Showing posts with label กล้องถ่ายรูป. Show all posts
Showing posts with label กล้องถ่ายรูป. Show all posts

Friday, February 13, 2015

เปลี่ยนยางรองตา (Eye Cup) เจ้า Nikon D50

เมื่อวานนี้ผมได้รับพัสดุไปรษณีย์อีก ๑ ชิ้น คราวนี้ไม่พิศวงงงงวย เพราะรู้ว่าเป็นสินค้าที่ส่งมาจาก vloveklong.com 



รู้สึกสงสารเจ้า D50 ซึ่งไม่ค่อยได้ออกทัวร์กับผม นับตั้งแต่ยางรองตา (Eye Cup) หลุด ผมก็ยังไม่ได้เปลี่ยนให้ใหม่ ตอนนี้ถือว่าได้ฤกษ์เปลี่ยนซะที จะได้พร้อมสำหรับการท่องเที่ยวทั่วไทย!

สินค้าที่ผมสั่งซื้อจาก V Love Klong มีดังนี้...
  • ยางรองตา Nikon DK-20 ราคา ๑๐๐ บาท
  • UV Filter 67 mm. Kenko ราคา ๑๕๐ บาท
  • ชุดทำความสะอาด 7 in 1 EIRMAI  KT-507 ราคา ๒๐๐ บาท

จำเป็นต้องใช้เพื่อดูแลสุขภาพของเจ้า D50 ครับ!

เลนส์มือหมุน Tonika 60-300 mm. 1: 4-5.6 คู่ซึ้ของเจ้า D50 ยังไม่มีตัวป้องกันหน้าเลนส์ ผมสั่ง filter ยี่ห้อ Kenko มาให้...


 ขนาด 67 mm....



ใส่แล้วทำให้มั่นใจขึ้น...


ทีนี้ก็มาถึงเจ้ายางรองตา...


เปลี่ยนตัวใหม่แล้วก็ยังไม่แน่น คงหลุดอยู่ คิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไหล่แท้ เพราะในเว็บกล้องบอกว่าของแท้แพง ถ้าหากยางรองตาหลุดง่ายเช่นนี้ ใช้ไปไม่นานก็คงตกหาย ผมจึงตัดสินใจใช้กาวช่วย...


แน่นแล้วฮับ...


  ทำความสะอาดแล้วก็ดูดี...


หากยังต้องพึ่งกาว รู้ยังงี้ใช้ของเก่าก็ได้! 

Thursday, April 04, 2013

SONY DSC-P200 กล้องทรหด!


เมื่อปีที่แล้ว...ช่วงที่ผมไปช่วยสอนที่โรงเรียนเทศบาล ๕   "ครูหน่อย" ได้นำกล้องดิจิตอล Sony Cyber-shot ขนาด 7.2 Mega Pixels มาให้ใช้...

สเปคของมันมีดังนี้ครับ...

  • Sony 7.2 Megapixel effective CCD image sensor
  • Carl Zeiss 3x Zoom (38-114mm equivalent in 35mm photography)
  • Compact, lightweight and durable aluminum alloy body
  • MPEG Movie: 640x480 VX Fine w/audio at 30fps (Memory Stick Pro required),
  • 640x480 VX at 16fps, length limited only by media
  • Auto, Program AE, Full Manual plus 9 Scene modes
  • 5-shot Burst (7MP Fine) up to 100 (VGA std quality) at 1.1fps
  • Histogram display in capture and playback mode
  • 5 Area Multi-point AF; auto or selectable Spot AF point
  • 2.0" TFT color (134,000 pixels) LCD screen with Auto Brightness
  • ISO Sensitivity: Auto, 100, 200, 400
  • Adjustable color saturation, contrast and sharpness
  • Noise Reduction: Automatically cleans up long exposure images
  • 14bit A/D Conversion - allows a wider dynamic range from highlight to shadow
  • Built-in flash with Auto Fill, Red Eye Reduction and Slow Synchro
  • USB 2.0 Auto-Connect to host computer
  • Li-ion rechargeable battery and charger included
  • Memory Stick & Memory Stick Pro compatible, 32MB included
  • DPOF and PictBridge direct-print USB compatible

ขอบคุณที่มา - http://www.steves-digicams.com 

กล้องจากครูหน่อยมาพร้อมกับ memory stick ขนาด 256 MB  เมื่อนำำไปอ่านใน Card Reader แ่ล้วมีปัญหา กล่า่วคือ มันมองเห็น folder แต่อ่านไม่ได้ ตอนได้กล้องมาใหม่ ๆ ผมไม่รู้ว่าจะนำภาพออกมาได้อย่างไร แต่ในที่สุด "ช่างเหอะ" ก็หาวิธีแก้ไขได้ด้วยการ import โดยใช้โปรแกรม Picasa3  ของอากู๋ (Google) ทำให้สามารถถ่ายโอนไฟล์ภาพที่ถ่ายไว้มาเก็บในคอมพิวเตอร์ได้

กล้องรุ่นนี้ใช้งานง่ายมาก คุณภาพของภาพที่ออกมาก็จัดว่าดีทีเดียว ผมใช้บันทึกภาพเด็กนักเรียนวงโยฯ  ของโรงเรียนเทศบาล ๕ ไว้มากมาย  แต่ทว่าก่อนหน้านั้นเจ้าโซนี่ได้ถูกใช้งานมาหนักและผ่านการซ่อมมาแล้ว มันจึงรวนเรื่อยมา ถ่ายได้บ้างไม่ได้บ้าง และผลที่ตามมาก็คือ เจ้าตัววงแหวนครอบหน้าเลนส์ (ตรงที่มีอักษรว่า Carl Zeiss) ได้หลุดหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้!  

  
ดูขี้แหร่ไปถนัดตา (อย่างที่เห็นในภาพ)  แต่ก็ยังใช้งานได้อยู่  ผมต้องใจเย็น ๆ ถ้าบันทึกหรือดูภาพไม่ได้ ก็ขยับบ้าง ตบเบา เดี๋ยวมันก็ดีเอง! 

เมื่อวันที่ครูหนิงมาซ่อมจักรยานพับให้ หลังจากใช้เจ้าโซนี่บันทึกภาพ ผมก็วางมันไว้บนหลังแกรนด์เปียโนตัวที่เห็น....


พอครูหนิงจากไป ผมเื้อื้อมมือไปหยิบกล้องเพื่อจะนำไปถ่ายภาพอีกครั้ง ไม่รู้ว่าพลาดได้ยังไง เจ้า SONY DSC-P200 ดันตกจากหลังเปียโนลงสู่พื้นโดยที่ผมคว้าไว้ไม่ทัน!!  เ้ดชะบุญที่ไม่ตกบนกระเบื้องปูพื้น  มันตกลงบนพรม!!   แต่ก็พังครับ...พังเพราะตอนตกสู่พื้นนั้น เลนส์กล้องอยู่ในตำแหน่งยื่นออก (เหมือนในภาพบนสุด)  ด้วยระยะความสูงขนาดนั้น...มันเอาเลนส์กระแทกพื้นพรมอย่างแรงจนทำให้กระบอกเลนส์เอียงยุบไปข้างนึง เลื่อนเข้าเลื่อนออกไม่ได้อีกต่อไป  เห็นสภาพแล้ว...ผมสิ้นความหวังทันทีว่ากล้องตัวนี้จะยังใช้งานได้อีก  ตระหนักดีว่าระบบกลไกของเลนส์มีเฟืองที่บอบบางมาก ๆ!! 

ผมลองกดสวิชปิดเิปิด  หุหุ เงียบสนิท  เจ้าเลนส์พิการไม่ขยับ!  (เสียดายจริง ๆ ที่ไม่สามารถถ่ายภาพมาให้ดูได้)  แต่เอาเหอะ....ไหน ๆ ก็พังแล้ว "ช่างเหอะ" ขอลองซ่อมดูหน่อย  เริ่มต้นด้วยการใช้มือขยับกระบอกเลนส์ พยายามดึงและดันให้มันกลับมาตั้งตรงเหมือนเดิม  แต่ก็ไม่สำเร็จ!  ถึงตอนนั้นผมแทบไม่เหลือความหวังอีกต่อไป!  

เอ้า...ขอลองต่อ  นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร...ผมใช้ผ้าขนหนูรองหน้าเลนส์ แล้วใช้ด้ามค้อนเคาะ   โห! โหดร้ายจริง!  แต่มันก็ยังไม่ยอมลง ผมคิดว่าเฟืองพังแน่นอนแล้ว!

หลังจากนั้นผมจำไม่ได้ว่าทำอย่างไรกับมันบ้าง  คิดว่าน่าจะออกแรงข้อมือเพิ่มขึ้น ขยับโดยใช้ผ้าขนหนูรอง แต่ไม่ได้ใช้ค้อนเคาะอีกต่อไป   อ๊ะ...อยู่ ๆ เจ้าเลนส์เดี้ยงก็กลับเข้าที่!!!  ผมลองเปิดปิดสวิช...มันเลื่อนเข้าเลื่อนออกได้ตามปกติ  ไม่น่าเชื่อเลย!   ไม่เท่านั้นนะ...อาการลักปิดลักเปิดกลับหายเกลี้ยง ตั้งแต่นั้นมันไม่เคยรวนอีกเลย!

วันที่ผมไปหาหมอฟันก็นำเจ้าโซนี่ใส่กระเป๋ากุงเกงไปด้วย ผมหยิบขึ้นมาเปิดสวิชแล้วกดชัตเตอร์ได้เลย ไม่มีคำว่าอิดออด ได้ภาพออกมาดังนี้...





ต้องยอมรับว่าเจ้า SONY DSC-P200 เป็นกล้องทรหดจริง ๆ ขอบันทึกไว้เป็นหลักฐาน! 

Sunday, January 06, 2013

Lens cap

จริงด้วยสิ! หายนะไม่บังเกิดในวันสิ้นโลก  มันทำให้ผมมีโอกาสได้แบกเป้ไปลาวอย่างมีความสุข   ถึงกระนั้น....ผมก็ยังพยายามคิดอยู่ว่า ทริปครั้งล่าสุดนี้ มีอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกเสียใจบ้าง?

งั่ม ๆ มีอยู่อย่างเดียวจริง ๆ จะว่าเป็นหายนะ (เล็ก ๆ)ที่เกิดขึ้นในเวียงจันทน์ก็ว่าได้ (อิอิ)  นึกแล้วก็ไม่ค่อยอยากจะเล่า เพราะอายคุณเมธี!

ไม่ว่าจะเป็นทริปใด...มักจะมีเหตุที่ทำให้ผมต้องเสียใจทุกครั้งไป  ใน Calcutta ผมโดนแขกหลอกเอาเจ้า Rollei 35 ไปถึงกับน้ำตาร่วง!  ไปเวียดนามเจ้า Canon ก็มีอันเป็นไปซะก่อน ทำให้อดถ่ายรูปในช่วงหลัง  ไปมาเลเซียก็ดันไปลืมกางเกงขาสั้นไว้ที่ hostel ใน KL  ฯลฯ  การเดินทางที่ผ่านมา...ผมจึงพยายามสุด ๆ ที่จะไม่ให้เกิดเรื่องไม่ดี

วันนั้น...ไปถึงเวียงจันทน์ก่อนเที่ยง พอได้ที่พักเรียบร้อย ผมก็ออกเดินเที่ยวด้วยความสบายใจ  ผมไปชมบรรยากาศริมโขงตอนแดดเปรี้ยง จากนั้นก็เดินเที่ยววัดต่อ


ยักษ์ (ไม่รู้ว่าเป็นญาติกับยักษ์วัดแจ้งหรือเปล่า?) ส่งสายตาอนุญาตให้ผมเดินเข้าไปเที่ยวข้างในได้...


D50 ทำหน้าที่บันทึกภาพเป็นระยะ ๆ....



 เข้าไปในโบสถ์แล้วกลับออกมา...ผมเดินไปดูการละเล่นของเด็กนักเรียนและถ่ายภาพเก็บไว้


บันทึกภาพเสร็จ...ผมก็ล้วงกระเป๋ากางเกงควานหาฝาปิดหน้าเลนส์ (lens cap) ตายล่ะหว่า! มันหายไปแล้ว!! ในความมืด...ผมจินตนาการเห็นใบหน้าของคุณเมธีแสยะยิ้ม...มองมาด้วยสายตาเย้ยเยาะ!  ผมรีบเดินกลับไปหาในโบสถ์...ไม่มี!  เดินย้อนกลับไปทางเก่า มองหาตามพื้นถนน...ไร้เงา!!  ผมรู้สึกเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น นับเป็นความผิดพลาดที่อยากจะเขกหัวตัวเองแรง ๆ!

เมื่อได้กลับถึงบ้านที่ลำปาง ผมเข้าไปค้นหาตามเว็บว่าพอจะหาซื้อเจ้าฝานั่นได้หรือเปล่า รู้สึกโล่งใจที่เห็นมีประกาศขายเยอะแยะ ในราคาตั้งแต่ ๑๒๐ - ๒๐๐ บาท  "ต้องรีบสั่งซื้อ" ผมคิดในใจ!  แต่แล้วความคิดก็แว๊บขึ้นในสมองว่ามีกล้องฟิล์มที่ใช้เลนส์ซูมซึ่งมีผาปิดอยู่นี่นา ผมรีบกระชากลากตัวเจ้า Canon ออกมาจากลิ้นชัก....


ลองเอาฝาปิดหน้าเลนส์มาใส่ให้เจ้า D50   ว้าว! ใส่ได้พอดีเลย เพีียงแต่มันไม่มีคำว่า Nikon ติดอยู่เท่านั้น!


ผมเก็บเจ้า AE-1 ใส่ถุงไว้ซะเลย...


วันนี้คุยเรื่องกล้องถ่ายรูป จึงอยากจะแถมท้ายด้วยการนำภาพถ่ายชนะเลิศ "National Geographic"  ปี 2012 มาฝากให้เพื่อน ๆ ได้ดูด้วยครับ...

รางวัลชนะเลิศ "บุษบา" เสือโคร่งจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ถ่ายโดย แอชลีย์ วินเซนต์

รางวัลที่ ๑ สาขาสถานที่  "The Matterhorn" ภูเขาในสวิตเซอร์แลนด์ คืนพระจันทร์เต็มดวง

รางวัลที่ ๑ สาขาบุคคล "Amongst the Scavengers"  ภาพหญิงเคนยาบนกองขยะ
ที่มา - ผู้จัดการออนไลน์
จะมีครั้งไหนบ้างที่ผมไม่ได้ทำอะไรหายเลย?

Friday, January 27, 2012

ศพเกลื่อน!!

วันนี้ขอทำหน้าที่สัปเหร่อซักวันเหอะ… ผมนำซากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่เคยรับใช้ผมขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ มันเป็นศพที่ไม่เน่าเปื่อย ไม่ส่งกลิ่น แต่ก็ถึงเวลาอันควรแล้วที่จะต้องบรรจุซากทั้งหมดลงถุง เพื่อทำตามคำแนะนำที่ว่าปีนี้เราต้องกำจัดสิ่งของที่รกรุงรังและไม่ได้ใช้ ออกไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 


ก่อนอื่นก็อยากทำหน้าที่แทนคุณหมอพรทิพย์ในการชันสูตรพลิกศพ เอ๊ย…ไม่ใช่ ก็แค่อยากจะแกะออกมาดูตับไตไส้พุงของกล้องบางตัวเท่านั้น ต้องมีเครื่องมือสำหรับชำแหละซึ่งไม่ใช่มีดผ่าตัด แต่เป็นไขควงแบบที่ช่างนาฬิกาเค้าใช้กัน ผมไปดูที่ร้าน “เล่าจิ้นกวง” เห็นมีขายเป็นชุด ราคา ๑๖๐ และ ๑๔๐ บาท โห…แพงจัง ไม่ซื้อ!! ขี่รถไปซื้อที่แผงขายของจิปาถะหน้าโรงหนังเก่าใกล้ตลาดอัศวิน ได้มาแล้วครับ….



ทั้งกล่องราคา ๑,๐๐๐ สตางค์ เป็นเครื่องมีคุณภาพต่ำ แต่ก็หวังว่าจะใช้งานได้ ผมนำเจ้ามิวซาวที่เพิ่งเดดซะมอเร่ไปขึ้นมาวางไว้ด้วยอีกหนึ่งศพ


ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ส่งเจ้ามิวซาวไปชุบชีวิตที่ไหน เพราะดูจากสภาพแล้วคงไม่มีหวัง แบตเตอรี่ก็เสื่อม ที่ชาร์จก็พัง ดูตรงรอยถลอกที่แผ่นปิดหน้าเลนส์ก็รู้แล้วว่ามันถูกใช้งานมาหนักหนาแค่ไหน ผมอยากรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เจ้ามิวซาวต้องจบชีวิตเท่่านั้นเอง!

ซื้อมา ๑,๗๐๐ บาท ตั้งแต่เจ้ามิวซาวยังสวยเช้งวับ จากนั้นก็ใช้มา ๓ ปีเต็ม ตีว่า ๑,๐๐๐ วัน ถ้าถ่ายวันละ ๑๐ ภาพ ก็เท่ากับว่าผมใช้งานมันมานับหมื่นครั้ง ตากแดดตากฝน ลุยน้ำ (แต่ไม่ลุยไฟ) มาก็หลายครั้ง ตกหรือ! ๒-๓ ครั้งเห็นจะได้ สมควรแล้วที่ต้องปิดฉากการเดินทางอยู่ในกระเป๋ากางเกงร่วมไปกับผม….



ชันสูตร…พบแล้วว่าอะไรเป็นตัวที่ทำให้เจ้ามิวซาวต้องจากไป!!! ผมพยายามที่จะชุบชีวิตให้มันกลับมาลืมตาได้อีก แต่ก็ได้เพียงการหายใจเป็นเฮือก ๆ ก่อนที่จะเงียบไปอีก คงเยียวยาไม่ได้แล้วล่ะ!! อนิจจัง วัตสังขารา ท้ายที่สุดผมก็ต้องทำใจ…

ในบรรดาซากศพที่เห็น ยังมีอีกหนึ่งศพที่ผมไม่สามารถนำมาฌาปนร่วมกับเพื่อน ๆ เจ้าตัวนั้นคือ Fufifilm finepix s5000 ซึ่งผมประมูลมาตั้ง ๖ พัน แต่ใช้งานได้ไม่นานก็เสีย ผมนำไปให้ช่างซ่อม เค้าบอกว่าต้องรออะไหล่ แล้วนายช่างคนนั้นก็มีอันต้องย้ายไปทำงานที่จังหวัดอื่น เขานำทุกอย่างไปด้วย ไม่ว่า ตัวกล้อง momory card แบตเตอรี่และที่ชาร์จ ตั้งแต่นั้น…ผมไม่เคยได้พบหน้านายช่างอีกเลย  วันนี้ถ้ามีเจ้าฟูจิอยู่ด้วยก็คงดี จะได้ฌาปนไปด้วยกันเลย  นี่ยังไม่รวมกล้องฟิล์มและเลนส์ซูมอีกหลายตัวนะ!!

เอ้า…ถ่ายภาพเจ้า Polaroid กล้องดิจิตอลตัวแรกในชีวิตของผม มาให้ดูชัด ๆ หน่อย หลายพันนะเนี่ย! ช่วงนั้นใครได้ใช้กล้องดิจิตอลก็นับว่าทันสมัยสุด ๆ แล้ว



เจ้า Toshiba ตัวนี้ก็พังไปกับมือ!!



เจ้า Nikon Coolpix 2500 ตัวนี้ถ่ายภาพออกมาดีเหมือนกัน พอดีไปทำตกที่อุทัยธานี ตั้งแต่นั้นก็เลยรวนมาเรื่อย ๆ จนตายสนิท!


Canon PowerShot S200 ตัวนี้ได้มาก่อนเจ้ามิวซาว เคยพาไปเที่ยวสิงคโปร์ หลังจากนั้นไม่นานก็กลับบ้านเก่า!


เอาหละ…ได้เวลาลงถุงแล้ว RIP นะที่รัก!

Saturday, January 21, 2012

ซื้อของทางเน็ต…

ถูกคุณบิมพาดพิงเรื่อง “ซื้อของทางเน็ต” ผมเกิดอาการหยุกหยิกในหัวใจ มันเป็นความรู้สึกของคนที่ไม่มีเงินพอที่จะซื้อของใหม่ แล้วต้องหาซื้อสินค้ามือสองไว้ใช้ จนมีประสบการณ์กับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งถึงกับต้องลบ bookmark เว็บสินค้ามือสองทิ้งไปจนหมดก็มี แต่แล้วผมก็ต้องกลับเข้าไปหาซื้อของถูกในเว็บเหล่านั้นอีกจนได้!

ผมอยากบอกว่า “ถ้ามีกำลังพอที่จะซื้อของใหม่ ของมีประกัน กับร้านที่อยู่ใกล้บ้าน ก็ซื้อเหอะ อย่าเลียนแบบพฤติกรรมคนเป็นโรคทรัพย์จางเรื้อรังอย่างลุงน้ำชาเลย…” อิอิ

เมื่อวันก่อนพูดเรื่องเจ้ามิวซาว ซึ่งก่อนหน้านั้นแบตเตอรี่เกิดอาการเก็บไฟไม่อยู่ และเจ้า charger ที่มากับตัวกล้องก็พังไปตั้งนานแล้ว ผมลองสืบราคาในเว็บดูแล้ว พบว่าจะต้องมีงบประมาณ ๑ พันบาทสำหรับการซื้อแบตเตอรี่และที่ชาร์จ(เทียม)มาใช้  พอดีไปเจอในเว็บประมูล มีว่าดังนี้….



กล้อง Digital OLYMPUS Stylus 790SW อุปกรณ์ครบกล่องเลยค่ะ หมดประกันแล้วค่ะ กล้อง 7.1 Megapixel ค่ะ กล้องรุ่นนี้เป็นรุ่นกันน้ำนะค่ะ สินค้าใช้งานไม่ได้แล้วนะค่ะ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ เราดันแกะตรงที่ใส่แบ็ตมาล้างค่ะ ไม่รู้จะโกดใครดี ขายเป็นอะไหล่ไปละกันค่ะ รึใครลองเอาไปซ่อมดูก็ได้ แถมขาตั้งกล้องยังไม่เคยใช้เลยค่ะ อุปกรณ์ที่ได้จะได้รับประกอบด้วย ตัวกล้อง กล่อง ขาตั้งกล้อง แบตเตอรี่ แท่นชาร์ทแบต สาย datalink สาย AV กล่อง เมมโมรี่ 1 g cd คู่มือไทย อังกฤษ กระเป๋ากล้อง — ครบยกกล่อง **ขอค่าส่ง 50 บาทนะค่ะ
คิดดูแล้ว…ถ้าประมูลได้มา ผมอยากจะเอาที่ชาร์จมาแกะออก นำแผงวงจรไปดัดแปลงใส่ในที่ชาร์จของผมซึ่งเสียแล้ว (ช่างเหอะน่าจะพอทำได้) เจ้า memory card ขนาด 1 GB ก็อยากได้อยู่ เพราะของผมมีแค่ 512 MB เอง ตัวกล้องถึงแม้จะเสียแต่ก็ยังสามารถนำมาให้”ช่างเหอะ” ได้ลองซ้อมมือแก้กลุ้ม ส่วนขาตั้งกล้องผมก็ยังไม่มี เอาน่ะ…ลองประมูลมาใช้ดีกว่า

ปรากฏว่าประมูลไม่ได้ครับ ก็ได้แต่คิดว่า “ไม่เป็นไร” แล้วผมก็ลืมมันไป แต่แล้วอยู่ ๆ ผมก็ได้เมล์จากผู้ขายแจ้งว่า “ท่านที่บิดได้สูงสุดเงียบไปเลยอะค่ะ ถ้ายังต้องการสินค้ายินดีส่งต่อให้นะค่ะ” อืมม…ก็ดีเหมือนกัน จะได้ทำตามที่คิดไว้ ผมโอนเงิน ๗๐๐ บาทไปยังผู้ขายเพื่อเป็นค่าสินค้าและค่าส่ง พร้อมกับแจ้งที่อยู่ไปให้ ปรากฏว่าช่วงนั้นน้ำท่วมกรุงเทพฯ พอดี ผมรอรับสินค้าตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมจนน้ำลดก็ยังไม่มีวี่แววของพัสดุที่จะมาถึง!! ในที่สุดก็ทราบว่าของทั้งหมด ผู้ขายได้ส่งให้แล้ว แต่เกิดสูญหาย ไปที่ไหนไม่รู้ ไปรษณีย์บอกว่ามีคนรับสินค้าไปแล้ว แต่ไม่ใช่ผม…

เงินที่โอนไปให้ผู้ขายแล้วก็เหมือนกับอ้อยที่เข้าปากช้าง น้อยรายนักที่มันจะถูกคายออกมา ก็มีครั้งนี้แหละที่ผมยังโชคดี ทำให้เจอคนดี มีความรับผิดชอบ หลังจากผ่านไป ๒ เดือนกว่า ผู้ขายก็ได้โอนเงินจำนวน ๗๐๐ บาทกลับคืนมาให้ผม…

ผมนำเรื่องนี้มาเล่าก็เพื่ออยากบอกว่า “ในตลาดค้าขายทางเน็ตยังมีผู้ขายที่ดี ๆ อีกเยอะ แต่ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าได้ประมูลซื้อสินค้า(มือสอง)เลยครับ…”



อ่อ…เมื่อวานนี้ไปธนาคาร เห็นเค้าจัดบูธขายอสังหาริมทรัพย์ ก็เลยแวะเข้าไปดูเสียหน่อย เห็นได้ว่ามีบ้านหรือที่ดินบางแปลงซึ่งมีราคา ๒-๔ ล้านบาทได้ถูกซื้อไปแล้ว ผมคิดว่าธนาคารเค้าเข้าใจจัดนะ ช่วงหลังน้ำท่วมมีคนกรุงขึ้นมาแสวงหาที่อยู่อาศัยกันมากขึ้น ในขณะที่ลำปางก็กำลังเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง

ผมเองยังคงเฉื่อย ๆ เหมือนเรือเกลือ ไม่รีบร้อนขับเคลื่อนอะไรทั้งนั้น ผมยังเคยคิดเลยว่า…ถ้าสามารถประคับประคองอยู่ต่อไปได้ ไม่แน่นะว่าสักวันหนึ่งบ้านหลังที่ผมประกาศขายนี้ อาจได้ใช้เป็นที่พึ่งพิงของเพื่อน ๆ บางคนซึ่งประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติจนถึงกับต้องย้ายที่อยู่


ถึงวันนั้น ผมอาจจะได้ยื่นมือออกไปหาครับ…