Showing posts with label ลุงน้ำชา. Show all posts
Showing posts with label ลุงน้ำชา. Show all posts

Monday, October 21, 2019

คิดถึงอินดี้

วันนี้ลุงน้ำชาคิดถึงอินดี้  นักเรียนไวโอลินคนสุดท้ายที่หยุดเรียนไปแล้ว !

  
อินดี้หาได้ยอมแพ้แขวนโบว์เอาง่าย ๆ  แต่จบ ม.๖ แล้วก็ต้องไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชมงคลลำปาง...


สอนดนตรีอินดี้มาตั้งแต่ยังตัวเล็ก...ผมได้แต่หวังว่าคงจะได้อะไรจากผมไปบ้าง ไม่มากก็น้อย



 

ขอบคุณนะพ่อหนุ่ม ที่ช่วยให้ลุงมีความสุขกับการสอนดนตรีมาตั้งหลายปี...

Sunday, September 15, 2019

ประหยัดค่าตัดผม

ทุกวันนี้ค่าตัดผมชายถูกสุดคือ ๕๐ บาทต่อหัว... ในขณะที่ราคาก๋วยเตี๋ยวขยับเป็นชามละ ๔๐ บาท อยากบอกว่าผมไม่ได้เสียตังค์ค่าตัดผมมาหลายปีแล้วครับ


หลังจากซื้อเจ้าปัตตาเลี่ยนตัดผมไร้สายจากจีนมาใช้ แหม...มันดีจริง ๆ ครับ นอกจากตัดผมแล้ว ยังใช้โกนหนวดโกนเคราได้ด้วย พี่ชายไปตัดผมที่ร้านไม่ได้ ผมก็ช่วยตัดให้...


เช้านี้ตัดผมตัวเอง ทรงนี้ใช้เวลาไม่นาน หุหุ ประหยัดได้อีก ๕๐ บาท...


ผมไม่มียศถาหรือตำแหน่งอันใด คงไม่ต้องไว้ทรงผมให้ดูเท่ห์เก๋ไก๋...


สุดท้ายแล้วมันก็ไปที่เดียวกันหมด...

Monday, September 09, 2019

I wish I could

Jeremy นักปั่นเกาหลี!  ๔-๕ ปีแล้วนะที่เค้าก็ยังอยู่บนถนนท่องโลกเรื่อยไป   ใจลุงน้ำชาอิจฉาเพื่อนคนนี้มาก



ที่เขาทำได้ก็เพราะไม่มีภาระผูกพัน ไม่ว่าจะสักกี่วันก็มีพ่อแม่ (รวย) คอยช่วยสนับสนุน ที่สำคัญคือมีร่างกายและหัวใจที่แกร่งเกิน!



Jeremy เขียนใน facebook ของเขาว่า "I met Italian bicycle traveler, Filippo Graglia in Southern Tip of Africa, Cape L'Agulhas. He cycled along to west coast country of Africa (8/2) and then I arrived in Cape town 206 days after I departed from Cairo, Egypt, 1556days after I left home (8/6)..."  รายงานล่าสุดทำให้ทราบว่าตอนนี้ Jeremy เดินทางถึง Brazil แล้ว

ภาพจาก facebook ของ Woojong Kim
ส่วนนักจักรยานชาวไทยก็มีจำนวนไม่น้อยที่เดินทางยาวไกล ได้รับการยกย่องกล่าวถึงทั้งในทีวีและโซเชียลมีเดีย...


ภาพจาก YouTube.com - thanks!

ไม่ว่าจะเป็นลุงสมบัติ หรือคู่รักนักปั่น ๑,๐๐๐ วันรอบโลก...


ภาพจาก YouTube.com - thanks!
รวมทั้งลุงอู๊ดกับเพื่อนสี่ขาของเขา....
 
ภาพจาก YouTube.com - thanks!

ส่วนใหญ่ล้วนเป็นนักกีฬามาก่อน แต่ละคนแข็งแรงเต็มร้อย พอหันมาดูตัวเองก็เกรงว่าจะไม่รอด ผมอาจต้องจอด...หมดมอดซึ่งความหวัง!  

Wednesday, March 13, 2019

smog


เพื่อน ๆ ที่รักครับ... ผมกลับมาแล้ว!  กลับมาเขียนต่อถึงเรื่องต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งอาจจะดูไร้สาระ แต่ก็เป็นเรื่องราวของชายแก่คนนึงซึ่งถ้าโชคดีก็อาจมีชีวิตต่อไปได้อีกสัก ๑๐ ปี... 
 

ยังคงมีบล็อก ๒ ตัวเหมือนเดิมคือ บล็อกช่างเหอะ และ บล็อกท่องโลก ซึ่งผมจะเขียนต่อไป โดยวันนี้ขอรายงานเรื่องสภาวะหมอกควันในตำบลที่ผมอยู่ก่อนเลย...

 

แถวหน้าบ้านลุงน้ำชาที่ห้างฉัตร ทุกวันนี้กำลังมีการขยายถนนอย่างที่เห็นในภาพ ปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้เพิ่มขึ้นอีกไม่รู้ว่ากี่เท่าตัว ในขณะที่ท้องฟ้าเบื้องบนหม่นหมองบดบังด้วยหมอกควัน (smog) * ทำให้ผมมองไม่เห็นภูเขาที่อยู่ไกลออกไป...



วิกิพีเดียกล่าวว่า...
หมอกควัน (อังกฤษ: smog) เป็นลักษณะของมลพิษทางอากาศชนิดหนึ่ง โดยคำว่า สม็อก เป็นคำกร่อนมาจากคำว่า "สโมก" (smoke แปลว่า ควัน) กับ "ฟ็อก" (fog แปลว่า หมอก) ในอดีตสม็อกเกิดขึ้นมาจากการผสมระหว่างควันกับซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากการเผาไหม้ถ่านหิน ส่วนสม็อกในปัจจุบันมักจะมาจากควันที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์และควันจากโรงงาน ...
ผมซูมไปที่ป้ายของปั้มน้ำมันตราหอยที่อยู่บนทางหลวงสาย 11 (ลำปาง-เชียงใหม่) 



สิ่งที่ผมทำคือ ปิดประตูหน้าต่าง พยายามไม่ออกจากบ้าน อุดรู และหาวิธีอื่น ๆ เพื่อพยายามลดปริมาณฝุ่นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้....



และที่แน่ ๆ ก็คือการปลูกต้นไม้บนดาดฟ้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น...



มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ช่างเหอะได้ทำไว้แบบง่าย ๆ และประหยัดตังค์ ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังในวันต่อไป วันนี้ขอมารายงานตัวก่อนเพื่อขอบคุณเพื่อน ๆ ผู้คอยติดตามและให้กำลังใจ (especially khun Charnkit)

ขอบคุณมากคร้าบบบบ.... /|\

Wednesday, September 05, 2018

ความคิดเห็นของผม

ขอคุยเรื่องคอมพ์ฯ ต่อ... เนื่องจากมีผู้อยากให้ผมได้ออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์มือสองที่ประกาศขายใน facebook รายหนึ่ง...



ต้องขออนุญาตนำรูปลงประกอบด้วยนะครับ หวังว่าคงไม่สร้างความโกรธเคืองให้กับผู้ขาย เพราะถึงอย่างไรภาพนี้ก็มีโฆษณาอยู่ตามหน้าเฟสแล้ว ขอออกตัวก่อนว่าสิ่งที่ผมจะพูดเป็นแค่ความเห็นของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานมานับตั้งแต่เครื่องรุ่นแรก ๆ ที่ใช้ซีพียู Intel 8088 ความเร็ว 8 MHz  เครื่องละ ๒๕,๐๐๐ บาท จนถึงเครื่องล่าสุดซึ่งใช้ซีพียู AMD A10-9700  ๔ คอร์ ๔ เทรด ความเร็ว 3.5 / 3.8 GHz

ช่วงเกือบ ๓ ทศวรรษที่ผ่านมา เคยหาซื้อหรือประมูลเครื่องและอุปกรณ์มือสองมาใช้มากมาย ด้วยความที่อยากจะประหยัดเงินนั่นแหละ ผมจึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในตลาดฮาร์ดแวร์มาตลอด ทั้งพัฒนาการด้าน hardware และ software มันรวดเร็วมากจริง ๆ สินค้าตกรุ่นเป็นว่าเล่น เงินรวมแล้วเป็นแสนที่ผมจ่ายไปกับเรื่องนี้ช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ทุกวันนี้ผมมีอุปกรณ์เก่าที่ใช้งานไม่ได้อยู่เต็มบ้าน ฮาร์ดดิสก์เกือบ ๒๐ ตัว บางตัวซื้อมา ๒-๓ พัน ถ้าเอาไปขายร้านรับซื้อของเก่าก็ได้แค่ตัวละ ๒๐ บาท

ใช้ของเก่า...แม้ว่าอุปกรณ์จำพวกเมนบอร์ดจะทนทาน แต่ก็ล้าสมัยเร็ว ก่อนหน้าที่เว็บประมูลจะปิดไป ผมเห็นสินค้าที่พ่อค้าไปเหมามาจากญี่ปุ่นประกาศขายมากมาย เฉพาะเคสของ Fujisu ที่ใช้ซีพียู ๒ คอร์ ความเร็ว 3 GHz ราคาไม่กี่ร้อยบาทเอง

ทีนี้มาดูสเปคของเครื่องที่อยากให้ผมออกความเห็น เค้าเขียนบอกไว้แค่เพียงว่า "Fujisu FMV Esprimo  Intel Core2 - ram DDR2 2 Gb สามารถเพิ่มได้ถึง 4gb - hdd 160 gb - มี DVD RW - จอ LCD 17 นิ้ว - พร้อม mouse และ keyboard  ทั้งชุดราคา ๒,๙๙๙ บาท ค่าส่งอีก ๓๔๑ บาท"

เพื่อน ๆ ที่รักครับ ผมไม่ใช่คนมีตังค์ ต้องอาศัยกินน้อยใช้น้อย กัดฟันประหยัดทุกอย่างเพื่อให้สามารถท่องเที่ยวได้ในสไตล์ลุงน้ำชา แล้วยังต้องตัดใจเฉือนเนื้อตัวเอง เลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์สเปคดี ๆ มาใช้งาน ทั้งการท่องเที่ยว ทำเว็บ อ่าน e-book ดูหนังฟังเพลง เป็นการให้อาหารสมองที่ผมต้องการมากกก...

อย่างที่เห็นในภาพข้างบนเป็นจอ LCD ขนาด ๑๗ นิ้วซึ่งออกมาในยุคแรก ๆ (รูปทรงเกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส) ของผมก็เคยซื้อมาใช้ครับ จำได้ว่าตอนนั้นราคา ๔ พันกว่าบาท ทุกวันนี้เลิกใช้แล้ว จะยกไปขายร้านของเก่าก็คงได้ไม่กี่ตังค์

ได้ข้อสรุปมาว่า ถ้าทำงานกับคอมพิวเตอร์ผมจะต้องใช้จอ wide screen มีความละเอียด (resolution) สูง เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด ไม่สั่นไหว ไม่ทำร้ายสายตา เวลาดูหนังหรืออ่านหนังสือต้องให้ชัดเจนเหมือนดูรูปภาพบนแผ่นกระดาษ สุขภาพของเราอย่าปล่อยให้ถูกทำร้ายเพราะอยากใช้ของประหยัด ๆ ผมคิดว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นยิ่งนัก จึงให้รางวัลตัวเองด้วยการสั่งจอ Dell Ultrasharp ราคา ๗ พันกว่าบาทมาใช้ (ทุกวันนี้ก็ยังต้องผ่อนกับลาซาด้าอยู่เลย) 

แค่เรื่องจอภาพอย่างเดียวก็พอบอกได้ถ้าเป็นผมจะซื้อเครื่องมือสองชุดนี้หรือไม่?  ขอเสริมอีกนิดว่า HDD ขนาด 160 Gb รุ่นเก่า ๆ อย่างนั้น นอกจากจะช้าแล้ว ยังไม่พอใช้เก็บไฟล์ซึ่งมีมากมายมหาศาล!  ของผม 3 TB ยังไม่พอใช้เลยครับ  แรมก็เหมือนกัน ถ้าเป็น DDR2 2 Gb บัสต่ำ ๆ บางครั้งเครื่องมันอืดจนอยากจะโยนทิ้งเลยก็ว่าได้!!

ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์ราคาถูกมาก เงิน ๓ พันกว่าบาทที่จะนำไปซื้อของเก่ายุคพระเจ้าเหา ถ้าตัดใจเพิ่มอีกสักเท่าตัว ก็หาซื้อเครื่องใหม่แบรนด์เนม สเปคดี ๆ ราคาไม่ถึงหมื่นได้แล้วครับ...

หรือจะตัดใจซื้อ Microsoft  Surface Go แท็บเล็ต 2-in-1 ราคาหมื่นกว่าบาทไปเลย! ครั้งเดียวจบ...

ภาพจาก bananastore.com

 จะมัวไปนั่งงมโข่งอยู่ทำมายยยย.... (อิอิ)

Saturday, July 14, 2018

อินดี้ผู้ไม่ยอมแพ้

ยังไม่สำเร็จเสร็จสิ้นสักทีสำหรับงานปรับปรุงและซ่อมแซมบ้านห้างฉัตรของลุงน้ำชา!!  ผมมิอาจหาถ้อยคำใดมาแก้ตัวได้ นอกจากจะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาหลายเดือนเป็นช่วงเวลาที่ไม่สามารถทำในสิ่งที่ปรารถนาและกลับมาเขียนบล็อกต่อได้เหมือนเดิมจริง ๆ

ตราบถึงวันนี้...หลาย ๆ เรื่องเกี่ยวกับทริปจักรยานพับไปมะละกา (FB Trip to Melaka) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็ถูกลืมไปแล้ว ไฟล์รูปภาพที่บันทึกกลับมาก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ไหน ผมไม่สามารถเรียกความกระตือรือร้นที่จะอัพเดทเรื่องราวต่าง ๆ ให้กลับคืนมา

อย่างไรก็ตามก็ยังคงคิดถึงเพื่อน ๆ ทุกคนอยู่เหมือนเดิม เมื่อได้สัมผัสสิ่งนั้นก็คิดถึงเพื่อนคนโน้น เมื่อเจอสิ่งนี้ก็คิดถึงเพื่อนคนนั้น เป็นเช่นนี้มาตลอด คิดถึงครับ แม้มิอาจพรรณาได้ครบถ้วน...

ทำไมลุงน้ำชาถึงได้หายเงียบไป? หลายคนอาจเป็นห่วงหรือรอการกลับมาของผม ซึ่งต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง อยากบอกว่าความรักและคิดถึงที่มีต่อเพื่อนๆ ยังคงดำรงอยูเสมอมา ยิ่งกาลเวลาผ่านไป กลายเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ผมก็ยิ่งต้องคิดทบทวนถึงอดีตที่ผ่านมา ทำให้ต้องคิดถึงเพื่อนเก่า ๆ ที่เคยเรียนหนังสือด้วยกันที่มงฟอร์ต เทคนิค วิทยาลัยพายัพ และอีกหลาย ๆ คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแต่ไม่คิดว่าจะได้กลับไปเจอกันอีก

เช้าวันนี้ผมลงไปทำความสะอาดห้องสอนดนตรีหลังจากได้รับโทรศัพท์จากอินดี้บอกให้ทราบว่ากำลังเดินทางมาเรียน ผมเห็นเด็กคนนี้ตั้งแต่ยังเล็ก ๆ จนกลายเป็นหนุ่มใกล้จะจบการศึกษาที่โรงเรียนบุญวาทย์และเดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย!


อีกไม่นานผมก็จะหยุดสอนอินดี้ เพื่อให้นักเรียนได้เตรียมตัวสอบ เด็กหนุ่มคนนี้จะต้องก้าวเดินต่อไปด้วยภาวะการเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องแบกรับปัญหาต่าง ๆ ของบ้านเมืองมากมายที่พวกคนแก่ (ไดโนเสาร์) ในรัฐบาลเผด็จการได้สร้างเอาไว้...

อินดี้ผู้ไม่ยอมแพ้ เป็นนักเรียนที่ไม่วางมือจากเครื่องดนตรีซึ่งกล่าวกันว่าเล่นยากที่สุดชิ้นหนึ่ง วิชาดนตรีที่อินดี้ได้นำติดตัวไปด้วย ไม่ว่าจะมากหรือน้อยจะทำให้เด็กหนุ่มคนนี้เข้าสู่สังคมที่เปิดกว้างได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร...


อีกไม่นานผมคงจะต้องคิดถึงอินดี้ทุก ๆ เช้าวันเสาร์!

Tuesday, November 28, 2017

Shining Center อีกแห่งหนึ่ง

เช้าวันนี้อากาศเริ่มหนาวเย็น ชอบหน้าหนาว...ผมเฝ้ารอคอยบรรยากาศเช่นนี้มาเป็นเดือนแล้ว!



อุณหภูมิลดลงเหลือ ๑๙ องศา ผมเปิดประตูดาดฟ้าออกไปสัมผัสความเย็นสดชื่นผสมผสานมากับความรู้สึกยินดีที่ได้อยู่บ้านห้างฉัตรมาจนถึงวันนี้ มองไปทางทิศตะวันออกเห็นโครงหลังคาข้างบ้านถูกตั้งขึ้นส่วนหนึ่ง "อีกไม่นานคงแล้วเสร็จ"...ผมคิดในใจ


เกือบ ๘ โมงแล้ว ท้องฟ้ายังเป็นสีเทาอยู่เลย 


เมื่อวานนี้ผมใช้เวลาช่วงบ่ายทำงานไม้ หาวิธีแก้ไขกบไฟฟ้าจนใช้งานได้ จึงได้หันไปเริ่มปรับปรุงร้านเปียโนต่อ ทำไปก็คิดถึง "Shining Center" ของคุณธเนศ...


อีกหน่อยคนแก่เล็ก ๆ คนนี้ก็จะทำให้ "ร้านเปียโน" เป็นแหล่งเรียนรู้แห่งหนึ่งของห้างฉัตรด้วยเช่นกัน 


แล้วจะรายงานความคืบหน้าให้เพื่อน ๆ ทราบนะครับ...

Thursday, November 16, 2017

Never too old to backpack

มีภาพ ๆ หนึ่งในอินเทอร์เน็ตคิดว่าน่าสนใจ ผมต้องขออนุญาตนำมาโพสต์ในบล็อกนี้เพื่อบอกกับเพื่อน ๆ ผู้สูงวัย (ส.ว.) ว่า "You are never too old to backpack and make your dream come true."

Old Backpacker - ภาพจากอินเทอร์เน็ต
อย่าปล่อยให้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ผ่านเลยไปอย่างไร้ค่า อย่าทำแค่เพียง sitting in a rocking chair รอวันสุดท้ายของชีวิตนะครับ

ตั้งใจไว้แล้วว่าตราบเท่าที่ยังมีพลัง ผมจะต้องแบกเป้ท่องโลก นำภาพและเรื่องราวมาเล่าให้เพื่อน ๆ ไปเรื่อย ๆ แม้ว่าอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มจะทำให้เกือบต้องกลายเป็นคนพิการ ทุกวันนี้ยังมีอาการปวดเข่า ชากล้ามเนื้อ เดินไม่ถนัด ความสามารถในการเคลื่อนไหวลดลงไปกว่าครึ่ง...  


ผมดีใจที่รูปภาพของผมใน google maps มีผู้ใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง ๓ ล้านครั้งแล้ว!


ทันทีที่กลับมาเขียนบล็อกช่างเหอะ คุณ Yeahn  ก็แสดงความคิดเห็นให้ผมเกิดปิติเป็นอย่างยิ่งว่า "ดีใจที่เห็นคุณลุงน้ำชากลับมาเขียนในบล็อกนี้ต่อนะครับ ช่วงที่ผ่านมากลับมาเช็คดูหลายครั้งครับ เป็นห่วงอยู่ว่าจะเลิกเขียนไป ตามอ่านมานานแล้วครับ..."  ขอบคุณครับ ขอบคุณมาก ๆ

จะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ... ผมต้องแบกเป้และปั่นจักรยานต่อไป     

Monday, December 28, 2015

คำขอบคุณจากคนเขียนบล็อก

จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ค่อยรู้หรอกว่าที่ได้เขียนลงไว้ในบล็อกช่างเหอะและบล็อกท่องโลก (exploring the world) จะมีประโยชน์ต่อใครได้มากน้อยแค่ไหน?  ตัวผู้เขียนเองก็ลืมไปซะเป็นส่วนใหญ่แล้วว่าได้เขียนเรื่องอะไรไว้บ้าง! 



เมื่อเช้านี้ได้เห็นข้อความสั้น ๆ ปรากฏอยู่ ในขณะเขียนบล็อกด้วย wordpress  คุณ phiji บอกขอบคุณที่ผมแชร์ข้อมูล แจ้งด้วยว่ากำลังจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวเวียงภูคาในช่วงสิ้นปี ๒๕๑๕ อืมมมมม...คงเป็นช่วงนี้แล้วสินะที่คุณ phiji จะควบจักรยานยนต์ท่องเมืองลาว ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพและมีความสุขนะครับ...

ด้วยความอยากรู้ว่าได้เขียนอะไรไว้บ้างเกี่ยวกับ "เวียงภูคา" ผมจึงลอง google ดู โดยใช้คำว่า "ที่พักเวียงภูคา" ได้ผลมาดังนี้...


พบเรื่อง "ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – หาที่พักในเวียงภูคา" (เขียนไว้ตั้งแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗) ผมคลิกเข้าไปดูก็เห็นรูปเตียงนอนและห้องน้ำตามที่ได้โพสต์ไว้....



มิได้เป็นที่พักสวยหรูเหมือนอย่างที่ได้เห็นในเว็บท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ภาพที่นำลงอาจดูไม่น่าอภิรมย์นัก แต่เมื่อมีผู้เข้ามาดูแล้วทิ้ง comment ขอบคุณไว้ แสดงว่ายังพอมีนักท่องเที่ยวในรูปแบบประหยัดเข้ามาดูแล้วให้ความสนใจ อาจได้ประโยชน์จากข้อมูลของผม ทราบแค่นั้นก็ดีใจยิ่งแล้ว!  ผมไม่อยากได้ชื่อได้เสียงตลอดจนเงินจากการโฆษณา ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น...นอกจากการรับรู้ว่ามีผู้ได้ประโยชน์จากข้อมูลที่ลงไว้ มันเป็นกำลังใจที่จะทำให้ผมตั้งหน้าตั้งตาเขียนบล็อกต่อไป แม้ต่อไปจะไม่มีอะไรให้เขียน ผมก็จะออกไปแสวงหาข้อมูลดิบมาอีก และเขียน ๆๆ จนกว่าจะสิ้นแรงไป...ในวันใดก็วันหนึ่ง!

ขอขอบคุณนักเดินทางผู้เห็นประโยชน์ของบล็อกลุงน้ำชา!

Tuesday, July 28, 2015

เมื่อฝนมา

ฝนตกทุกวัน... ความชุ่มชื้นกลับมาแล้ว!  ผมขออนุญาตรายงานความคืบหน้าของเวิร์คช็อปและห้องดนตรีเมื่อฝนมาหน่อยนะ


เริ่มจากความชุ่มฉ่ำข้างบนดาดฟ้าก่อนเลย green workshop มีชื่อแล้วจ้า ป้ายที่เพื่อน ๆ เห็นนั่น.. คุณเดชาช่วยเขียนให้ด้วยลายสือล้านนา อ่านว่า "ลุงน้ำชา"...


มีกระต่ายขาวมาอยู่ด้วย ๑ ตัว มันไม่ยอมกินอะไรเลย...


 ต้นไม้ซึ่งมีอยู่นิดหน่อยพากันขยับใบเริงร่า...



การชิลด์ด้วยฟรินท์โค้ตได้ผล ไม่มีน้ำไหลเข้าไปในห้องลุงน้ำชา...


ต้นมะกรูดโดนหนอนผีเสื้อกินใบ จะรอดมิรอดแหล่ ผมต้องยกขึ้นสูงแล้วคอยดีดเจ้าตัวเขมือบให้ไกลห่าง...



เศษไม้บัวพีวีซีหรือกันเปื้อนที่เหลือจากงานชั้นสอง ผมนำมาตัดใส่บานประตูเพื่อกันน้ำฝน...


หลังฝน...เปิดเข้าไปดูแล้วไม่พบน้ำที่พื้นแต่อย่างใด


โอเค..งั้นลงไปดูที่ชั้นลอยกันหน่อย


ทาสีบานประตูห้องดนตรีเสร็จแล้วครับ...



ช่องวงกบด้านบนที่เปลี่ยนใจไปใช้สมาร์ทบอร์ดแทนกระจก ก็โป๊วและทาสีเรียบร้อยแล้ว...



 

โหนตัวออกไปถ่ายภาพด้านนอกมาให้ดูด้วย ๑ บาน  ต้องยอมรับว่างานหยาบมั่ก ๆ  ทำคนเดียวครับ...กลัวตกด้วย!


รายงานแค่นี้ก่อนนะ อากาศชื้น...พื้นที่เฉอะแฉะ เพื่อน ๆ รักษาสุขภาพด้วย