Showing posts with label ของเก่า. Show all posts
Showing posts with label ของเก่า. Show all posts

Wednesday, September 02, 2015

กระต่ายขูดมะพร้าว


ไปกับทัวร์ Mekong Delta เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘  ผมเห็นนาย Tong ไกด์เวียดนามยกกระต่ายขูดมะพร้าวให้ลูกทัวร์ดูแล้วถามว่ารู้หรือเปล่าเนี่ยอะไร?


อยากหัวร่อให้ฟันหลุด ไม่อยากจะบอกกับมัคคุเทศก์หนุ่มที่เรียกผมว่า "ป๋า" เลยว่า..บนดาดฟ้าบ้านฉันก็มี แถมเป็นกระต่ายขาวซะด้วย!


กระต่ายขูดมะพร้าว บางพื้นบ้านเรียกว่า กระต่ายขูด หรือเหล็กขูด ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับขูดมะพร้าวที่ยังไม่ได้กะเทาะเปลือกออก การเรียกชื่อกระต่ายขูดมะพร้าวอาจเนื่องมาจาก ฟันที่ใช้ขูดเนื้อมะพร้าวมีลักษณะเป็นซี่ยาวเหมือนฟันกระต่าย ประกอบกับการทำโครงไม้ซึ่งใช้เสียบฟันขูดและนั่งเวลาขูดมะพร้าว มักทำเป็นตัวกระต่ายมากกว่าสัตว์ประเภทอื่น แม้ว่าจะมีการประดิดประดอยโครงไม้เป็นตัวแมว สุนัข นก หนู สิงห์ เต่า ตะกวด ก็ตาม ชาวบ้านก็จะเรียกรวมว่า “กระต่ายขูดมะพร้าว” เดิมทีเดียวการขูดเนื้อมะพร้าวคั้นกะทิ จะใช้ช้อนทำจากกะลามะพร้าวขูดให้เป็นฝอย ต่อมาทำเป็นฟันซี่โดยรอบ บางแห่งใช้ซีกไม้ไผ่บากรอยเป็นซี่สำหรับขูดมะพร้าว จนกระทั่งเมื่อมีการใช้เหล็กมาทำของใช้ในครัวเรือน จึงได้ตีเหล็กแผ่นบาง ๆ ตัดรูปโค้งมน ใช้ตะไบถู ทำซี่ละเอียดปลายเหล็กคมเรียกว่า “ฟันกระต่าย” นำส่วนเหล็กขูดฟันกระต่ายนี้ไปประกบหรือเข้าเดือยกับรูปตัวสัตว์ที่เตรียมไว้...
เกิดทันได้ใช้...ตอนเป็นเด็กคุณพ่อเคยใช้ให้ผมขูดมะพร้าว!

Tuesday, September 01, 2015

ซ่อมเปียโนไฟฟ้า Roland KR-33


พ่อเลี้ยงจากเมืองแพร่นำเปียโนไฟฟ้ายี่ห้อ Roland รุ่น KR-33 มาให้ซ่อม ผมเก็บดองไว้ตั้งแต่ก่อนไปเขมร... รวมแล้วเดือนกว่า ๆ เห็นจะได้! 


อาการเสียคือประมาณ ๑๐ คีย์ในช่วงกลางกดแล้วไม่มีเสียง ผมบอกพ่อเลี้ยงว่าอะไหล่น่าจะไม่มีขาย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะซ่อมได้หรือไม่!  เมื่อวานนี้ได้ฤกษ์ซ่อม...ผมรื้อออกมาดู


แกะออกมาแล้วต้องระวังให้ดี...อย่าให้สปริงที่ใช้ดึงคีย์หล่นหาย


นั่นไง... เจ้ายางซึ่งเมื่อกดคีย์ลงไปแล้ว จะทำให้ชิ้นคาร์บอนเล็ก ๆ ๒ ตัวไปเชื่อมต่อแผงวงจร มีหน้าที่คล้ายสวิชทำให้เกิดเสียงดัง 


นี่คือแผงวงจรซึ่งต้องทำความสะอาดด้วยน้ำยา...


เนื่องจากถูกใช้งานมานานกว่า ๒๐ ปี มันก็เสื่อมเสียไปตามสภาพ วิธีแก้ไขคือต้องซื้อมาเปลี่ยนใหม่ ผมไม่แน่ใจว่าจะมีอะไหล่ และไม่รู้ด้วยว่าจะไปหาที่ไหน ถ้าจะซ่อมให้พอใช้งานได้ ผมต้องเปลี่ยนเอาเจ้ายางเหล่านั้นไปไว้ทางด้านเสียงต่ำ แล้วนำยางจากด้านเสียงต่ำมาใส่แทน ซึ่งหมายความว่าจะต้องมีหลายคีย์จากเสียงช่วงต่ำสุดที่ใช้งานไม่ได้...


ผมแกะคีย์ช่วงเสียงต่ำและเสียงกลางออก...


ส่วนช่วงเสียงสูงซึ่งยังดีอยู่...ไม่ต้องแกะออกมาให้เสียเวลา!


นำยางจากช่วงเสียงต่ำมาใส่ช่วงเสียงกลาง โดยค่อย ๆ ทดสอบไปทีละคีย์...


เสร็จแล้วก็ประกอบคีย์กลับเข้าที่เดิม โดยไม่ลืมที่จะทำความสะอาดให้ดูงาม จากโน้ต F ต่ำสุดมีอยู่ ๘ คีย์ที่ไม่ดัง ถ้าพ่อเลี้ยงอยากจะให้ดีหมด ก็ต้องหาอะไหล่มาให้...


ใช้เวลาซ่อมทั้งหมด ๑๒ ชั่วโมงฮับ!

Tuesday, July 21, 2015

ทั้งเสียดายและอับอาย!

เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ ผมได้เขียนเรื่อง "วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน เมืองปาน" ด้วยความภาคภูมิใจในวัดเก่าแก่อายุนับพันปีที่คนเมืองปานยังคงรักษาเอาไว้....



วันนั้นผมดีใจที่มีโอกาสได้ไปเห็น ได้ถ่ายภาพและนำเรื่องมาโพสต์เก็บไว้ในบล็อก exploring the world (คลิกอ่านได้ที่นี่ แต่วันนี้ผมกลับรู้สึกเสียใจ เมื่อได้อ่านข่าวจาก manager online ว่า...
สำนักศิลปากรที่ ๗ ได้บูรณะ “วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน” วัดเก่าแก่ให้กลายเป็นวัดใหม่ใสกิ๊ก ไม่เหลือเค้าวัดเก่าวัดแก่อีกเลย โดยพระธาตุที่เคยแสดงถึงความเก่าแก่กลับกลายเป็นเหมือนพระธาตุใหม่ ทาองค์พระธาตุด้วยสีทองสดใส และฐานสีขาวใหม่ ส่วนวิหารหลวง ซึ่งเคยมีลักษณะที่บอกให้เห็นถึงความสวยงาม และความเก่าแก่ด้านวัฒนธรรมล้านนา ก็ถูกทาสีใหม่จนไม่เหลือความเก่าแก่ให้เห็น โดยเฉพาะลายไม้หน้าวิหารหลวงที่ถูกทาด้วยสีทอง และประดับด้วยกระจกจีนสีเขียว นับเป็นภาพที่ดูแปลกตาไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง...
นี่แหละคือการกระทำคนไทยผู้ไม่คำนึงถึงสมบัติของชาติที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลัง เราแข่งกันสร้างของใหม่ให้ใหญ่โตเข้าไว้ เหมือนกับวัดวาในลำปางที่มีซุ้มประตูอลังการ สร้างวิหารใหม่ใหญ่โตทั้ง ๆ ที่หาพระจำพรรษาแทบจะไม่มี พูดถึงตรงนี้แล้วทำให้ผมคิดถึงวันที่เคยไปคุยกับเจ้าอาวาสวัดขามแดง ท่านบอกว่าชาวบ้านอยากจะให้รื้ออุโบสถเก่าแล้วสร้างใหม่ คงจะขัดศรัทธาของญาติโยมมิได้ แล้วผมยังคิดย้อนกลับไปถึงครั้งหนึ่งซึ่งพาฝรั่งเยอรมันไปเที่ยววัดสวนดอก วันนั้นทางวัดกำลังบูรณะวิหารด้วยการใช้สีน้ำมันทาทับลงบนไม้เก่า ฝรั่งบอกผมว่าถ้าเป็นที่บ้านเค้าจะไม่ทำเช่นนั้นเป็นอันขาด...    

เมื่อทำลงไปแล้ว มันก็ยากที่จะแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิม ผมขอนำภาพเจดีย์วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนที่ได้บันทึกไว้มาให้เพื่อน ๆ ดูดังนี้...


แล้วเปรียบเทียบกับภาพเจดีย์ที่ได้รับการบูรณะอย่างโง่เขลาเบาปัญญา...

ภาพจาก manager.co.th
ผมรู้สึกเสียดายและอับอายมากครับ!

Sunday, May 31, 2015

ตัดกระจกบานเกล็ด

วันนี้ว่าด้วยเรื่องของการเก็บของเก่ามาใช้....อีกแย้วววว!!


ตั้งวงกบตรงระเบียงชั้นลอยเสร็จ ผมก็ติดรางบานเกล็ด จากนั้นก็เที่ยวหากระจกบานเกล็ดเก่า ๆ ไปทั่ว ทั้งที่มีวางขวางตาและหลบหน้า ได้มาประมาณ ๔๐ กว่าแผ่น  พอสำหรับหน้าต่าง ๔ บาน  ปัญหาอยู่ตรงที่ว่ากระจกแต่ละแผ่นนั้นยาวไปสำหรับบานหน้าต่างที่จะนำไปใส่ ผมต้องตัดให้พอดีก่อนนำไปใช้


ก่อนอื่นต้องเตรียมเครื่องมือดังต่อไปนี้...
  • ฉากเหล็ก
  • ดินสอหรือปากกาเมจิก
  • ที่ตัดกระจก
  • น้ำมันสนพร้อมพู่กัน
  • แท่นรอง

พร้อมแล้วก็ลงมือตัดได้เลย...


ขีดเส้นด้วยดินสอหรือปากกา...


ใช้ฉากเหล็กทาบแล้วใช้พู่กันจุ่มน้ำมันสน...


นำมาทากระจก บริเวณที่จะตัด...


จากนั้นเลื่อนฉากไปทางซ้ายนิดนึง นำมีดตัดกระจกมาทาบเหล็กฉาก กรีดลากไปบนกระจกเสียงดัง "แกร๊ดดดดด" เป็นเส้นตรง.... 


ต้องขออภัยที่มีดตัดกระจกในภาพไม่มีด้าม (ผมทำหัก)  ต้องจับเฉพาะส่วนหัวแล้วกรีด...


จากนั้นก็เลื่อนแผ่นกระจกมาวางให้รอยกรีดอยู่ตรงขอบแท่นรอง เอาฉากเหล็กทาบแล้วใช้นิ้วโป้งทั้งสองมือกดให้สนิท (ทุ่มน้ำหนักตัวลงไปด้วย)  แน่ใจแล้วก็ใช้ปลายนิ้วมือขวาที่เหลือกดลงไปตรงปลายแผ่นกระจก ไม่ต้องแรงนัก เสียงดัง "แป๊ก"....กระจกก็ขาดออกจากกัน


แต่ละแผ่นใช้เวลาไม่นาน ผมตัดแล้วเดินเอาไปใส่ทีละแผ่น ค่อย ๆ ทำไป ไม่นานกระจกเก่าที่มีอยู่ก็ถูกตัดจนหมด...


ยังขาดอยู่อีกประมาณ ๒๐ แผ่น! 

Thursday, January 22, 2015

ความสุขบนความเซ็งของผู้อ่าน

เพื่อน ๆ ที่รัก...ผมต้องขอขอบคุณที่กรุณาเข้ามาเยือน"บล็อกช่างเหอะ" ซึ่งหาสาระไม่ค่อยจะได้ แถมบางครั้งยังนำเรื่องเซ็ง ๆ มาเขียนให้อ่าน...

มันเป็นส่วนหนึ่งในความฝันของผมจริง ๆ ครับ เหมือนกับในสมัยที่เป็นวัยรุ่นก็เคยนึกอยากจัดรายการวิทยุ ผมต่อเครื่องส่งวิทยุ (มีกำลังส่งออกได้ประมาณ ๒-๓ หลังคาเรือน) แล้วเปิดเพลงออกอากาศ  ๔๐ กว่าปีต่อมาผมก็ได้ไปจัดรายการ"คุยก่อนนอนกับลุงน้ำชา" ที่สถานีวิทยุ Smoth Radio 104.50 Mhz  บรรยายไม่ถูกว่ามีความสุขแค่ไหน เมื่อโลกทั้งโลกเป็นของผมยามที่มี earphone ครอบหูและมีไมโครโพนจ่อปาก...

เรื่องเขียนบล็อกก็เช่นกัน เคยฝันอยากเขียนหนังสือหนังสือเกี่ยวกับดนตรีสักเล่มแต่ไม่สำเร็จ รู้สึกอิจฉาในความสามารถในการถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นตัวหนังสือของคุณเมธีและคุณเดชา ผมก็เลยหันมาเป็น blogger เขียนเรื่องเที่ยวเรื่องแอ่วไปตามประสาแล้วโพสต์ด้วยรูปเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ทำให้ก็มีความสุข! แต่อาจเป็นความสุขบนความเซ็งของเพื่อน ๆ ก็ได้ (ฮา) 

วันนี้อยากรายงานเรื่องห้องเรียนไวโอลินซึ่งกำลังเร่งมือทำต่ออีกนิด....

วันวานผมทำโครงแบบง่าย ๆ ไว้แล้ว...


บ่ายวันนี้ ผมนำกระดาษอัดที่เหลืออยู่ ๑ แผ่นมาติดตั้ง...


พรุ่งนี้ตั้งใจจะตีตะปู (หัวโต-สั้น) ยึดให้แน่นหนา ก่อนที่จะย้ำหัวตะปู โป้ว และทาสี...


พอดีตอนเย็นต้องไปหาหมอพงษ์ศักดิ์ เป็นการไปตรวจตาทุก ๆ สามเดือน คุณหมอบอกว่าตาทั้ง ๒ ข้างยังใช้ได้อยู่ อาการที่น่าเป็นห่วงไม่ลุกลาม แค่นั้นผมก็ดีใจ ผ่าตัดใส่เลนส์มากว่าสิบปี ได้แค่นี้ก็ดีที่สุดแล้ว! คุณหมอให้ยาบำรุงมากินด้วย (ต้องขอ)...


เวลาเห็นเตารีดแบบใช้ถ่าน ผมนึกถึงตอนเป็นเด็กซึ่งยังทันได้มีประสบการณ์กับการรีดผ้าด้วยเตาแบบนี้ เด็ก ๆ รุ่นใหม่คงนึกภาพไม่ออกว่าต้องตัดใบตองมาใช้ถูก้นเตา และระวังไม่ให้ถ่านปะทุทำให้ผ้าเป็นรู! ทุกวันนี้เตารีดโบราณเป็นได้เพียงแค่ของเก่าที่ตั้งไว้เตือนความจำ...


ร่างกายของผมก็เช่นกัน เคยนึกอยู่เหมือนกันว่าเมื่อถึงวันที่มองอะไรไม่เห็น ต้องหยุดเขียนบล็อก วันนั้นผมจะอยู่อย่างเตารีดเก่านี้ได้รึ? 

Tuesday, December 16, 2014

ซ่อมบานประะตูห้องน้ำ


ห้องดนตรีที่ชั้นลอยดูเข้าที่เข้าทางบ้างแล้ว ต่อจากนี้ก็ได้เวลาปรับปรุงห้องน้ำชั้นล่าง ผมเปลี่ยนสีผนังและเพดานเป็นสีเหลือง...


ด้วยเหตุผลว่าสีอื่นเอาไม่อยู่ เพดานที่เคยใช้สีพลาสติกอย่างดีทา ปรากฏว่าสีไม่เรียบ มันบวมเป็นจุด ๆ เพราะความชื้นจากห้องน้ำข้างบน ดูน่าเกลียด ผมเปลี่ยนไปลงสีน้ำมัน(สีน้ำเงิน) ดูดีขึ้นมาหน่อยแต่ยังไม่เป็นที่พอใจ ในที่สุดก็ต้องตัดสินใจใช้สีเหลืองนี่แหละ...


เป็นสีอย่างดี แห้งเร็ว หวังว่าคงจะใช้ได้ ทาเสร็จแล้วรอทาทับอีกครั้ง...


ทีนี้ก็ต้องหันไปซ่อมประตูห้องน้ำซึ่งเป็นบานไม้อัดเก่าที่โดนน้ำจนขอบด้านล่างผุหมด ทีแรกผมคิดจะเปลี่ยนเป็นบาน bathic ราคาพันกว่าบาท แต่มีปัญหาตรงที่ว่าเจ้าวงกบที่มีอยู่นี้ มันเล็กกว่ามาตรฐาน ถ้าซื้อบาน bathic มาก็ใส่ไม่ได้ จะให้ใส่ได้ก็ต้องแต่งวงกบขนานใหญ่อย่างที่เคยทำที่บ้านปงแสนทอง ที่นี่ผมไม่เอาแล้ว! แต่...จะแก้ไขอย่างไรดี? 

พอดีมีเศษบัวพีวีซีเหลืออยู่ ผมนำมาใช้เป็นขอบประตูด้านล่างโดยตัดให้ได้ขนาด ทาด้วยกาวลาเท็กซ์ แล้วใช้สกรูเกลียวปล่อยยึดประกบทั้งสองข้าง... 


ใช้กาวตะปูอุดเพื่อกันน้ำ ผมปล่อยทิ้งไว้จนแห้งแล้วจึงค่อยทาสีทับ...


เก็บของเก่าใช้ดีกว่า ประหยัดเงินไว้ได้อีกเป็นพัน!!

Monday, October 27, 2014

บานเกล็ดหน้าต่าง


ห้อง workshop ผมได้ทำช่องหน้าต่างเอาไว้แบบหยาบ ๆ คือกำหนดความกว้างได้ แต่ความสูงต้องถูกบังคับให้พอดีกับโครงเหล็กที่ทำจากเตียงเก่า....


วัสดุทุกอย่างก็ใช้ของเก่าทั้งสิ้น ผมเก็บกระจกเหลือใช้มาจากบ้านเก่าปงแสนทอง เอามาวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ปล่อยให้ตากแดดตากฝนอยู่หลายเดือน... 


วันนี้ถึงเวลาขอพื้นที่โต๊ะคืน (หุหุ ใช้ศัพท์การเมือง) ผมจะต้องนำกระจกที่วางเกะกะไปใช้กับหน้าต่างที่ได้ทำไว้นานแล้ว ก่อนอื่นต้องไปแกะเจ้ารางกระจกบานเกล็ดอลูมิเนียมมาจากหน้าต่างห้องเรียนดนตรีที่ชั้นลอยออกมาก่อน...

รางกระจกบานเกล็ดและมือหมุน (ภาพแทน)
ไม่ยากครับ แค่ถอดกระจกออก แล้วใช้ไขควงขันสกรูยึดซึ่งมีข้างละ ๖ ตัวออก ก็ได้เจ้ารางกระจกบานเกล็ดเก่า ๆ มาใช้แล้ว...


พอดีวงกบหน้าต่างที่ทำไว้มีความสูงน้อยกว่า จึงจำเป็นต้องใช้เลื่อยมือตัดให้สั้นลง จากที่เคยใช้กระจก ๑๒ แผ่น เหลือแค่เพียง ๗ แผ่น...


ตัดเสร็จก็ทำความสะอาด แล้วนำไปติดตั้งโดยใช้สว่านเจาะตรงรูที่มีอยู่ แล้วยึดติดกับวงกบโดยใช้สกรูข้างละ ๔ ตัว...




 ติดตั้งเรียบร้อยทั้ง ๒ ข้าง ผมก็นำกระจก ๗ แผ่นไปล้างให้สะอาด....



จากนั้นก็นำไปใส่กับรางกระจก  เรียบร้อยแล้วจ้า!


มือหมุนที่ถอดมาใช้งานไม่ได้ จะต้องซื้อตัวใหม่มาใช้ ผมปล่อยเอาไว้อย่างเนี้ยก่อนละกัน....


ความสูงของวงกบน้อยไปหน่อย เลยทำให้กระจกแผ่นล่างสุดไม่เข้าที่...


เป็นความผิดพลาดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เก็บของเก่าใช้ก็อย่างงี้แหละ!!