Showing posts with label บ้านปงแสนทอง. Show all posts
Showing posts with label บ้านปงแสนทอง. Show all posts

Monday, August 27, 2018

ชีวิตกับคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของผมใช้ CPU Intel 8088-2 ความเร็ว 8 MHz ซื้อมาในราคา ๒๕,๐๐๐ บาท...

ภาพจาก ndr-nkc.de - thanks!


จอภาพเป็นแบบ Monochrome มีตัวหนังสือสีเขียวกระพริบแว๊บ ๆ  ด้านหน้าเคสมีช่องใส่แผ่นฟลอปปีดิสก์ (floppy disk) ขนาด ๕.๒๕ นิ้ว ตัวเครื่องหนักอึ้ง...!

ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ
เมนบอร์ดก็มีขนาดใหญ่มั่ก ๆ

ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ
หลังจากนั้นผมก็ใช้คอมพิวเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปลี่ยนระบบปฏิบัติการ (Operating System) เป็น Windows ผมก็เริ่มต้นจาก Windows 3.1 แล้วขยับไปเป็น Windows 95, Windows98, Windows Me 
ช่วงที่ใช้ Windows Me นั้น ผมกลับไปทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ เริ่มทำเว็บ wichai.net เสียค่าอินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำชั่วโมงละ ๑๐ กว่าบาท ครั้นกลับมาอยู่บ้านปงแสนทองที่ลำปางผมถึงได้ใช้ Windows XP 


เสียตังค์ค่าอุปกรณ์ทั้ง hardware และ software ไปมากมาย ฮาร์ดดิสก์ที่ซื้อมาใช้ก็มีทั้งใหม่และมือสองเสียแล้วนำมากองรวมกันได้กว่า ๒๐ ตัว!  


ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานหลายอย่าง ทั้งทำเว็บ เขียนโน้ตเพลง ทำสถานีวิทยุ ห้องสมุดออนไลน์ ฯลฯ  ผมใช้อินเทอร์เน็ตของ TOT, CAT และ 3BB  ไม่ยอมตกยุค...ผมเริ่มเขียนบล็อกตามสมัยนิยมด้วย Windows Vista


ย้ายมาอยู่ห้างฉัตรพร้อมกับอุปกรณ์ที่ต่อเองทั้งหมด ผมใช้เน็ตของ TOT แล้วเปลี่ยนเป็น 3BB  ต่อมาสมัครใช้แบบ Fiber ความเร็ว 20 Mbs  ทาง 3ฺฺBB อัพสปีดให้เรื่อย ๆ จนเป็น 50 Mbs ถึงทุกวันนี้  


นานนับสิบปีที่ผมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้เองโดยประมูลอุปกรณ์มือสองมาจากเว็บประมูลมาใช้ จำได้ว่าเมนบอร์ดก็มีหลายตัว และ CPU ความเร็วต่างกัน ผม upgrade มาเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยได้ใช้เมนบอร์ดใหม่ชนิดแกะกล่อง...

เมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว ผมประมูลเครื่องแบนด์เนมยี่ห้อ Lenovo รุ่น Idea Centre มาจากเว็บประมูล  Spec คือ CPU Intel Pentium G3260 4G (3.30 GHz 3M Cache) Memory DDR3: 4GB  Storage 500GB  Graphics NVidia Geforce GT 705M 1GB  OS: Windows 10 Pro นับเป็นคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดของผม  แต่เครื่องเร็ว 3.30 GHz ก็ยังใช้งานไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ผมคิดว่ามันน่าจะเร็วกว่านั้น...

เดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมปั่นจักรยานไปถึงมะละกาแล้วต้องเดินทางกลับ ไม่ได้นั่งเรือไปอินโดนีเซีย...



มีเงินส่วนที่เตรียมไว้ใช้กับการท่องโลกเหลืออยู่ประมาณ ๖ พันบาท ผมคิดว่าไหน ๆ เราก็ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เอง เหตุไฉนจึงไม่ให้รางวัลตัวเอง ปลอบใจตัวเองที่ผิดหวังจากการท่องเที่ยว ด้วยการทำคอมพ์ดี ๆ ไว้ใช้สักตัว จะได้เขียนบล็อก ทำภาพ ทำเว็บ หรือใช้ดูหนังฟังเพลงโดยไม่ต้องรำคาญใจ ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้เริ่มวางแผนงานที่จะประกอบคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ให้ดีที่สุดเท่าที่งบประมาณจะอำนวย...

เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะครับว่าผมใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง เผื่อว่าเพื่อน ๆ จะได้อัพเกรดเครื่องของตัวเอง!

Thursday, January 19, 2012

กลับมาเขียนต่อ...

ช่วงปิดเทอมของผมก็ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ เก็บตัวอยู่กับบ้าน ซ่อมเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่พร้อมใจกันชำรุด เหมือนจะแกล้งทดสอบความอดทนของผม ขนาดเจ้าเปลวสุริยะ (solar flare) ยังไม่รุนแรงจนถึงขั้นที่จะเกิดพายุสุริยะเข้าเล่นงานโลกนะเนี่ย ถ้าถึงวันที่มันมาจริง ๆ จะเอาอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้?


เครื่องสูบน้ำซึ่งทำหน้าที่ดูดน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้รวนมานานแล้วล่ะ ๓ วันดี ๔ วันไข้! ทำให้ผมต้องลงบ่อเพื่อซ่อมอยู่ร่ำไป จริง ๆ แล้วมันก็รับใช้ผมมานานนับสิบปี…คือตั้งแต่ย้ายมาอยู่ครั้งแรก ตอนนั้นต้องติดตั้งระบบน้ำก่อนเพื่อน…ลุงเล็ก ช่างบาดาล บอกให้ผมไปซื้อเครื่องสูบน้ำแบบชักมาติดตั้ง (รู้สึกว่าตอนนั้นจะราคาพันเจ็ดหรือพันแปดนี่แหละ) ก็ได้ใช้เจ้าสูบตัวนั้นมาโดยตลอด จนเมื่อต้นปีที่แล้วมอเตอร์เกิดไม่ทำงาน ลุงเล็กต้องมาเปลี่ยนตัวใหม่ให้ ซึ่งตอนนั้นถ้าจะให้ดี…ก็น่าจะเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด เพราะอายุการใช้งานของมอเตอร์และตัวสูบก็พอกัน เมื่อไม่เปลี่ยนตัวสูบ…ปัญหาก็เกิดตามมาเรื่อย ๆ ทำให้ผมต้องเหนื่อยกับการซ่อม มันหนักข้อเข้าทุกที ๆ จนผมต้องตัดสินใจเปลี่ยนเจ้าตัวสูบเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง…

ผมไปที่ร้านเต็กหมงก่อนเพื่อน พนักงานขายคนสวยพาผมไปดูเครื่องสูบ บอกราคา ๒,๖๕๐ บาท แล้วตามต่อว่า “ถ้าเอาจริง น้องคิดให้ ๒ พันถ้วน” ผมไม่ชอบวิธีการค้าขายแบบนั้นเลยจริง ๆ ราคาไม่แน่นอนเอาเสียเลย!! จากนั้นผมก็ไปที่ร้าน “เล่าจิ้นกวง” ที่เคยไปซื้อเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติ ปรากฏว่าไม่มีตัวสูบที่ต้องการ มองไปที่ฝั่งตรงกันข้ามเห็นมีร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องสูบ เครื่องตัดหญ้า ฯลฯ พร้อมป้ายโฆษณาลดราคาครั้งใหญ่…ผมเดินข้ามถนนไปถามพนักงานขายสาวสวย(อีกแล้ว) เครื่องสูบชักยี่ห้อ Uma แบบที่ผมใช้ราคา ๒ พันบาท ถ้าเอาจริงลดให้เหลือ ๑,๘๐๐ (อีกแล้ว…ถ้าเอาจริง!) เธอเห็นผมลังเลอยู่ จึงบอกว่า “เอ้า…น้องลดให้ ถ้าซื้อภายในวันนี้เหลือ ๑,๖๐๐ บาท” อืมมม…ค่อยยังชั่วหน่อย ถ้าซื้อตัวนี้ก็ประหยัดได้ ๔๐๐ บาท แต่ผมยังไม่มีเงินน่ะ อ้อมแอ้ม ๆ ตอบไปว่า “ขอกลับไปเอาตังค์ก่อน” คนขายบอกว่าให้ผมวางมัดจำไว้ก่อน ผมได้แต่ยิ้มแล้วบอกว่า “ไม่ต้องหรอก” คิดในใจว่าเรื่องอะไรจะต้องมัดจำด้วย!

ออกจากร้านนั่น…กลับไปที่มอเตอร์ไซค์แล้วขี่ออกจากเล่าจิ้นกวงผ่านไปทางสี่แยกดอนปาน ทางด้านซ้ายมือมีร้านเปิดใหม่ขายเครื่องมือและอุปกรณ์แบบเดียวกัน ผมจอดรถแวะเข้าไปดูทันที ที่นั่นไม่มีของตั้งโชว์ แต่มีจำหน่าย สูบขนาดที่ผมต้องการราคา ๑,๖๕๐ บาท เจ้าของร้านคนสวย(อีกแย้ว…คนสวยเยอะจัง!) บอกผม…

ผมปรารภว่าไปดูร้านอื่นมาแล้ว เค้าขายถูกกว่า คนขายถามว่าเค้าให้เท่าไหร่ล่ะ? ผมบอกว่า “ไม่บอกดีกว่า ถูกกว่าก็แล้วกัน” ขณะที่ผมเดินไปที่รถ คนขายตามมาพูดว่า “๑,๔๐๐ ล่ะกัน เอาไปเลยมั้ย?” ผมบอกว่า “ขอไปเอาตังค์ก่อน”

ก่อนเข้าบ้านจะต้องผ่านร้านขายอุปกรณ์เครื่องสูบอีกร้านนึง ผมแวะเข้าไปถาม เค้าบอกว่าราคาลดได้ต่ำสุดแค่ ๑,๖๕๐ บาท…

ในที่สุด…ผมก็ต้องกลับไปซื้อที่ร้านเปิดใหม่สี่แยกดอนปาน เค้าให้พนักงานไปเอาเครื่องที่โกดังมาให้ ปรากฏว่ามันไม่ใช่ยี่ห้อ Uma (ตราปลา) โห…อย่างนั้นไม่เอาหรอก เจ้าของร้านต้องสั่งให้ไปนำเครื่องยี่ห้อ Uma มาให้ ถ้าอย่างนั้นก็โอเค…

จ่ายไป ๑,๔๐๐ บาท ได้เครื่องสูบน้ำ(ไม่รวมมอเตอร์) วางใส่ไว้ข้างหน้า…ผมขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน

ผมต้องใช้เวลา ๑ วันเต็ม ในการเปลี่ยนตัวสูบให้สามารถดูดน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้ตามปกติ งานนี้ทำให้ปวดเมื่อยไปทั้งตัว!

Thursday, March 24, 2011

ใครใคร่เรียน…เรียน

เข้านอนตีสอง…เช้านี้ผมตื่น ๗ โมงเช้าด้วยความรู้สึกว่าหนาวเย็น เข้าใจผิดคิดว่าเป็นหน้าหนาว ผมคว้ากล้องออกไปยืนที่ระเบียง ถ่ายภาพบรรยากาศยามเช้าบนถนนหลวง


๑๐ โมง ครูหน่อยโทรบอกว่าน้องบาร์บี้มาเรียนไม่ได้ ทำให้ผมนึกถึงคำพูดครูหนิงที่ว่าคนลำปางไม่สนใจเรียนถูก (จ่ายแพงไม่ว่า ขอให้ได้จ่าย..) ยิ่งเรียนฟรีก็ยิ่งไม่มีค่าอะไร  หุหุ ไม่เป็นไรครับ บ่ายโมงวันนี้ให้น้องเมเปิลมาเรียนแทนก็ได้…

ใครใคร่เรียน…เรียน ซำบาย ๆ ครับ อย่างน้องเมเปิลซึ่งดูท่าว่าจะไปได้ดี (ดูภาพประกอบ) ผมก็ไม่คาดหวังอะไร


เมื่อวานนี้ ผมทำป้ายโลโก้ Learning Hostel ด้วยการนำพลาสติกคีย์บอร์ดของ accordion ซึ่งใช้การไม่ได้แล้ว วางเรียงกันให้ได้ 1 octave แล้วใช้ไม้ระแนงเล็ก ๆ ตัดทำเป็นรูปบ้าน…


แต่ในขณะที่ผมเดินหน้า Learning Hostel ผมก็ประกาศขายอาคารทั้ง ๒ คูหาของผม…


บ่ายวันนี้น้องเมเปิลมาเรียนไวโอลิน ผมต่อเพลง Lightly Row ให้เรียบร้อยแล้ว บอกกับคุณพ่อว่าในช่วงเดือนเมษายน นอกจากวันอาทิตย์แล้ว ถ้าอยากใ้ห้เมเปิลเรียนเพิ่มเติมอีกก็พามาได้เลย

เวลา ๑๔.๒๐ น. หนุ่มน้อยหน้ามนก็มาเรียนเปียโนต่อจากเมื่อวาน วันนี้มาพร้อมกับหุ่นยนต์ตัวเล็กที่จะคอยพิทักษ์ปกป้องผู้เป็นนาย


เ่จ้าหุ่นยนต์ตัวน้อยยืนอยู่บนเปียโน คอยตรวจสอบความถูกต้องในบทเพลงแต่ละบท….


เล่นแกรนด์เปียโนเชียวนะเนี่ย!!


อ่านโน้ตได้ ร้อง…เสียงก็ไม่เพี้ยนครับ


เรียนฟรี...ทำไมจึงไม่ค่อยมีเด็กมาเรียน? แปลกจัง

Friday, November 26, 2010

พี่อู๊ดแวะมาเยี่ยม…

บ่ายวันนี้...เพื่อนบ้านนำเงินมายื่นให้ ๑,๐๐๐ บาท พร้อมกับกระดาษแผ่นเล็ก ๆ เขียนว่า...


พี่อู๊ดคือลูกของลุงซึ่งจัดว่าเป็นญาติผู้พี่ที่ผมใกล้ชิดมากที่สุด ทั้งนี้เพราะพี่อู๊ดไปเรียนที่ ม.ช. ในช่วงที่ผมเรียนอยู่ที่มงฟอร์ต ทำให้ผมมีโอกาสได้เจอะเจอและพูดคุยด้วยในช่วงที่พี่อู๊ดไปเยี่ยมเยียนแม่ปราณีที่บ้าน ร้านกาแฟไทยประเสริฐ ถนนเจริญเมือง พี่อู๊ดเคยพาไปดูหนังด้วยล่ะ ผมจำได้แม้กระทั่งคำแนะนำที่พี่อู๊ดบอกให้ผมสวมแว่นตาให้ติดตา ไม่ใช่นำออกมาใส่เฉพาะเวลาดูหนัง...

ผมมีภาพเก่าภาพแก่อยู่ภาพหนึ่ง ดูแล้วบอกไม่ได้ว่าพี่อู๊ดคือเด็กชายคนไหน แต่ที่รู้แน่ ๆ คือตัวเองซึ่งยังเล็กมาก คุณแม่ต้องอุ้ม...


พี่อู๊ดปลดเกษียณได้หลายปีแล้ว แต่ก็ยังดูแข็งแรงและหน้าตาดี ตั้งแต่วันเผาศพคุณแม่ที่วัดพระบาท ผมได้เจอพี่อู๊ดอีกครั้งก็ที่บ้านหลังที่อยู่ทุกวันนี้เมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นพี่อู๊ดไปต่างจังหวัดผ่านมา ยังไม่รู้จักบ้านผม แต่พี่อู๊ดก็เที่ยวถามหาจนเจอ มาตะโกนเรียกอยู่ที่หน้าบ้าน ผมชะโงกหน้าจากชั้นสามลงไปดู เห็นคนที่ยืนเรียกอยู่ข้างล่างแต่ยังจำไม่ได้ ตอนนั้นพี่อู๊ดดูไม่แก่เลย มาเยี่ยมแล้วยังให้เงินไว้ใช้อีก ๑ พันบาท

วันนี้แวะมาเยี่ยมอีกแต่ไม่เจอ พี่อู๊ดฝากเงินไว้ให้อีกเช่นเคย ผมขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง