วันนี้ขอเขียนเรื่องงาน DIY หน่อยนะครับ...
เครื่องทำน้ำอุ่นยี่ห้อ Sharp รุ่น WH-462E ขนาด 3,500 W ราคา ๔ พันกว่า เพื่อนบ้านซื้อมาแพง ถ้ามันไม่ทำงานก็เป็นที่น่าเสียดาย จริง ๆ
แล้วเจ้าเครื่องทำน้ำอุ่นหรือที่ฝรั่งเรียกว่า Water Heater หากติดตั้งถูกวิธี ระบบน้ำเข้า-ออกสมบูรณ์ ด้วยแรงดันคงที่และแรงพอ ถ้าเปิดใช้งานตามปกติ
อายุของมันก็จะนาน ไม่เสียง่าย ๆ หรอก!
แต่ถ้าเกิดเสียขึ้นมา ก็ซ่อมไม่ยาก เพราะตัวเครื่องไม่มีอะไรซับซ้อน ชิ้นส่วนอุปกรณ์ก็หาได้มีขนาดเล็กจิ๋วไม่ ระบบการทำงานไม่ซับซ้อน การตรวจเช็คเครื่องไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ เรื่องไฟรั่วหรือไฟดูด ซึ่งต้องระวังให้ดี อย่าเหยียบพื้นด้วยเท้าเปล่า อย่าให้เปียกน้ำ จะทำอะไรก็ต้องแน่ใจว่าตัดไฟแล้ว อาการเสียส่วนใหญ่คือน้ำไม่ร้อน ไฟสีแดงแสดงสถานะ heater ไม่ติด เมื่อแกะฝาหน้าออกมา เราจะเห็นตับไตไส้พุงของมันอย่างในภาพ....
เมื่อทราบว่าไม่มีอาการเหม็นไหม้มาก่อน น้ำก็ไหลปกติดี ผมก็ค่อนข้างเชื่อมั่นว่า heater ไม่ขาด ยิ่งเปิดออกมาแล้วเห็นสภาพดูใหม่ใสวับ คิดว่าอุปกรณ์ที่เสียน่าจะเป็นเจ้าสวิทช์ตัวที่แกะออกมาวางข้างนอกนั่นมากกว่า...
ตัวพลาสติกต่อกับท่อน้ำเข้าที่เห็นอยู่่ข้างหน้านั่น คือตัวบังคับให้แผงวงจรจ่ายไฟกับ heater (เรียกง่าย ๆ ว่า "หม้อต้ม") เวลาเราเปิดก๊อกและกดปุ่มด้านหน้า (2) แรงดันน้ำจะไปทำให้เดือยเหล็กเล็ก ๆ นั่น (3) ยื่นออกมากดเจ้าสวิทช์ (4) ให้อยู่ในตำแหน่ง ON ถ้าน้ำไม่แรงพอ ก็ไม่สามารถกดเปิดสวิทช์ได้ (เพื่อป้องกันมิให้หม้อต้มพัง)
แกะสวิทช์ออกมาเช็คดูแล้ว พบว่ามันไม่ทำงาน (ปุ่มมันจม)
ทีแรกก็ปวดหัวอยู่เหมือนกัน เพราะจะสั่งอะไหล่มาเปลี่ยนเห็นที่จะยุ่งยากเสียเวลา ผมสวมวิญญาณช่างเหอะอีกครั้ง เอาเจ้าโซแน็กออกมา หุหุ...มีคุณบิมคนเดียวเท่านั้นที่จะเข้าใจ พ่อเลี้ยงเจียงใหม่รู้ดีว่า
เอะอะอะไรก็มักเรียกใช้เจ้าโซแน็กอยู่เป็นนิจ...
ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ฉีดน้ำยาอเนกประสงค์เข้าไป เอามือกำเจ้าสวิทช์สี่เหลี่ยมนั่นตบลงกับพื้นหลาย ๆ ครั้ง ในที่สุดเจ้าปุ่มเล็ก ๆ ก็เด้งออกมา ใช้นิ้วกดต๊อกแต๊ก ๆ ได้แล้ว ฉีดโซแน๊กอีกหน่อย ค่อย ๆ กดสวิทช์ on-off ไปมา ตรวจสอบด้วย ohmmeter พบว่าใช้งานได้แล้ว จากนั้นก็นำสวิทช์ประกอบเข้าที่ตามเดิม แล้วหาสายไฟมาต่อเพื่อนำไปทดสอบกับฝักบัวในห้องน้ำ...
ดีแย้ว! สวิทช์ทำงานตามปกติ ช่างเหอะยิ้มออกเมื่อสัมผัสน้ำอุ่นที่ไหลออกมาจากท่อ!
Showing posts with label คุณบิม. Show all posts
Showing posts with label คุณบิม. Show all posts
Sunday, November 17, 2019
Wednesday, June 07, 2017
ไม่อดตาย...
นับจากวันที่รถมอเตอร์ไซค์ล้มได้รับบาดเจ็บ นี่ก็ล่วงเลย ๒ อาทิตย์มาแล้ว ผมยังเดินไม่ได้...ไม่ได้ลงจากชั้นสามไปหาซื้ออาหารเลย แต่ที่อยู่ได้ก็เพราะครูแต้มจากธีรดามิวสิคซื้อเสบียงมาให้ มีทั้งขนม โจ๊กสำเร็จรูป ข้าวสาร ไข่ไก่ เจลลี่ เอามาใส่ไว้ให้ในตู้เย็นจนเต็ม...
ขนมอร่อยสุด ๆ
คุณบิมก็ส่งพัสดุจากเชียงใหม่มาให้กล่องใหญ่ มีทั้งหมวกกันน็อคใหม่และของฝากจากเกาหลี หนึ่งในนั้นคือสาหร่ายทะเลถุงใหญ่ (มันดูดีจนไม่อยากแกะออกมากิน)
น้องยาเพื่อนบ้านก็ฝากกล้วยน้ำว้ามาให้บรรเทาความหิว...
หลายวันที่ผมมีรายการอาหารเช้าเป็นโจ๊กใส่ไข่ฟองใหญ่ (คุณหมอพรเทพบอกให้งดไข่แดง ช่วงนี้ต้องขออนุญาตกินก่อนนะครับ)
ส่วนอาหารกลางวันก็มีหลายครั้งที่เป็นข้าวผัดไข่... ใช้เวลาทำไม่เกิน ๕ นาที
พี่ชายก็ยังได้รับอานิสงส์จากเสบียงที่ได้มา...ผมไม่รู้จะขอบคุณและตอบแทนเพื่อน ๆ ได้อย่างไร
เย็นวันนี้ผมลากขาเดินไปเปิดประตู ออกไปดูที่ระเบียง เห็นตลาดนัดอยู่ไกล ๆ ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆฝน ผมไม่อยากให้ฝนตกเลย รู้สึกเห็นใจพ่อค้าแม่ค้า...
ยืนที่ระเบีียง.... ผมปรับกล้องดึงภาพมาฝากเพื่อน ๆ
เห็นขนมครกชาววังกล่องละ ๑๕ บาทเจ้าที่เคยซื้อมากินก็อดคิดถึงไม่ได้...
โชคดีครับ ฝนไม่ตก...
Tuesday, June 06, 2017
A New Helmet
ตอนที่หงายหลังหัวฟาด...ลงกับพื้นคอนกรีตบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-เขียงใหม่ ผมยังมีสติรับรู้ทุกอย่าง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ล้มหัวฟาดกับพื้นถนน!!
ถ้าไม่ได้สวมหมวกกันน็อค หรือว่าสวมแต่ไม่แน่น หลุดออกก่อนที่หัวจะฟาด ผมก็คงกลายเป็นศพนอนหงายอยู่ตรงนั้นแล้ว... แรงไม่แรง? เพื่อน ๆ ดูสภาพหมวกซิครับ!!
คงไม่เกินจริงที่ผมเขียนจดหมายถึง Frank Smith ผู้ซื้อหมวกกันน็อคให้เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วว่า...
ขอบอกเพื่อน ๆ ว่า "หมวกกันน็อค" นั้นจำเป็นมากทั้งสำหรับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์และจักรยาน (เวลาสวมใส่ก็ต้องให้กระชับแน่นด้วย) คุณบิมจากเชียงใหม่ได้เห็นที่ผมโพสต์ไว้ใน facebook แล้วรีบส่งหมวกกันน็อคใบใหม่มาให้ทันที อย่างดีซะด้วย...
ขอบคุณมาก ๆ ครับ....
ถ้าไม่ได้สวมหมวกกันน็อค หรือว่าสวมแต่ไม่แน่น หลุดออกก่อนที่หัวจะฟาด ผมก็คงกลายเป็นศพนอนหงายอยู่ตรงนั้นแล้ว... แรงไม่แรง? เพื่อน ๆ ดูสภาพหมวกซิครับ!!
"Do you remember the helmet "Hartop (Davies Craig)" which you bought from a bike shop in Marrickville (AUD$45) and kindly gave it to me on December 5, 1988? It was unbelievably almost 30 years since then. 5 days ago I rode my motorcycle into town and unfortunately got an accident. My head wearing that old helmet was thrashed on the concrete road severely. It was the moment I saw the death coming nearby. Without your helmet, I certainly had no chance to return home and write you these words......".
เจ้าโฟมที่รองรับอยู่ข้างในนี่แหละที่ช่วยให้ผมรอดชีวิต....
ขอบคุณมาก ๆ ครับ....
Labels:
accident,
frank smith,
helmet,
กันน็อค,
คุณบิม,
รอดตาย,
หมวกนิรภัย
Friday, November 06, 2015
เอาใจเจ้ายักษ์!
วันนี้อยากคุยเรื่องการหันมาเอาใจเจ้ายักษ์ (touring bike ยี่ห้อ Giant)...
ใจก็อยากได้เหมือนกันนะ แต่คงเอื้อมไม่ถึง ผมหันไปดูกระเป๋าวางตะแกรงหลังที่มีขายใน Lazada ราคา ๗๕๐ บาท ก็คิดว่ายังแพงอยู่...
พอดีไปเจอกระเป๋าเก่าที่เชียงใหม่ ถ้าเอามาใช้ก็คงไม่ต้องเสียเงินซื้อของใหม่...
อัดของให้เต็ม แล้วใช้สายยางรัดกับตะแกรงหลังให้แน่นน่าจะใช้ได้...
แต่ถ้าเดินทางไกลคงไม่พอ! ต้องเสริมด้วยเป้สะพายหลังใบเล็ก เจ้าเป้ที่เคยเอาไปอินเลน่าจะใช้ได้ผมจัดรวมเข้าไว้กับอุปกรณ์อื่น ๆ
ตอนนี้มีสูบลมและไฟหน้ารถที่คุณบิมให้มา ยังขาดแค่บางอย่าง ต้องค่อย ๆ จัดหาครับ! อ่อ...เต็นท์ก็มีแล้วนะ!
เตรียมไว้อย่างงั้นแหละ เผื่อมีโอกาสได้ปั่นจริง ๆ
ตอนพา Xavi ไปดูเส้นทางสู่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน ผมปั่นเจ้ายักษ์นำลิ่ว นักจักรยานชาวสเปนขี่ตามแทบไม่ทัน บอกผมว่า "ยูปั่นเร็ว" จริงด้วย! จักรยานของผมค่อนข้างจะแรง เฟรมโคโมลี่ ล้อขนาด ๒๗" ใส่ยางหน้าแคบ ส่วนจักรยานของ Xavi ใช้ยางหน้ากว้างกว่า...
เจ้ายักษ์จึงเป็น touring bike ซึ่งเหมาะจะพาผมไปไกล ๆ ในที่ ๆ อยากไป เช้านี้ผมลองชั่งน้ำหนักดู ได้ ๒๔ กิโลกรัมโดยประมาณ!
ผมเคยเห็นนักปั่นหลายคนใช้กระเป๋าแพนเนียร์อย่างดี....
ใจก็อยากได้เหมือนกันนะ แต่คงเอื้อมไม่ถึง ผมหันไปดูกระเป๋าวางตะแกรงหลังที่มีขายใน Lazada ราคา ๗๕๐ บาท ก็คิดว่ายังแพงอยู่...
พอดีไปเจอกระเป๋าเก่าที่เชียงใหม่ ถ้าเอามาใช้ก็คงไม่ต้องเสียเงินซื้อของใหม่...
อัดของให้เต็ม แล้วใช้สายยางรัดกับตะแกรงหลังให้แน่นน่าจะใช้ได้...
แต่ถ้าเดินทางไกลคงไม่พอ! ต้องเสริมด้วยเป้สะพายหลังใบเล็ก เจ้าเป้ที่เคยเอาไปอินเลน่าจะใช้ได้ผมจัดรวมเข้าไว้กับอุปกรณ์อื่น ๆ
ตอนนี้มีสูบลมและไฟหน้ารถที่คุณบิมให้มา ยังขาดแค่บางอย่าง ต้องค่อย ๆ จัดหาครับ! อ่อ...เต็นท์ก็มีแล้วนะ!
เตรียมไว้อย่างงั้นแหละ เผื่อมีโอกาสได้ปั่นจริง ๆ
Saturday, January 21, 2012
ซื้อของทางเน็ต…
ถูกคุณบิมพาดพิงเรื่อง “ซื้อของทางเน็ต” ผมเกิดอาการหยุกหยิกในหัวใจ มันเป็นความรู้สึกของคนที่ไม่มีเงินพอที่จะซื้อของใหม่ แล้วต้องหาซื้อสินค้ามือสองไว้ใช้ จนมีประสบการณ์กับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งถึงกับต้องลบ bookmark เว็บสินค้ามือสองทิ้งไปจนหมดก็มี แต่แล้วผมก็ต้องกลับเข้าไปหาซื้อของถูกในเว็บเหล่านั้นอีกจนได้!
ผมอยากบอกว่า “ถ้ามีกำลังพอที่จะซื้อของใหม่ ของมีประกัน กับร้านที่อยู่ใกล้บ้าน ก็ซื้อเหอะ อย่าเลียนแบบพฤติกรรมคนเป็นโรคทรัพย์จางเรื้อรังอย่างลุงน้ำชาเลย…” อิอิ
เมื่อวันก่อนพูดเรื่องเจ้ามิวซาว ซึ่งก่อนหน้านั้นแบตเตอรี่เกิดอาการเก็บไฟไม่อยู่ และเจ้า charger ที่มากับตัวกล้องก็พังไปตั้งนานแล้ว ผมลองสืบราคาในเว็บดูแล้ว พบว่าจะต้องมีงบประมาณ ๑ พันบาทสำหรับการซื้อแบตเตอรี่และที่ชาร์จ(เทียม)มาใช้ พอดีไปเจอในเว็บประมูล มีว่าดังนี้….
ปรากฏว่าประมูลไม่ได้ครับ ก็ได้แต่คิดว่า “ไม่เป็นไร” แล้วผมก็ลืมมันไป แต่แล้วอยู่ ๆ ผมก็ได้เมล์จากผู้ขายแจ้งว่า “ท่านที่บิดได้สูงสุดเงียบไปเลยอะค่ะ ถ้ายังต้องการสินค้ายินดีส่งต่อให้นะค่ะ” อืมม…ก็ดีเหมือนกัน จะได้ทำตามที่คิดไว้ ผมโอนเงิน ๗๐๐ บาทไปยังผู้ขายเพื่อเป็นค่าสินค้าและค่าส่ง พร้อมกับแจ้งที่อยู่ไปให้ ปรากฏว่าช่วงนั้นน้ำท่วมกรุงเทพฯ พอดี ผมรอรับสินค้าตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมจนน้ำลดก็ยังไม่มีวี่แววของพัสดุที่จะมาถึง!! ในที่สุดก็ทราบว่าของทั้งหมด ผู้ขายได้ส่งให้แล้ว แต่เกิดสูญหาย ไปที่ไหนไม่รู้ ไปรษณีย์บอกว่ามีคนรับสินค้าไปแล้ว แต่ไม่ใช่ผม…
เงินที่โอนไปให้ผู้ขายแล้วก็เหมือนกับอ้อยที่เข้าปากช้าง น้อยรายนักที่มันจะถูกคายออกมา ก็มีครั้งนี้แหละที่ผมยังโชคดี ทำให้เจอคนดี มีความรับผิดชอบ หลังจากผ่านไป ๒ เดือนกว่า ผู้ขายก็ได้โอนเงินจำนวน ๗๐๐ บาทกลับคืนมาให้ผม…
ผมนำเรื่องนี้มาเล่าก็เพื่ออยากบอกว่า “ในตลาดค้าขายทางเน็ตยังมีผู้ขายที่ดี ๆ อีกเยอะ แต่ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าได้ประมูลซื้อสินค้า(มือสอง)เลยครับ…”
อ่อ…เมื่อวานนี้ไปธนาคาร เห็นเค้าจัดบูธขายอสังหาริมทรัพย์ ก็เลยแวะเข้าไปดูเสียหน่อย เห็นได้ว่ามีบ้านหรือที่ดินบางแปลงซึ่งมีราคา ๒-๔ ล้านบาทได้ถูกซื้อไปแล้ว ผมคิดว่าธนาคารเค้าเข้าใจจัดนะ ช่วงหลังน้ำท่วมมีคนกรุงขึ้นมาแสวงหาที่อยู่อาศัยกันมากขึ้น ในขณะที่ลำปางก็กำลังเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง
ผมเองยังคงเฉื่อย ๆ เหมือนเรือเกลือ ไม่รีบร้อนขับเคลื่อนอะไรทั้งนั้น ผมยังเคยคิดเลยว่า…ถ้าสามารถประคับประคองอยู่ต่อไปได้ ไม่แน่นะว่าสักวันหนึ่งบ้านหลังที่ผมประกาศขายนี้ อาจได้ใช้เป็นที่พึ่งพิงของเพื่อน ๆ บางคนซึ่งประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติจนถึงกับต้องย้ายที่อยู่
ถึงวันนั้น ผมอาจจะได้ยื่นมือออกไปหาครับ…
ผมอยากบอกว่า “ถ้ามีกำลังพอที่จะซื้อของใหม่ ของมีประกัน กับร้านที่อยู่ใกล้บ้าน ก็ซื้อเหอะ อย่าเลียนแบบพฤติกรรมคนเป็นโรคทรัพย์จางเรื้อรังอย่างลุงน้ำชาเลย…” อิอิ
เมื่อวันก่อนพูดเรื่องเจ้ามิวซาว ซึ่งก่อนหน้านั้นแบตเตอรี่เกิดอาการเก็บไฟไม่อยู่ และเจ้า charger ที่มากับตัวกล้องก็พังไปตั้งนานแล้ว ผมลองสืบราคาในเว็บดูแล้ว พบว่าจะต้องมีงบประมาณ ๑ พันบาทสำหรับการซื้อแบตเตอรี่และที่ชาร์จ(เทียม)มาใช้ พอดีไปเจอในเว็บประมูล มีว่าดังนี้….
กล้อง Digital OLYMPUS Stylus 790SW อุปกรณ์ครบกล่องเลยค่ะ หมดประกันแล้วค่ะ กล้อง 7.1 Megapixel ค่ะ กล้องรุ่นนี้เป็นรุ่นกันน้ำนะค่ะ สินค้าใช้งานไม่ได้แล้วนะค่ะ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ เราดันแกะตรงที่ใส่แบ็ตมาล้างค่ะ ไม่รู้จะโกดใครดี ขายเป็นอะไหล่ไปละกันค่ะ รึใครลองเอาไปซ่อมดูก็ได้ แถมขาตั้งกล้องยังไม่เคยใช้เลยค่ะ อุปกรณ์ที่ได้จะได้รับประกอบด้วย ตัวกล้อง กล่อง ขาตั้งกล้อง แบตเตอรี่ แท่นชาร์ทแบต สาย datalink สาย AV กล่อง เมมโมรี่ 1 g cd คู่มือไทย อังกฤษ กระเป๋ากล้อง — ครบยกกล่อง **ขอค่าส่ง 50 บาทนะค่ะคิดดูแล้ว…ถ้าประมูลได้มา ผมอยากจะเอาที่ชาร์จมาแกะออก นำแผงวงจรไปดัดแปลงใส่ในที่ชาร์จของผมซึ่งเสียแล้ว (ช่างเหอะน่าจะพอทำได้) เจ้า memory card ขนาด 1 GB ก็อยากได้อยู่ เพราะของผมมีแค่ 512 MB เอง ตัวกล้องถึงแม้จะเสียแต่ก็ยังสามารถนำมาให้”ช่างเหอะ” ได้ลองซ้อมมือแก้กลุ้ม ส่วนขาตั้งกล้องผมก็ยังไม่มี เอาน่ะ…ลองประมูลมาใช้ดีกว่า
ปรากฏว่าประมูลไม่ได้ครับ ก็ได้แต่คิดว่า “ไม่เป็นไร” แล้วผมก็ลืมมันไป แต่แล้วอยู่ ๆ ผมก็ได้เมล์จากผู้ขายแจ้งว่า “ท่านที่บิดได้สูงสุดเงียบไปเลยอะค่ะ ถ้ายังต้องการสินค้ายินดีส่งต่อให้นะค่ะ” อืมม…ก็ดีเหมือนกัน จะได้ทำตามที่คิดไว้ ผมโอนเงิน ๗๐๐ บาทไปยังผู้ขายเพื่อเป็นค่าสินค้าและค่าส่ง พร้อมกับแจ้งที่อยู่ไปให้ ปรากฏว่าช่วงนั้นน้ำท่วมกรุงเทพฯ พอดี ผมรอรับสินค้าตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมจนน้ำลดก็ยังไม่มีวี่แววของพัสดุที่จะมาถึง!! ในที่สุดก็ทราบว่าของทั้งหมด ผู้ขายได้ส่งให้แล้ว แต่เกิดสูญหาย ไปที่ไหนไม่รู้ ไปรษณีย์บอกว่ามีคนรับสินค้าไปแล้ว แต่ไม่ใช่ผม…
เงินที่โอนไปให้ผู้ขายแล้วก็เหมือนกับอ้อยที่เข้าปากช้าง น้อยรายนักที่มันจะถูกคายออกมา ก็มีครั้งนี้แหละที่ผมยังโชคดี ทำให้เจอคนดี มีความรับผิดชอบ หลังจากผ่านไป ๒ เดือนกว่า ผู้ขายก็ได้โอนเงินจำนวน ๗๐๐ บาทกลับคืนมาให้ผม…
ผมนำเรื่องนี้มาเล่าก็เพื่ออยากบอกว่า “ในตลาดค้าขายทางเน็ตยังมีผู้ขายที่ดี ๆ อีกเยอะ แต่ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าได้ประมูลซื้อสินค้า(มือสอง)เลยครับ…”
อ่อ…เมื่อวานนี้ไปธนาคาร เห็นเค้าจัดบูธขายอสังหาริมทรัพย์ ก็เลยแวะเข้าไปดูเสียหน่อย เห็นได้ว่ามีบ้านหรือที่ดินบางแปลงซึ่งมีราคา ๒-๔ ล้านบาทได้ถูกซื้อไปแล้ว ผมคิดว่าธนาคารเค้าเข้าใจจัดนะ ช่วงหลังน้ำท่วมมีคนกรุงขึ้นมาแสวงหาที่อยู่อาศัยกันมากขึ้น ในขณะที่ลำปางก็กำลังเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง
ผมเองยังคงเฉื่อย ๆ เหมือนเรือเกลือ ไม่รีบร้อนขับเคลื่อนอะไรทั้งนั้น ผมยังเคยคิดเลยว่า…ถ้าสามารถประคับประคองอยู่ต่อไปได้ ไม่แน่นะว่าสักวันหนึ่งบ้านหลังที่ผมประกาศขายนี้ อาจได้ใช้เป็นที่พึ่งพิงของเพื่อน ๆ บางคนซึ่งประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติจนถึงกับต้องย้ายที่อยู่
ถึงวันนั้น ผมอาจจะได้ยื่นมือออกไปหาครับ…
Sunday, January 15, 2012
3 idoits
เมื่อวานนี้เป็นวันเด็ก มีฝนตก…ความชื้นในอากาศสูงมาก เช้าวันนี้ผมจึงได้พบกับบรรยากาศในม่านหมอกอีกครั้ง
ภาพที่นำมาให้เพื่อน ๆ ดูนี้ ถูกบันทึกเมื่อเวลาประมาณ ๗.๓๐ น. หลังจากปั่นจักรยานไปตลาด ประจวบกับวันนี้เป็นวันอาทิตย์…ผู้คนจึงบางตา ไม่ว่าจะเป็นตามถนนหนทาง หรือที่ตลาดเก๊าจาว ผมพกเงินติดตัวไป ๑๐๐ บาท ซื้อของเพลินจนเหลือเงินไม่พอจ่ายค่าไข่ต้ม ๒ ฟอง แม่ค้าบอกว่าเอาไปก่อนก็ได้! อืมมมม…คงไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่ผมจะแปะของในตลาดมากินก่อนได้เหมือนที่ลำปาง!!
อยากทักทายกับความหนาว…ผมปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านประตูเข้ามากอด จากเก้าอี้ที่นั่งทำงานหน้าคอมพ์ฯ ยกกล้องขึ้นเก็บภาพที่เห็นเบื้องหน้าไว้อีก ๑ บาน เจ้า”มิวซาว”เริ่มออกอาการว่าอยากจะกลับบ้านเก่าเต็มที (นอกจากแบตเตอรี่ซึ่งเก็บไฟไม่อยู่…ตัวกล้องก็เริ่มรวนเป็นพัก ๆ) คงจะเหมือนกับชีวิตของผมซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าจะนั่งอยู่ตรงนี้ได้อีกนานแค่ไหน
ไม่รู้จะเขียนอะไรทั้ง ๆ ที่เรื่องอยากคุยก็มีเยอะ ไม่รู้จะทำอะไรทั้ง ๆ ที่มีเรื่องให้ทำมากมาย หนักเข้าผมก็เลยปล่อยเฉย หันไปหยิบหนังที่ดาวน์โหลดไว้ออกมาดู มีเรื่องหนึ่งซึ่งเพิ่งผ่านสายตาผมไปก็คือ 3 Idiots เป็นหนังอินเดียที่เข้าขั้น ใน Yahoo Movies ให้เกรด A และใน IMDb ได้คะแนน 8.3/10
หนังยาวตั้ง ๒ ชั่วโมง ๔๔ นาที ดูกันจุใจ…มีทั้งบทฮาและเรื่องกินใจ ผมคงไม่ต้องนำเรื่องย่อมาเล่า เพราะสามารถหาอ่านได้ทั่วไปในเว็บอื่น แต่อยากจะแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ดูกัน…
พูดถึงเรื่องภาพยนต์…ก็ต้องขอขอบคุณคุณเดชา (เจ้าเก่า) ที่ได้ส่งดีวีดีหน้งหลายแผ่นพร้อมทั้งจดหมายและข้อเขียน(เยี่ยมมาก) มาให้เป็น ส.ค.ส. ปีใหม่ พอดีผมเป็นเสือปืนฝืด จึงได้ล่าช้าในการตอบ แต่ก็ตั้งใจว่าจะนำสิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากคุณเดชามาแบ่งปันให้เพื่อน ๆ โดยเร็ว
การได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับภาพยนต์ดี ๆ จากคุณเมธี คุณเดชา คุณบิม และเพื่อน ๆ อีกหลายคน ทำให้โลกทัศน์ผมกว้างขึ้น ลำพังคนเก็บตัวเงียบ ๆ เป็นกบจำศึลอย่างผม หากไม่มีเพื่อน ๆ ผมคงไม่รู้อะไรเลย ต้องขอขอบคุณจากใจจริง
อ่อ….คุณบิมซึ่งเป็นผู้ที่แนะนำหนังสือและภาพยนต์ดี ๆ หลายเรื่องไว้ในบล็อก bimbalo ก็ยังได้ส่ง ส.ค.ส. ภาพโปสการ์ดงานกลุ่มของลูกชาย(ด.ช. นวพรรษ นิมมานวัฒนา)มาอวยพรลุงน้ำชา ขอบคุณกั๊บ!
ผมสัญญาว่าจะเขียนให้ดีกว่านี้ ตอนนี้ขอตั้งสติก่อนน้า….
ภาพที่นำมาให้เพื่อน ๆ ดูนี้ ถูกบันทึกเมื่อเวลาประมาณ ๗.๓๐ น. หลังจากปั่นจักรยานไปตลาด ประจวบกับวันนี้เป็นวันอาทิตย์…ผู้คนจึงบางตา ไม่ว่าจะเป็นตามถนนหนทาง หรือที่ตลาดเก๊าจาว ผมพกเงินติดตัวไป ๑๐๐ บาท ซื้อของเพลินจนเหลือเงินไม่พอจ่ายค่าไข่ต้ม ๒ ฟอง แม่ค้าบอกว่าเอาไปก่อนก็ได้! อืมมมม…คงไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่ผมจะแปะของในตลาดมากินก่อนได้เหมือนที่ลำปาง!!
อยากทักทายกับความหนาว…ผมปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านประตูเข้ามากอด จากเก้าอี้ที่นั่งทำงานหน้าคอมพ์ฯ ยกกล้องขึ้นเก็บภาพที่เห็นเบื้องหน้าไว้อีก ๑ บาน เจ้า”มิวซาว”เริ่มออกอาการว่าอยากจะกลับบ้านเก่าเต็มที (นอกจากแบตเตอรี่ซึ่งเก็บไฟไม่อยู่…ตัวกล้องก็เริ่มรวนเป็นพัก ๆ) คงจะเหมือนกับชีวิตของผมซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าจะนั่งอยู่ตรงนี้ได้อีกนานแค่ไหน
ไม่รู้จะเขียนอะไรทั้ง ๆ ที่เรื่องอยากคุยก็มีเยอะ ไม่รู้จะทำอะไรทั้ง ๆ ที่มีเรื่องให้ทำมากมาย หนักเข้าผมก็เลยปล่อยเฉย หันไปหยิบหนังที่ดาวน์โหลดไว้ออกมาดู มีเรื่องหนึ่งซึ่งเพิ่งผ่านสายตาผมไปก็คือ 3 Idiots เป็นหนังอินเดียที่เข้าขั้น ใน Yahoo Movies ให้เกรด A และใน IMDb ได้คะแนน 8.3/10
หนังยาวตั้ง ๒ ชั่วโมง ๔๔ นาที ดูกันจุใจ…มีทั้งบทฮาและเรื่องกินใจ ผมคงไม่ต้องนำเรื่องย่อมาเล่า เพราะสามารถหาอ่านได้ทั่วไปในเว็บอื่น แต่อยากจะแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ดูกัน…
พูดถึงเรื่องภาพยนต์…ก็ต้องขอขอบคุณคุณเดชา (เจ้าเก่า) ที่ได้ส่งดีวีดีหน้งหลายแผ่นพร้อมทั้งจดหมายและข้อเขียน(เยี่ยมมาก) มาให้เป็น ส.ค.ส. ปีใหม่ พอดีผมเป็นเสือปืนฝืด จึงได้ล่าช้าในการตอบ แต่ก็ตั้งใจว่าจะนำสิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากคุณเดชามาแบ่งปันให้เพื่อน ๆ โดยเร็ว
การได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับภาพยนต์ดี ๆ จากคุณเมธี คุณเดชา คุณบิม และเพื่อน ๆ อีกหลายคน ทำให้โลกทัศน์ผมกว้างขึ้น ลำพังคนเก็บตัวเงียบ ๆ เป็นกบจำศึลอย่างผม หากไม่มีเพื่อน ๆ ผมคงไม่รู้อะไรเลย ต้องขอขอบคุณจากใจจริง
อ่อ….คุณบิมซึ่งเป็นผู้ที่แนะนำหนังสือและภาพยนต์ดี ๆ หลายเรื่องไว้ในบล็อก bimbalo ก็ยังได้ส่ง ส.ค.ส. ภาพโปสการ์ดงานกลุ่มของลูกชาย(ด.ช. นวพรรษ นิมมานวัฒนา)มาอวยพรลุงน้ำชา ขอบคุณกั๊บ!
ผมสัญญาว่าจะเขียนให้ดีกว่านี้ ตอนนี้ขอตั้งสติก่อนน้า….
Friday, January 28, 2011
คุณบิม…
เผลอแป๊ปเดียววันเสาร์อีกแล้ว! เดือนมกราคมก็กำลังจะโบกมืออำลา อีก ๒ วันผมก็จะพูดได้แล้วว่า “หนึ่งเดือนผ่านไป ไวเหมือนโกหก”
เมื่อวานนี้ผมลุยกั้นห้องต่อ จนเหลืองานตีตะปูอีกไม่มาก ต่อจากนั้นก็จะต้องโป้ว แล้วลงสี หวังว่าสิ้นเดือนกุมภาพันธ์เรื่อง accommodation คงจะแล้วเสร็จครับ…
ช่วงบ่ายขณะที่กำลังตอกตะปูติดไม้อัดด้านใน ผมก็ได้รับโทรศัพท์อุ้กำเมืองด้วยเสียงนุ่ม ๆ หล่อ ๆ ถามว่าลุงน้ำชาหรือเปล่า? อ่า…จะมีผู้มาเยือนอีกแล้วครับ ยินดี ๆ ผมบอกตำแหน่งของบ้านให้ แล้ววางมือจากงาน DIY ลงไปเปิดประตูเตรียมต้อนรับผู้ที่ผมก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร? มาแล้วครับ รถสวยจังเลย!!
พอได้เห็นหน้าตาของเด็กชายสองคนที่มาด้วยผมก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ที่มาเยือนคือ คุณบิมและครอบครัว http://bimbalo.wordpress.com เพื่อนสมาชิกที่ได้ตั้งปริศนาให้ผมได้วิเคราะห์ คุณบิมเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่เคยพูดถึง “ร้านกาแฟไทยประเสริฐ” ลุงน้ำชายินดีต้อนรับครับ…
หมูบิวและหมูแฮ่มได้เล่นทั้งแกรนด์เปียโนและเปียโนไฟฟ้า ประชันกันด้วยเพลง Turkish March ของ Mozart เสียงกึกก้อง…
เสียดายที่มีเวลาคุยกันไม่มากนัก เพราะคุณบิมจะต้องพาลูกชายสองคนไปแข่งว่ายน้ำที่จังหวัดแพร่ ผมก็ได้แต่หวังว่าคงจะมีโอกาสได้นั่งจิบน้ำชา จับเข่าคุยกันแบบต้องไม่เร่งรีบ ผมจะได้ถามว่าคุณบิมเคยเห็นร้านกาแฟไทยประเสริฐด้วยเหรอ?
จากไปแล้ว ขอให้เที่ยวเมืองแพร่ให้สนุกนะครับ ขอบคุณที่แวะมาเยือน
ผมขอไปสอนน้องมะเหมี่ยวก่อนนะครับ…
เมื่อวานนี้ผมลุยกั้นห้องต่อ จนเหลืองานตีตะปูอีกไม่มาก ต่อจากนั้นก็จะต้องโป้ว แล้วลงสี หวังว่าสิ้นเดือนกุมภาพันธ์เรื่อง accommodation คงจะแล้วเสร็จครับ…
ช่วงบ่ายขณะที่กำลังตอกตะปูติดไม้อัดด้านใน ผมก็ได้รับโทรศัพท์อุ้กำเมืองด้วยเสียงนุ่ม ๆ หล่อ ๆ ถามว่าลุงน้ำชาหรือเปล่า? อ่า…จะมีผู้มาเยือนอีกแล้วครับ ยินดี ๆ ผมบอกตำแหน่งของบ้านให้ แล้ววางมือจากงาน DIY ลงไปเปิดประตูเตรียมต้อนรับผู้ที่ผมก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร? มาแล้วครับ รถสวยจังเลย!!
พอได้เห็นหน้าตาของเด็กชายสองคนที่มาด้วยผมก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ที่มาเยือนคือ คุณบิมและครอบครัว http://bimbalo.wordpress.com เพื่อนสมาชิกที่ได้ตั้งปริศนาให้ผมได้วิเคราะห์ คุณบิมเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่เคยพูดถึง “ร้านกาแฟไทยประเสริฐ” ลุงน้ำชายินดีต้อนรับครับ…
หมูบิวและหมูแฮ่มได้เล่นทั้งแกรนด์เปียโนและเปียโนไฟฟ้า ประชันกันด้วยเพลง Turkish March ของ Mozart เสียงกึกก้อง…
เสียดายที่มีเวลาคุยกันไม่มากนัก เพราะคุณบิมจะต้องพาลูกชายสองคนไปแข่งว่ายน้ำที่จังหวัดแพร่ ผมก็ได้แต่หวังว่าคงจะมีโอกาสได้นั่งจิบน้ำชา จับเข่าคุยกันแบบต้องไม่เร่งรีบ ผมจะได้ถามว่าคุณบิมเคยเห็นร้านกาแฟไทยประเสริฐด้วยเหรอ?
จากไปแล้ว ขอให้เที่ยวเมืองแพร่ให้สนุกนะครับ ขอบคุณที่แวะมาเยือน
ผมขอไปสอนน้องมะเหมี่ยวก่อนนะครับ…
Subscribe to:
Posts (Atom)















































