Showing posts with label Canon. Show all posts
Showing posts with label Canon. Show all posts

Monday, August 25, 2014

ซ่อมสแกนเนอร์

เขียนบล็อก exploring the world ถึงตอนเดินทางออกจาก Nyaung U ผมต้องสแกนตั๋วรถเพื่อนำภาพไปประกอบเรื่องราวที่เขียน  ขณะใช้งาน...เจ้าสแกนเนอร์ CanoScan LiDE 25 ส่งเสียงดังแกร๊ก ๆๆ แต่ไม่ยอมสแกนเอกสารที่วางไว้!  เอาแล้วซิ ช่างเหอะมีงานให้ทำอีกแล้ว...

เช้านี้ผมวางเกรียงโป้วไว้ก่อน นำสแกนเนอร์ออกมาซ่อม ด้วยความหวังริบหรี่...


เปิดฝาออกดูเห็นได้ชัดว่าเจ้าสายพานมันหลุด...



ต้องแกะกระจกหน้าออกเพื่อใส่สายพานกลับเข้าไป ผมไม่รู้ด้วยว่าเค้าใส่อย่างไรมาจากโรงงาน...


ก่อนอื่นต้องหาวิธีแกะกระจกออกก่อน ทำตามประสาช่างเหอะ ผมงัดแผ่นพลาสติกยาวด้านข้างและด้านหน้าออก มันมีเทปกาวยึดไว้ครับ ค่อย ๆ แงะแล้วดึงออก...


ยกกระจกออก แล้วนำเจ้าตัวสแกนซึ่งวางและเคลื่อนไปตามแกนเหล็กที่เห็นออกมาพิจารณาดู...


ช่างเหอะต้องใช้ verb to dow เดาเอาว่ามันควรจะเป็นเช่นไร...


คิดว่าอย่างเนี้ยน่าจะถูก...


ฝรั่ง เอ้ย.. ญี่ปุ่นทำเกินไว้ ๒ ชิ้น คือสปริงและพลาสติกขาวชิ้นเล็ก ๆ ไม่รู้ว่าหลุดมาจากไหน? ผมประกอบกลับเข้าตามเดิมแล้วนำไปทดลอง  ใช้งานได้แล้วครับ แต่ช้ากว่าเดิม!!


ลองสแกนตั๋วรถจาก Bagan ไป Mandalay...


เสร็จแล้วจ้า ขออนุญาตไปโป้วฝาผนังต่อนะครับ...

Friday, January 27, 2012

ศพเกลื่อน!!

วันนี้ขอทำหน้าที่สัปเหร่อซักวันเหอะ… ผมนำซากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่เคยรับใช้ผมขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ มันเป็นศพที่ไม่เน่าเปื่อย ไม่ส่งกลิ่น แต่ก็ถึงเวลาอันควรแล้วที่จะต้องบรรจุซากทั้งหมดลงถุง เพื่อทำตามคำแนะนำที่ว่าปีนี้เราต้องกำจัดสิ่งของที่รกรุงรังและไม่ได้ใช้ ออกไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 


ก่อนอื่นก็อยากทำหน้าที่แทนคุณหมอพรทิพย์ในการชันสูตรพลิกศพ เอ๊ย…ไม่ใช่ ก็แค่อยากจะแกะออกมาดูตับไตไส้พุงของกล้องบางตัวเท่านั้น ต้องมีเครื่องมือสำหรับชำแหละซึ่งไม่ใช่มีดผ่าตัด แต่เป็นไขควงแบบที่ช่างนาฬิกาเค้าใช้กัน ผมไปดูที่ร้าน “เล่าจิ้นกวง” เห็นมีขายเป็นชุด ราคา ๑๖๐ และ ๑๔๐ บาท โห…แพงจัง ไม่ซื้อ!! ขี่รถไปซื้อที่แผงขายของจิปาถะหน้าโรงหนังเก่าใกล้ตลาดอัศวิน ได้มาแล้วครับ….



ทั้งกล่องราคา ๑,๐๐๐ สตางค์ เป็นเครื่องมีคุณภาพต่ำ แต่ก็หวังว่าจะใช้งานได้ ผมนำเจ้ามิวซาวที่เพิ่งเดดซะมอเร่ไปขึ้นมาวางไว้ด้วยอีกหนึ่งศพ


ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ส่งเจ้ามิวซาวไปชุบชีวิตที่ไหน เพราะดูจากสภาพแล้วคงไม่มีหวัง แบตเตอรี่ก็เสื่อม ที่ชาร์จก็พัง ดูตรงรอยถลอกที่แผ่นปิดหน้าเลนส์ก็รู้แล้วว่ามันถูกใช้งานมาหนักหนาแค่ไหน ผมอยากรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เจ้ามิวซาวต้องจบชีวิตเท่่านั้นเอง!

ซื้อมา ๑,๗๐๐ บาท ตั้งแต่เจ้ามิวซาวยังสวยเช้งวับ จากนั้นก็ใช้มา ๓ ปีเต็ม ตีว่า ๑,๐๐๐ วัน ถ้าถ่ายวันละ ๑๐ ภาพ ก็เท่ากับว่าผมใช้งานมันมานับหมื่นครั้ง ตากแดดตากฝน ลุยน้ำ (แต่ไม่ลุยไฟ) มาก็หลายครั้ง ตกหรือ! ๒-๓ ครั้งเห็นจะได้ สมควรแล้วที่ต้องปิดฉากการเดินทางอยู่ในกระเป๋ากางเกงร่วมไปกับผม….



ชันสูตร…พบแล้วว่าอะไรเป็นตัวที่ทำให้เจ้ามิวซาวต้องจากไป!!! ผมพยายามที่จะชุบชีวิตให้มันกลับมาลืมตาได้อีก แต่ก็ได้เพียงการหายใจเป็นเฮือก ๆ ก่อนที่จะเงียบไปอีก คงเยียวยาไม่ได้แล้วล่ะ!! อนิจจัง วัตสังขารา ท้ายที่สุดผมก็ต้องทำใจ…

ในบรรดาซากศพที่เห็น ยังมีอีกหนึ่งศพที่ผมไม่สามารถนำมาฌาปนร่วมกับเพื่อน ๆ เจ้าตัวนั้นคือ Fufifilm finepix s5000 ซึ่งผมประมูลมาตั้ง ๖ พัน แต่ใช้งานได้ไม่นานก็เสีย ผมนำไปให้ช่างซ่อม เค้าบอกว่าต้องรออะไหล่ แล้วนายช่างคนนั้นก็มีอันต้องย้ายไปทำงานที่จังหวัดอื่น เขานำทุกอย่างไปด้วย ไม่ว่า ตัวกล้อง momory card แบตเตอรี่และที่ชาร์จ ตั้งแต่นั้น…ผมไม่เคยได้พบหน้านายช่างอีกเลย  วันนี้ถ้ามีเจ้าฟูจิอยู่ด้วยก็คงดี จะได้ฌาปนไปด้วยกันเลย  นี่ยังไม่รวมกล้องฟิล์มและเลนส์ซูมอีกหลายตัวนะ!!

เอ้า…ถ่ายภาพเจ้า Polaroid กล้องดิจิตอลตัวแรกในชีวิตของผม มาให้ดูชัด ๆ หน่อย หลายพันนะเนี่ย! ช่วงนั้นใครได้ใช้กล้องดิจิตอลก็นับว่าทันสมัยสุด ๆ แล้ว



เจ้า Toshiba ตัวนี้ก็พังไปกับมือ!!



เจ้า Nikon Coolpix 2500 ตัวนี้ถ่ายภาพออกมาดีเหมือนกัน พอดีไปทำตกที่อุทัยธานี ตั้งแต่นั้นก็เลยรวนมาเรื่อย ๆ จนตายสนิท!


Canon PowerShot S200 ตัวนี้ได้มาก่อนเจ้ามิวซาว เคยพาไปเที่ยวสิงคโปร์ หลังจากนั้นไม่นานก็กลับบ้านเก่า!


เอาหละ…ได้เวลาลงถุงแล้ว RIP นะที่รัก!