Showing posts with label เชลโล. Show all posts
Showing posts with label เชลโล. Show all posts

Saturday, July 01, 2017

เด็กเอ๋ย เด็กน้อย

ขี่แมงกะไซค์ไปล้ม...ขาเกือบหัก ผมต้องพักรักษาตัว งดสอนนักเรียนอยู่เป็นเดือน พอเริ่มหายผมก็ส่งข้อความไปบอกให้เด็ก ๆ มาเรียนต่อ...



เช้านี้ทำความสะอาดบ้านไว้ต้อนรับนักเรียน หนุ่มอินดี้มาประเดิมก่อนเลย...


ตอนบ่ายอังเปากับโอปอมาเรียนเมโลเดียน...


เรียนเสร็จก็ให้ดูในสิ่งที่สนใจ โอปอบอกว่าหนังสือลุงเยอะจัง...


ปล่อยให้เด็กได้สัมผัสเครื่องดนตรี จำได้ว่าสมัยก่อนตัวเองไม่เคยมีโอกาสเช่นนี้....



อังเปาสนใจไวโอลิน...


ส่วนน้องโอปอสนใจเชลโล ผมอยากจะจับให้เข้าไปอยู่ในกล่องมากกว่า อิอิ...


หวังว่าสักวันหนึ่งบ้านลุงน้ำชาจะเป็นแหล่งศึกษาของเด็ก ๆ 


มาเหอะเด็กน้อย รีบ ๆ มาเน้อ เดี๋ยวลุงตายแล้วไม่ได้มานะ!

Monday, June 11, 2012

ตั้ง sound post ตามสไตล์ช่างเหอะ

เมื่อวานนี้ยังคุยเกี่ยวกับเรื่องการตั้ง sound post ของเชลโลไม่จบครับ  วันนี้ขอเขียนต่ออีกหน่อย  หลังจากได้เกริ่นไว้เล็กน้อยแล้วว่าตัว sound post setter ที่ผมใช้อยู่ ตรงปลายแหลมที่จะจิกลงไปบนเนื้อไม้นั้นไม่แหลมคมเท่าที่ควร



เพื่อน ๆ ลองนึกภาพตอนที่เราค่อย ๆ นำแท่งไม้ซึ่งมีปลายแหลมของ setter จิกติดอยู่ หย่อนผ่าน f-hole ลงไป เมื่อผ่านพ้นไปแล้ว...ก็ค่อย ๆ เอียงให้ sound post เข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ กำลังจะได้ที่อยู่แล้วเชียว    "แป๊ก".... เสียง sound post หลุดจาก setter ตกลงสู่พื้นไม้แผ่นหลัง  จบกัน!....กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่แล้วเชียว!!   สำหรับเหตุการณ์เช่นนี้...คนซึ่งค่อนข้างจะดุดันสักหน่อย อาจร้องเสียงดัง หรือกระทืบเท้าเพื่อระบายอารมณ์  เขารู้ดีว่าจะต้องเริ่มต้นใหม่ ด้วยการนำ sound post ที่ล้มกลิ้งออยู่ออกจากตัวเชลโล แล้วนำลงไปตั้งใหม่อีกครั้ง ซึ่งอาจจะเป็นสองครั้ง สามครั้ง หรือสี่ครั้ง ถ้าหากว่าเจ้าตัว sound post ยังคงหลุดออกจากปลายแหลมของ setter ก่อนที่การติดตั้งจะสมบูรณ์...

 

ตรงปลาย sound post ทั้งสองด้านจะมีลักษณะเอียง เพื่อให้เข้ากับความโค้งของไม้แผ่นหน้าและแผ่นหลัง  เวลาติดตั้งต้องดูให้ดีด้วยนะครับ พอดี sound post ตัวเดิมจะมีรอยที่ได้มาจากการติดตั้งครั้งแรกอยู่ ถ้าใช้ตำแหน่งนั้นให้ปลายของ setter จิกเข้าไป เมื่อนำ sound post เข้าไปติดตั้ง ส่วนเอียงของปลายทั้งสองด้านก็จะเข้ากับความโค้งของแผ่นหน้าและแผ่นหลังของเชลโลพอดี....

แม้ว่าปลายของ setter ที่ผมใช้จะไม่แหลมคมเท่าที่ควร...แต่มันก็จับ sound post อยู่นะ  เพียงแต่ว่ามันไม่แน่นพอที่จะทำให้การติดตั้งแล้วเสร็จได้โดยที่ไม่หลุดล้มเสียก่อน  ถ้าใช้เครื่องมือแหลมคม แล้วเจาะลงในเนื้อไม้ ณ ตำแหน่งใหม่ ก็คงจะไม่หลุดง่ายเหมือนที่ผมกำลังปวดหัวอยู่กับมัน...

เพื่อน ๆ จะทำอย่างไร ถ้าเจอกับปัญหาเช่นนี้?

อย่างที่เคยบอกว่าผมเป็น "ช่างเหอะ" ผู้แก้ปัญหาด้วยวิธีการนอกตำราและไม่ถูกต้องตามหลักการ...ผมใช้กาวร้อนหยดลงไปที่ปลาย setter ทั้งสองด้านเพียงแค่นิดเดียว


ปล่อยทิ้งไว้แค่ ๑-๒ นาที...แล้วนำ sound post ลงไปติดตั้งตามขั้นตอนของมัน

หุหุ ครั้งเดียวผ่านครับ!  sound post ไม่หลุดก่อนที่จะติดตั้งแล้วเสร็จ ใช้เวลาสั้นมาก...เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนหน้านั้น!  หลังจากที่ sound post เข้าที่แล้ว ให้ขึ้นสายประมาณครึ่งนึงเพื่อให้หย่องกดลงบนไม้แผ่นหน้า จากนั้นก็ทำการปรับแต่งตำแหน่งของ sound post อย่างละเอียดอีกครั้ง  เมื่อได้ตำแหน่งตามที่ต้องการแล้ว ให้ขึ้นสายจนได้มาตรฐาน  

แล้วจะทำยังไงกับเจ้า setter ที่ยังเกาะติดกับ sound post ล่ะ?  ไม่ยากครับ!  แค่โยกเบา ๆ ขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่กี่ครั้ง ก็ดึงให้หลุดจาก sound post ได้แล้ว

อย่าหลงเชื่อเด้อ!  เพราะมันเป็นเพียงการแก้ปัญหา sound post หลุดตามสไตล์ "ช่างเหอะ" เท่านั้น...

Thursday, March 24, 2011

ใครใคร่เรียน…เรียน

เข้านอนตีสอง…เช้านี้ผมตื่น ๗ โมงเช้าด้วยความรู้สึกว่าหนาวเย็น เข้าใจผิดคิดว่าเป็นหน้าหนาว ผมคว้ากล้องออกไปยืนที่ระเบียง ถ่ายภาพบรรยากาศยามเช้าบนถนนหลวง


๑๐ โมง ครูหน่อยโทรบอกว่าน้องบาร์บี้มาเรียนไม่ได้ ทำให้ผมนึกถึงคำพูดครูหนิงที่ว่าคนลำปางไม่สนใจเรียนถูก (จ่ายแพงไม่ว่า ขอให้ได้จ่าย..) ยิ่งเรียนฟรีก็ยิ่งไม่มีค่าอะไร  หุหุ ไม่เป็นไรครับ บ่ายโมงวันนี้ให้น้องเมเปิลมาเรียนแทนก็ได้…

ใครใคร่เรียน…เรียน ซำบาย ๆ ครับ อย่างน้องเมเปิลซึ่งดูท่าว่าจะไปได้ดี (ดูภาพประกอบ) ผมก็ไม่คาดหวังอะไร


เมื่อวานนี้ ผมทำป้ายโลโก้ Learning Hostel ด้วยการนำพลาสติกคีย์บอร์ดของ accordion ซึ่งใช้การไม่ได้แล้ว วางเรียงกันให้ได้ 1 octave แล้วใช้ไม้ระแนงเล็ก ๆ ตัดทำเป็นรูปบ้าน…


แต่ในขณะที่ผมเดินหน้า Learning Hostel ผมก็ประกาศขายอาคารทั้ง ๒ คูหาของผม…


บ่ายวันนี้น้องเมเปิลมาเรียนไวโอลิน ผมต่อเพลง Lightly Row ให้เรียบร้อยแล้ว บอกกับคุณพ่อว่าในช่วงเดือนเมษายน นอกจากวันอาทิตย์แล้ว ถ้าอยากใ้ห้เมเปิลเรียนเพิ่มเติมอีกก็พามาได้เลย

เวลา ๑๔.๒๐ น. หนุ่มน้อยหน้ามนก็มาเรียนเปียโนต่อจากเมื่อวาน วันนี้มาพร้อมกับหุ่นยนต์ตัวเล็กที่จะคอยพิทักษ์ปกป้องผู้เป็นนาย


เ่จ้าหุ่นยนต์ตัวน้อยยืนอยู่บนเปียโน คอยตรวจสอบความถูกต้องในบทเพลงแต่ละบท….


เล่นแกรนด์เปียโนเชียวนะเนี่ย!!


อ่านโน้ตได้ ร้อง…เสียงก็ไม่เพี้ยนครับ


เรียนฟรี...ทำไมจึงไม่ค่อยมีเด็กมาเรียน? แปลกจัง

Sunday, January 30, 2011

รายงานความคืบหน้า

๓ ทุ่มแล้ว….ผมเพิ่งจะนำแม่เรไรกลับเข้าที่นอน(กล่อง) หลังจากนำออกมาฝึกซ้อมได้ประมาณชั่วโมงครึ่ง ก็อย่างที่เคยบอกเพื่อน ๆ ก่อนหน้านั้นแล้วว่าผมคงต้องกลับมาซ้อมเชลโล เพื่อทำให้โครงการวง string ensemble ฟื้นคืนมาอีกครั้งหนึ่ง  จริง ๆ แล้วผมก็คงจะไม่เล่นเอง ถ้ามีเด็กนักเรียนซักคนหนึ่งเลือกเล่นเชลโล เหมือนอย่างในภาพซึ่งอาจารย์ธนดลเมล์ส่งมาให้ดูจากจังหวัดแพร่...





ผมเคยฝันว่าลำปางเราจะมีผู้ปกครองสักคนหนึ่งที่กล้าควักกระเป๋าซื้อเชลโลขนาด 1/2 ให้ลูกใช้เรียน  ทุกวันนี้ยังไม่มีครับ จะมีก็แต่ไวโอลิน แต่ผมก็เข้าใจดีว่าการลงทุนซื้อเชลโลในราคา ๘,๐๐๐ บาท โดยที่ไม่รู้ว่าลูกจะเรียนไปได้แค่ไหน ก็เป็นเรื่องที่ยากไม่น้อย  อืมม์…ถ้าผมเป็นคนรวย ผมจะซื้อเชลโลขนาด 1/8 หรือ 1/4 ไว้ที่บ้านให้เด็กใช้เรียนสักคันนึง  อยากเห็นภาพเด็กเล่นเชลโลน่ารัก ๆ เหมือนกับเด็กที่เห็นในวิดีทัศน์ครับ…



มันคงเป็นได้แค่ความฝันเท่านั้นแหละ ผมปลอบใจตัวเอง มาคุยถึงเรื่องความตืบหน้าในโครงการต่าง ๆ ของผมดีกว่าครับ เรื่องนักเรียนไวโอลินรุ่นจิ๋ว วันนี้ก็มาเรียนกันตามปกติ ขาดแต่น้องเจ้าขา  บ้านลุงน้ำชาค่อนข้างจะคึกคัก เพราะมีนักเรียนมาเพิ่มอีก ๒ คน คือ น้องเบลล์ และ น้องแบ๊งค์  และคุณอารีย์ยังพาน้องภาแวะมาคุยเรื่องไวโอลินและบรรเลงเพลงสอบเกรดเปียโนให้น้อง ๆ ได้ฟังกัน


ดูคล้ายกับว่าบ้านลุงน้ำชากลายเป็น conservatory เล็ก ๆ ไปซะแล้ว เด็ก ๆ อนุบาล ๒-๓ ได้เรียนรู้ ได้ฟังเพลงคลาสสิก และได้เห็นการเล่นเปียโนที่สมบูรณ์และไพเราะจากพี่คนหนึ่ง…


กำลังจะเริ่มเป็น “บ้านแห่งการเรียนรู้” ที่มีสีสันอย่างที่คุณเมธีบอกแล้วล่ะ…


เด็ก ๆ กำลังดูการทำงานของเปียโน ได้เห็นค้อนที่เคาะไปบนสาย และ damper ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ  ส่วนเด็ก ๒ คนที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ออกไปนั่นคือนักเรียนสองพี่น้องที่มาใหม่ (ชื่อ เบลล์ และแบ๊งค์)  ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เมื่อทราบว่าน้องแบ๊งค์ถึงกับร้องไห้เมื่อเล่นไม่ทันน้อง ๆ ซึ่งตัวเล็กกว่า ยิ่งตอนจะกลับบ้าน ครูหน่อยบอกให้สู้ น้องแบ๊งค์ส่ายหน้า ผมเห็นแล้วพูดไม่ออก ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน นอกจากเปียโนแล้ว น้องภายังเล่นไวโอลินอีกด้วย ผมมีโอกาสได้แนะนำน้องภาบ้างนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องการดูแลรักษาไวโอลิน การถูยางสนสไตล์ลุงน้ำชา รวมทั้งเรื่องท่าทางการเล่นไวโอลิน


น้องภาสีไวโอลินให้ผมฟัง พอได้ยิน หูผมก็บอกว่ามันไม่ใช่เสกลสากล ผมสอบถามว่าเล่นดนตรีไทยด้วยหรือเปล่า จริง ๆ ด้วย…น้องภาเล่นซอในวงดนตรีไทยที่โรงเรียน  มิน่า..ผมจึงได้ยินเหมือนกับซอ ไม่ใช่ไวโอลิน!!   มันลำบากไม่น้อยเลยครับ  หากว่าคน ๆ หนึ่งจะต้องใช้นิ้วบรรเลงเพลงด้วยเสกล ๒ แบบ  ในวงดนตรีไทย ๑ คู่แปด (octave) เปรียบเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นหนึ่งถูกตัดแบ่งออกเป็น ๗ ชิ้น แต่พอไปอยู่วง string ensemble เจ้าก๋วยเตี๋ยวเส้นเท่ากันกลับถูกซอยออกเป็น ๑๒ ชิ้นเท่า ๆ กัน ทำให้เสกลไทยกับสากลไม่เท่ากัน ผมแนะนำให้น้องภาเลิกสีซอ หันไปเล่นเครื่องอื่นแทน เช่นระนาดหรือขิม… ลืมบอกไปว่าไวโอลินของน้องภาเป็นไวโอลินเก่า คุณภาพดี ที่ซื้อมาในราคา ๑๕,๐๐๐ บาท


ถ่ายใกล้ ๆ ให้ดู…


การเรียนของนักไวโอลินรุ่นจิ๋วในวันนี้ก็ก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจ นักเรียนได้ทบทวนแบบฝึกหัดเก่า ได้ฝึกเล่นเสกล A D  และ G ก่อนพักกินขนมก็ต้องสีเพลง Twinkle Twinkle Little Star หลาย ๆ รอบ ในช่วงที่ ๒ ผมให้นักเรียนสีเพลง หนูมาลี,  Jingle Bells และ Are You Sleeping ตามเสียงร้องของผม (ยังไม่ใช้โน้ต) ปรากฏว่าทุกคนทำได้ดีครับ… ผมได้คิดกับครูหน่อยไว้ว่า บางทีอาจตัองจัดชั้นเรียนสัญจร ยกขบวนไปเรียนกันที่ศูนย์ฝึกลูกช้างหรือสวนสาธารณะ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ… ช่วงเย็นผมลุยงานกั้นห้องต่อ ตีไม้อัดเรียบร้อยแล้วครับ มีภาพให้ดูด้วย


ด้านในก็เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ติดพัดลมดูดอากาศไว้ตรงมุมด้านบน


เตียงที่เห็นก็เป็นแบบใช้ในหอพัก  โป้ว ใส่กันเปื้อน ทาสี ทำความสะอาดพื้น ใส่บานประตู ยกเตียงมาเพิ่มอีก ๒ เตียง อีกไม่นานส่วนที่เป็น accommodation  ก็เรียบร้อยแล้ว..


วันนี้ขอรายงานเพียงแค่นี้ครับ…

Sunday, January 09, 2011

ก้าวต่อไปของเด็ก ๆ

วันที่ ๙ มกราคม เป็นวันที่เด็กนักเรียนไวโอลินรุ่นจิ๋วจะต้องก้าวเดินต่อไป… ผมอยากรู้จังว่าเมื่อกลับมาพบกันใหม่อีกครั้งในปีใหม่ นักเรียนจะมีความก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด บาร์บี้จะมีความอดทนสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วหรือไม่?  คุณพ่อของน้องกระเต็นจะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมเหมือนผู้ปกครองท่านอื่นมั้ยหนอ? น้องเมเปิลจะมีพัฒนาการรุดหน้าขนาดไหน? และน้องเจ้าขาจะโตขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า?  เด็กทุกคนล้วนอยู่ในความสนใจของผม อยากจะเห็นเดินก้าวไกล มิใช่ย่ำเท้าอยู่กับที่ หรือถอยหลังลงคลอง!!

วันนี้มีเด็กมาเรียนไม่ครบ ขาดน้องบาร์บี้ซึ่งไม่สบาย แต่เราก็ไม่รอรีที่จะก้าวเดิน ผมเริ่มทดสอบก่อนว่าช่วง ๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา มีใครซ้อมและก้าวหน้ามากน้อยเเค่ไหน งั่ม ๆ ผมพบว่าไม่มีใครดีขึ้นเลยครับ เด็กน้อยทั้ง ๓ ถอยหลังไปหลายก้าว…จากเมื่อพบกันครั้งสุดท้ายในปีเสือดุ  ส่วนน้องมะเหมี่ยวเล่น Perpetual Motion ใช้นิ้ว ๔ ได้แล้ว แต่เสียงยังค่อนข้างเพี้ยน และนิ้วยกสูงเกินความจำเป็น…

เรียนด้วย เล่นด้วย ตามประสาเด็ก ๆ

ผมต้องทบทวนแบบฝึกหัด เรโด โดเรมี-มีเรโด โดเรมีฟา-ฟามีเรโด ให้นักเรียนอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถใช้เวลากับการทบทวนของเก่าได้มากนัก อยากเห็นนักเรียนเล่นเพลงได้สักเพลงหนึ่งก่อนที่จะให้หันไปฝึกโน้ตอย่างจริงจัง ผมเริ่มต่อเพลง Twinkle, Twinkle Little Star ๒ วรรคแรกให้นักเรียนทั้ง ๓ คน ไม่ใช่ง่ายเลยครับ โชคดีที่มะเหมี่ยวและคุณแม่หันมาช่วยสอนและแก้ไขเรื่องนิ้วให้น้องกระเต็นและเมเปิล ผมรู้สึกยินดีและขอขอบคุณ  สำหรับน้องเจ้าขานั้นสามารถเล่นได้แค่ โดโด-ซอลซอล-ลาลา-ซอล แต่ก็นับว่าเก่งที่อดทนยืนเรียนได้เหมือนพี่ ๆ

ปัญหามีเยอะทีเดียว ผมอาจต้องปรับปรุงเรื่องบทเรียน วิธีการสอน และระยะเวลาที่สอน ไม่รู้จะทำอย่างไรดัครับ ตัวเองไม่เคยได้เรียน Violin Pedagogy มาก่อน ตั้งใจว่าจะอ่านให้หนักในหนังสือที่ดาวน์โหลดไว้ ก็ดันมีปัญหาเรื่องเครื่องพิมพ์เดี้ยงหมดทุกเครื่อง ไม่สามารถ print อะไรได้เลย จะอ่านไฟล์ pdf จากหน้าคอมพ์ฯ โดยตรง สายตาก็ประท้วงอยู่บ่อยครั้ง...

อยากให้ผู้ปกครองที่อยู่กับนักเรียนช่วยแนะนำหน่อยว่าผมควรจะใจเย็นกว่านี้มั้ย?  หรือต้องเพิ่มเวลาสอนอีก สำหรับการซ้อมของนักเรียนที่บ้านผู้ปกครองจะช่วยอะไรได้อีก?

น้องเจ้าขากำลังจ้องมองพี่เมเปิลเล่นเปียโนด้วยความสนใจ
เป็นเรื่องที่น่าขบคิดครับ...

Friday, January 07, 2011

ดรีม อ้อ และเอิน…

คุณเมธีตั้งชื่อให้ cello ของผมว่า “เรไร”  ผมไม่ได้โอบกอดแม่เรไรมานานหลายเดือนแล้ว!  น้องเริงร่า (viola ตัวโปรด) และน้องระริน (ไวโอลินตัวที่ตั้ง sound post เมื่อไม่นานมานี้) ก็เช่นกัน


เมื่อวานนี้ผมไปที่โรงเรียนดนตรีธีรดา ได้เห็นภาพวง string ensemble ที่มีผมเล่น cello กับลูกศิษย์ไวโอลินอีก ๓ คน คือ ดรีม เอิน และอ้อ ถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของครูแต้ม  จึงได้ขอนำมาโพสต์ไว้ที่นี่ เพื่อรำลึกถึงความหลังที่เคยได้ทำวงเครื่องสายสากลเล็ก ๆ ขึ้นมา…

ตอนที่มาสมัครเรียนไวโอลินนั้น น้องดรีมเคยเรียนที่โรงเรียนดนตรียามาฮ่ามาแล้วเป็นปี ผมก็เพิ่งจะเริ่มรับสอนไวโอลิน (เพราะสถานการณ์บังคับ) ตอนแรกก็รู้สึกหนักใจไม่น้อย แต่พอได้เห็นท่าจับไวโอลินและการสีของน้องดรีมในชั่วโมงแรก ผมก็มั่นใจว่าพอสอนได้ น้องดรีมข้อมือซ้ายงอและหนีบไวโอลินไม่ได้ สีโน้ตเพลงในตำราของ Alfred ก็ยังไปได้ไม่มาก ผมแก้ไขท่าจับไวโอลินให้ใหม่แล้วทบทวนแบบฝึกหัดในตำรา Alfred  ขณะเดียวกันก็เสริมโดยใช้ตำราซูซูกิอีกเล่มนึง ผมสอนไปด้วย…ศึกษาไปด้วย

ต่อมาอีกไม่นานก็มีน้องอ้อมาสมัครเรียนไวโอลิน คุณแม่เป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลศูนย์บอกกับผมว่าลูกสาวอยากไปสอบเข้ามหิดลขอให้ผมช่วยสอนให้เล่นเพลงที่จะใช้สอบ จำได้ว่าวันนั้นนำโน้ตเพลงมาให้ผมดูด้วย เพลงยากมาก ผมสอนไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นขั้นพื้นฐานก็พอสอนให้ได้ น้องอ้อตกลงเรียนครับ ดูเหมือนว่าจะจ่ายค่าเรียนครบหลักสูตร ๑ ปีด้วยมั้ง นับเป็นนักเรียนคนแรกที่ผมได้สอนตั้งแต่เริ่มต้น

สำหรับเอินนั้นมาทีหลังเพื่อน ผมก็สอนแบบเดียวกับที่สอนดรีมและอ้อ นักเรียนทั้ง ๓ จบหลักสูตรเบื้องต้นภายในระยะเวลา ๑ ปี  เรียนตำราซูซูกิถึงครึ่งเล่มสอง และตำรา Alfred เล่มสองอีกค่อนเล่ม

ช่วงที่อ้อเหลืออีกสักประมาณ ๒-๓ ครั้งจะครบหลักสูตร ผมโทรศัพท์ไปที่โรงเรียนดนตรีมีทอง (ถนนท่าคราวน้อย) เพื่อฝากงานให้  เย็นวันนั้นอ้อก็ไปสมัคร ครูปี้ขอให้อ้อเล่นไวโอลินให้ฟังแล้วรับไว้เป็นครูไวโอลินเลย

เมื่อครบหนึ่งปี ผมบอกนักเรียนทั้งสามว่าสอนต่อไม่ได้อีกแล้ว ถ้าจะเรียนในระดับสูงขึ้นไปก็ต้องไปเรียนกับครูคนอื่น ดรีมเลือกที่จะไม่เรียนต่อ แต่ยังคงเล่นไวโอลินเพื่อความเพลิดเพลิน ในขณะที่เรียนหนักทางด้านภาษาจีน  เอินไปสมัครเรียนต่อที่ Piano Studio เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ (ได้ข่าวว่าครูให้สอบเกรดด้วย)  ส่วนอ้อไปเป็นครูไวโอลินอยู่ที่มีทองเปียโนแล้วย้ายไปสอนที่ยามาฮ่า จากนั้นก็ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยศิลปากร




ผมก็ยังคงเป็นตาแก่ที่เก็บตัวเงียบอยู่เหมือนเดิม...