Showing posts with label บขส.. Show all posts
Showing posts with label บขส.. Show all posts

Friday, February 12, 2016

บขส. เลย - หลวงพระบาง

ผมยังมีแผ่นพับ "ตารางเดินรถโดยสารระหว่างประเทศ ไทย-ลาว" ของ บขส. อีกฉบับ คิดว่าน่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากไปเยือนลาวโดยผ่านจังหวัดเลย...


จากเลยไปหลวงพระบาง ๓๙๔ กิโลเมตร เดินทาง ๑๐ ชั่วโมง ค่าโดยสาร ๗๐๐ บาท ถ้าไปลงไชยะบุรีระยะทาง ๒๘๗ กิโลเมตร เดินทาง ๗ ชั่วโมง ค่าโดยสาร ๕๐๐ บาท...


ไปหาแผนที่มาให้เพื่อน ๆ ได้ดูด้วย ถ้าเดินทางจากเลย (1) ไปไชยะบุรี (2) และหลวงพระบาง (3) ก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะครับ 

แผนที่จากเว็บโรงเรียนเขาทรายทับคล้อพิทยา - ขอขอบคุณ
แวะเที่ยวจังหวัดเลยก่อน...


ส่วนหลวงพระบางนั้นไม่ต้องสงสัย...ยังน่าเที่ยวอยู่เสมอ


ด้านหลังพับมี "คู่มือผ่านแดนไทย - สปป. ลาว" เขียนไว้ดังนี้...
การข้ามแดนที่บริเวณสะพานมิตรภาพแม่น้ำเทือง ไทย-ลาว
๑. กรณีไม่มีพาสปอร์ต จะต้องไปติดต่อขอทำเอกสารที่ว่าการอำเภอท่าลี่ หรือสำนักงานทำบัตรผ่านแดน บริเวณที่ใกล้กับสะพานได้โดยใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่าย ๒ รูป ค่าธรรมเนียม ๔๐ บาท บัตรผ่านแดนจะมีอายุ ๓ วัน สามารถเดินทางไปได้แค่แขวงไชยะบุรีเก่า
๒. กรณีที่นำรถเข้าจะต้องประสานงานไปที่ขนส่งก่อน โดยใช้คู่มือรถไม่ได้ค้างภาษี บัตรประชาชน ใบขับขี่ หนังสือรับรองกรมธรรม์ประกันภัยของไทยและลาว (ของลาวจำหน่ายที่บริเวณจุดผ่านแดน) เส้นทางท่าลี่-แขวงไชยะบุรี จากสะพานเป็นถนนลาดยาง ๒ กิโลเมตร นอกนั้นเป็นถนนลูกรัง
เตรียมตัวก่อนไป สปป.ลาว
กรณีไม่มีพาสปอร์ต
จะต้องไปติดต่อขอทำใบผ่านแดนชั่วคราว-ถาวร ณ ที่ว่าการอำเภอท่าลี่ ชั้นสอง ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ
เอกสารที่ต้องใช้
๑. สำเนาบัตรประชาชน ๑ แผ่น
๒. รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นตา ขนาด ๒ นิ้ว ๒ รูป
๓. ค่าธรรมเนียมในการทำใบผ่านแดน ท่านละ ๔๐ บาท
๔. เด็กอายุต่ำกว่า ๑๒ ปี ให้นำรูปถ่ายมาด้วย ๒ รูป พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน
หมายเหตุ
ใบผ่านแดนชั่่วคราวจะมีอายุใช้งาน ๓ วัน ๒ คืน สามารถเข้าไปได้แค่แขวงไชยะบุรีเท่านั้น ไม่สามารถที่จะเดินทางไปที่แขวงหลวงพระบางได้ หากประสงค์ที่จะเดินทางไปที่แขวงหลวงพระบางจะต้องติดต่อที่ด่าน ตม.แขวงไชยะบุรี (หากเกินกำหนด ๓ วันจะถูกปรับวันละ ๒๐๐ บาท)
กรณีมีพาสปอร์ต
สามารถข้ามไป สปป.ลาว ได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า นำพาสปอร์ตไปประทับตราที่ด่านได้เลย
แม้จะปิดฉากเขมรและเวียดนามไปแล้ว แต่ลาวยังคงอยู่ในแผนการท่องโลกของผมนะครับ!

Tuesday, November 10, 2015

บขส. จากเชียงใหม่ไปลาว

วันนี้ผมอยากนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับรถ บขส. ที่วิ่งจากสถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่ไป สปป. ลาว สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังจัดทริปให้ตัวเอง...


นั่งรถ บขส. จากอาเขตไปก็ได้ครับ  เชียงใหม่ไปหลวงพระบางค่าโดยสาร ๑,๕๐๐ บาท  สำหรับผมอาจรู้สึกว่าแพงไปหน่อย แต่ก็เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเดินทางแบบสบาย ๆ จากเชียงใหม่นั่งรถ ๑๘ ชั่วโมงไปตื่นเอาที่หลวงพระบางตอนเช้ามืดได้เลย...

เที่ยวหลวงพระบางสัก ๓ วันแล้วค่อยนั่งรถไปวังเวียง แอบไปแช่น้ำซองอีก ๒ วันค่อยนั่งรถไปเวียงจันทน์ อยู่เที่ยวเมืองหลวง ๒-๓ วันค่อยกลับเข้าไทยทางจังหวัดหนองคาย งบประมาณทั้งหมดน่าจะไม่เกิน ๕,๐๐๐  บาท...

อ่อ...ลืมบอกไปว่าต้องมีหนังสือเดินทางด้วยนะ 

ไหน ๆ ได้นำข้อมูลรถ บขส. จากเชียงใหม่ไปลาวมาให้แล้ว ก็อยากเพิ่มเติมว่ารถ บขส. เชียงใหม่-กรุงเทพ มี ๓ ประเภทดังนี้...
รถ VIP  ค่าโดยสาร ๗๗๘ บาท
รถ ป.1   ค่าโดยสาร  ๕๐๐  บาท
รถ ป.2   ค่าโดยสาร  ๓๘๙ บาท

เป็นข้อมูลอัพเดทล่าสุดจ้า...

Sunday, October 25, 2015

การเดินทางไกลด้วยรถบัส

วันนี้ผมได้อ่านข่าว "อุบัติเหตุรถทัวร์นำเที่ยวเสียหลักหลุดโค้ง  ๑๐๐ ศพ เขาตับเต่า ในพื้นที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เสียชีวิตคาที่ ๘ ราย บาดเจ็บสาหัส ๒๒ ราย บาดเจ็บเล็กน้อย ๖ ราย..." ด้วยความรู้สึกสลดใจ!

ภาพจาก manager online
เพิ่งกลับจากการปั่นจักรยานในจังหวัดกาญจนบุรี  อยากเห็นเส้นทางผ่านตำบลท่ากระดาน...ผมเข้าไปใน google earth  ค้นหาตำแหน่งของอุทยานแห่งชาติเอราวัณซึ่งอยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ แล้ว scroll ดูเส้นทางที่ตัดผ่านพื้นที่อันตราย... 


มิน่าเล่า... อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนจุดดังกล่าวถูกเรียกว่า "โค้ง ๑๐๐ ศพ" (ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บด้วยครับ)

การเดินทางไกลด้วยรถยนต์โดยสาร ผมเคยบอกกับเพื่อน ๆ ว่า ถ้าเป็นตอนกลางวัน ผมจะไม่หลับ แต่จะตื่นตัวอยู่เสมอ แม้จะเป็นเส้นทางที่ไปมาอยู่เป็นประจำก็ตาม ส่วนการเดินทางตอนกลางคืนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องหลับ...

คืนวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๘... ผมนั่งรถ บขส. (ป.2) จากห้างฉัตรไปหมอชิต เบาะนั่งสบายครับ!


แอร์ก็เย็น ถึงกับมีผ้าห่มแจกให้คนละผืน...


เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว บนรถกลางคืน..ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็จะหลับในระหว่างการเดินทาง หากอุบัติเหตุเกิดขึ้น กว่าจะรู้ตัวก็เมื่อมันผ่านไปแล้ว หรือบางครั้งอาจไม่มีโอกาสได้รู้ตัวอีกเลย! 


เพื่อน ๆ ที่รักครับ ถ้าเป็นการเดินทางไกลด้วยรถบัส ผมจะต้องมองหารถ บขส. ก่อน จริงอยู่ที่ว่าผู้สูงอายุอย่างผม บขส. ลดค่าโดยสารครึ่งนึง แต่ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ การขับรถที่จำกัดความเร็ว สามารถตรวจสอบได้ผ่านระบบ GPS 


ปัจจุบันนี้พอรถออกก็จะมีวิดีโอแสดงให้เห็นการคาดเข็มขัดนิรภัย ตลอดจนแจ้งข้อควรรู้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ..


ทั้งเขียนบอกไว้บนแผ่นป้ายและฉายเป็นตัววิ่งให้ผู้โดยสารทุกคนคาดเข็มขัด แต่ผมก็ไม่เห็นใครทำตาม ถ้าจะมีก็คงเป็นเจ้าตาแก่จากเมืองรถม้าเท่านั้น! 


 

การคาดเข็มขัดแม้จะทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่คล่องตัว แต่ก็มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่หลับใหล หากเกิดอุบัติเหตุ เราคงไม่ถึงกับกระเด็นออกไปนอกรถ (เหมือนในภาพบนสุด) 

ส่วนสัมภาระอย่างพวกเป้หรือกระเป๋าใบใหญ่ ให้เอาไว้ในที่เก็บจะดีกว่า หากเอาขึ้นรถไปอัดไว้กับตัวก็จะทำให้ไม่สะดวก บางครั้งอาจตกใส่ได้! 


เป็น tips เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการเดินทางสไตล์ช่างเหอะ!

Wednesday, December 11, 2013

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ๔

ภาพจากเว็บ manager.co.th

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๔ เชื่อมต่อระหว่างอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กับบ้านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป. ลาว เปิดแล้วครับ...

วันนี้ Manager Online รายงานข่าวว่า...
๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เชื่อมระหว่าง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กับ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และทรงเปิดนิทรรศการเชื่อมสัมพันธ์สองแผ่นดิน ณ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
ต่อไปคนที่จะปั่นจักรยานไปเที่ยวลาว จีน หรือเวียดนาม ก็ไม่ต้องนำจักรยานใส่เรือข้ามโขงอีกแล้ว สามารถขี่ข้ามสะพานได้เลย เหมือนกับที่ผมเคยขี่ผ่านสะพานเชื่อมระหว่างไทยกับมาเลเซีย

ภาพจาก FB บขส.
บขส. เป็นเสือปืนไว  พรุ่งนี้เค้าจะเปิดเดินรถเป็นปฐมฤกษ์จากเขียงรายไปบ้านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.๒ เที่ยว คือ ๑๐.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. และตั้งแต่มะรืนนี้ จะให้บริการวันละ ๔ เที่ยว คือ ๐๖.๐๐ น. ๐๙.๐๐ น. ๑๒.๓๐ น และ ๑๕.๓๐ น. ระยะทาง ๑๖๖ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ๔ ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ ๒๒๐ บาท.....

นอกจากนั้น บขส. ก็ยังเดินรถจากเชียงใหม่ไปหลวงพระบาง  วันละ ๑ เที่ยว รถออกเวลา ๙ โมงเช้า ใช้เวลาวิ่ง ๑๘ ชั่วโมง ค่าโดยสาร ๑,๒๐๐ บาท  เพื่อน ๆ จะนั่งจากเชียงใหม่ไปลงหลวงน้ำทาก็ได้ ค่าโดยสาร ๗๗๕ บาท

สำหรับรถเมล์เขียว หรือ green bus นั้น ผมก็แอบคิดไว้ในใจว่า วิ่งข้ามสะพานได้แล้ว ต่อไปคงไม่ต้องเปลี่ยนรถ วิ่งคันเดียวจากเชียงใหม่ไปหลวงพระบางได้เลย  แต่ไม่รู้ว่าค่าโดยสาร่จะยังคงเป็นคนละ ๑,๕๐๐ บาทอยู่หรือเปล่า?

ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติม ผมจะนำมารายงานให้ทราบอีกนะครับ...

Sunday, April 29, 2012

บขส. ชวนเที่ยวหลวงพระบาง


ตอนอยู่เชียงของ...ผมเห็นรถโดยสาร "เชียงใหม่ - หลวงพระบาง" ของ บขส. วิ่งผ่านไป ก็ยังคิดเลยว่า...ถ้าเพื่อน ๆ อยากไปเที่ยวหลวงพระบางแบบสบาย ๆ (ไม่ต้องลุยแบบโหด ๆ เช่นผม) ด้วยค่าใช้จ่ายไม่มากมายนัก การเดินทางด้วยรถโดยสารระหว่างประเทศ (ไทย - สปป.ลาว เส้นทางสายที่ ๘) ของ บขส. ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย

วันนี้ผมจึงอยากนำข้อมูลมาบอกต่อครับ...



ใช้บริการของ บขส. เพื่อน ๆ ไม่ต้องลำบากที่่จะต้องหารถเอง หรือนั่งรอเป็นชั่วโมง ๆ ที่สถานีขนส่ง เพราะทุกอย่างจะจัดเตรียมไว้ให้หมด ขอเพียงมีความอดทนที่จะนั่งรถเป็นระยะเวลา ๒๐ ชั่วโมงให้ได้เท่านั้น จ่ายแค่ ๑,๒๐๐ บาท...ซื้อตั๋วที่สถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ออกเดินทางตอน ๙ โมงเช้า นั่งรถปรับอากาศอย่างที่เห็นในภาพไปถึงเชียงของเวลาบ่ายสาม รถจะวิ่งไปส่งถึงท่าเรือบั๊ค...เพื่อส่งผู้โดยสารนั่งเรือข้ามฟากไปยังอำเภอบ่อแก้ว สปป.ลาว


จากนั้นเค้าก็ให้เดินทางต่อโดยรถร่วมจากบริษัทนาหลวงขนส่ง จากบ่อแก้วไปยังหลวงพระบางความจริงระยะทางแค่ ๕ ร้อยกว่ากิโลเมตรเท่านั้น แต่เนื่องจากถนนแคบและขึ้นเขาลงเขา ทำให้การเดินทางต้องใช้เวลาประมาณ ๑๒ ชั่วโมง ซึ่งก็ยังดีที่เป็นรถโดยสารปรับอากาศอย่างดีวิ่งตอนกลางคืน ผู้โดยสารจึงนั่งหลับได้สบาย (ประหยัดค่าโรงแรมไปได้อีก ๑ คืนด้วย)

ภาพเส้นทางบนกระดานดำที่ผมถ่ายจากสถานีขนส่งสายเหนือที่หลวงพระบางแสดงให้เห็นระยะทางจากจุดต่าง ๆ ดังนี้:-
    • บ่อแก้ว - หลวงน้ำทา     ๑๙๕ กิโลเมตร
    • หลวงน้ำทา - อุดมไชย   ๑๙๘ กิโลเมตร
    • อุดมไชย - ปากมอง        ๘๕ กิโลเมตร
    • ปากมอง - หลวงพระบาง ๑๑๓ กิโลเมตร
ขอขยายภาพเพื่อให้เห็นตารางเวลาเดินรถ "เชียงใหม่-หลวงพระบาง" และค่าโดยสารดังนี้...


ถ้าเดินทางด้วยรถโดยสาร(แอร์อุ่น) ซึ่งมีเบาะแค่พอให้ขดตัวนั่งหลับไปได้ (คันสีส้มที่เห็นในภาพ)  ค่าโดยสารแค่แสนสอง (๑๒๐,๐๐๐ กีบ = ๔๘๐ บาท) แต่เมื่อรวมค่ารถตุ๊ก ๆ และค่าเรืออีกประมาณ ๑๔๐ บาท ผมว่านั่งรถของ บขส. จ่ายแพงอีกร้อยกว่าบาท...แต่สบายกว่ากันเยอะ!

รถโดยสายวิ่งระหว่างบ่อแก้ว - หลวงพระบาง

รถ บขส. ต้องวิ่งเข้าเชียงรายก่อน ค่าโดยสารจากเชียงใหม่-เชียงราย-เชียงของ คิดแล้วตก ๔๕๐ บาท (เทียบจากตาราง) ถ้าเพื่อน ๆ อยากประหยัดก็ไปใช้บริการ green bus ซึ่งวิ่งจากเชียงใหม่-พะเยา-เชียงของ ค่าโดยสารแค่ ๒๑๑ บาทเอง ประหยัดไปได้ ๒ ร้อยกว่าบาท  สามารถเจียดเงินส่วนเกินไปจ่ายค่าที่พักในเชียงของ (คืนละ ๑๕๐ บาท) เพื่อเที่ยวเมืองเชียงของก่อนสักวันก็ยังได้

green bus วิ่งจากเชียงใหม่ไปเชียงของ
ที่เชียงของ เพื่อน ๆ สามารถติดต่อ-สอบถามเรื่องรถ "เชียงของ-หลวงพระบาง" และสำรองที่นั่งได้ที่สถานีเดินรถเชียงของ โทร. 0-5379-2000 และ 08-6196-9399

ลองคิดเล่น ๆ ว่า...ค่าโดยสารไป-กลับ ๒,๔๐๐ บาท อยู่เที่ยวหลวงพระบาง ๓ คืน ๔ วัน ตีว่าค่าอาหาร ที่พัก และอื่น ๆ อีกประมาณ ๒ พันบาท  เห็นมั้ยครับว่า แค่เพื่อน ๆ มีหนังสือเดินทาง...และงบประมาณอีกไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ก็สามารถไปเที่ยวหลวงพระบางได้แล้ว

เพื่อน ๆ พร้อมที่จะไปกันหรือยังล่ะ?

เมืองหลวงพระบาง มองจากยอดเขาพูสี
หมายเหตุ - ราคาค่าโดยสารอาจไม่ตรง เพราะรัฐบาลอนุมัติให้ขึ้นราคาได้แล้ว