Showing posts with label ล้างมือ. Show all posts
Showing posts with label ล้างมือ. Show all posts

Saturday, October 20, 2018

คิดได้งัย?


ผมเห็นโฆษณา "งานเดินวิ่งการกุศล แม่ทะมินิมาราธอน ๒๕๖๑" แล้ว ทำให้คิดถึงเรื่อง "ชลบุรีมาราธอน" ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๑ พร้อมกับข่าวเรื่องการให้น้ำนักวิ่ง!


นั่กวิ่งที่เข้าร่วมจะต้องจ่ายเงินต่างกันตามระยะทางที่เลือกคือ ระยะวิ่ง ๔๒.๑๙๕ กม. ราคา ๑,๐๐๐ บาท ระยะวิ่ง ๒๑ กม. ราคา ๗๐๐ บาท ระยะวิ่ง ๑๐ กม. ราคา ๕๐๐ บาท ระยะวิ่ง ๕ กม. ราคา ๔๐๐ บาท โดยจะนำรายได้หลังหักค่าใช่จ่ายและร่วมสมทบทุนให้กับโรงพยาบาล เพื่อหารายได้จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ใช้ในการรักษาและพัฒนาให้กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา  งานนี้ผ่านมาแล้วพร้อมกับการวิจารณ์ยับเรื่อง "งานวิ่งขาดน้ำ!


เมื่อวันศุกร์ (๑๒) ที่่ผ่านมา ผมพาพี่ชายไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลห้างฉัตร พอดีใกล้กับวันล้างมือโลก ผมเห็นเจ้าหน้าที่พยาบาลมาบรรยายและสาธิตเรื่อง "การล้างมือ ๗ ชั้นตอน" ให้กับบรรดาผู้ป่วยและญาติที่ไปส่ง...



วันล้างมือโลก (Global Hand Washing Day) ตรงกับวันที่ ๑๕ ตุลาคมของทุกปี ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๕๑ ณ เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน โดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็น เพื่อกระตุ้นเตือนให้ชาวโลกเห็นถึงความสำคัญของการล้างมือด้วยสบู่ว่า จะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ รวมถึงต้องการสร้างวัฒนธรรม การล้างมือให้สะอาดถูกสุขอนามัยขึ้นทั่วโลก จากผลการศึกษาพบว่าการล้างมือ แม้จะเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยทำกัน ทั้ง ๆ ที่สามารถลดโอกาสติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้เกือบ ๕๐ % ในแต่ละปีนั้นมีเด็ก ๆ อายุต่ำกว่า ๕ ขวบเสียชีวิตจากโรคท้องร่วงถึงเกือบ ๒ ล้านคน และจากโรคปอดบวมอีกราว ๒ ล้านคน การล้างมือด้วยน้ำกับสบู่อย่างถูกวิธีจะช่วยลดการเสียชีวิตจากโรคท้องร่วงได้ถึง ๕๐% และจากโรคปอดบวมได้อีกราว ๒๕% ดังนั้น หัวใจหลักของวันล้างมือโลกจึงต้องการมุ่งไปยังกลุ่มเด็กนักเรียน เพื่อหวังจะเพิ่มจำนวนเด็ก ๆ ที่มีนิสัยล้างมือด้วยสบู่ให้ได้มากกว่า ๗๐ ประเทศ  (ที่มา - health.kapook.com)   
ที่โรงพยาบาลห้างฉัตร ผมได้ฟังการบรรยายเรื่อง "การล้างมือ ๗ ขั้นตอน" ถึงสองครั้ง ครั้งแรกตอนนั่งอยู่หน้าห้องเจาะเลือด พอไปรอที่คลีนิกผู้ป่วยโรคเรื้อรังก็ได้ฟังอีกครั้ง ทุกครั้งผมได้ฝึกปฏิบัติตามพยาบาลผู้มาสาธิต และเข้าใจว่าการล้างมือก่อนกินหรือปรุงอาหารนั้นมีความสำคัญยิ่ง 


ครั้นได้เห็นภาพที่แชร์กันแพร่หลายในอินเทอร์เน็ต...


ผมเกิดสงสัยขึ้นมาทันทีว่า "คิดอย่างงี้ได้งัย?"  วิ่งเหนื่อย ๆ มาเหงื่อท่วมตัว ผ่านมลพิษและสารพัดฝุ่น แต่นักวิ่งต้องมาดื่มน้ำจากมือ! หรือดูดก้อนน้ำแข็งจากนิ้วมือ...


หาเงินเข้าโรงพยาบาลซึ่งเป็นองค์กรสาธารณะสุข ดันมาหลงลืมเรื่อง "การล้างมือ ๗ ขั้นตอน" ที่อุตส่าห์ให้เจ้าหน้าที่มายืนสาธิตให้ประชาชนได้รับรู้!