Showing posts with label ห้องสอนดนตรีลุงน้ำชา. Show all posts
Showing posts with label ห้องสอนดนตรีลุงน้ำชา. Show all posts

Sunday, July 15, 2018

คิดถึงครูเตี๋ยง

สิ่งที่ทำให้ผมยิ้มได้อย่างมีความสุขก็คือ เมื่อได้เห็นงานที่ตัวเองทำมากับมือ ไม่ว่าจะเดินไป ณ จุดไหนในบ้านห้างฉัตร...


แทบทุกแห่งนับตั้งแต่ห้องน้ำไปจนถึงห้องสอนดนตรี เกิดขึ้นได้ก็เพราะงาน DIY ซึ่งมาจากการไม่ยอมแพ้ ผมเคยโดนช่างอาชีพคิดค่าแรงมหาโหดแถมยังทำให้ไม่ดี จนต้องตัดสินใจซื้อหนังสือมาอ่านแล้วลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง จึงเป็นที่มาของบล็อก namcha.blogspot.com ซึ่งกล่าวถึงเรื่องงานช่างสัพเพเหระ ถูกบ้างผิดบ้างไปตามประสาช่างเหอะจนถึงทุกวันนี้

วันนี้อยากจะเขียนต่อเรื่อง "ห้องสอนดนตรี"  เมื่อย้ายมาอยู่ลำปางผมเคยอาศัยในอาคารพาณิชย์หลายแห่ง ตั้งแต่ตึก "สมพรมิวสิคเฮ้าส์" ไปอยู่บ้านพระบาท บ้านปงแสนทอง แล้วมาบ้านห้างฉัตร ได้เห็นอาคารที่ชั้นล่างมีบันไดขึ้นสู่ชั้นลอย แล้วขึ้นชั้นสองอีกที พื้นที่โถงด้านหน้ามีเพดานสูง เสียเนื้อที่ด้านบนไปโดยเปล่าประโยชน์ ทำความสะอาดก็ยาก ผมเคยคิดที่จะจ้างช่างมาวางคานเหล็กแล้วปูด้วยไม้อัดหนา ทำเป็นห้องเพิ่มขึ้นอีกห้องนึง แต่ก็ไม่ได้ทำสักที 

จนกระทั่งปีทีแล้ว ผมตัดสินใจเฉือนเงินที่ร่อยหรอ จ้างช่างอาชีพ ๒ คนมาทำให้ความฝันเป็นจริงที่ "ร้านเปียโน" บ้านห้างฉัตร งานเชื่อมโลหะและงานหนั ผมทำเองไม่ได้ ผมแค่สั่งวัสดุให้ บอกไอเดียคร่าว ๆ แล้วปล่อยให้ช่างทำกันเอง กับค่าแรงหมื่นกว่าบาท...แม้ผลงานที่ทิ้งไว้จะไม่เป็นที่น่าพอใจแต่ก็ยอมรับได้...


สิ่งที่ต้องทำเองต่อคือการกั้นผนัง ทาสี และตกแต่ง ซึ่งคงต้องค่อย ๆ ขยับไปทีละนิด ๆ มีงานที่รออยู่มากมายหลายอย่าง เช่นการปรับแต่งบานประตู ทาสี ใส่กาวยึดพื้นที่วางไว้ไม่แน่น ติดรูปภาพ แขวนนาฬิกา เดินไฟ ติดตั้งระบบเสียงและคอมพิวเตอร์ แก้ไขสายไฟที่ช่างแอร์เดินไว้ไม่ดี ติดพัดลมดูด และอื่น ๆ   


แม้ห้องจะยังไม่เสร็จดี ก็เปิดใช้งานมาหลายเดือนแล้ว เด็ก ๆ ได้ใช้เรียนเปียโนและไวโอลินทุกวันเสาร์... 


ห้องเรียนดนตรีมีเปียโนไฟฟ้า ๒ หลัง (ยี่ห้อคาสิโอทั้งคู่) 


ทุกครั้งที่ผมนั่งเล่นเจ้าเปียโนหลังใหม่ ก็ต้องคิดถึงและขอบคุณครูเตี๋ยงผู้มอบให้ผมมาฟรี ๆ (ไม่คิดตังค์แม้แต่บาทเดียวแถมยังแพ็คส่งมาให้เป็นอย่างดี!)


เด็ก ๆ ได้รับอานิสงส์กับสิ่งที่ครูเตี๋ยงให้มา...





ไม่มีใครอย่างนี้อีกแล้ว ผมมิอาจบรรยายได้หมดกับความเมตตาและน้ำใจซึ่งไม่คาดคิดว่าจะได้รับจากครูเตี๋ยง จากคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เคยหิ้วแอคคอร์เดียนยุโรปจากกรุงเทพมาให้ผมที่ลำปาง แล้วยังพาไปเลี้ยงอาหารกลางวันอย่างดี... 


"ครูเตี๋ยง" หรือ "คุณธเนศ" เป็นผู้ให้ที่สละเวลาอันมีค่าทำคลิปสอนแอคคอร์เดียนลงไว้ใน YouTube สำหรับผู้ที่ชื่นชอบได้นำไปศึกษา...



คิดถึงครูเตี๋ยงครับ !

Wednesday, March 25, 2015

อีกก้าวหนึ่งของ music room

นอกจากจะเตรียมจัดข้าวของเพื่อออกเดินทาง ก็ต้องเก็บงานในส่วนที่จำเป็น แล้วยังเขียนบล็อกทุกวัน...... ผมวุ่นอยู่กับงานจนหัวหมุน!!

ห้องสอนดนตรีบริเวณระเบียงชั้นลอยที่ผมเคยเล่าให้ฟังใช้เวลาเกือบ ๒ ปีเต็ม ก็ยังไม่เสร็จซักที ทุกวันนี้น้องเมเปิ้ลยังโดนยุงกัดขณะเรียนไวโอลิน...


แต่ก็ไม่เลวนะ ผมทำแบบค่อยเป็นค่อยไปจนได้รูปได้ร่างขึ้นแล้ว ยังแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าตัวคนเดียวยกโครงหน้าต่างไม้เก่าขึ้นมาวางข้างบนนี้ได้อย่างไร? เข้าใจว่าคงเป็นเพราะขนาดพอดีกับบริเวณที่จะติดตั้งด้วย เมื่อดึงขึ้นมาวางไว้จึงไม่ตก ของหนัก ๆ อย่างนี้ทำคนเดียวลำบากไม่น้อยเลย  ผมสบายใจเมื่อได้ตีตะปูยึดโครงหน้าต่างไว้แล้ว...


วันก่อนไปซื้อปูนกาวสำหรับปูกระเบื้องมา ๑ ถุง ที่เลือกใช้ปูนประเภทนี้เพราะมีงานกระเบื้องรออยู่ ขณะเดียวกันก็ต้องฉาบตกแต่งและเติมเต็มในส่วนที่เป็นรูเป็นร่องด้วย (ไม่รู้ว่าใช้งานผิดประเภทหรือเปล่า? หุหุ) ปูนถุงนี้ถุงเดียวใช้มันทุกอย่าง...เอาเข้าไป!


อัดข่องว่างระหว่างวงกบกับคาน...


โครงหน้าต่างของเดิมใช้บานปิดเปิด.... 


เปลี่ยนมาใช้บานเกล็ด จึงต้องดัดแปลงให้วงกบด้านนอกใช้ยึดกับชุดบานเกล็ดได้ ผมไปซื้อไม้สำเร็จจาก Global House มาลองดูก่อน ๔ เส้น ๆ ละ ๑๙ บาท...


เลือกที่ยาวพอกับความสูงของช่องหน้าต่าง แม้จะหน้าแคบไปหน่อยก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวแต่งได้...


นำมาตัดแล้วทากาวลาเท็กซ์...



ตีให้เสมอกับด้านด้าน ด้านหลังจะห่างก็ช่างมัน...


ตีประกบทั้งสองข้างแล้วปล่อยไว้อย่างนั้นก่อน เดี๋ยวค่อยโป้วและขัดกระดาษทราย ไม่ต้องทำดีนัก เพราะจะได้ดูเข้ากับของเก่า...



ทิ้งงานใส่บานเกล็ดไว้ก่อน....


เมื่อวานนี้ ผมหันไปเทปูนในส่วนที่เป็นช่องว่างระหว่างโครงหลังคาและที่ติดกับฝาผนัง หาเศษไม้อัดมาตีแปะเต็มด้านนอก ส่วนด้านในค่อย ๆ ตีไปทีละขั้น เพื่อจะได้เทคอนกรีตลงไป.....


ใช้ปูนที่มีอยู่นั่นแหละ ถ้าผสมแค่ปูนแล้วเทลงไปเลยก็ง่ายหน่อย...แต่ผมดันไปเอาหินขึ้นมาผสมด้วย!



มีหินด้วยทำให้เทปูนลงรูขนาดไม่ใหญ่ลำบากมั่ก ๆ ผมหากะละมังเก่ามาใส่คอนกรีต ค่อย ๆ นำขึ้นไปยืนบนเก้าอี้สูง แล้วใช้ทัพพีเก่าค่อย ๆ ตักใส่ทีละนิด ๆ


เต็มแล้วก็ตีไม้ประกบอีก เทปูนอีก  ดูเหมือนง่ายแต่ไม่ง่าย! ผมต้องโหนขึ้นลงขึ้นลงหลายครั้งกว่าจะเทปูนได้เต็ม


ต่อจากนั้นก็ไปทำด้านที่ติดกับผนังซึ่งยากขึ้นอีก กว่าจะเสร็จก็เล่นซะมืด ผมต้องทิ้งเอาไว้ก่อน...


ปูนแห้งดีแล้วค่อยแกะไม้ออก ใช้ปูนที่มีอยู่แต่งให้เรียบร้อย...

คงต้องเป็นหลังสงกรานต์แล้วล่ะ!!