Showing posts with label อุบัติเหตุ. Show all posts
Showing posts with label อุบัติเหตุ. Show all posts

Friday, June 09, 2017

เดินได้แล้ว...

วันนี้ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้คือเดินลงไปชั้นล่างแล้วขี่แมงกะไซค์ไปซื้อเสบียงที่ห้างเทสโก้โลตัสข้างบ้าน! ก่อนปฏิบัติการผมก็ต้องลองความพร้อมด้วยการขึ้นบันไดไปบนดาดฟ้า...

เมื่อเปิดประตูออกไป ผมมองไปยังถาดกล้วยที่ได้นำไปตากไว้ในวันที่ประสบอุบัติเหตุรถล้ม เป็นกล้วยที่ซื้อมาจากร้านข้าวมันไก่ในราคาหวีละ ๒๐ บาท ลูกมันใหญ่จนต้องผ่าครึ่งก่อนนำไปตาก... 



บ่ายวันนั้นเกิดรถล้ม กลับบ้านแล้วได้แต่นอนตัวแข็งอยู่บนเตียง ผมไม่ลืมกล้วยที่ตากเอาไว้ อยากจะขึ้นไปเก็บแต่ไม่มีปัญญา... 

ผ่านมาได้ ๓ อาทิตย์...วันนี้เดินขึ้นไปบนดาดฟ้า ผมเห็นแต่ความว่างเปล่าในถาด!


มองขึ้นไปที่ครอบหลังคา เห็นนกจับอยู่... ผมรู้แล้วว่ากล้วยของผมหายไปได้อย่างไร


เดินไปหน้า workshop เห็นหม้อแบตฯ ที่ล้างไว้วางตากแดดตากฝนอยู่ที่เดิม ยังไม่ได้เอาไปเติมน้ำกรดและชาร์จไฟ...


ช่วงนี้ฝนตก... เทวดาช่วยรดน้ำต้นไม้ให้ 


โหระพาก็ออกใหม่เต็มไปหมด!!


เดินขึ้นดาดฟ้าได้... ก็เดินลงไปข้างล่างได้แล้ว!

Monday, May 29, 2017

สีสันบนความเจ็บปวด

ผมนอนติดเตียงมากไม่ได้เพราะตรงสะโพกเริ่มมีรอยช้ำ เกรงว่าจะลุกลามกลายเป็นแผลกดทับ  (bed sore) จึงต้องเข็นตัวเองมานั่งหน้าคอมพ์ฯ เริ่มต้นเขียนบล็อก.... ฆ่าเวลาไปเรื่อย ๆ !

พูดถึงเรื่องความเจ็บปวด (pain) ผมพยายามนึกว่าอะไรจะเป็นสุดยอดแห่งความเจ็บ หลายท่านอาจบอกว่า "อกหัก (broken heart)"  นั้นปวดร้าวที่สุด แต่ผมไม่ขอจัดให้อยู่ใน category ที่กล่าวถึง 

ผมเป็นคนไม่กลัวเข็ม กล่าวคือเวลาถูกฉีดยา เจาะเลือด หรือทำอะไรกับแผลบนร่างกายตนเอง ก็จะมองดูได้สบายโดยไม่เบือนหน้าหนี ผมขอจัดอันดับอาการเจ็บแผลที่ยังมิได้เข้าลึกถึงกระดูกว่าไม่หนักหนาสาหัสนัก มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เคยโดนเย็บแผลที่นิ้วมือขวาแบบสด ๆ เจ็บจนถึงขั้นมือสั่น น้ำตาไหลพราก แต่ก็ยังทนได้...

ความเจ็บปวดที่รู้สึกว่าเกือบสุดทนและลืมไม่ลงของผมก็คือ ตอนที่ถูกคุณหมอพงษ์ศักดิ์ใช้เลเซอร์ยิงรักษาจอประสาทตา ( Laser Photocoagulation ) 

นอกจากนั้นแล้ว เท่าที่เจอมาก็เป็นเรื่องของการปวดฟัน ปวดข้อ ปวดกระดูก และปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องยอมรับว่ามันเจ็บจริง ๆ แต่ยังพอทนได้ และสามารถบรรเทาลงได้ด้วยการใช้ยาชาหรือยาแก้ปวด...

ตอนรถมอเตอร์ไซค์ล้มทับขา หัวฟาดพื้น นอนหงายอยู่กลางถนน มีคนเข้ามาช่วยกันดึงมือให้ลุกขึ้น ตอนนั้นทุกอย่างยังชาอยู่ ผมไม่รู้สึกเจ็บเท่าใด พอทรงกายลุกขึ้นได้ก็ขี่รถกลับมาร้านลำแต้ซึ่งอยู่ข้างบ้าน...  "น้องยา" เพื่อนบ้านที่แสนดีได้ช่วยดูแลทำความสะอาดแผลและใส่ยาให้โดยไม่รังเกียจ (ขอขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง)...  


พอกลับถึงบ้านความเจ็บปวดก็ตามมา ผมต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นบันไดไปถึงที่นอนบนชั้นสาม พอหลังแตะฟูกก็ลุกไม่ได้อีกเลย ขาขวาบวมเป่ง ขยับไม่ได้ นอนตัวแข็งทื่อเหมือนผีดิบ ลุกไปกินน้ำไม่ได้ ผมรู้สึกกระหายและเจ็บปวดยิ่งนัก...

เนี่ยก็ผ่านมาได้หลายวันแล้ว แผลเริ่มสมาน ความเจ็บปวดหายไป แต่ก็ยังเดินไม่ได้ วันนี้ผมขยับมานั่งหน้าคอมพ์ฯ ได้ ก็อยากนำภาพสีสันบนบาดแผลที่ได้จากยาใส่แผล "โพวิโดน ไอโอดีน (Povidone iodine)" มาโพสต์แก้เหงาสักหน่อย...







 มองความเจ็บปวดให้งดงามก็มีความสุขได้ครับ....

Thursday, March 03, 2016

วารสาร News Readers

ค้นหนังสือออกมาดู เจอวารสารเก่าที่ชื่อว่า "นิวส์ รีดเดอร์ส" (News Readers) ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๒๖  



วารสารหนา ๔๘ หน้า ราคาฉบับละ ๑๐ บาท ผมโชคดีที่ยุคนั้นมีหนังสือดี ๆ วางแผงให้ซื้อมาอ่านศึกษาเพิ่มเติม อย่างเช่น "นิวส์ รีดเดอร์ส" ซึ่งบอกว่าชัดเจนว่า "เป็นวารสารเพื่อการศึกษาส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ เพื่อความรอบรู้ สามารถนำไปใช้งานด้านการอ่าน การแปล การเขียนข่าวสาร..."


จากหนังสือที่มากด้วยเนื้อหาสาระ ผมอยากนำเรื่อง "Grammar" ในหน้า ๓๒ และ ๓๗ มาให้เพื่อน ๆ ดูเป็นตัวอย่างสักหน่อย...


Twisted metal is all that's left of this car and pick-up, which were rammed into by a 10-wheel truck, as they were parked at the foot of the Suthisarn flyover.  The accident claimed one victim - a man standing near the truck.

ประเด็นทางไวยากรณ์ที่น่าสนใจ คือ
1. ประโยคแรกซึ่งเป็น main clause นั้น ขึ้นต้นประโยคด้วย Complement (ประเภท subject complement) ซึ่งสามารถวางสลับที่กับ subject ของประโยคได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ดังนี้ :
All that's left of this car and pick-up is twisted metal,  แต่เมื่อเขียนอย่างนี้แล้ว ตัว connective ใน adjective clause ถัดไปต้องเปลี่ยนไปด้วย เพราะ which ไม่ได้เชื่อมขยาย "twisted metal" (แต่แทน car and pick-up)
2. which were rammed into by a...  เป็นการใช้ prepositions ถึง 3 ตัวเรียงกัน แต่เชื่อม noun กับ verb คนละลักษณะกัน
(1) = a 10-wheel truck rammed into the car and the pick-up.
(2) = the car and the pick-up were rammed (into) by a 10-wheel truck
3. - a man standing near the truck เป็น phrase ขยายความของคำ victim
4. claimed คำนี้ใช้ได้หลายความหมายนอกเหนือจากแปลว่า "อ้างว่า" หรือ "อ้างสิทธิ"
There are several matters that claim my attention.
(มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ควรจะได้รับความสนใจจากผม)
The accident claimed one victim.
(อุบัติเหตุคราวนี้ ได้ผู้เคราะห์ร้ายไป 1 คน)
อ่านคำแปลดูแล้ว รู้สึกว่าทะแม่ง ๆ ชอบกล ฤาจะเป็นลักษณะการใช้ภาษาในสมัยโน้นก็ไม่รู้! อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากให้เพื่อน ๆ ได้เห็นภาพอุบัติเหตุบนท้องถนนในกรุงเทพเมื่อ ๓๓ ปีที่แล้ว และได้อ่านบทความเรื่องไวยากรณ์อังกฤษ... 

เด็ก ๆ ยุคสังคมก้มหน้าจะได้รู้ว่าสมัยก่อนเค้าเรียนรู้ภาษาอังกฤษกันอย่างไร

Sunday, October 25, 2015

การเดินทางไกลด้วยรถบัส

วันนี้ผมได้อ่านข่าว "อุบัติเหตุรถทัวร์นำเที่ยวเสียหลักหลุดโค้ง  ๑๐๐ ศพ เขาตับเต่า ในพื้นที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เสียชีวิตคาที่ ๘ ราย บาดเจ็บสาหัส ๒๒ ราย บาดเจ็บเล็กน้อย ๖ ราย..." ด้วยความรู้สึกสลดใจ!

ภาพจาก manager online
เพิ่งกลับจากการปั่นจักรยานในจังหวัดกาญจนบุรี  อยากเห็นเส้นทางผ่านตำบลท่ากระดาน...ผมเข้าไปใน google earth  ค้นหาตำแหน่งของอุทยานแห่งชาติเอราวัณซึ่งอยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ แล้ว scroll ดูเส้นทางที่ตัดผ่านพื้นที่อันตราย... 


มิน่าเล่า... อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนจุดดังกล่าวถูกเรียกว่า "โค้ง ๑๐๐ ศพ" (ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บด้วยครับ)

การเดินทางไกลด้วยรถยนต์โดยสาร ผมเคยบอกกับเพื่อน ๆ ว่า ถ้าเป็นตอนกลางวัน ผมจะไม่หลับ แต่จะตื่นตัวอยู่เสมอ แม้จะเป็นเส้นทางที่ไปมาอยู่เป็นประจำก็ตาม ส่วนการเดินทางตอนกลางคืนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องหลับ...

คืนวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๘... ผมนั่งรถ บขส. (ป.2) จากห้างฉัตรไปหมอชิต เบาะนั่งสบายครับ!


แอร์ก็เย็น ถึงกับมีผ้าห่มแจกให้คนละผืน...


เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว บนรถกลางคืน..ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็จะหลับในระหว่างการเดินทาง หากอุบัติเหตุเกิดขึ้น กว่าจะรู้ตัวก็เมื่อมันผ่านไปแล้ว หรือบางครั้งอาจไม่มีโอกาสได้รู้ตัวอีกเลย! 


เพื่อน ๆ ที่รักครับ ถ้าเป็นการเดินทางไกลด้วยรถบัส ผมจะต้องมองหารถ บขส. ก่อน จริงอยู่ที่ว่าผู้สูงอายุอย่างผม บขส. ลดค่าโดยสารครึ่งนึง แต่ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ การขับรถที่จำกัดความเร็ว สามารถตรวจสอบได้ผ่านระบบ GPS 


ปัจจุบันนี้พอรถออกก็จะมีวิดีโอแสดงให้เห็นการคาดเข็มขัดนิรภัย ตลอดจนแจ้งข้อควรรู้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ..


ทั้งเขียนบอกไว้บนแผ่นป้ายและฉายเป็นตัววิ่งให้ผู้โดยสารทุกคนคาดเข็มขัด แต่ผมก็ไม่เห็นใครทำตาม ถ้าจะมีก็คงเป็นเจ้าตาแก่จากเมืองรถม้าเท่านั้น! 


 

การคาดเข็มขัดแม้จะทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่คล่องตัว แต่ก็มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่หลับใหล หากเกิดอุบัติเหตุ เราคงไม่ถึงกับกระเด็นออกไปนอกรถ (เหมือนในภาพบนสุด) 

ส่วนสัมภาระอย่างพวกเป้หรือกระเป๋าใบใหญ่ ให้เอาไว้ในที่เก็บจะดีกว่า หากเอาขึ้นรถไปอัดไว้กับตัวก็จะทำให้ไม่สะดวก บางครั้งอาจตกใส่ได้! 


เป็น tips เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการเดินทางสไตล์ช่างเหอะ!

Wednesday, May 27, 2015

อย่าได้ท้อแท้

เช้าวันนี้ มีข่าวรถทัวร์เบรกแตกพุ่งลงดอยพระบาทชนรถนักเรียนและบ้านเรือนพังยับ พี่ชายฟังวิทยุแล้วตะโกนบอกว่ามีนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๔ ด้วย ผมเปิดเน็ตดูภาพข่าวแล้วเศร้าใจยิ่งนัก!



ภาพจาก manager online
รู้สึกเวทนาผู้ประสบภัยเหลือเกิน คิดว่าถ้าเป็นพ่อเป็นแม่ ใจคงปิ่มว่าจะขาด...เมื่อเห็นภาพลูกตัวเอง เด็กเหล่านั้นตื่นแต่เช้าเพื่อไปโรงเรียนด้วยความสดชื่นแจ่มใส ใครจะรู้ว่าต้องมาเป็นเช่นนี้!

ผมเคยถูกจ้างให้ไปสอนที่โรงเรียนเทศบาล ๕ หลายเดือน ทำให้ได้รู้จักเด็กชั้นประถมในโรงเรียนเทศบาล บางคนยังจำชื่อได้ ถ้าหลับตาก็พอมองเห็นภาพรอยยิ้มของเด็กน่ารักเหล่านั้น....
เห็นภาพเด็กหญิงที่นอนอยู่ ๒ คน คนนึงไม่ไหวติง อีกคนขาขวาเละเต็มไปด้วยเลือด ใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวด ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนโรงเรียนไหน ผมก็รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น! 

เมืองไทยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเหลือเกิน คิดว่าการพัฒนาได้เดินมาอย่างผิดทาง ประเทศมีงบประมาณในการสร้างถนนหนทาง แต่ไม่สร้างวินัยในการใช้รถใช้ถนนให้ดีตาม ผลคือเคราะห์ร้ายที่เกิดกับผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่...

บ่ายวันนี้ผมตรงไปโรงพยาบาลลำปาง...


ผมไม่ได้บริจาคเลือดมานานแล้ว เนื่องจากอายุเกิน ๖๐ แต่วันนี้ได้ยินประกาศต้องการเลือดกรุ๊ป O ด่วน ผมคิดว่าเลือดคนแก่ ๆ อาจพอช่วยได้!


พบว่าที่หน้าห้องมีคนมากมาย ทั้งบรรดาทหารเกณฑ์ที่ถูกส่งมาจากค่ายฯ และคนหนุ่มคนสาวผู้มีน้ำใจ ทุกคนไปรอให้เลือดด้วยปรารถนาที่จะช่วย...


ผมดีใจเมื่อเห็นภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า ตาแก่จากห้างฉัตรต้องขอตัวกลับก่อนนะ  คนมากจริง ๆ รอไม่ไหวจ้า!


ได้แต่ภาวนาให้ผู้บาดเจ็บทุกคนหายไว ๆ  มีข่าวว่าเด็กนักเรียนคนหนึ่งต้องถูกตัดขา ผมขอให้พระเจ้าประทานกำลังใจให้เธอต่อสู้ต่อไป!

หนูจ๋า...อย่าท้อแท้นะ ชีวิตยังมีอะไรสดใสรออยู่ข้างหน้าอีกเยอะ!  สู้ ๆ

Friday, January 20, 2012

กล้องพัง!


และแล้ว…ก็เป็นจริงดังคาด! เจ้ามิวซาว กล้องที่ผมใช้ถ่ายภาพลงเว็บมาได้หลายปีก็ถึงวาระที่ต้องพักผ่อนซะแล้ว! สวิชไม่ทำงานครับ! ปกติแล้ว ถ้าเลื่อนฝาปิด(ที่มีคำว่า OLYMPUS) ออกจากหน้าเลนส์ สวิชจะทำงาน เจ้าเลนส์ที่หลบอยู่ก็จะยื่นออกไปข้างหน้า เสียงดังแซดดด….. เข้าสู่โหมดที่พร้อมจะใช้งาน แต่อนิจจา…ตอนนี้มันเงียบสนิท!

 
ภาพตึกแถวที่กำลังจะลงประกาศขายทางเน็ตคือผลงานชิ้นสุดท้ายของเจ้ามิวซาว



กล้องที่ประมูลมาในราคาพันกว่าบาท สามารถใช้งานมาได้ขนาดนี้ ก็นับว่าคุ้มแล้ว แต่ผมยังรู้สึกเสียดาย…อยากจะใช้บันทึกภาพต่อไปเรื่อย ๆ เพราะเจ้ามิวซาวใช้งานง่าย ถูกใจผมตรงที่มีช่อง view finder ซึ่งกล้อง compact ยุคใหม่ ๆ ไม่มี ผมอยากจะส่งไปให้ช่างดำซ่อมก็เกรงว่าจะไม่คุ้ม

แปลกจริง ๆ เวลาที่อะไรเสีย มันมักจะมีอย่างอื่นเข้าร่วมประท้วงกับเค้าด้วย เจ้ามิวซาวนี่ก็เป็นตัวอย่างที่ทำให้ผมต้องปวดหมอง งานนี้…แม้แต่”ช่างเหอะ” ก็ต้องส่ายหน้าครับผม! ไม่น่าเชื่อว่า…การจากไปของเจ้ามิวซาวจะทำให้ผมมีข้ออ้างที่จะไม่เขียนบล็อก ทั้ง ๆ ไม่เห็นจะต้องใช้ภาพประกอบจากเจ้ามิวซาวซักกะหน่อย!

อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้ตั้งคำถามไว้ในใจแล้วว่า “ถ้าไม่มีเจ้ามิวซาว…ผมจะใช้กล้องที่ไหน มาใช้ทำเว็บหรือเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก?” ก็ยังมีกล้องที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือซึ่งผมประมูลมาใช้ในราคาพันกว่าบาท (อีกแย้ว..ประมูลหาของถูกที่เสียง่าย) ซึ่งพอจะใช้เก็บภาพได้ แต่มันไม่ค่อยชัด ผมลองถ่ายภาพ “Paisitt Violin” มาให้ดูดังนี้…


บ่ายวันนี้ ผมขี่แมงกะไซค์ไปรับเบี้ยยังชีพที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองเขลางค์นคร ระหว่างทางผมเห็นสภาพท้องทุ่งและต้นข้าวเขียวขจี ยังมีบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติให้ได้สัมผัส ในขณะที่สองข้างทางหลวงสายเลี่ยงเมืองกำลังมีการก่อสร้างอาคารร้านค้ามากมายหลายแห่ง เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องจอดรถ…เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ


ลำปางยังหาภาพเช่นนี้ดูได้ไม่ยากครับ…


ถ้าดูให้ดีจะเห็นว่าไกลออกไปกำลังมีการถมที่เพื่อก่อสร้างอะไรสักอย่างหนึ่ง พื้นที่ท้องนา(ก๋างโต้ง)กำลังถูกรุกราน ทำให้เหลือน้อยลงทุกที ๆ ทีแรกผมก็ไม่ค่อยได้สังเกตอะไรเท่าไหร่ จนมีชายคนหนึ่งส่งเสียงถามผมว่า “ที่นั่นกำลังจะสร้างอะไร?” (แปลจากกำเมืองแล้วเน้อ) ผมบอกว่าไม่รู้ เค้าโต้ตอบ “อ้าว…เห็นถ่ายรูป นึกว่ารู้!!” ผมหัวเราะในใจ…แล้วบอกไปว่า “ผมถ่ายรูปม้าต่างหาก”

ก็อยากรู้เหมือนกันครับว่าเค้ากำลังจะไปสร้างอะไรไว้ตรงนั้น!

อ่อ…บนถนนสายเลี่ยงเมือง ผมเห็นอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันด้วย ระยะนี้ผมได้ข่าวที่ฟังแล้วหดหู่อยู่บ่อยครั้ง มันเกิดขึ้นกับผู้ที่เคยพบเห็นก็มี ที่ไม่รู้จักก็มี ผมเพียงแค่อยากยกมาเป็นอุทาหรณ์ เพื่อเตือนใจไม่ให้ประมาทกันเท่านั้นครับ

ที่แผนกจิตเวช โรงพยาบาลศูนย์ จะมีผู้ช่วยพยาบาลคนหนึ่งซึ่งคอยให้บริการคนไข้เป็นอย่างดี เธอเป็นคนมีน้ำใจและทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ตอนเช้าต้องรีบส่งลูกไปโรงเรียนก่อนที่จะไปทำงาน วันนั้นมีเพื่อนซ้อนไปด้วยอีกหนึ่งคน เผอิญไปเกี่ยวกับรถอีกคันหนึ่งจนล้มลง ในขณะที่ทั้งสองกำลังพยุงตัวลุกขึ้น ก็มีรถยนต์คันหนึ่งมีเข้าชนอย่างเต็มแรงจนเสียชีวิตทั้งคู่ เป็นที่โศกเศร้ากันทั้งผู้คนในแผนกจิตเวชและคนที่เคยได้เห็นได้รู้จัก ผมก็เคยเป็นคนหนึ่งที่เคยไปรับยาให้พี่ชายนานเป็นปี ๆ ได้รับการบริการที่ประทับใจมาโดยตลอด พอได้ทราบข่าวก็รู้สึกสลดใจและเสียใจด้วยเป็นอย่างยิ่ง…

อ่อ…ก่อนจะไปที่เทศบาลเมืองเขลางค์นคร ผมต้องไปธนาคาร ระหว่างรอคิว ผมหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน… พาดหัวมีว่า


มีภาพประกอบด้วยครับ…



ด้วยความเคารพต่อผู้เสียชีวิต ผมขออนุญาตนำมาลงไว้เพื่อเตือนใจทุก ๆ คน ขออย่าได้ประมาท อย่าลืมว่าทุกครั้งที่ท่านต้องขับรถพาผู้อื่นนั่งไปด้วย ให้ระลึกอยู่เสมอว่าท่านกำลังรับผิดชอบในชีวิตซึ่งมอบหมายไว้ให้ท่าน ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ไม่ใช่เพียงแต่ท่านเท่านั้นที่จะต้องสูญเสีย แต่ยังมีอีกหลายชีวิตซึ่งผูกพันที่จะต้องพลอยสูญเสียไปกับท่านด้วย…

๔ พี่น้องเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เพื่อท่องเที่ยวภาคเหนือ แล้วต้องมาพบจุดจบเช่นนั้น นับเป็นเรื่องที่น่าเวทนาและเป็นการสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้จริง ๆ ครับ…

กล้องพังยังซื้อใหม่ได้ แต่ชีวิตของทุก ๆ คนไม่มีอะไรทดแทนได้!

จงอยู่ในความไม่ประมาทนะครับ….