Showing posts with label น้องยา. Show all posts
Showing posts with label น้องยา. Show all posts

Wednesday, June 07, 2017

ไม่อดตาย...

ทุก ๆ วันพุธจะมีตลาดนัดที่บริเวณลานกว้างตรงมุมสี่แยกห้างฉัตร เยื้องกับบ้านผม... ๖ เดือนแล้วที่ผมไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ !



นับจากวันที่รถมอเตอร์ไซค์ล้มได้รับบาดเจ็บ นี่ก็ล่วงเลย ๒ อาทิตย์มาแล้ว ผมยังเดินไม่ได้...ไม่ได้ลงจากชั้นสามไปหาซื้ออาหารเลย แต่ที่อยู่ได้ก็เพราะครูแต้มจากธีรดามิวสิคซื้อเสบียงมาให้ มีทั้งขนม โจ๊กสำเร็จรูป ข้าวสาร ไข่ไก่ เจลลี่ เอามาใส่ไว้ให้ในตู้เย็นจนเต็ม...



ขนมอร่อยสุด ๆ



คุณบิมก็ส่งพัสดุจากเชียงใหม่มาให้กล่องใหญ่ มีทั้งหมวกกันน็อคใหม่และของฝากจากเกาหลี หนึ่งในนั้นคือสาหร่ายทะเลถุงใหญ่ (มันดูดีจนไม่อยากแกะออกมากิน) 


น้องยาเพื่อนบ้านก็ฝากกล้วยน้ำว้ามาให้บรรเทาความหิว...


หลายวันที่ผมมีรายการอาหารเช้าเป็นโจ๊กใส่ไข่ฟองใหญ่ (คุณหมอพรเทพบอกให้งดไข่แดง ช่วงนี้ต้องขออนุญาตกินก่อนนะครับ)


ส่วนอาหารกลางวันก็มีหลายครั้งที่เป็นข้าวผัดไข่... ใช้เวลาทำไม่เกิน ๕ นาที 


พี่ชายก็ยังได้รับอานิสงส์จากเสบียงที่ได้มา...ผมไม่รู้จะขอบคุณและตอบแทนเพื่อน ๆ ได้อย่างไร


เย็นวันนี้ผมลากขาเดินไปเปิดประตู ออกไปดูที่ระเบียง เห็นตลาดนัดอยู่ไกล ๆ ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆฝน ผมไม่อยากให้ฝนตกเลย รู้สึกเห็นใจพ่อค้าแม่ค้า...


ยืนที่ระเบีียง.... ผมปรับกล้องดึงภาพมาฝากเพื่อน ๆ 



เห็นขนมครกชาววังกล่องละ ๑๕ บาทเจ้าที่เคยซื้อมากินก็อดคิดถึงไม่ได้... 


โชคดีครับ ฝนไม่ตก... 

Monday, May 29, 2017

สีสันบนความเจ็บปวด

ผมนอนติดเตียงมากไม่ได้เพราะตรงสะโพกเริ่มมีรอยช้ำ เกรงว่าจะลุกลามกลายเป็นแผลกดทับ  (bed sore) จึงต้องเข็นตัวเองมานั่งหน้าคอมพ์ฯ เริ่มต้นเขียนบล็อก.... ฆ่าเวลาไปเรื่อย ๆ !

พูดถึงเรื่องความเจ็บปวด (pain) ผมพยายามนึกว่าอะไรจะเป็นสุดยอดแห่งความเจ็บ หลายท่านอาจบอกว่า "อกหัก (broken heart)"  นั้นปวดร้าวที่สุด แต่ผมไม่ขอจัดให้อยู่ใน category ที่กล่าวถึง 

ผมเป็นคนไม่กลัวเข็ม กล่าวคือเวลาถูกฉีดยา เจาะเลือด หรือทำอะไรกับแผลบนร่างกายตนเอง ก็จะมองดูได้สบายโดยไม่เบือนหน้าหนี ผมขอจัดอันดับอาการเจ็บแผลที่ยังมิได้เข้าลึกถึงกระดูกว่าไม่หนักหนาสาหัสนัก มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เคยโดนเย็บแผลที่นิ้วมือขวาแบบสด ๆ เจ็บจนถึงขั้นมือสั่น น้ำตาไหลพราก แต่ก็ยังทนได้...

ความเจ็บปวดที่รู้สึกว่าเกือบสุดทนและลืมไม่ลงของผมก็คือ ตอนที่ถูกคุณหมอพงษ์ศักดิ์ใช้เลเซอร์ยิงรักษาจอประสาทตา ( Laser Photocoagulation ) 

นอกจากนั้นแล้ว เท่าที่เจอมาก็เป็นเรื่องของการปวดฟัน ปวดข้อ ปวดกระดูก และปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องยอมรับว่ามันเจ็บจริง ๆ แต่ยังพอทนได้ และสามารถบรรเทาลงได้ด้วยการใช้ยาชาหรือยาแก้ปวด...

ตอนรถมอเตอร์ไซค์ล้มทับขา หัวฟาดพื้น นอนหงายอยู่กลางถนน มีคนเข้ามาช่วยกันดึงมือให้ลุกขึ้น ตอนนั้นทุกอย่างยังชาอยู่ ผมไม่รู้สึกเจ็บเท่าใด พอทรงกายลุกขึ้นได้ก็ขี่รถกลับมาร้านลำแต้ซึ่งอยู่ข้างบ้าน...  "น้องยา" เพื่อนบ้านที่แสนดีได้ช่วยดูแลทำความสะอาดแผลและใส่ยาให้โดยไม่รังเกียจ (ขอขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง)...  


พอกลับถึงบ้านความเจ็บปวดก็ตามมา ผมต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นบันไดไปถึงที่นอนบนชั้นสาม พอหลังแตะฟูกก็ลุกไม่ได้อีกเลย ขาขวาบวมเป่ง ขยับไม่ได้ นอนตัวแข็งทื่อเหมือนผีดิบ ลุกไปกินน้ำไม่ได้ ผมรู้สึกกระหายและเจ็บปวดยิ่งนัก...

เนี่ยก็ผ่านมาได้หลายวันแล้ว แผลเริ่มสมาน ความเจ็บปวดหายไป แต่ก็ยังเดินไม่ได้ วันนี้ผมขยับมานั่งหน้าคอมพ์ฯ ได้ ก็อยากนำภาพสีสันบนบาดแผลที่ได้จากยาใส่แผล "โพวิโดน ไอโอดีน (Povidone iodine)" มาโพสต์แก้เหงาสักหน่อย...







 มองความเจ็บปวดให้งดงามก็มีความสุขได้ครับ....