ขอรายงานต่อเรื่องการซ้อมปั่นจักรยานสำหรับ "FB Trip ไปทุ่งไหหิน" นะครับ...
เช้านี้ออกจากบ้านประมาณ ๖ โมงครึ่ง อากาศไม่หนาว ผมสวมกางเกงสะดอ เสื้อยืด ทับด้วยเสื้อเชิ้ตไม่กลัดกระดุมเพื่อใช้ประโยชน์จากกระเป๋าเสื้อ ไม่พกกระเป๋าตังค์ ไม่มีมือถือ ไม่มีน้ำดื่ม และไม่มีเป้าหมายล่วงหน้า จากบ้าน (ร้านเปียโน) ปั่นตรงไปยังบ้านแม่ฮาวก่อน แล้วตัดสินใจเลี้ยวขวา ผ่านวัดดอนสัก ไปจนถึงวัดสถานีรถไฟ
แล้วมุ่งหน้าไปจนถึงบ้านป่าไคร้ ถีงตอนนั้นก็ได้ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร...
ไปจนถึงวัดบ้านล้องที่เคยถ่ายภาพมาแล้วครั้งนึง เช้านี้เห็นประตูโบสถ์เปิดอยู่ หากไม่แวะดูคงจะเสียชื่อลุงน้ำชา....
จากวัดบ้านล้อง ปั่นไปเรื่อย ๆ จนถึงวัดทุ่งผา...
บรรยากาศท้องทุ่งทำให้ลุงน้ำชาลืมความทุกข์ทั้งปวง...
สรุปแล้ว วันนี้ผมปั่นจักรยานผ่านวัดทั้งหมด ๖ วัด แวะถ่ายภาพแค่ ๒ วัด รวมรูปที่เก็บได้ ๑๓๐ บาน มีทั้งนก หมา วัว และเพิ่มมาใหม่คือควาย...
กลับเข้าบ้านก่อน ๘ โมงครึ่ง ผมใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ ๒ ชั่วโมง ได้ระยะทางคิดคร่าว ๆ ประมาณ ๒๘ กิโลเมตร เหลืออีก ๔๐ วันที่จะฟื้นฟูพลังขา ไม่รู้ว่าจะแข็งแรงพอที่จะปั่นไปทุ่งไหหินได้หรือเปล่า?
งานนี้ถ้าไม่ไหวก็คงต้องยกเลิก!
โชคดีจังเลย...ชีวิตบั้นปลายได้ย้ายมาอยู่ตำบลห้างฉัตร ตอนเช้า ๆ ปั่นจักรยานไปตลาด ขากลับผ่านทุ่งนา มีนกยางให้ผมได้เพลิดเพลินกับการถ่ายภาพ
คิดถึงป้าทอง ส.ว. มือเย็นผู้รู้จักเพลงสากลเก่า ๆ ในยุค '50-'60 ดีที่สุดในประเทศไทย ถ้าอยู่ใกล้ ๆ เวลาเจอนก เจอต้นไม้ จะได้ถามว่าเป็นนกอะไร? เป็นต้นอะไร?
วันนี้ปั่นจักรยานได้มากสุดแค่ ๑๐ กิโลเมตร ตั้งใจไว้แล้วว่าจนถึงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ หากรวมระยะทางที่ซ้อมได้เกิน ๖๐๐ กิโลเมตร ผมก็จะลองปั่นไปชมมรดกโลกแห่งใหม่ของลาว "ทุ่งไหหิน" เช้านี้เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ดังนี้ครับ....
สบายตาเพราะความเขียวของท้องนาที่เห็นเบื้องหน้า...
ได้เห็นภาพที่หาดูไม่ได้ง่ายแล้วในปัจจุบัน...
กลับถึงบ้าน ๘ โมงกว่า ๆ ขึ้นมานั่งพัก...มองออกไปเห็นเจ้าไดโนเสาร์คอยาวยังคงไม่ไปไหน! (ขอตั้งชื่อมันว่า "ตู่" นะครับ)
ได้ยินหลายคนบอกว่าลมหนาวมาแล้ว ผมก็ยังไม่ได้สัมผัสนะ ถ้ามาจริง เจ้าตู่ต้องส่ายหน้าไปมาให้เห็นแล้วล่ะ!
ถ้าจะพูดถึงทางจักรยาน (bike lane)... ในความความคิดของผมก็คงไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่ผมจะปั่นจักรยานได้ด้วยความรู้สึกปลอดภัยมากเท่ากับทางจักรยานห้างฉัตร!
วันนี้อยากคุยเรื่องทางจักรยานบนทางหลวงหมายเลข 1039 (ลำปาง-ห้างฉัตรสายเก่า) หน่อยนะครับ ตั้งใจว่าจะเขียนถึงหลายทีแล้ว จริง ๆ แล้วผมเคยเห็นทางเส้นนี้ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นถนนลาดยางมะตอย ๒ เลนสวนกันไปมา หักเลี้ยวออกไปสองข้างทางก็ต้องเจอกับถนนดินลูกรัง นั่นมันประมาณ ๓๐ กว่าปีเห็นจะได้ ทุกวันนี้ทางหลวงเส้นนี้ได้กลายเป็นถนนคอนกรีต ๔ เลนอย่างดี แบ่งกั้นด้วยเกาะกลางซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ที่ขุดล้อมมาปลูกเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ที่สำคัญคือมีทางจักรยาน (bike lane) สร้างไว้เพื่อนักปั่นโดยเฉพาะเลยทีเดียว...
มิตรภาพแลรอยยิ้มมีให้พบเห็นบนเส้นทางที่ไม่มีอุปสรรคขวางกั้น...
เสาสแตนเลสที่ตั้งเรียงกัน ช่วยแบ่งพื้นที่มิให้แมงกะไซค์หรือรถยนต์เข้ามาสร้างความหวาดเสียวให้กับนักปั่น (ลงทุนไม่น้อยเลยนะเนี่ย)....
เป็นทางจักรยาน ๒ เลน มีเส้นแบ่งชัดเจน...
จักรยานยนต์เค้ามีทางวิ่งของเขาอยู่ด้านนอกครับ...
ผมเคยเห็นทางจักรยานดี ๆ
อย่างเช่นที่จังหวัดอุบลราชธานีก็มีทางสวยรอบทุ่งศรีเมือง
แต่ก็ยังมีรถยนต์หรือจักรยานยนต์เข้าไปจอดขวางทับเส้นทางอยู่บ้าง แต่ที่นี่
"ทางจักรยานห้างฉัตร" น่าจะไม่มี (หรืออาจมีแต่ผมไม่เห็น???)
ต้นทางมีเสาตั้งกันไว้ (ขอถ่ายรูปเจ้าเพื่อนยากหน่อยนะ)
ข้างทางก็มีร้านกาแฟให้แวะเติมพลัง...
ยิ้มลูกเดียวคับ...นักปั่น!
"สวัสดีจ้าว" เสียงร้องทักของนักปั่นสาวที่แซงขึ้นหน้าไปยังก้องอยู่ในหูตาแก่เมืองรถม้า!
ไปตลาดสดเทศบาลห้างฉัตร (1) อยู่เป็นประจำ เพิ่งเห็นด้านหลังเต็ม ๆ ตา ถึงได้รู้ว่ามีประตูเข้าออกทางด้านหลังด้วย....
วันนี้ซ้อมขี่จักรยานได้นิดเดียว (ไม่ถึง ๑๐ กิโลเมตร) ผมปั่นจากบ้านมาตลาดสดเทศบาลห้างฉัตร (1) ก่อน พบว่าตลาดเช้ามีแม่ค้าแม่ขายน้อย ไม่เหมือนตอนเย็น ผมหาซื้อได้แค่ข้าวเหนียวสังขยา ๓ ห่อ (๑๕ บาท) ต้นผักเชียงดา ๓ ต้น (๒๐ บาท)
เอาแขวนไว้หน้ารถ แล้วปั่นออกทางหลังตลาด ลัดเลาะไปตามถนนคอนกรีต ผ่านบ้านเรือนและร้านรวงที่ยังคงปิดอยู่ จนเจอร้าน ๆ หนึ่งซึ่งเปิดอยู่...
ร้านขายอาหารถุงของคุณยายพูดไทย ตาแก่บ้านขามแดงแวะเข้ามามองหาอาหารราคาถูก ตั้งใจว่าจะซื้อกลับบ้าน...
ขายดีจัง ผมเห็นหญิงชายเข้ามาซื้อกันคนละถุงสองถุง ไม่น่าแปลกใจครับ อาหารสำเร็จขายถูก แค่ถุงละ ๑๐ บาท ผมซื้อข้าวต้มหมู ก๋วยจั๊บ ขนมจีนน้ำยา และ ปลาทอด ๑ ชิ้น หมดไป ๔๒ บาท
จากนั้นก็ปั่นออกทางถนนทิพย์เมืองแก้ว...
ถนนในหมู่บ้านมีสภาพต่างกับถนนในเมืองลาวหรือเขมร มันดีกว่าเส้นทางจากหลวงพระบางไปวังเวียงซะอีก...
ผ่านทุ่งนาที่ต้นข้าวกำลังเริ่มออกรวง.... ผมถ่ายรูปมาฝากเพื่อน ๆ
วันนี้ปั่นน้อย... แต่ได้ภาพหลายบานครับ!
ทุกวันนี้สถานีรถไฟห้างฉัตรมีอะไรใหม่? ไม่ได้มาใช้บริการนานแล้ว ผมกลับมาขึ้นรถไฟไปเชียงใหม่...สอดสายตามองหาการเปลี่ยนแปลง!
มีป้ายบอกว่าช่วง ๑ มิถุนายน ถึง ๓๐ กันยายน การรถไฟลดค่าโดยสารให้คนสูงวัยครึ่งราคา...
ไม้ดอกไม้ประดับได้รับการดูแลให้ดูสวยสดงดงาม...
ชานชาลาสะอาดตา ขีดเส้นเตือนไม่ให้ผู้โดยสารเข้าใกล้งูเหล็กขณะที่มันเลื้อยมา!
นั่นไง...สิ่งที่เปลี่ยนใหม่ ตอนนี้หน้าอาคารไม่มีบ่อเลี้ยงปลาแล้ว!
แนวระดับนั่นยังคงอยู่ บอกให้รู้ว่า ๓๑๖ เมตรเหนือระดับน้ำทะล...
บรรยากาศรอบข้างยังคงเป็นธรรมชาติ นกน้อยไม่ต้องหนีไปไหน ผมเห็นมันจับอยู่บนสายไฟ...
ตัวอะไรอยู่ในปาก?
อ่อ...หนอนนั่นเอง!