Saturday, August 03, 2024

Travels with Oolong - ทริปแรก

ภาพจาก thekommon - ขอขอบคุณ

ยากใช้ชีวิตเช่นอัศวินนักฝัน ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ผมได้แรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือ "Travels with Charley" ของ John Steinbeck และ "ข้ามน้ำสามทวีป" ของนิตเทพ นราธิป

Campervan คือรถบ้านเคลื่อนที่ หรือที่เรียกกันว่ารถบ้าน เป็นยานพาหนะขับเคลื่อนในตัวที่ให้ทั้งที่พักสำหรับเดินทางและนอนหลับ John Steinbeck ตั้งชื่อรถของเขาว่า Rocinante โดยนำมาจากชื่อม้าของดอน กิโฮเต้ (Don Quixote) 

ผมซื้อรถ Mira Mint คันจิ๋วมาด้วยจุดประสงค์ที่จะพาพี่ชายและตัวเองไปโรงพยาบาลหรือพบแพทย์เป็นหลัก ครั้นเมื่อพี่ชายตัดช่องน้อยแต่พอตัวจากไปหลังจากใช้งานเจ้า Eddy ได้ไม่นาน ความคิดที่จะเดินทางไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก (ค่ำไหนนอนนั่น) พร้อมกับอู่หลงสุนัขที่ภิกษุจากวัดห้วยหล่อเกาะคาให้มาเริ่มจุดประกายความใฝ่ฝัน "Travels with Oolong"


Charley สุนัขพันธ์ French Poodle ซึ่ง Steinbeck นำไปด้วยนั้นอายุ 10 ปี แก่เกินกว่าที่จะกระโดดโลดแล่นออกจากรถไปโดยไม่สามารถควบคุมได้ เท่าที่ผมอ่าน เห็นว่า Charley เพื่อนเดินทางของ Steinbeck น่าจะนั่งอยู่ในรถอย่างสงบนิ่งไปกับนักเขียนวัย 58 เหมือนกับตาแก่วัย 80 ผู้ไม่รู้สึกตื่นเต้นไปกับสถานที่และความแปลกใหม่ใด ๆ 

ตรงกันข้ามกับเจ้าอู่หลงซึ่งเปรียบได้กับหนุ่มวัยรุ่น มันกระโดดออกจากหน้าต่างรถที่เปิดแง้มไว้แล้ววิ่งพล่านไปทั่ว เรียกก็ไม่ฟัง...ไล่จับก็ไม่ทัน!! 

พิสูจน์ได้ชัดเมื่อเริ่มต้นการเดินทางกับอู่หลงในทริปแรกไปพระธาตุแม่ยิ่ง... ระยะทางไปกลับประมาณ 20 กิโลเมตร

ผ่านท้องทุ่งสวยงาม ผมหยุดรถถ่ายรูป...

 

ถึงจุดหมาย...ผมจอดรถไว้แล้วปล่อยเจ้าอู่หลงให้ลงวิ่งเล่น โชคดีไม่มีเจ้าถิ่น!!


เดินเก็บภาพฝากเพื่อน ๆ




ออกเดินทางต่อต้องหลอกล่อตามจับเจ้าหนุ่มสี่ขาอยู่พักใหญ่...กว่าจะนำตัวขึ้นรถได้! ผมสตาร์ทรถแช็ค  ๆๆๆ....มันไม่ติด!! เอาแล้วซิ ทริปแรกก็ได้เรื่องแย้ว!! เกเรทั้งรถทั้งเจ้าอู่หลง ผมนั่งสงบใจอยู่ในรถนานกว่าห้านาที สตาร์ทอีก โชคดีแบตเตอรี่ที่ติดรถมาเป็นแบตใหม่ รู้สึกโล่งใจเมื่อเจ้า Eddy ส่งเสียงคำราม! ผมเหยียบครัช เหยียบคันเร่ง ขับรถคันจิ๋ววิ่งลิ่วไปยังวัดแม่ยิ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 600 เมตร จอดรถไว้หน้าวัดแล้วเดินเข้าไปถ่ายรูป เจ้าอู่หลงอยู่ในรถ...ดิ้นพล่าน!





เดินเก็บภาพวัดแม่ยิ่งได้ไม่นานก็ต้องรีบกลับมาที่รถ เห็นอู่หลงขึ้นไปยืนอยู่บนแผงคอนโซล "ไม่ไหว ๆ อย่างเนี้ยจะไปด้วยกันได้อย่างไร" คิดในใจ! 
 

 
ผมรีบจับตัวเจ้าจอมยุ่งลงแล้วสตาร์ทรถ "แช็ค ๆๆๆๆๆๆ" เครื่องไม่ติด เอาอีกแล้ว จะกลับบ้านได้มั้ยเนี่ย??? ผมลงไปเปิดฝากระโปรง เช็คฝาครอบจานจ่าย ขยับนั่นขยับโน่นไปตามเรื่อง แล้วสตาร์ทเครื่องอีก ก็ยังคงไม่ติด!!! เปิดฝากระโปรงทิ้งไว้ กลับมานั่งในรถ รอให้เครื่องเย็น หวังว่าอาจจะติดเพราะเคยอ่านว่าถ้าคอยล์จุดระเบิดเสื่อม เมื่อเครื่องร้อนรถจะติดยาก รออยู่นานโขครับ!!! ก่อนที่จะภาวนาแล้วกลั้นใจบิดสวิชกุญแจ "แช็ค ๆๆๆๆ บึ้ม!" เครื่องติดแล้ว "ขอบคุณพระเจ้า" ตาแก่เร่งเครื่องด้วยความดีใจ ลงไปปิดฝากระโปรงแล้วรีบขับกลับบ้านทันที  


สิ้นสุด Travels with Oolong - trip 1 พร้อมปัญหาการนั่งรถและไปต่างถิ่นของเจ้าอู่หลง!!!

Thursday, August 01, 2024

Travels with Oolong - trip 4

ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ทั้งวัดวาอารามและหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณสองฟากฝั่งลำน้ำแม่ยาว คอยต้อนรับการมาเยือนของเพื่อน ๆ ด้วยความโอบอ้อมอารีทุกวี่วัน...

 
โบราณสถานอย่างเช่น "วัดไหล่หินหลวง" ยังคงดำรงไว้ซึ่งอาคารสถานที่เก่าแก่ ไม่ได้แก้ไขปรับปรุงจนเกินความจำเป็น...

 
ความเรียบง่าย ไม่ต้องแต่งเติมสีสัน ผมเห็นแล้วก็สบายใจ!
 
 
ทริป Travels with Oolong ครั้งที่ 3 (สองครั้งแรกยังไม่ได้เขียนถึง) ผมใช้เวลาครึ่งวันเดินทาง 40 กิโลเมตร เที่ยวชมวัด 4 วัด คือ วัดศิลา วัดม่วงน้อย วัดสันทุ่งแฮ่ม และวัดไหล่หินหลวง
 
  
 
วัดศิลาเป็นวัดแรกที่แวะเยือน ผมจอดรถไว้ริมทาง...
 
 
 
ต้องให้เจ้าอู่หลงอยู่ในรถ ประตูซ้ายขวาเปิดกระจกแง้มไว้นิดหน่อย (มากก็ไม่ได้เพราะเจ้าจอมยุ่งจะเล็ดลอดออกได้) 


ผมพยายามใช้เวลาให้น้อยที่สุดในการแวะเยือนและถ่ายภาพ รู้นะว่าในรถมันอบอ้าว เจ้าอู่หลงถึงกับลิ้นห้อย แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ขืนปล่อยให้ลงไปด้วยก็จะเป็นเรื่องยุ่งยากเลยทีเดียว!

 

เดินทางตามหาวัดม่วงน้อย ผมข้ามสะพานข้ามลำน้ำแม่ยาว...

เห็นวัดม่วงน้อยอยู่ด้านขวามือ...ผมขับรถทื่อชิดซ้ายแล้วจอดไว้ฝั่งตรงข้าม

เจ้าอู่หลงอยู่ในรถ มองเห็นเพื่อนสี่ขาเข้ามาใกล้!

มีชายคนหนึ่งอยู่ที่ร้านค้าใกล้ประตูวัด เดินออกมากล่าวชม มิใช่ตาแก่บ้านห้างฉัตร แต่เป็นเจ้า Eddy เขาบอกว่า "รถสวย"  ผมคิดในใจว่านั่นเป็นครั้งแรกที่มีคนชมรถเก่าราคา 3 หมื่นบาทที่ซื้อมาจากเมืองแพร่ว่าสวย!!!

 

จากวัดม่วงน้อย ผมเดินทางต่อไปยัง วัดสันทุ่งแฮ่ม หรือวัดบ้านทุ่งเจริญ ต้องเลี้ยวซ้ายออกจากทางหลวงหมายเลข 4007

 

ผ่านท้องทุ่งนา...มองเห็นทิวเขาแต่ไกล ๆ

ตาแก่บ้านห้างฉัตรทดลองใช้มือถือ Realme (ครูแต้มซื้อให้) นำทางสู่วัดสันทุ่งแฮ่ม โดยอาศัยแค่ GPS พบว่ามันใช้ได้นะ

 ถึงจุดหมาย วัดสันทุ่งแฮ่ม ผมจอดเจ้า Eddy ไว้ บอกให้อู่หลงรออยู่ในรถ! 

ความจริงก็สงสารมันเหมือนกัน อยากให้ลงมาเที่ยวด้วย แต่คงไม่ได้เพราะเจ้าของที่เค้ารออยู่นั่นแล้ว...

วัดสุดท้ายที่ไปเยือนคือวัดไหล่หินหลวง...


Eddy ทำงานได้ดี ไม่มีปัญหา รอไปด้วยกันอีกในทริปหน้า คือ "ผาช่อ แกรนด์แคนยอนเมืองไทย"

Monday, July 29, 2024

Nikon D50 - กล้อง DSLR ตัวแรก

มื่อ 10 ปีที่แล้ว จากสนามบินมัณฑะเลย์เข้าเมืองมีรถบริการฟรีของ AirAsia พาผู้โดยสารไปส่งถึงในเมืองซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 40 กว่ากิโลเมตร...

จำได้ว่าช่วงนั้นการเดินทางไปเที่ยวพม่าง่ายและสะดวกจริง ๆ ใช้งบประมาณไม่มากด้วย! โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี free visa ทำให้ไม่ต้องไปเข้าคิวรอทำวีซ่าซึ่งเสียเวลา 1 วันเต็ม (ไปรับตอนบ่ายวันเดียวกัน - เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม)

ในการไปเยือนพม่าครั้งที่สองเมื่อปี 2555 ผมยังต้องไปขอวีซ่าที่สถานทูตพม่าในกรุงเทพ มีแผนว่าจะไปย่างกุ้งและทะเลสาบอินเล...

เป็นการเดินทางแบบ travellin' light ตามรูปแบบลุงน้ำชากับเจ้าแรด (backpack) และกล้องดิจิตอลเล็ก ๆ 1 ตัว แต่เหลือเชื่อจริง ๆ ในตอนเช้าเมื่อวันที่ผมลงไปกรุงเทพเพื่อทำวีซ่า คุณเมธีหรือ ดร.ปิง ไปยืนรอผมที่สถานีรถไฟหัวลำโพง (รถเสียเวลาด้วย) พาไปกินข้าว แล้วมอบกล้อง Nikon D50 ให้   

 

เป็นกล้อง DSLR ตัวแรกในชีวิตที่ผมมีโอกาสได้สัมผัส จำคำบอกคุณเมธีได้ว่าแรก ๆ ก็ให้ใช้ระบบ auto ไปก่อนแล้วค่อย ๆ ศึกษาเอาทีหลัง

กล้อง Nikon D50 ที่คุณเมธีให้มาอยู่ในกระเป๋าห้อยคอ

จากปีนั้น (2555) ผมก็ได้เริ่มใช้กล้อง Nikon D50 ถ่ายภาพเก็บไว้บ้างแล้ว...

 

ถึงปี 2567 สิบสองปีผ่านไปผมก็ยังคงใช้เจ้า Nikon D50 เรื่อยมา วันนี้เอาขึ้นมาพร้อมกับแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยเลนส์ Tokina 60-300 mm และฮูด ตั้งใจว่าจะเอาไปถ่ายรูปบนดาดฟ้าหน่อย

 

ท้องฟ้ามืดครึ้ม แสงน้อยครับ มองเห็นกลุ่มเมฆปกคลุมยอดดอยขุนตาน... 

 


คิดถึงคนที่ให้เจ้า Nikon D50 มาครับ!