใต้..."



ภาพขาวดำสแกนจากอนุสรณ์ ม.ศ. 3 2506
ผ่านมากว่า ๔๐ ปีอาคารสถานที่ของโรงเรียนมงฟอร์ตยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ประตูทางเข้าจะอยู่ทางด้านเหนือ ส่วนประตูด้านใต้เป็นทางออก ผมรำลึกถึงภาพในอดีตได้ทันทีเมื่อไปยืนอยู่ตรงนั้น บนถนนหน้าอาคารเรียน ๓ ชั้น ผมเห็นเด็กชายรูปร่างผอมกะหร่องสวมชุดนักเรียนสกปรกมอมแมมกำลังปั่นจักรยานสู่ประตูทางออกเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน จากจุดที่ผมยืนเมื่อมองตรงไปข้างหน้า หากย้อนกลับไปยังวันแรกที่ถูกส่งตัวเข้าเรียนชั้น ป.๓ ผมจะเห็นอาคารเรียนเก่า ๆ ชั้นเดียวและร้านก๋วยเตี๋ยวเจ็กเพ้งอยู่ตรงนั้น ภาพในอดีตเลือนลางเหลือเกิน รู้แต่ว่าขณะนั้นยังไม่มีอาคารเรียนสูง ๆ 

ภาพขาวดำสแกนจากอนุสรณ์ ม.ศ. 3 2506
นอกจากอาคารปูนชั้นเดียวแล้วยังมีอาคารสองชั้นหลังยาวอยู่ทางด้านเหนือ ทางด้านข้างเป็น "โฮงรถ" โรงเก็บรถที่มีจักรยานจอดเต็มไปหมด สนามบาสฯ มีต้นยูคาลิบตัสปลูกอยู่ รวมทั้งสนามบอลหน้าตึกอธิการ... 

ภาพขาวดำสแกนจากอนุสรณ์ ม.ศ. 3 2506
ภาพข้างบนนี้คือตึกอธิการ เห็นลำโพงที่อยู่ตรงหน้าต่างนั่นมั้ยครับ? เย็นวันหนึ่งมีเสียงดังเรียกผมออกลำโพงให้ไปรับโทษ (โดน Bad Note 8) เพราะโดดเรียนไปเที่ยวน้ำตกห้วยแก้วกับสมศักดิ์ ลีลาภัทร์ แล้วปลอมลายเซ็นผู้ปกครองในใบลา ผมเดินขึ้นบันได เลี้ยวขวาไปให้บราเธอร์ฟาดก้นด้วยไม้เรียวเสียงดังขวับ ๆๆ 

ที่ยังคงฝังใจอยู่ก็คือการเปิดเทอมวันแรก ห้องเรียนชั้นประถม ๓ อยู่ ณ อาคารชั้นเดียวซึ่งเดี๋ยวนี้เป็นแค่เพียงภาพในจินตนาการ วันนั้นเป็นวันแรกของเด็กชายทักษิณ ชินวัตรด้วยเช่นกัน บนโต๊ะเรียนและเก้าอี้แบบนั่งคู่กัน ลูกคนชงกาแฟตัวจริงได้นั่งคู่กับเด็กชายผู้ได้กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรี ผมจำได้แค่ว่าครูประจำชั้นให้นักเรียนใหม่ได้แนะนำตัว เราสองคนต้องยืนบนเก้าอี้เพราะตัวยังเล็กอยู่!  จากเด็กประถมจนเป็นเด็กมัธยม ชีวิตนักเรียนเจริญวัยไปตามกาลเวลา ดูเหมือนว่าทักษิณกับผมจะไม่เคยแยกชั้นเรียน แต่เราก็ไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะกันอีก... 

ขณะที่บันทึกภาพด้วยกล้องดิจิตอลมือสองราคา ๑,๖๙๐ บาท ที่ยื่นผ่านประตูรั้วเข้าไป ผมพยายามมองหาห้อง C ให้ได้  แต่มันไกลเกิน ได้แต่คะเนว่ามันคงจะอยู่ใกล้ ๆ กับรถปิคอัพคันที่จอดหันหน้าออกนั่นแหละ

ภาพจากหนังสืออนุสรณ์ มศ.3 2506
ห้องเรียนชั้น ม.ศ. ๓ อยู่ชั้นล่าง เริ่มจากห้อง A ห้อง B ห้อง C และห้อง D วันนั้นในช่วงพักบรรดานักเรียนจะออกมายืนคุยกันตรงระเบียงหน้าห้องเรียน ภาพของทักษิณกลับเข้ามาให้เห็นอีกครั้ง เป็นวันที่ผมโดนนักเรียนโตกว่าแกล้ง ทักษิณซึ่งตัวโตเช่นกันได้เข้ามาห้ามแล้วพูดว่า "คิงไปคั่มมันนะบ่ะ"  (มีความหมายว่าเอ็งอย่าไปแกล้งมันนะโว้ย)  นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ ๔๔ ปีที่แล้วเกิดตรงระเบียงที่มองเห็นได้จากระยะไกล ผ่านไปแล้วกว่า ๔ ทศวรรษ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทุกวันนี้คุณทักษิณจะคิดถึงบ้านมากน้อยแค่ไหน? 

ทุกครั้งที่ผมผ่านโรงเรียนมงฟอร์ต ผมก็ยังคงเห็นเค้ายืนอยู่ที่นั่น!

Tuesday, July 27, 2010

Jazz Piano

เที่ยงคืนกว่าแล้วยังไม่เข้านอน!  ตายังสว่างอยู่ ผมนั่งพิมพ์ตำราออกมาอีกเรื่อย ๆ คืนนี้กะว่าจะให้ได้ซัก ๗ เล่ม...

วันเกิดทักษิณผ่านไปแล้ว เมื่อวานนี้ผมไม่ได้เขียนอะไรเกี่ยวกับเพื่อนเก่าคนนี้  ปีที่แล้วผมเขียนไว้นะ แต่จะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายไม่รู้ที่ข้อเขียนต้องถูกลบทิ้งไปเมื่อมีการจัดไฟล์ที่อยู่บน server ใหม่  ก็ดีเหมือนกันเพราะผมไม่ค่อยสงบปาก คิดอย่างไรก็เขียนอย่างนั้น  ใครที่ได้อ่านแล้วอาจคิดว่า ผมเป็นผู้ที่ไม่รู้คุณคน ตอนเป็นเด็กทักษิณดีกับผมจะตาย ทำไมผมถึงไม่เชียร์และยืนอยู่ข้างสหายเก่า! ความคิดเราต่างกันครับ และความพอเพียงของเราก็ไม่เท่ากันด้วย แต่ในส่วนของความดีที่ทักษิณมีให้ผมก็ยังคงอยู่ในใจของผมเสมอ...

ปี พ.ศ.๒๕๑๐ ขณะเรียนอยู่ปี ๑ แผนกช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคภาคพายัพ กำลังเริ่มแตกเนื้อหนุ่ม อยากเท่ห์ ผมหากิจกรรมที่จะสร้างจุดเด่นให้ตัวเอง อย่างเช่น เล่นดนตรี เป็นช่างไฟ ควบคุมเสียง

วันอาทิตย์ที่ ๑ มกราคม...ผมบันทึกว่า..
“ตอนเช้าทำความสะอาดบ้านนอก แล้วไปขอยืม amp ที่ทักษิณ เวลาบ่ายไปติดตั้งและคุมเครื่องให้อำนวย กลำพัดเพื่อแสดงในตอนกลางคืน ที่งานฤดูหนาว….”


ตอนนั้นทักษิณพักอยู่บนชั้นสองของโรงภาพยนต์ชินทัศนีย์ ที่ผมเขียนว่า “บ้านนอก” หมายถึง “ร้านกาแฟไทยประเสริฐ” ข้างลาน ร.ส.พ. ตรงข้ามกับโรงแรมรถไฟ เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวติดถนนที่พ่อแม่เช่าเปิดร้านกาแฟ สร้างฐานะจนมีตังค์พอซื้อที่ดินและปลูกบ้านของตนเองอยู่ที่ถนนทุ่งโฮเต็ล ถึงอย่างไรครอบครัวของผมกับของทักษิณก็มีฐานะแตกต่างกัน คุณพ่อของทักษิณเป็นเศรษฐีมีชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ ทักษิณจึงมีเครื่องดนตรีหลายชิ้นเก็บไว้ในห้องนอนทั้ง ๆ ที่เล่นไม่เป็น เท่าที่จำได้ก็มี กีต้าร์ Fender พร้อมตู้แอมป์ มีเบส Hofner และแซ็กโซโฟน Selmer


ห้องนอนทักษิณขนาดใหญ่ มีเครื่องปรับอากาศ window type ติดตั้งที่หน้าต่าง และมี  heater สำหรับให้ความอุ่นในหน้าหนาว นั่นคือภาพที่ผมพอจำได้ ทักษิณเป็นคนมีน้ำใจ อนุญาตให้ผมและบรรจง (เพื่อนที่โตมาด้วยกัน) ไปซ้อมดนตรีได้ถึงในห้องนอน  เราสองคนเดินจากร้านกาแฟไทยประเสริฐไปโรงภาพยนต์ชินทัศนีย์เพื่อซ้อมดนตรี ผมเล่นกีต้าร์ ส่วนจงเล่นเบส…

วันอาทิตย์ที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๐ ทักษิณให้ผมยืมแอมป์ Fender ตัวที่มีอยู่ไปใช้ในงานฤดูหนาว เพื่อช่วยทำให้วงดนตรีพื้นเมืองของอำนวย กลำพัดมีความดังสู้กับเสียงรอบข้างได้...

อ้าว...ว่าจะพูดเรื่องแจ๊สเปียโน ทำไมไปเขียนถึงทักษิณก็ไม่รู้!


เพื่อน ๆ คงเคยเห็นคนเล่นเปียโนที่เล่นแบบธรรมดา ไม่หวือหวา ไม่พรมนิ้วไปมาเหมือนทำเสียงคลื่น แต่ค่อยๆ เปลี่ยนเปลี่ยนคอร์ด โดยการ voice ซึ่งอาศัยโน้ตเพียงไม่กี่ตัว เกิดเสียงประสานที่น่าฟัง จนพูดได้ว่า “It’s jazzy!”  ในอดีตเราไม่มีตำรามากมายอย่างเช่นในปัจจุบัน ถ้าอยากจะเล่นให้ได้สำเนียงเช่นนั้น ก็ต้องอาศัยครูพักลักจำ หรือไม่ก็ค้นคว้าด้วยตนเอง

ทุกวันนี้ ผมยังอยากหันกลับไปศึกษาแจ๊สเปียโนอย่างจริง ๆ จัง ๆ เลยครับ ตำราที่มีอยู่นั้นมากมายจนไม่รู้จะเริ่มต้นจากเล่มไหนดี  น่าเสียดายที่ผมไม่มีเวลาพอที่จะทำตามความอยากของตนเอง  ถ้าวันหนึ่งมีซัก ๔๘ ชั่วโมงก็คงจะดี!

คืนนี้ผมพิมพ์ตำราออกมาได้ ๗ เล่มตามที่ได้ตั้งใจไว้….

อยากเล่นเปียโนแนวแจ๊ส เพื่อน ๆ จะต้องเปลี่ยนสไตล์การเล่นแบบพลิกตัวทันที ทิ้งรูปแบบที่เคยเล่นและชื่นชอบไปให้หมด ไม่ว่าจะเป็นการไล่นิ้วแบบหนูหรือแมวไล่กันบนคีย์บอร์ด การกระจายคอร์ดแบบ pop และ classic  เคลื่อนไหวให้น้อย แต่สง่าและอลังการด้วยคู่ระยะในรูปแบบของ chromatic progression แล้วจะได้ชื่อว่าเป็นนักเล่นเปียโนแจ๊สที่แท้จริง…

วันนี้อยากให้ลองฝึกเล่น Yesterday ในแนวแจ๊สดูบ้าง แล้วจะต้องร้องว่า “แซบอีหลีเด้อ”  โน้ตเพลง Yesterday อยู่ในหน้า ๒๖-๒๗ ของหนังสือ The Beatles for jazz piano ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถคลิกดาวน์โหลดได้ ที่นี่

ขอให้มีความสุขในการเล่นเปียโนแจ๊สนะครับ