Showing posts with label ครูแต้ม. Show all posts
Showing posts with label ครูแต้ม. Show all posts

Friday, May 01, 2020

กลับมาอีกแล้ว...

เพื่อน ๆ ที่รักครับ.... เท่าที่ผ่านมามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในโลกใบนี้ เปรียบเหมือนพายุร้ายกระหน่ำเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า     


นับจากวันที่ผมได้ปั่นจักรยานไป อช.แม่ปิงในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หากเหลียวกลับไปมองย้อนหลัง จะเห็นได้ว่าผ่านไปแล้ว ๔ เดือนเต็ม มันช่างรวดเร็วเหลือเกิน! ในขณะที่ภาวะโควิด-๑๙ ทำให้ผู้คนเดือดร้อนไปทั่ว ผมกลัวว่าภัยพิบัติอาจซ้ำเติมให้ชีวิตลำบากหนักหนาสาหัสยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้!  อย่างไรก็ตามชีวิตผมซึ่งผ่านมาจนถึงวัยนี้ก็นับว่าคุ้มกับที่ได้เกิดมาแล้ว  จะจบลงในวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ไม่เสียใจ!



เห็นภาพเก่า ๆ ตอนที่ยังแข็งแรง สามารถยืนเล่นแอคคอร์เดียนหนัก ๆ ได้ติดต่อกัน ๒-๓ ชั่วโมง ถ้าเป็นวันนี้ให้ทำเช่นนั้นอีก มันคงเป็นแค่ the impossible dream  ก่อนที่โลกอินเทอร์เน็ตจะมี facebook ผมเคยบ่นเรื่องปัญหาและภาระที่ต้องเผชิญอย่างต่อเนื่องในเว็บของตัวเอง แต่แล้วก็เลิกไปเพราะไม่อยากพูดเรื่องไร้สาระให้เพื่อน ๆ รับทราบ  ผมตั้งหน้าตั้งตาเขียนบล็อกท่องโลก ( exploring the world) และ บล็อกช่างเหอะ มาเรื่อย ๆ  

จวบจนช่วง ๔-๕ เดือนมานี้ ตาแก่เมืองรถม้าก็หายเงียบไปจากบล็อกช่างเหอะ  รวมทั้งไม่มีการ update ใน facebook  ผมหายเงียบไป....เพราะเบื่อหน่ายกับภาพของความอยุติธรรม การเอารัดเอาเปรียบ ไม่อยากฟังสังคมที่พูดกันไปวัน ๆ อย่างไร้สาระ ไม่อยากเห็นรัฐบาลและนายกฯ ผู้ไร้ประสิทธิภาพที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีมาในประเทศไทย รวมทั้งระบบการศึกษาที่ไม่เคยพัฒนา สร้างเด็กไทยให้เป็นนักคิดและมีคุณธรรม ฯลฯ   ต้องขอโทษเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้ส่งข่าวถึง หรือมิได้ติดต่อให้กำลังใจ หลายคนเป็นห่วงผม ลุงคนนี้ก็ไม่มีลูกมีหลาน นอกจาก "ครูแต้ม" คนเดียวเท่านั้นที่สามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่าลูก ลูกสาวได้ส่งความคิดถึงมาเมื่อเร็ว ๆ นี้... ขอบคุณจ้าดนักเน้อ!


ว่าจะกลับมาเขียนบล็อกช่างเหอะ ต่อ  บางทีอาจ update facebook อีก  เริ่มจากวันนี้ที่ ๑ พ.ค. ๒๕๖๓ เลย... อยากบอกก่อนว่า "คิดถึงเพื่อน ๆ ทุกคน"

Wednesday, June 07, 2017

ไม่อดตาย...

ทุก ๆ วันพุธจะมีตลาดนัดที่บริเวณลานกว้างตรงมุมสี่แยกห้างฉัตร เยื้องกับบ้านผม... ๖ เดือนแล้วที่ผมไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ !



นับจากวันที่รถมอเตอร์ไซค์ล้มได้รับบาดเจ็บ นี่ก็ล่วงเลย ๒ อาทิตย์มาแล้ว ผมยังเดินไม่ได้...ไม่ได้ลงจากชั้นสามไปหาซื้ออาหารเลย แต่ที่อยู่ได้ก็เพราะครูแต้มจากธีรดามิวสิคซื้อเสบียงมาให้ มีทั้งขนม โจ๊กสำเร็จรูป ข้าวสาร ไข่ไก่ เจลลี่ เอามาใส่ไว้ให้ในตู้เย็นจนเต็ม...



ขนมอร่อยสุด ๆ



คุณบิมก็ส่งพัสดุจากเชียงใหม่มาให้กล่องใหญ่ มีทั้งหมวกกันน็อคใหม่และของฝากจากเกาหลี หนึ่งในนั้นคือสาหร่ายทะเลถุงใหญ่ (มันดูดีจนไม่อยากแกะออกมากิน) 


น้องยาเพื่อนบ้านก็ฝากกล้วยน้ำว้ามาให้บรรเทาความหิว...


หลายวันที่ผมมีรายการอาหารเช้าเป็นโจ๊กใส่ไข่ฟองใหญ่ (คุณหมอพรเทพบอกให้งดไข่แดง ช่วงนี้ต้องขออนุญาตกินก่อนนะครับ)


ส่วนอาหารกลางวันก็มีหลายครั้งที่เป็นข้าวผัดไข่... ใช้เวลาทำไม่เกิน ๕ นาที 


พี่ชายก็ยังได้รับอานิสงส์จากเสบียงที่ได้มา...ผมไม่รู้จะขอบคุณและตอบแทนเพื่อน ๆ ได้อย่างไร


เย็นวันนี้ผมลากขาเดินไปเปิดประตู ออกไปดูที่ระเบียง เห็นตลาดนัดอยู่ไกล ๆ ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆฝน ผมไม่อยากให้ฝนตกเลย รู้สึกเห็นใจพ่อค้าแม่ค้า...


ยืนที่ระเบีียง.... ผมปรับกล้องดึงภาพมาฝากเพื่อน ๆ 



เห็นขนมครกชาววังกล่องละ ๑๕ บาทเจ้าที่เคยซื้อมากินก็อดคิดถึงไม่ได้... 


โชคดีครับ ฝนไม่ตก... 

Saturday, January 29, 2011

น้องบุ๊ค

ที่โรงเรียนธีรดาของครูแต้ม ผมมีนักเรียนไวโอลินอยู่ ๓ คน คือ ตั๊ก เนเน่ และบุ๊คผู้มาทีหลังเพื่อน น้องบุ๊กเพิ่งจะได้เริ่มเรียนชั่วโมงแรกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง ไม่เหมือนนักเรียนคนอื่น... น้องบุ๊คมีเครื่องดนตรีเตรียมไว้พร้อมสรรพ แสดงถึงความมุ่งมั่น ไม่ลังเลที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า


ในบรรดานักเรียนไวโอลินที่ผมเคยสอนมา ก็มีน้องบุ๊คนี่แหละที่เป็นคนช่างถาม คำถามแต่ละคำถามของน้องบุ๊คล้วนแสดงให้เห็นซึ่งความสนใจใฝ่รู้ ฉลาด และกล้าแสดงออก นับว่าผมได้เจอเพชรที่ยังไม่ได้เจียรนัยเข้าอีกเม็ดนึงแล้ว!!!

ในชั่วโมงแรกนั้น ผมสอนน้องบุ๊คเกี่ยวกับทุกสิ่งที่นักเรียนจำเป็นต้องรู้ อาทิ การดูแลรักษาเครื่องดนตรีนับตั้งแต่เริ่มนำไวโอลินออกจากกล่องไปจนถึงตอนเก็บเข้ากล่อง  การจับเครื่องดนตรีในท่าพัก ท่าเล่น ท่ายืน การจับโบว์ การตั้งสาย ตลอดจนชื่อโน้ตในแต่ละสาย การบ้านในชั่วโมงแรกก็คือ การสีแบบรถไฟ AADDGGEEAA   น้องบุ๊คหัวไวมากครับ ยิ่งเรียนรู้ได้เร็ว ผมก็ยิ่งสอนเร็ว!


ผมทุ่มเทให้อย่างเต็มที่  พูดได้ว่าตั้งแต่สอนมา ก็ยังไม่เคยให้นักเรียนคนใดได้เริ่มเล่นนิ้ว ๑ (อย่างที่เห็นในภาพ) หลังจากฝึกซ้อมมาได้แค่เพียงสัปดาห์เดียว ก็มีน้องบุ๊คนี่แหละ!


ชั่วโมงที่ ๒ การบ้านของน้องบุ๊คก็คือ แบบฝึกหัด เรโด (สาย A D G E A) ของลุงน้ำชา…

สอนเสร็จ…ผมไปซื้อเสบียงและยาให้พี่ชาย จากนั้นก็ไปซื้อน้ำไร้ความรู้สึกที่ตลาดนาก่วม  พอกลับถึงบ้าน ผมจับค้อนตีตะปูต่อ จนได้ผลงานอย่างที่เห็นในภาพข้างล่างนี้…


ก่อนค่ำมีผู้มาเยือนลุงน้ำชา คือ น้องนัท น้องน่าน และคุณแม่  เมื่อตอนปลายปีคุณพ่อเคยพามาแล้วครั้งนึง จากนั้นก็หายเงียบไป วันนี้คุณแม่เป็นผู้พามาคุยเรื่องเรียนไวโอลิน


เห็นเป็นเด็กอนุบาล ๒ และ ๓ ผมบอกว่าคุณแม่พามาเรียนได้ฟรี เพียงแค่ลงทุนซื้อไวโอลินให้คนละตัว คือ ขนาด 1/4 และ 1/2 ซึ่งถ้าจะเรียนจริง ๆ ก็ต้องรอให้ผมหานักเรียนให้ได้อีก ๒ คน เพื่อจะได้จัดเป็นกลุ่มที่ ๒ แล้วให้มาเรียนในวันอาทิตย์เวลา ๑๕.๐๐ น. – ๑๗.๐๐ น. คุณแม่ก็อยากให้ลูกได้เรียนครับ แต่มีปัญหาตรงที่ไม่สามารถหาเวลามาส่งลูกได้ เพราะท่านเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลค่าย ฯ ส่วนคุณพ่อก็ทำงานอยู่ต่างแดน…

คุณแม่น้องแนนและนัทถามผมว่าขอเป็นตอนค่ำได้ไหม ผมบอกว่าถ้าเรียนช่วงนั้นคงต้องโดนยุงหามแน่ ๆ พูดไปผมก็ต้องขยับแข้งขยับขาไม่ให้โดนยุงกัด ขณะที่ยุงฝูงใหญ่บินว่อนอยู่เหนือศีรษะผู้มาเยือน!!!

ได้เวลาออกหากินของ blood suckers แล้วจ้า…