Showing posts with label เรียนดนตรี. Show all posts
Showing posts with label เรียนดนตรี. Show all posts

Saturday, July 14, 2018

อินดี้ผู้ไม่ยอมแพ้

ยังไม่สำเร็จเสร็จสิ้นสักทีสำหรับงานปรับปรุงและซ่อมแซมบ้านห้างฉัตรของลุงน้ำชา!!  ผมมิอาจหาถ้อยคำใดมาแก้ตัวได้ นอกจากจะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาหลายเดือนเป็นช่วงเวลาที่ไม่สามารถทำในสิ่งที่ปรารถนาและกลับมาเขียนบล็อกต่อได้เหมือนเดิมจริง ๆ

ตราบถึงวันนี้...หลาย ๆ เรื่องเกี่ยวกับทริปจักรยานพับไปมะละกา (FB Trip to Melaka) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็ถูกลืมไปแล้ว ไฟล์รูปภาพที่บันทึกกลับมาก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ไหน ผมไม่สามารถเรียกความกระตือรือร้นที่จะอัพเดทเรื่องราวต่าง ๆ ให้กลับคืนมา

อย่างไรก็ตามก็ยังคงคิดถึงเพื่อน ๆ ทุกคนอยู่เหมือนเดิม เมื่อได้สัมผัสสิ่งนั้นก็คิดถึงเพื่อนคนโน้น เมื่อเจอสิ่งนี้ก็คิดถึงเพื่อนคนนั้น เป็นเช่นนี้มาตลอด คิดถึงครับ แม้มิอาจพรรณาได้ครบถ้วน...

ทำไมลุงน้ำชาถึงได้หายเงียบไป? หลายคนอาจเป็นห่วงหรือรอการกลับมาของผม ซึ่งต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง อยากบอกว่าความรักและคิดถึงที่มีต่อเพื่อนๆ ยังคงดำรงอยูเสมอมา ยิ่งกาลเวลาผ่านไป กลายเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ผมก็ยิ่งต้องคิดทบทวนถึงอดีตที่ผ่านมา ทำให้ต้องคิดถึงเพื่อนเก่า ๆ ที่เคยเรียนหนังสือด้วยกันที่มงฟอร์ต เทคนิค วิทยาลัยพายัพ และอีกหลาย ๆ คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแต่ไม่คิดว่าจะได้กลับไปเจอกันอีก

เช้าวันนี้ผมลงไปทำความสะอาดห้องสอนดนตรีหลังจากได้รับโทรศัพท์จากอินดี้บอกให้ทราบว่ากำลังเดินทางมาเรียน ผมเห็นเด็กคนนี้ตั้งแต่ยังเล็ก ๆ จนกลายเป็นหนุ่มใกล้จะจบการศึกษาที่โรงเรียนบุญวาทย์และเดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย!


อีกไม่นานผมก็จะหยุดสอนอินดี้ เพื่อให้นักเรียนได้เตรียมตัวสอบ เด็กหนุ่มคนนี้จะต้องก้าวเดินต่อไปด้วยภาวะการเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องแบกรับปัญหาต่าง ๆ ของบ้านเมืองมากมายที่พวกคนแก่ (ไดโนเสาร์) ในรัฐบาลเผด็จการได้สร้างเอาไว้...

อินดี้ผู้ไม่ยอมแพ้ เป็นนักเรียนที่ไม่วางมือจากเครื่องดนตรีซึ่งกล่าวกันว่าเล่นยากที่สุดชิ้นหนึ่ง วิชาดนตรีที่อินดี้ได้นำติดตัวไปด้วย ไม่ว่าจะมากหรือน้อยจะทำให้เด็กหนุ่มคนนี้เข้าสู่สังคมที่เปิดกว้างได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร...


อีกไม่นานผมคงจะต้องคิดถึงอินดี้ทุก ๆ เช้าวันเสาร์!

Friday, March 24, 2017

เมโลเดียนจากคุณธเนศ

โรงเรียนปิดเทอมแล้ว ผมคิดว่าโอปอและอั่งเปาน่าจะได้เรียนดนตรีเพิ่มเติม เครื่องดนตรีที่คุณธเนศให้มาคือ "เมโลเดียน" จะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์...  เป็นวิทยาทานสำหรับเด็ก ๆ 


ลุงน้ำชาคิดหาวิธีสอนเมโลเดียนเองอีกแล้ว เริ่มต้นด้วยการให้เด็กหัดเขียน G Clef และโน้ตตัวกลม middle C 


จากนั้นก็ให้เริ่มรู้จัก pulse...  ready (พร้อม) - go (ไป) - 1 - 2 - 3 - 4 - 1 - 2 - 3 - 4...........   แล้วเริ่มหัดเป่าโน้ต C ตัวกลม ให้เสียงยาวครบ ๔ จังหวะจริง ๆ  จากนั้นก็เพิ่มโน้ตตัวกลมเป็น ๒ ตัว ให้แต่ละคนเขียนโน้ตเองแล้วเล่น ให้รู้จักเครื่องหมายย้อนกลับ :||  ให้รู้จักเครื่องหมาย ดัง (f) และ เบา (p)  การบ้านคือนักเรียนต้องฝึกซ้อมเป่าโน้ตตัวกลม (C) สลับกัน รวมแล้วคนละ ๘ ห้อง...


มีเตี่ยคอยให้กำลังใจ...


หลังจากนั้นก็ให้นักเรียนได้พักผ่อนสมองด้วยการเขียนรูปบนโน้ต ๑


นี่คือผลงานของโอปอ...


ผลงานของอั่งเปา...


ถ้าคุณธเนศ (ครูเตี๋ยง) ได้ทราบคงจะดีใจครับ...

Wednesday, December 04, 2013

Casiotone CT-660

ผมมีความสุขเมื่อได้นำภาพเก่า ๆ ออกมาดู คิดถึงเด็กอนุบาลหรือประถม ๑-๒ ที่เคยสอน...



ภาพที่เห็นคือเด็ก ๆ ที่โรงเรียนเพ็ญจิตตพงษ์(เกาะคา) เมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้คงโตขึ้นมาก การที่ผมอัพโหลดภาพเด็กน้อยขึ้นไปเก็บไว้บน google หรือ wordpress ก็แอบหวังไว้นิด ๆ ว่าเมื่อตายไปแล้ว ภาพเหล่านั้นอาจยังคงอยู่  เหมือนอย่างเช่นภาพของน้องเมเปิล...นักเรียนไวโอลิน


ถ้าจำไม่ผิด ผมเริ่มสอนน้องเมเปิลตอนที่ยังอยู่ชั้นอนุบาล ๓ (ปลายปี) โชคดีที่มีผู้ปกครองสนับสนุน และตัวนักเรียนเองก็รักที่จะเล่นไวโอลิน เมเปิลไม่วางโบว์ยอมแพ้!  ผมจึงได้เห็นพัฒนาการของ "เจ้าแก้มโป่ง" มาโดยตลอด...


ผมเคยประกาศว่านักเรียนอนุบาลมาเริ่มเรียนฟรีได้เลย ขึ้นชั้นประถมแล้วก็ยังจะสอนต่อ...หากยังสู้ (ตอนนี้ยังไม่มีใครมาสมัคร)

เมเปิลมีน้องชาย ซึ่งปีนี้เรียนอยู่ชั้นอนุบาล ๓  เคยซนเป็นลิง...แต่วันนี้นิ่งขึ้นมาก คุณพ่ออยากให้เรียนดนตรีเหมือนพี่สาว ผมทดสอบดูแล้วเห็นว่าเรียนได้ แต่อยากให้เรียนเปียโนมากกว่า...


ผมเคยควักกระเป๋าจ่ายเงิน ๒,๐๐๘ บาทประมูลคีย์บอร์ดยี่ห้อ Casio รุ่น CT-660 มาจากคุณวรวุฒิ เป็นคีย์บอร์ดขนาดมาตรฐาน (ไม่ใช่ของโหลอย่างที่วางขายกันที่หน้าห้างบิ๊กซี) ตั้งใจว่าจะเอาไว้ไปสอนวงเครื่องสายตามสวนสาธารณะ หลังจากที่รู้ตัวว่าจะแบก accordion ไม่ค่อยไหวแล้ว อิอิ...


ตัวนี้จัดอยู่ในระดับเครื่องดนตรีดี มีคุณภาพครับ...


มี 5 octaves ใช้ได้สำหรับการฝึกหัดในเบื้องต้น น้ำหนักคีย์ก็เหมาะสำหรับเด็ก


ผมตัดใจขายต่อเจ้าคีย์บอร์ดตัวนี้ให้นักเรียนในราคา ๒,๐๐๐ บาทถ้วน เพื่อจะได้มีเครื่องดนตรีไว้ฝึกซ้อมที่บ้าน...

เวลามาเรียนก็ใช้เจ้าเปียโนไฟฟ้า Casio ของผม...


อีกไม่นานอาจมีสองคนพี่น้องเล่น duet ด้วยกัน!

Thursday, March 24, 2011

ใครใคร่เรียน…เรียน

เข้านอนตีสอง…เช้านี้ผมตื่น ๗ โมงเช้าด้วยความรู้สึกว่าหนาวเย็น เข้าใจผิดคิดว่าเป็นหน้าหนาว ผมคว้ากล้องออกไปยืนที่ระเบียง ถ่ายภาพบรรยากาศยามเช้าบนถนนหลวง


๑๐ โมง ครูหน่อยโทรบอกว่าน้องบาร์บี้มาเรียนไม่ได้ ทำให้ผมนึกถึงคำพูดครูหนิงที่ว่าคนลำปางไม่สนใจเรียนถูก (จ่ายแพงไม่ว่า ขอให้ได้จ่าย..) ยิ่งเรียนฟรีก็ยิ่งไม่มีค่าอะไร  หุหุ ไม่เป็นไรครับ บ่ายโมงวันนี้ให้น้องเมเปิลมาเรียนแทนก็ได้…

ใครใคร่เรียน…เรียน ซำบาย ๆ ครับ อย่างน้องเมเปิลซึ่งดูท่าว่าจะไปได้ดี (ดูภาพประกอบ) ผมก็ไม่คาดหวังอะไร


เมื่อวานนี้ ผมทำป้ายโลโก้ Learning Hostel ด้วยการนำพลาสติกคีย์บอร์ดของ accordion ซึ่งใช้การไม่ได้แล้ว วางเรียงกันให้ได้ 1 octave แล้วใช้ไม้ระแนงเล็ก ๆ ตัดทำเป็นรูปบ้าน…


แต่ในขณะที่ผมเดินหน้า Learning Hostel ผมก็ประกาศขายอาคารทั้ง ๒ คูหาของผม…


บ่ายวันนี้น้องเมเปิลมาเรียนไวโอลิน ผมต่อเพลง Lightly Row ให้เรียบร้อยแล้ว บอกกับคุณพ่อว่าในช่วงเดือนเมษายน นอกจากวันอาทิตย์แล้ว ถ้าอยากใ้ห้เมเปิลเรียนเพิ่มเติมอีกก็พามาได้เลย

เวลา ๑๔.๒๐ น. หนุ่มน้อยหน้ามนก็มาเรียนเปียโนต่อจากเมื่อวาน วันนี้มาพร้อมกับหุ่นยนต์ตัวเล็กที่จะคอยพิทักษ์ปกป้องผู้เป็นนาย


เ่จ้าหุ่นยนต์ตัวน้อยยืนอยู่บนเปียโน คอยตรวจสอบความถูกต้องในบทเพลงแต่ละบท….


เล่นแกรนด์เปียโนเชียวนะเนี่ย!!


อ่านโน้ตได้ ร้อง…เสียงก็ไม่เพี้ยนครับ


เรียนฟรี...ทำไมจึงไม่ค่อยมีเด็กมาเรียน? แปลกจัง

Sunday, January 09, 2011

ก้าวต่อไปของเด็ก ๆ

วันที่ ๙ มกราคม เป็นวันที่เด็กนักเรียนไวโอลินรุ่นจิ๋วจะต้องก้าวเดินต่อไป… ผมอยากรู้จังว่าเมื่อกลับมาพบกันใหม่อีกครั้งในปีใหม่ นักเรียนจะมีความก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด บาร์บี้จะมีความอดทนสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วหรือไม่?  คุณพ่อของน้องกระเต็นจะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมเหมือนผู้ปกครองท่านอื่นมั้ยหนอ? น้องเมเปิลจะมีพัฒนาการรุดหน้าขนาดไหน? และน้องเจ้าขาจะโตขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า?  เด็กทุกคนล้วนอยู่ในความสนใจของผม อยากจะเห็นเดินก้าวไกล มิใช่ย่ำเท้าอยู่กับที่ หรือถอยหลังลงคลอง!!

วันนี้มีเด็กมาเรียนไม่ครบ ขาดน้องบาร์บี้ซึ่งไม่สบาย แต่เราก็ไม่รอรีที่จะก้าวเดิน ผมเริ่มทดสอบก่อนว่าช่วง ๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา มีใครซ้อมและก้าวหน้ามากน้อยเเค่ไหน งั่ม ๆ ผมพบว่าไม่มีใครดีขึ้นเลยครับ เด็กน้อยทั้ง ๓ ถอยหลังไปหลายก้าว…จากเมื่อพบกันครั้งสุดท้ายในปีเสือดุ  ส่วนน้องมะเหมี่ยวเล่น Perpetual Motion ใช้นิ้ว ๔ ได้แล้ว แต่เสียงยังค่อนข้างเพี้ยน และนิ้วยกสูงเกินความจำเป็น…

เรียนด้วย เล่นด้วย ตามประสาเด็ก ๆ

ผมต้องทบทวนแบบฝึกหัด เรโด โดเรมี-มีเรโด โดเรมีฟา-ฟามีเรโด ให้นักเรียนอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถใช้เวลากับการทบทวนของเก่าได้มากนัก อยากเห็นนักเรียนเล่นเพลงได้สักเพลงหนึ่งก่อนที่จะให้หันไปฝึกโน้ตอย่างจริงจัง ผมเริ่มต่อเพลง Twinkle, Twinkle Little Star ๒ วรรคแรกให้นักเรียนทั้ง ๓ คน ไม่ใช่ง่ายเลยครับ โชคดีที่มะเหมี่ยวและคุณแม่หันมาช่วยสอนและแก้ไขเรื่องนิ้วให้น้องกระเต็นและเมเปิล ผมรู้สึกยินดีและขอขอบคุณ  สำหรับน้องเจ้าขานั้นสามารถเล่นได้แค่ โดโด-ซอลซอล-ลาลา-ซอล แต่ก็นับว่าเก่งที่อดทนยืนเรียนได้เหมือนพี่ ๆ

ปัญหามีเยอะทีเดียว ผมอาจต้องปรับปรุงเรื่องบทเรียน วิธีการสอน และระยะเวลาที่สอน ไม่รู้จะทำอย่างไรดัครับ ตัวเองไม่เคยได้เรียน Violin Pedagogy มาก่อน ตั้งใจว่าจะอ่านให้หนักในหนังสือที่ดาวน์โหลดไว้ ก็ดันมีปัญหาเรื่องเครื่องพิมพ์เดี้ยงหมดทุกเครื่อง ไม่สามารถ print อะไรได้เลย จะอ่านไฟล์ pdf จากหน้าคอมพ์ฯ โดยตรง สายตาก็ประท้วงอยู่บ่อยครั้ง...

อยากให้ผู้ปกครองที่อยู่กับนักเรียนช่วยแนะนำหน่อยว่าผมควรจะใจเย็นกว่านี้มั้ย?  หรือต้องเพิ่มเวลาสอนอีก สำหรับการซ้อมของนักเรียนที่บ้านผู้ปกครองจะช่วยอะไรได้อีก?

น้องเจ้าขากำลังจ้องมองพี่เมเปิลเล่นเปียโนด้วยความสนใจ
เป็นเรื่องที่น่าขบคิดครับ...