Showing posts with label ความสุข. Show all posts
Showing posts with label ความสุข. Show all posts

Friday, June 28, 2019

ความสุขบนดาดฟ้า

VoiceTV รายงานข่าวเรื่องค่าครองชีพในฮ่องกงและกรุงเทพฯ ใจความว่า...
บริษัทด้านที่ปรึกษาธุรกิจเผยผลสำรวจ พบฮ่องกงยังครองแชมป์เมืองที่มีอัตราค่าครองชีพสูงสุดในโลก รองลงมาคือ โตเกียว สิงคโปร์ โซล ส่วนกรุงเทพฯ ไต่ขึ้นเป็นอันดับที่ ๔๐ จากเดิมอยู่ที่ ๕๒ เหตุเศรษฐกิจขยายตัว คนย้ายจากชนบทเข้าเมือง...

อ่านแล้วผมกระหยิ่มใจที่ตัวเองเลือกมาอยู่บ้านห้างฉัตร ที่ ๆ ผมสามารถเก็บพริกขี้หนูมาทอดกินกับขนมจีนน้ำยาชุดละ ๑๕ บาท   กล้วยน้ำว้า ๖ หวีที่ตลาดบ้านปันง้าว แค่ ๒๐ บาท!  

จำได้ว่าผมเคยซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าราคาถูก (เชียงใหม่-ฮ่องกง) ของสายการบิน HK Express เอาไว้ รอมาเกือบปี แต่พอถึงวันเดินทางกลับไม่ไป (no show) เอาซะงั้น 





ทิ้งเงิน ๒,๖๑๒ ไปเปล่า ๆ  ถามผมว่าเสียใจมั้ย? ขอตอบว่า "ไม่เลยครับ"  มันก็เหมือนซื้อ hard disk 3TB มาตัวนึงในราคาเกือบ ๓ พันบาท แต่เกิดทำหายก่อนที่จะนำมาใช้เก็บข้อมูลสำคัญ ซึ่งพอดีเจ้า hard disk ตัวนั้นมีจุดบกพร่องมาจากโรงงาน หากนำมาใช้ก็จะพังโดยไม่ทันได้ backup อะไรไว้  โชคดีที่มันหายไปซะก่อน!

เช่นเดียวกัน ...ไม่ไปฮ่องกงผมก็ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม หากต้องไปเช่ารูหนูอยู่ตั้ง ๑๐ วันคงหมดอีกหลายอัฐ แล้วการไปดูเมืองที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับ ๑ มันจะสู้ไปเช่าบ้านพักริมน้ำที่เวียงพูคาคืนละ ๕๐ พันกีบ (๒๐๐ บาท) แล้วตื่นไปตลาดเช้าท่ามกลางอากาศหนาวเย็น เดินดูของที่แม่ค้านำมาวางขายไม่ดีกว่ารึ?


ว่าแล้วผมก็ขึ้นไปสำรวจสวนครัวบนดาดฟ้า... พร้อมกับนำภาพมาให้เพื่อนดูดังนี้


มะเขือเทศออกดอกแล้ว...



พริกหยวกก็ออก...เก็บกินได้



ต้นกะเพรากำลังแตกใบงาม... 



ส่วนชะอมคงต้องรอนานหน่อยกว่าจะได้เก็บกิน...


ไม่ต้องไปฮ่องกงหรอกครับ หาความสุขจากที่นี่ก็ได้!

Tuesday, April 18, 2017

วันเปี่ยมสุข

ที่จริงก็ไม่ได้สอนอะไรมากมาย เพราะเป็นแค่เพียงครูพิเศษในช่วงระยะสั้น ๆ แต่ผมก็ดีใจที่ยังมีลูกศิษย์ลูกหาผู้คิดถึงและพากันมาดำหัวในช่วงปี๋ใหม่เมืองที่ผ่านมา....





ผมสุขใจและดีใจมาก ๆ   ชีวิตนี้จะไม่ลืมเลยในสิ่งที่ได้รับในวันนี้!

---------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณภาพจากครูแต้มทั้ง ๓ ภาพ

Thursday, January 22, 2015

ความสุขบนความเซ็งของผู้อ่าน

เพื่อน ๆ ที่รัก...ผมต้องขอขอบคุณที่กรุณาเข้ามาเยือน"บล็อกช่างเหอะ" ซึ่งหาสาระไม่ค่อยจะได้ แถมบางครั้งยังนำเรื่องเซ็ง ๆ มาเขียนให้อ่าน...

มันเป็นส่วนหนึ่งในความฝันของผมจริง ๆ ครับ เหมือนกับในสมัยที่เป็นวัยรุ่นก็เคยนึกอยากจัดรายการวิทยุ ผมต่อเครื่องส่งวิทยุ (มีกำลังส่งออกได้ประมาณ ๒-๓ หลังคาเรือน) แล้วเปิดเพลงออกอากาศ  ๔๐ กว่าปีต่อมาผมก็ได้ไปจัดรายการ"คุยก่อนนอนกับลุงน้ำชา" ที่สถานีวิทยุ Smoth Radio 104.50 Mhz  บรรยายไม่ถูกว่ามีความสุขแค่ไหน เมื่อโลกทั้งโลกเป็นของผมยามที่มี earphone ครอบหูและมีไมโครโพนจ่อปาก...

เรื่องเขียนบล็อกก็เช่นกัน เคยฝันอยากเขียนหนังสือหนังสือเกี่ยวกับดนตรีสักเล่มแต่ไม่สำเร็จ รู้สึกอิจฉาในความสามารถในการถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นตัวหนังสือของคุณเมธีและคุณเดชา ผมก็เลยหันมาเป็น blogger เขียนเรื่องเที่ยวเรื่องแอ่วไปตามประสาแล้วโพสต์ด้วยรูปเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ทำให้ก็มีความสุข! แต่อาจเป็นความสุขบนความเซ็งของเพื่อน ๆ ก็ได้ (ฮา) 

วันนี้อยากรายงานเรื่องห้องเรียนไวโอลินซึ่งกำลังเร่งมือทำต่ออีกนิด....

วันวานผมทำโครงแบบง่าย ๆ ไว้แล้ว...


บ่ายวันนี้ ผมนำกระดาษอัดที่เหลืออยู่ ๑ แผ่นมาติดตั้ง...


พรุ่งนี้ตั้งใจจะตีตะปู (หัวโต-สั้น) ยึดให้แน่นหนา ก่อนที่จะย้ำหัวตะปู โป้ว และทาสี...


พอดีตอนเย็นต้องไปหาหมอพงษ์ศักดิ์ เป็นการไปตรวจตาทุก ๆ สามเดือน คุณหมอบอกว่าตาทั้ง ๒ ข้างยังใช้ได้อยู่ อาการที่น่าเป็นห่วงไม่ลุกลาม แค่นั้นผมก็ดีใจ ผ่าตัดใส่เลนส์มากว่าสิบปี ได้แค่นี้ก็ดีที่สุดแล้ว! คุณหมอให้ยาบำรุงมากินด้วย (ต้องขอ)...


เวลาเห็นเตารีดแบบใช้ถ่าน ผมนึกถึงตอนเป็นเด็กซึ่งยังทันได้มีประสบการณ์กับการรีดผ้าด้วยเตาแบบนี้ เด็ก ๆ รุ่นใหม่คงนึกภาพไม่ออกว่าต้องตัดใบตองมาใช้ถูก้นเตา และระวังไม่ให้ถ่านปะทุทำให้ผ้าเป็นรู! ทุกวันนี้เตารีดโบราณเป็นได้เพียงแค่ของเก่าที่ตั้งไว้เตือนความจำ...


ร่างกายของผมก็เช่นกัน เคยนึกอยู่เหมือนกันว่าเมื่อถึงวันที่มองอะไรไม่เห็น ต้องหยุดเขียนบล็อก วันนั้นผมจะอยู่อย่างเตารีดเก่านี้ได้รึ?