Showing posts with label ภาษาอังกฤษ. Show all posts
Showing posts with label ภาษาอังกฤษ. Show all posts

Wednesday, November 20, 2019

call it a night

วันนี้คุยเรื่องภาษาปะกิตนิดนึงน้าาาา...



เวลาอินดี้มาเรียนไวโอลินกับผม นอกจากวิชาดนตรีแล้ว...ตาแก่เมืองรถม้าจะพยายามสอดแทรกด้านภาษาอังกฤษวันละนิดวันละหน่อย เพื่อให้นักเรียนได้รู้คำศัพท์บางคำที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากที่ได้รับการสอนจากครูผู้เชี่ยวชาญในโรงเรียน ผมบอกอินดี้ว่า "อย่ากลัวฝรั่ง อย่าหงอ!"  เค้าใช้ภาษา Mother tongue ของเค้าพูดกับเราคนไทยผู้พูดไทยและยังรู้ภาษาที่เค้าพูดอีกด้วย (จะดีมากน้อยแค่ไหนก็ไม่ว่ากัน) !

ผมค่อนข้างเชื่อว่าในบรรดาครูภาษาอังกฤษตามโรงเรียน หากอาศัยแค่เพียงตำรา ไม่มีเวลาดูหนังฝรั่ง (เสียงในฟิล์ม) ไม่ค่อยสนใจใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม และไม่ชอบเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ครูเหล่านั้นแม้จะเก่งจริง แต่บางครั้งอาจไม่รู้จักคำศัพท์บางคำที่ใช้ทั่วไปในภาษาพูด หรือเป็นคำสแลง สำนวนที่ไม่ค่อยจะได้ยิน ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยากให้อินดี้รู้จักคำศัพท์นอกตำราไว้บ้าง อย่างเช่นคำว่า take a leak (ไปฉี่) เป็นต้น  ทุกวันนี้ไม่มีอินดี้มาเรียนอีกแล้ว ผมไม่รู้จะหาสำนวนแผลง ๆ มาบอกใคร เลยขอมาเขียนแก้กลุ้มในบล็อกช่างเหอะละกัน...

เมื่อคืนดูหนังเรื่อง Hospitality  พบสำนวนที่ Cam ใช้พูดกับ Donna ว่า "call it a night" น่าสนใจครับ...


ภาพจาก imdb.com - thanks!
คุณครูพี่แนนเขียนไว้ในไทยรัฐออนไลน์ว่า..
Call it a day และ Call it a night เป็นสำนวนใช้ในความหมายว่า ได้เวลาเลิกทำงานหรือกิจกรรมที่ทำอยู่ เพราะทำมาตลอดทั้งวันหรือคืนแล้ว อย่างเช่นวันนี้แนนสอนหนังสือมาตลอดทั้งวัน และตบท้ายวันด้วยการส่งบทความนี้ถึงมือท่านผู้อ่าน คิดว่าวันนี้ได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าแล้ว คงได้เวลา Call it a day ก็จะพูดว่า “I’m very tried. Let’s call it a day! วันนี้เหนื่อยจริงๆ เลิกงานกันดีกว่า!”
ขอบคุณมากครับ ขอหยิบยกเอามาอ้างอิงซะเลย อยากให้เพื่อน ๆ จำเอาไว้ใช้พูดกับฝรั่งครับ อย่างเช่นภรรยารบเร้าจะให้สามีทำการบ้านทั้งคืน ก็บอกไปเลยว่า "I’m so tried. Let’s call it a night"  เหมือนอย่างที่ครูแนนยกตัวอย่างไว้ข้างบนอ่ะ

อยากรู้ที่เค้าพูดกันในหนัง Hospitality ก็ต้องไปหาโหลดมาดูเองเด้อ... 

Friday, November 15, 2019

A dead end

เช้าวันนี้... ขณะออกขี่จักรยานฝึกซ้อม ผมเห็นดวงอาทิตย์เพิ่งขยับโผล่พ้นขึ้นมาจากขอบฟ้าด้านทิศตะวันออก บอกตัวเองว่ามีเวลา ๒ ชั่วโมงจะต้องปั่นให้ได้ระยะทางไกลกว่าเดิม !


ผ่านบ้านบุญชู ตรีทอง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างใหญ่ด้านซ้ายมือ...


หยุดตรงทางเข้าศูนย์วิทยพัฒนา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ลำปาง ผมหันไปถ่ายภาพบ้านไม้สักทองทรงไทยของอดีตนักการเมืองผู้มีชื่อเสียงที่เห็นทางทิศตะวันตก



แม้ท้องฟ้าจะสว่างแล้ว แต่ก็ยังเห็นพระจันทร์ดวงกลมลอยอยู่นั่น...


ซูมหน่อยนะ...


จากนั้นก็ปั่นจักรยานไปตามถนนที่คิดว่าอาจจะพาผมไปพบกับทางหลวงหมายเลข 1039 (ลำปาง-ห้างฉัตร สายเก่า)  



ผ่านศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. ลำปาง ทางด้านขวา ยามสี่ขาโผล่หน้าออกมาเห่าเสียงดัง!



แหม...ขอถ่ายรูปป้ายนิดเดียวเอง อย่ากัดนะ


ผมขี่จักรยานเลี้ยวขวา เข้าไปตามถนนเส้นเล็ก ๆ (1) ได้นิดเดียว  อ้าว..ทางตัน.(dead end) นี่หว่า!  เว็บเกร็ดความรู้ดอทเน็ต อธิบายว่า
A dead end แปลว่า หมดหวัง ภาวะที่ไร้ความหวัง ทางตัน
สำนวนภาษาอังกฤษคำว่า A dead end นิยมใช้เมื่อต้องการจะสื่อว่า หมดหวังแล้ว ไร้ความหวังทั้งปวง หรือถึงจุดสิ้นสุด และทางตัน เป็นต้น สำนวนนี้ถูกนำไปใช้ในหลาย ๆ กรณีด้วยกัน เช่น
– He is a dead-end kid … เขาเป็นเด็กที่ไร้อนาคต
– The road came to a dead end … เรื่องนี้จบแล้วละ ไม่มีทางออกเลย
– Don’t get stuck in a dead-end job … อย่าจมปลักอยู่กับงานที่ไม่มีอนาคตนี้อีกเลย
– I am coming to a dead end … ฉันกำลังมาถึงทางตันแล้วละ
A dead end แปลอังกฤษเป็นอังกฤษได้ว่า A situation in which no progress can be made
(ขอบคุณที่มาของข้อมูล) ยังไง ๆ ก็ขอถ่ายรูปอาคารที่เห็นไว้หน่อย...


ขี่จักรยานย้อนกลับออกมาแล้วเลี้ยวซ้าย เข้าไปตามถนนขรุขระด้านซ้ายมือ (2) ผมอยากลองรถด้วยว่ามันจะสู้กับทางไม่ดีได้หรือเปล่า?



สบายครับ! เจ้า Banian ทะยานไปได้จนถึงทางตัน (dead end) เช่นเดียวกับเมื่อกี้นี้! 

Thursday, June 27, 2019

Smoko



"FB Trip ไปจำปาสัก" เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๐ นอกจากจะถูกหวยลาวเลข 10 ที่คุณฝ้ายเลือกให้แล้ว ผมยังได้ไปเที่ยวปากซอง โดยอาจารย์หมูพาไปเที่ยวน้ำตกและชมไร่กาแฟ...





ทำให้ผมคิดถึงไร่องุ่นใน Deraton, NSW, Australia ที่ได้ไปทำงานเป็นคนเก็บผลไม้ (fruit picker) ได้ ๑ ฤดูเก็บเกี่ยว...



ผมทำงานเข้าคู่กับเพื่อนชาวอเมริกันชื่อ Nick ซึ่งพักอยู่ด้วยกันใน cabin ที่เห็น...



วันนี้ขอเขียนเรื่อง "ภาษา" เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศซะหน่อย กล่าวได้ว่าเมื่อไปอยู่ออสเตรเลียได้หลายเดือน หูผมก็ปรับให้เข้ากับสำเนียงออสซี่ได้ในที่สุด  การอยู่และทำงานในที่ซึ่งไม่มีโอกาสได้ยินภาษาไทยเลย...พอนานเข้าเวลาฝันผมก็ฝันเป็นภาษาอังกฤษ!

ทำงานเก็บองุ่นต้องเริ่มงานตั้งแต่ฟ้าสาง เค้าจะมีช่วงพักประมาณ ๑๕-๓๐ นาที คนขับรถเก็บลังองุ่นนำน้ำชากาแฟและขนมหวานมาให้ พร้อมตะโกนเสียงดังว่า "Smoko!!"  วันแรกผมก็ไม่เข้าใจ ทีหลังจึงได้รู้ว่าเค้าให้หยุดพักเบรคนั่นเอง... 


หนังสือ Dinkum Oil (meanings and origins of things ausssies and kiwis say) หน้า 57 อธิบายว่า...
Smoko | A break from work for smoking and refreshment; the food and drink then taken
e.g. -  I've workded from six to six with no smoke-ho' for half the wages!
          The camera crew better take a smoko and come back after lunch.
          Half-past three.  Smoko.  We got thirty minutes.
เดี๋ยวนี้เค้าใช้เครื่องจักรทำงานแทนคนในการเก็บองุ่นแล้วครับ เสียง "Smoko!!" ใน Down Under คงได้ยินน้อยลง!

Thursday, March 03, 2016

วารสาร News Readers

ค้นหนังสือออกมาดู เจอวารสารเก่าที่ชื่อว่า "นิวส์ รีดเดอร์ส" (News Readers) ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๒๖  



วารสารหนา ๔๘ หน้า ราคาฉบับละ ๑๐ บาท ผมโชคดีที่ยุคนั้นมีหนังสือดี ๆ วางแผงให้ซื้อมาอ่านศึกษาเพิ่มเติม อย่างเช่น "นิวส์ รีดเดอร์ส" ซึ่งบอกว่าชัดเจนว่า "เป็นวารสารเพื่อการศึกษาส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ เพื่อความรอบรู้ สามารถนำไปใช้งานด้านการอ่าน การแปล การเขียนข่าวสาร..."


จากหนังสือที่มากด้วยเนื้อหาสาระ ผมอยากนำเรื่อง "Grammar" ในหน้า ๓๒ และ ๓๗ มาให้เพื่อน ๆ ดูเป็นตัวอย่างสักหน่อย...


Twisted metal is all that's left of this car and pick-up, which were rammed into by a 10-wheel truck, as they were parked at the foot of the Suthisarn flyover.  The accident claimed one victim - a man standing near the truck.

ประเด็นทางไวยากรณ์ที่น่าสนใจ คือ
1. ประโยคแรกซึ่งเป็น main clause นั้น ขึ้นต้นประโยคด้วย Complement (ประเภท subject complement) ซึ่งสามารถวางสลับที่กับ subject ของประโยคได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ดังนี้ :
All that's left of this car and pick-up is twisted metal,  แต่เมื่อเขียนอย่างนี้แล้ว ตัว connective ใน adjective clause ถัดไปต้องเปลี่ยนไปด้วย เพราะ which ไม่ได้เชื่อมขยาย "twisted metal" (แต่แทน car and pick-up)
2. which were rammed into by a...  เป็นการใช้ prepositions ถึง 3 ตัวเรียงกัน แต่เชื่อม noun กับ verb คนละลักษณะกัน
(1) = a 10-wheel truck rammed into the car and the pick-up.
(2) = the car and the pick-up were rammed (into) by a 10-wheel truck
3. - a man standing near the truck เป็น phrase ขยายความของคำ victim
4. claimed คำนี้ใช้ได้หลายความหมายนอกเหนือจากแปลว่า "อ้างว่า" หรือ "อ้างสิทธิ"
There are several matters that claim my attention.
(มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ควรจะได้รับความสนใจจากผม)
The accident claimed one victim.
(อุบัติเหตุคราวนี้ ได้ผู้เคราะห์ร้ายไป 1 คน)
อ่านคำแปลดูแล้ว รู้สึกว่าทะแม่ง ๆ ชอบกล ฤาจะเป็นลักษณะการใช้ภาษาในสมัยโน้นก็ไม่รู้! อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากให้เพื่อน ๆ ได้เห็นภาพอุบัติเหตุบนท้องถนนในกรุงเทพเมื่อ ๓๓ ปีที่แล้ว และได้อ่านบทความเรื่องไวยากรณ์อังกฤษ... 

เด็ก ๆ ยุคสังคมก้มหน้าจะได้รู้ว่าสมัยก่อนเค้าเรียนรู้ภาษาอังกฤษกันอย่างไร

Thursday, August 14, 2014

mess up

คำว่า "mess" มีความหมายว่า "สภาพรกรุงรัง"  อย่างเช่นห้องของพี่ชาย น่าจะพูดได้ว่า "My brother's room is a mess!"....   

  
ถ้าเติมคำว่า "up" เข้าไปเป็น "mess up" ก็จะมีความหมายว่า "ทำให้สกปรก"  ผมอยากจะบอกว่า "Obviously, his room is so messed up!...

พี่ชายไปอยู่อุตรดิตถ์ ๒ สัปดาห์ จะกลับมาวันเสาร์หรืออาทิตย์นี้ ผมต้องเร่งมือปรับปรุงพื้นที่บริเวณชั้นสองให้แล้วเสร็จทันเวลา ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องนอน ที่กินอาหาร รวมทั้งบริเวณระเบียง...


จากห้องน้ำที่เห็นก่อนปรับปรุง ตอนนี้มาอยู่ในสภาพนี้แล้ว...


ที่นอนก็พร้อมที่จะรับการกลับมาของพี่ชาย...


นอกจากนั้นผมยังได้ทาสีผนังห้องชั้นสอง จัดตั้งโต๊ะอาหาร พร้อมซ่อมตู้เย็นไว้ให้ใช้ส่วนตัวด้วย...


สละรูปวาดสีน้ำมันจากห้องเปียโนชั้นลอยมาติดให้ เพื่อจะได้สร้างบรรยากาศให้พี่ชายได้นั่งกินอาหารอย่างมีความสุข....



บริเวณระเบียงด้านนอกก็ทาสีใหม่ให้อีก...


เผื่อพี่ชายจะออกไปยืนสูดอากาศ (ได้แต่หวัง)...


ทำได้แค่นี้นะ คิดว่าอีกไม่นานก็คง mess up เหมือนเดิมแหละ!

Sunday, May 04, 2014

You're kidding?


วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๗ ออกเดินจากที่พักใน Pakokku ไปยัง Shwe Ku Pagoda วัดที่ใคร ๆ ก็ต้องไป...  ผมเห็นรถทัวร์พานักท่องเที่ยวชาวพม่าด้วยกันเองมาเที่ยว


มีไกด์พม่าเป็นผู้นำมา ในขณะที่ผมขอถ่ายภาพแม่ค้าขายรองเท้า ก็มีเสียงดังชัดเจนว่า "One Photo, One Dollar!"


เสียงมัคคุเทศก์นั่นเอง เพื่อน ๆ ที่รักครับ นั่นเป็นการล้อเล่นจากคนพม่าที่พูดภาษาอังกฤษได้เท่านั้น อย่าได้ถือสา ให้หันไปยิ้มแล้วหยอกกลับว่า "You're kidding?" โดยเน้นคำสุดท้าย ยกเสียงขึ้นสูงเหมือนเป็นคำถาม!

ต่างคนต่างเข้าใจในไมตรีจิต มีแต่รอยยิ้มให้กัน เช่นเดียวกับแม่ค้าขายรองเท้า!