Monday, October 25, 2021

เปลี่ยนโซ่ให้เจ้าแชมป์

มาคุยเรื่องการอัพเกรดเจ้า Field Champ กันนะครับ...  
 
 
 
จักรยานเก่าจากญี่ปุ่น (มือที่เท่าไหร่ไม่รู้) แต่ผลิตในจีน สภาพตอนรับมาน่าพอใจ เค้าพับใส่กล่องส่งมา ผมเอาออกแล้วก็ต้องศึกษาวิธีกาง (unfold) เพราะระบบมันต่างกับเจ้า Banian กับเจ้าทัสซูเฮะ ก็ไม่ยากแค่ดึงตัวล็อคขึ้นแล้วกางออกได้เลย จุดพับดูแข็งแรงกว่าจักรยานพับล้อ ๒๐ นิ้ว ผมตรวจสอบแล้วพบว่าเฟรมไม่มีบุบมีงอ สีส้มสวยบาดตา เนื้อสียังดีอยู่ มีรอยและจุดถลอกเล็กน้อย...
 

ยางขนาด 700 X 25  ยางในแบบเก่าใช้จุ๊บแบบมีไส้ไก่ สูบลมมาให้เสร็จ ผมประกอบแฮนด์และเบาะ ตรวจเช็คแล้วเอาออกปั่นไปตลาดได้เลย

พุ่งดี ทรงตัวเยี่ยม ขี่สบาย คิดว่าเหมาะสำหรับการปั่นระยะยาวนานทั้งวัน อย่างไรก็ตาม ก็ต้องอัพเกรดให้ดีกว่านี้ ซึ่งก็ไม่มีอะไรเป็นปัญหาครับ เริ่มก่อนเลยด้วยการเปลี่ยนโซ...ผมเลือกใช้โซ่ KMC Z6 6 สปีด (สามารถใช้กับ 7 สปีดได้) ราคาเส้นละ ๑๕๐ บาท มีข้อต่อปลดไว (quick link) ให้ด้วย ต้องเสียค่าส่งอีก ๔๕ บาท (ตีว่าเปลี่ยนโซ่ต้องจ่าย ๒๐๐ บาทละกัน) ตอนนี้เจ้าแชมป์มีค่าตัวเป็น ๓,๐๐๐ บาทแล้ว

 

เปลี่ยนโซ่ไม่ยากครับ ผมเครื่องมือมีอยู่ ตัดโซ่เก่าออกแล้วใส่โซ่ใหม่ หยอดน้ำมันซะหน่อย แค่นี้ก็โอแล้ว...

เจ้าแชมป์ เพื่อนใหม่

ผมเคยเขียนเรื่อง Field Champ จักรยานเก่าจากญี่ปุ่น... บอกว่าอยากได้

ตาแก่เมืองรถม้าเขียนว่า...

ไม่นานมานี้เอง...บังเอิญเจอ "ทัวร์ริ่งพับได้" ใน facebook จักรยานเก่าญี่ปุ่น ดี ๆ ถูก ๆ เข้าคันนึง ยี่ห้อ Field Champ ผลิตในจีน โครงเหล็กคล้ายเสือภูเขาแต่ล้อเป็น 700C ชุดขับทัวร์ริ่งของ Shimano 6 speed เห็นแล้ว...อยากจะเรียกว่าเป็น "ไฮบริดพับได้" มากกว่า!!!  อยากได้กั๊บ...อยากได้ ถ้าเป็นคันนี้จะตอบโจทย์ได้หมด และที่สำคัญคือเป็นรถเก่า ปั่นไปไหนก็ไม่เป็นที่สนใจ...

ผมจินตนาการเห็นตัวเองใน final trip เป็นตาแก่ปั่นจักรยานท่องโลก ภาพที่ชื่นชอบที่สุดเห็นจะเป็นภาพนี้... 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต...(ขอขอบคุณ)

ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาดักตีหัวชิงเอาจักรยานไป และถ้าผมมีหีบเพลงตัวเล็ก ๆ ไปด้วยสักตัวก็สามารถทำแบบตาคนนี้ได้...


ถ้าไปกับเจ้าสหัสเดช มันก็ดีอยู่เพราะจักรยานทั้งสวยทั้งแรง ๑๒ สปีดมีน้ำหนักไม่ถึง ๑๐ กิโลกรัม...

ทำเสร็จแล้ว ทดสอบแล้ว ถ้าเป็นปั่นระยะทางสั้น ๆ ไม่เกิน ๔-๕ ร้อยกิโลเมตร ผมว่าแจ๋วเลย แต่ถ้ารอนแรมต่างถิ่นต่างแดน ระยะทางเป็นหมื่นกิโลเมตร นานหลายปี ผมอยากได้รถสภาพเก่า โครงเหล็ก มากกว่า และที่สำคัญคือถ้ามันพับได้ก็ยิ่งวิเศษเลย เกิดถึงตอนที่ตาแก่ปั่นไม่ไหว ก็พับใส่ท้ายรถหรือขึ้นรถไฟเดินทางต่อไปได้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงคิดว่าเจ้าจักรยานเก่า Field Champ นั่นเหมาะกว่าเพื่อน!  มันมีอยู่คันเดียวจริง ๆ ผมติดต่อไปยังผู้ขายเพื่อต่อรอง จาก ๓,๐๐๐ บาทผู้ขายลดให้เหลือ ๒,๘๐๐ บาท (แพงกว่าจักรยานที่ผมใช้ปั่นไปสิงคโปร์เมื่อ ๔๐ ปีก่อนแค่ ๘๐๐ บาท)

แม้จะเป็นจักรยานรุ่นเก่า เฟืองแบบเกลียวแค่ ๖ สปีด (14-28) ผมดูรูปที่ผู้ขายลงไว้แล้วก็คิดว่าสมราคา น่าจะนำมาอัพเกรดได้ด้วยตนเองจึงตัดสินใจซื้อ ได้มาแล้วครับ  นำออกทดสอบแล้วพบว่าขี่ดี แม้ว่าจะหนัก เกียร์ ๖ สปีดทำงานเป็นปกติ เปลี่ยนได้ด้วยการบิดข้อมือที่มือเกียร์ติดแฮนด์ ...

 
 เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าผมอัพเกรดเจ้าแชมป์อย่างไรบ้าง?

ข้าวเงี้ยว ๕ บาท - ห้างฉัตร

ข้าวเงี้ยว (ข้าวกั๊นจิ๊นหรือจิ๊นส้มเงี้ยว) ผมกินไม่ได้ แต่ก็อยากเขียนถึง...

วิกิพีเดีย อธิบายว่า...

ข้าวกั๊นจิ๊น ข้าวเงี้ยว หรือ จิ๊นส้มเงี้ยว เป็นอาหารไทยภาคเหนือ มีลักษณะเป็นข้าวสวยคลุกเลือดหมูสดห่อในใบตองในลักษณะเดียวกับแหนม บางสูตรไม่ใส่เนื้อสับ แต่ใส่เลือดคลุกเคล้ากับข้าวอย่างเดียว นำมารับประทานกับน้ำมันกระเทียม หอมแดง แตงกวา และพริกทอด อาหารประเภทนี้นิยมรับประทานเป็นอาหารกลางวัน หรือ ข้าวตอน ในสูตรดั้งเดิมมักใช้วัวทำ แต่ปัจจุบันผู้คนไม่ค่อยกินเนื้อวัวกันแล้ว จึงดัดแปลงมาใช้เนื้อหมูแทน

ข้าวกั๊นจิ๊นเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวไทใหญ่ซึ่งนิยมรับประทานข้าวเจ้า (ข้าวสวย) ต่างจากกลุ่มชาติพันธุ์ไทกลุ่มอื่นที่มักรับประทานข้าวนึ่ง (ข้าวเหนียว) ในบางครั้งเรียกข้าวกั๊นจิ๊นว่า "ข้าวเงี้ยว" เพราะเป็นอาหารของชาวไทใหญ่  ข้าวกั๊นจิ๊นมีส่วนผสมคือ ข้าวสวย หมูสับ เลือดหมู นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นใส่หนังหมูต้ม มะเขือส้ม เกลือป่น น้ำปลา น้ำมันหอมเจียว ทำให้อาหารมีรสชาติเค็มและหวานเล็กน้อย เมื่อคลุกเคล้าเข้ากันดีแล้วจึงนำไปห่อใบตอง โดยใช้ใบตองแผ่นใหญ่ ๆ ซ้อนกัน 2 ชั้น ห่อข้าวที่คลุกเป็นทรงเตี้ย ๆ คล้ายห่อหมกแล้วกลัดด้วยไม้กลัด นำมานึ่งจนเสร็จ แล้วนำกระเทียมเจียว พริกแห้ง หัวหอมแดงซอย และแตงกวาหั่น แต่งเป็นเครื่องเคียง

เพื่อน ๆ เชื่อมั้ยครับว่าที่ห้างฉัตรมีข้าวเงี้ยวขายห่อละ ๕ บาท?

บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1035 หรือถนนลำปาง-ห้างฉัตรสายเก่า ก่อนถึงตลาดสดเทศบาลฯ (M) จะเห็นร้านเค การแว่น  (K) ทางฝั่งตรงข้าม ถัดไป (S) จะเป็นร้านขายส้มตำ  ขนมจีนน้ำเงี้ยว และข้าวกั๊นจิ้น...

 
มีคุณป้าท่าทางแข็งแรงตั้งโต๊ะตำส้มตำอยู่หน้าร้าน ที่ผมบอกว่าแข็งแรงเพราะเห็นป้าแกยกครกเข้าไปล้างหลังร้านแบบสบาย ๆ
 

ส้มตำขายครกละ ๒๐-๓๐ บาท รสดีครับ มีผักให้ด้วย สะอาด ดูน่ากิน ขนมจีนน้ำเงี้ยวชุดละ ๒๐ บาท ส้มตำมีทั้งตำไทย ตำลาว ใส่ปลาร้า กุ้งแห้ง

 

 ถั่วคั่วถุงละ ๑๐ บาท...

เพื่อน ๆ สามารถนั่งกินในร้านหรือสั่งใส่ถุงได้นะครับ

ข้าวเงี้ยวห่อละ ๕ บาท คุณป้าจะแกะห่อออกแล้วใส่แตงกวากับกระเทียมเจียวให้ก่อน ผมเห็นบางคนมาแวะซื้อส้มตำ ๒๐ บาทกับขนมจีน ๑๐ บาท  บ้างก็มาซื้อข้าวเงี้ยว ๒ ห่อ (๑๐ บาท)

สองห่อก็อิ่มแล้ว นับเป็นอาหารกลางวันราคาถูกมากกกกกกกกกกก

Namkeen

วันนี้ขอคุยเรื่องอินเดียนะครับ คิดถึงอ่ะ อยากกลับไปอีกครั้ง....

นามกีม (Namkeen) คือขนมแขกประเภทขบเคี้ยวกินเล่น เป็นของว่างหรือที่ฝรั่งเรียกว่า snack ส่วนใหญ่ทำด้วยแป้ง ปรุงรสด้วยเกลือและเครื่องเทศแล้วนำมาทอด โชคดีปัจจุบันนี้ ผ่านร้านค้าในเว็บออนไลน์เราสามารถสั่งของกินซึ่งอิมพอร์ตมาจากอินเดีย ราคาอาจจะแพงหน่อย แต่ก็สัมผัสบรรยากาศแขก ๆ ได้เลย

อย่างเช่นเจ้า Namkeen ที่สั่งมา เห็นเขียนว่า "Fine Spicy Snack Bite" น้ำหนัก ๔๐๐ กรัม ราคากล่องละ ๗๕ บาท ผมสั่งมาเพื่อลิ้มรส เผื่อว่าจะได้ลองทำดูบ้าง เว็บ indiaretailing.com กล่าวว่า...

Munching of namkeen and snacks is a very old practice in India. The history of snacks shows that until about forty years ago, there were just 2-3 types of available namkeens in the market. But after the mid-80s, the varieties developed tremendously and the triple layer pouch packing started playing a major role/ factor in developing the category, extending the shelf life of products to six-twelve months. Today, around 1,000 snack items are sold in India spanning various tastes, forms, textures, aromas, bases, sizes, shapes and fillings. Besides, some 300 types of savouries are sold in our country today.

มีหลากหลายเหลือเกิน ผมเลือก nimki หรือ nimkin แป้งทอดที่มีรสเผ็ดร้อน เรียกกันว่า mathri ในบางส่วนของปัญจาบและอุตตรประเทศ ได้ชิมแล้วครับ ที่สั่งมารูปร่างคล้ายเม็ดมะม่วงหิมพานต์บ้านเรา...

วัตถุดิบ (ingredient) เตรียมไว้แล้วครับ...

 
 ใช้เกลือดำหิมาลัย...

เครื่องเทศผมจะใช้ตัวนี้

Panch Phoron หรือ Panch Puran anch phoron เป็นส่วนผสมของเครื่องเทศที่มีต้นกำเนิดมาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และใช้โดยเฉพาะในอาหารของบังกลาเทศและอินเดียตะวันออกภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาหารของ Odisha เบงกอลตะวันตกภูมิภาคมิถิลาของอินเดียและเนปาล

กี (Ghee) ก็มีแล้ว กีเป็นเนยใสชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในอินเดียโบราณ นิยมใช้ในอาหารของอนุทวีปอินเดีย อาหารตะวันออกกลาง ยาแผนโบราณ และพิธีกรรมทางศาสนา

(ที่มา - wikipedia)

เดี๋ยวจะหาเวลาลงมือทำครับ ได้ผลเช่นไรจะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังนะครับ...

Friday, October 22, 2021

ทางหลวงชนบทน่าน

ผมขอปรบมือให้กับความคิดสร้างสรรค์ของแขวงทางหลวงชนบทน่าน กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ที่ได้พิมพ์แผ่นพับ "เส้นทางแห่งความภูมิใจ" เพื่อแจกให้ประชาชนนักเดินทางท่องเที่ยวชาวไทย...

แผนที่เส้นทางคมนาคมจังหวัดน่านทำให้นักท่องเที่ยวได้ทราบทางหลวงแผ่นดิน (สีดำ) ทางหลวงชนบท (สีแดง) ทางหลวงท้องถิ่น (สีเขียว) สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดน่านที่น่าสนใจ...

เอกสารดี ๆ เช่นนี้ผมได้รับมาเมื่อครั้งเดินทางไปจังหวัดน่าน ปัจจุบันยังคงเก็บไว้อยู่...


รู้สึกเสียดายจริง ๆ ถ้าจะทิ้งไว้เฉย ๆ จึงขอสแกนมาโพสต์ไว้ให้เพื่อน ๆ ได้ศึกษาเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวเมืองน่านดังต่อไปนี้...

 



 

 







 

Thursday, September 23, 2021

น้ำมันมัสตาร์ด

ผมเคยเขียนเรื่อง "ออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling Therapy)" โดยใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นกิจวัตรที่ปฏิบัติทุกเช้า 


ปกติก็สั่งน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมาใช้ (ขวดครึ่งลิตรราคาอยู่ระหว่าง ๒๕๐ - ๓๐๐ บาท) ใช้ได้นานโข แต่เมื่อหมดแล้วก็ต้องหาซื้ออีก พอดีได้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำมันชนิดต่าง ๆ....ผมหันมาสนใจในน้ำมันมัสตาร์ด (mustard oil)  ซึ่งเว็บ th.drderamus.com กล่าวว่า...

น้ำมันมัสตาร์ดมาจากเมล็ดของตระกูล brassica ตระกูลเดียวกันกับ rapeseed ซึ่งเป็นแหล่งของน้ำมันคาโนลาบางส่วน Brassica nigra (มัสตาร์ดดำ), อัลบ้า (สีขาว) และ juncae (สีน้ำตาล) เป็นแหล่งน้ำมันเมล็ดมัสตาร์ด
น้ำมันมัสตาร์ดเป็นหนึ่งในส่วนผสมหลักที่ใช้ในอาหารของอินเดียตะวันออกและบังคลาเทศ มีการใช้มานานหลายศตวรรษในฐานะที่เป็นสารเติมแต่งอาหารรักษาโรคหลายชนิดและยังเป็นยาโป๊ ชาวเกาหลีมักใช้น้ำมันมัสตาร์ดในการปรุงรสร้อนในขณะที่อาหารจีนบางชนิดใช้ในการแต่งตัว
มัสตาร์ดน้ำมันโภชนาการมีประโยชน์ด้านสุขภาพดังนี้

1. ช่วยเพิ่มสุขภาพหัวใจ

การผสมน้ำมันมัสตาร์ดในอาหารของคุณอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจได้จากการศึกษาในฉบับเดือนเมษายน 2004 วารสารคลินิกโภชนาการอเมริกัน. น้ำมันอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนซึ่งทั้งสองอย่างนี้ช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีและเพิ่มคอเลสเตอรอล HDL ที่ดี
การปรับปรุงสมดุลของคอเลสเตอรอลของคุณยังช่วยลดไตรกลีเซอไรด์หรือระดับไขมันในเลือดซึ่งสามารถป้องกันโรคอ้วน, โรคไตและ hyperthyroidism นอกเหนือไปจากการปรับปรุงสุขภาพของหัวใจ )

2. มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านเชื้อรา

น้ำมันมัสตาร์ดเป็นสารต้านแบคทีเรียเมื่อใช้ทั้งภายในและภายนอกและเป็นยาต้านเชื้อราเมื่อใช้ภายนอก ภายในสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ลำไส้และส่วนอื่น ๆ ของระบบทางเดินอาหาร ภายนอกอาจรักษาได้ทั้งการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราเมื่อทาลงบนผิวหนังโดยตรง

3. ประโยชน์ต่อผิว

น้ำมันมัสตาร์ดมักใช้ภายนอกโดยเฉพาะในช่วงการนวด น้ำมันมีวิตามินอีระดับสูงซึ่งช่วยปรับปรุงสุขภาพผิว มันสามารถช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายอนุมูลอิสระจากแสงอุลตร้าไวโอเลตและมลภาวะและยังสามารถช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น

4. ปรับปรุงสุขภาพผม

เนื่องจากน้ำมันเมล็ดมัสตาร์ดนั้นมีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงมันอาจช่วยให้เส้นผมของคุณเติบโตและแข็งแรงขึ้น อาหารที่เรากินช่วยบำรุงร่างกายของเราและเส้นผมและผิวหนังได้รับประโยชน์เช่นกัน

5. รักษาโรคเกี่ยวกับเหงือก

ในการทดลองทางคลินิกโดยใช้น้ำมันมัสตาร์ดและการนวดด้วยเกลือบนเหงือกนักวิจัยต้องการตรวจสอบประสิทธิภาพของน้ำมันมัสตาร์ดเป็นการรักษาตามธรรมชาติของโรคเหงือก การขูดหินปูนและการไสทำด้วยสเกลาร์อัลตราโซนิกจากนั้นตามด้วยการนวดเหงือกด้วยเกลือในน้ำมันมัสตาร์ดเป็นเวลาห้านาทีสองครั้งต่อวันใน วิธีการรักษานี้พบมากที่สุดในอินเดียซึ่งไม่เพียงแต่ใช้สำหรับการนวดเหงือกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบำรุงรักษาและปรับปรุงสุขภาพช่องปากโดยรวม

6. ลดอาการปวดที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ

การนวดด้วยน้ำมันมัสตาร์ดอาจช่วยบรรเทาอาการไขข้ออักเสบโรคข้ออักเสบเคล็ดขัดยอกและปวดเมื่อย ซีลีเนียมที่มีอยู่ในน้ำมันจะช่วยลดผลกระทบของการอักเสบที่เกิดจากโรคหอบหืดและอาการปวดข้อโดยการนวดข้อต่อและทั่วร่างกายด้วยน้ำมันมัสตาร์ด 

7. ดีต่อสิ่งแวดล้อม

8. ผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกายและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

น้ำมันมัสตาร์ดสามารถช่วยในการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนังเมื่อใช้สำหรับการนวด ในขณะที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อน้ำมันมัสตาร์ดอุ่นหมอนวดในอินเดียมักใช้น้ำมันมัสตาร์ดผสมกับน้ำมันหอมระเหยในขณะที่นวดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด นอกจากนี้ยังทำงานเป็น reliever ความเครียดธรรมชาติ

(ขอขอบคุณข้อมูลที่มีประโยชน์จาก th.drderamus.com)

ด้วยความคิดแหวกแนว...ผมตัดสินใจสั่งซื้อน้ำมันมัสทาร์ดมาใช้แทนน้ำมันมะพร้าว เป็นสินค้านำเข้าจากอินเดียราคาถูกกว่าน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่ผลิตในเมืองไทย (ขวด ๑ ลิตรราคา ๑๓๕ บาท)...ได้มาแล้วกั๊บ!

Nutritional Information  (Approximate composition per 100 g)

Energy   900 kcal
Protein       0 gm
Carbohydrates  0 gm
Of Which Sugar  0 mg  
Cholesteral   0 mg
Fat  100 gm
Satuated Fatty Acids, Max   12 g
Mono Unsaturated Fatty Acids, Min  36 g
Poly Unsturated Fatty Acids, Min 16 g
Trans Fatty Acid, Max   1 g

เช้านี้ผมลองทำออยล์พูลลิ่งดูแล้ว อมน้ำมันมัสทาร์ดไว้ในปาก ได้กลิ่นแรงน่าดู รู้สึกชาลิ้นนิด ๆ แต่ก็ทนได้ คิดว่าให้ผลในการทำออยล์พูลลิ่งดีกว่าน้ำมันมะพร้าวด้วยซ้ำ


ใช้งานได้ดี แถมประหยัดตังค์ได้เยอะด้วย!

Thursday, September 02, 2021

ตามรอยเส้นทางวัดพม่าจังหวัดลำปาง

วันนี้มีหนังสือมาแบ่งปันให้เพื่อน ๆ อีก ๑ เล่ม คือ "ตามรอยเส้นทางวัดพม่าจังหวัดลำปาง"

สแกนจากหนังสือ ตามรอยเส้นทางวัดพม่าจังหวัดลำปาง

พิมพ์แจกจ่ายโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง ด้วยงบประมาณปี ๒๕๕๙ เพื่อเป้าหมายยกระดับแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนให้ได้มาตรฐาน ผมอยากให้เพื่อน ๆ ได้อ่านข้อเขียนเรื่อง "วัดพม่า - ไทยใหญ่ในนครลำปาง"  โดย ฐาปกรณ์ เครือระยา อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ วิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง

สแกนจากหนังสือ ตามรอยเส้นทางวัดพม่าจังหวัดลำปาง

วัดพม่าในนครลำปางมีรายชื่ออยู่ด้วยกัน ๑๘ วัด หนังสือ ๔๙ หน้ามีภาพสีประกอบ พร้อมข้อมูลที่หาได้ยากในเว็บทั่วไป ขนาดไฟล์ PDF แค  5.34 MB ผมอยากให้เพื่อน ๆ ดาวน์โหลดไปอ่านกันครับ 

 
สแกนจากหนังสือ ตามรอยเส้นทางวัดพม่าจังหวัดลำปาง
 
 
เวลาเพื่อน ๆ ไปเที่ยววัดพม่า จะได้มองสถาปัตยกรรมและถาวรวัตถุต่าง ๆ ด้วยความเข้าใจมากยิ่งขึ้น...
 

ผมมีหนังสือดี ๆ เยอะ เดี๋ยวจะนำมาฝากเพื่อน ๆ อีก เวลาอยู่รับใช้ของผมเหลือน้อยเต็มทีแล้ว!