Showing posts with label ดนตรี. Show all posts
Showing posts with label ดนตรี. Show all posts

Sunday, September 09, 2018

Gould meets Menuhin

นักเปียโนและนักไวโอลินในดวงใจของผมคือ Glenn Gould และ Yehudi Menuhin คิดว่าเพื่อน ๆ ผู้ชื่นชอบดนตรีคลาสสิกคงจะรู้จักดี 


Glenn Gould ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ

Yehudi Menuhin ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ
อะไรจะเกิดขึ้นสองนักดนตรีเอกโคจรมาพบกัน? คำตอบมีให้รับรู้ได้จากอัลบั้ม "Gould meets Menuhin" ผมเพิ่งไปค้นเจอไฟล์เก่า ๆ ที่ได้เก็บไว้ตั้งแต่สมัยจัดรายการเพลง "คุยก่อนนอนกับลุงน้ำชา" ที่สถานีวิทยุ Smooth Radio 104.50 MHz วันนี้ได้นำเอาซีดีมาเปิดฟังแล้วมีความสุขมากครับ ลึก ๆ แล้วรู้สึกเสียดายที่เหลือโอกาสอีกไม่นานนักที่จะได้เสพผลงานดี ๆ ของคตีกวีและนักดนตรีที่มีชื่อเสียงเช่นนี้
Bach Violin Sonata BMV 1017  I. Siciliano. Largo
  II. Allegro
  III. Adagio
  IV. Allegro
Beethoven Violin Sonata, Op.96  I. Allegro moderato
  II. Adagio espressivo
  III. Scherzo. Allegro - Trio
  IV. Poco allegretto
Schoenberg Phantasy for Violin and Piano, Op.47  Grave - Piu mosso - Meno Mosso - Lento -Grazioso - Tempo I - Più mosso -
  Scherzando - Poco tranquillo - Scherzando - Meno mosso - Tempo I
 

นอกจากจะได้รับฟังเพลงบรรเลงเพราะ ๆ จากนักเปียโนและนักไวโอลินผู้ยิ่งใหญ่แล้วเพื่อน ๆ ยังได้สัมผัสถึงความแตกต่างของเพลง ๓ สมัยด้วยกัน คือ บาโร้ค, คลาสสิก และศตวรรษที่ ๒๐

แนะนำให้ฟังครับ ไม่มีไฟล์ก็บอกอีเมลมานะครับ ผมจะส่งให้...

Saturday, July 01, 2017

เด็กเอ๋ย เด็กน้อย

ขี่แมงกะไซค์ไปล้ม...ขาเกือบหัก ผมต้องพักรักษาตัว งดสอนนักเรียนอยู่เป็นเดือน พอเริ่มหายผมก็ส่งข้อความไปบอกให้เด็ก ๆ มาเรียนต่อ...



เช้านี้ทำความสะอาดบ้านไว้ต้อนรับนักเรียน หนุ่มอินดี้มาประเดิมก่อนเลย...


ตอนบ่ายอังเปากับโอปอมาเรียนเมโลเดียน...


เรียนเสร็จก็ให้ดูในสิ่งที่สนใจ โอปอบอกว่าหนังสือลุงเยอะจัง...


ปล่อยให้เด็กได้สัมผัสเครื่องดนตรี จำได้ว่าสมัยก่อนตัวเองไม่เคยมีโอกาสเช่นนี้....



อังเปาสนใจไวโอลิน...


ส่วนน้องโอปอสนใจเชลโล ผมอยากจะจับให้เข้าไปอยู่ในกล่องมากกว่า อิอิ...


หวังว่าสักวันหนึ่งบ้านลุงน้ำชาจะเป็นแหล่งศึกษาของเด็ก ๆ 


มาเหอะเด็กน้อย รีบ ๆ มาเน้อ เดี๋ยวลุงตายแล้วไม่ได้มานะ!

Saturday, September 24, 2016

หาคำตอบ

วันนี้ผมเปิดชั้นล่างของร้านเปียโนให้เด็ก ๆ ได้ลองเรียน อยากจะดูว่าบรรยากาศการเรียนการสอนจะดีกว่าที่ชั้นลอยหรือไม่?


ยังปรับปรุงไม่แล้วเสร็จ... ยังไง ๆ ผมก็อยากได้คำตอบว่าจะให้เด็กย้ายลงมาเรียนข้างล่างดีมั้ย? สิ่งแรกที่เห็นผลคือ เมื่อยกประตูด้านหน้าขึ้น เปิดประตูหลัง แล้วหมุนบานเกล็ดหน้าต่างขึ้น ก็เกิดลมพัดถ่ายเท... 


เย็นสบายครับ...วันนี้ผมใช้แกรนด์เปียโนสอนเด็ก


พบว่าเปียโนเสียงเพี้ยนและมี ๒-๓ คีย์ที่ต้องซ่อม...



๑๐.๐๐ น. อินดี้เป็นนักเรียนคนแรกที่มาประเดิม...



๑๕,๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. เป็นเวลาของน้องแกรมและเมเปิ้ล ทั้งสองคนรู้สึกว่าจะตื่นเต้นและให้ความสนใจกับแกรนด์เปียโนเป็นพิเศษ


รูปที่ติดไว้ช่วยให้บรรยากาศคล้ายห้องแสดงภาพ  



เมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอน ผมสรุปได้ว่าไม่เหมาะที่จะย้ายลงมาที่นี่ ห้องที่ทำไว้ตรงระเบียงชั้นลอยน่าจะดีที่สุด!

Saturday, August 29, 2015

Boychoir


ผมติดตามดูภาพยนต์ซึ่งแสดงนำโดย Dustin Hoffman ด้วยความชื่นชอบมานับตั้งแต่ The Graduate หนังดังปี 1975...

ภาพจาก wikipedia
จนกระทั่งผ่านมาได้ ๓๙ ปี Dustin Hoffman ก็กลับมารับบทบาท choir master หรือผู้ควบคุมวงนักร้องประสานเสียง ในภาพยนต์เรื่อง Boychoir ที่ผมเพิ่งมีเวลาได้เปิดดู...



ผมคิดว่าบทบาทนี้ช่างเหมาะกับ Dustin Hoffman เสียจริง กับดาราตัวเล็กจมูกโต...ดูทีแรกผมนึกว่าเป็น Arthur Robinstein   แหม...ช่างสรรหามาได้ดีแท้ ๆ!  

Arthur Rubinstein : ภาพจาก wikipedia 
ภาพยนต์ยาว ๑๐๓ นาที (ปี 2014) กำกับโดย François Girard เขียนโดย Ben Ripley ผู้แสดงประกอบด้วย Dustin Hoffman, Kathy Bates, Debra Winger, Josh Lucas และ คณะนักร้องของ American Boychoir School

ผมชอบ Kathy Bates ดาราหญิงผมสั้น ผู้มารับบทผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีความมุ่งมั่น...


Boychoir เป็นเรื่องของเด็กชายวัย ๑๒ ขวบชื่อ Stet ซึ่งค่อนข้างก้าวร้าว แต่มีพรสวรรค์ในด้านการขับร้อง กับผู้ควบคุมวงชื่อ Carvelle (แสดงโดย Dustin Hoffman) เพื่อน ๆ จะได้ยินเพลงจากคณะนักร้องซึ่งประกอบด้วยเด็กชายล้วน ในลักษณะ a cappella (เหมือนในภาพยนต์เรื่อง The Chorus หรือ Les choristes 2004) 

ผมไม่ใช่นักวิจารณ์ มิได้ต้องการเขียนรีวิวเล่าเรื่องหนัง เพียงแค่อยากหยิบยกเอาภาพยนต์ที่ผ่านสายตาตัวเองแล้วเห็นว่าดีมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ดูเท่านั้น! อย่างหนังเรื่องนี้ ผมก็คิดว่าคนสนใจดนตรีน่าจะได้ดู เพราะมีการพูดถึงเรื่องทฤษฎีดนตรี อย่างเช่น คู่ระยะ, time signature, การขับร้อง, บทเพลงและคีตกวีที่มีชื่อเสียง ฯลฯ  


Garrett Wareing ก็แสดงเป็น Stet ได้สมบทบาททีเดียว...






มีบทเพลง Hallelujah ใน Messiah ผลงานของ George Frideric Handel ด้วยครับ....


ตอนจบเมื่อคุณพ่อและแม่คนใหม่มารับตัว Stet ไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น... 


สายตาและรอยยิ้มครั้งสุดท้ายที่ Stet มองไปยัง Carvelle


สิ่งที่มีค่ามาก ๆ สำหรับ Stet น่าจะเป็นจดหมายแนะนำตัวสั้น ๆ ที่ Carvelle เขียนให้ว่า...
To whom it may concern ----  Stet Tate is the best student I have ever taught.  

ผมเขียนได้แค่นี้แหละ.... เนื้อหาเพื่อน ๆ คงต้องไปดูเอาเอง!

Thursday, February 06, 2014

โครงการงานศิลป์

คำว่า "Artist" คนไทยเรียกว่า "ศิลปิน" รวมไปหมด...ตั้งแต่นักดนตรี นักร้องลูกทุ่งลูกกรุง ฯลฯ ยันดาราตลก สำหรับผมค่อนข้างจะไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้คำว่า "ศิลปิน" ถูกใช้สำหรับ "ผู้ที่สร้างงานศิลปะจริง ๆ มากกว่า!


แต่สำหรับชายที่ชื่อ "เดชา" ผมขออนุญาตเรียกว่า "ศิลปิน" อีกสักคนหนึ่งเหอะ  (แม้เจ้าตัวจะไม่ยอมรับก็ตาม)  เขาเป็นคน ๆ เดียวที่เอ่ยปากชมทรวดทรงของต้นไม้ที่อยู่ริม "ทะเลสาบขามแดง" หลังบ้านผม มันเป็นการมองด้วยสายตาของคนที่เป็นศิลปิน (ผมอยู่กับภาพเช่นนี้มาครึ่งปีแล้ว...ยังไม่เคยมองและคิดอย่างคุณเดชาเลย)


ไม่นานมานี้คุณเดชาขี่จักรยานยนต์จากเชียงใหม่มาหาผมที่ห้างฉัตร พร้อมกับนำภาพพิมพ์จากผลงานมามอบให้... 


ชายผู้นี้มีอะไรที่ไม่เหมือนคนทั่วไปจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายตาและความคิดต่อสรรพสิ่งรอบกาย แม้แต่การกระทำบางอย่างก็ยังไม่เหมือนใคร อย่างเช่น การขี่จักรยานยนต์ทิ้งบ้านที่เชียงใหม่ล่องใต้ไปนานนับเดือน!

เพื่อน ๆ ลองดูกระเป๋าทำจากกระดาษโฆษณาสินค้าของห้างเทสโกใบนี้ดูสิครับ...


แทนการห่อแบบธรรมดา ๆ ทั่ว ๆ ไปอย่างที่เราทำกัน เขากลับบรรจงประดิษฐ์ประดอยทำกระเป๋าขึ้นมาจากเศษกระดาษ...

ผมมีโครงการที่จะนำภาพพิมพ์ผลงานของคุณเดชาไปใส่กรอบแล้วแขวนไว้ให้เต็มบ้าน  หากมีโอกาสผมก็อยากเชิญให้มาสอนวิชา "วาดเขียน" ให้เด็ก ๆ บ้านเราด้วย  เอาว่าสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมงก็ได้ เลือกสวนสาธารณะสักแห่ง หรือใต้ถุนหอศิลป์เมืองเขลางค์ก็อาจขอใช้ได้  ระหว่างเรียนก็อาจมีการแสดงดนตรีของเด็ก ๆ และคนแก่ไปด้วย...

เพื่อน ๆ เห็นด้วยหรือไม่ครับ?

Friday, June 25, 2010

ตำราวิโอล่า


วันนี้ห้องเก็บหนังสือลุงน้ำชาได้ตำราวิโอล่าของซูซูกิเพิ่มมาอีก ๓ เล่ม คือ เล่ม ๓, ๕ และ ๖ นอกจากนั้นก็ยังมีโน้ตเปียโนที่ใช้เล่นประกอบบทเพลงในตำราเล่ม ๔, ๕ และ ๖

พูดถึงเรื่องวิโอล่า ผมนำไปใช้สอนวงเครื่องสายที่โรงเรียนลำปางกัลยาณี ก็รู้สึกว่าสะดวกดี เพราะสามารถสาธิตหรือเล่นร่วมกับกลุ่มไวโอลิน วิโอล่า และเชลโล่ได้โดยใช้วิโอล่าเพียงตัวเดียว กล่าวคือเวลาเล่นกับไวโอลินก็เปลี่ยนไปเล่น position 4 แต่ถ้าไปเล่นกับเชลโล่ก็อ่าน F Clef และแก้ไขในเรื่องการบอกนิ้วให้กับนักเรียน (บางตำแหน่งวิโอล่าใช้นิ้ว ๓ แต่เชลโล่ใช้นิ้ว ๔)

ทุกวันนี้ยังหาคนเล่นวิโอล่าได้ยาก ที่โรงเรียนลำปางกัลยาณีมีผู้เล่นวิโอล่าเพียงสองคน และทั้งสองคนก็มีสรีระที่ไม่ค่อยจะเหมาะสมซักเท่าไร คือ แขนสั้นเกินไปสำหรับเครื่องขนาด ๔/๔

สำหรับตัวเอง ผมตั้งใจว่าจะหาเวลาสำหรับการซ้อมวิโอล่าให้ได้  คิดว่ามันน่าจะเป็นเครื่องดนตรีที่เหมาะสำหรับผม  แต่ก็รู้สึกแย่ เพราะผมยังคงย่ำเท้าอยู่กับที่ ไม่ได้ก้าวเดินไปข้างหน้าเลยแม้แต่น้อย….

การได้ตำรามาอีกหลายเล่มทำให้อย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่ามันยากขนาดไหน….

Wednesday, February 04, 2009

When You Look Me In The Eyes

ผมมีนักเรียนเปียโนอยู่คนหนึ่ง ชื่อน้องน้ำฝน เรียนอยู่ชั้น ม.๖ ตอนนี้เอ็นท์ติด ม.ช.แล้ว อีกไม่นานก็จะก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัย ก่อนไปอยู่เชียงใหม่...น้ำฝนอยากจะเรียนดนตรีเพิ่มเติม จึงได้ไปสมัครเรียนไวโอลินเเละเปียโนที่โรงเรียนมีทองเปียโน

ผมต้องสอนเปียโนอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะไม่สอนแล้ว กับน้องน้ำฝนมันไม่ได้เป็นการเรียนการสอนตามหลักสูตรโดยใช้ตำราเล่มใดเล่มหนึ่ง แต่นักเรียนอยากเล่นเพลงที่ตัวเองชอบและให้ผมช่วยสอน ครูวัยดึกอย่างผมก็ไม่ค่อยสันทัดเรื่องเพลงวัยซะรุ่นเสียด้วยซิ….

ภาพจาก starpulse.com
When You Look Me In The Eyes  - Jonas Brothers

If the heart is always searching,
Can you ever find a home?
I’ve been looking for that someone,
I’ll never make it on my own.
Dreams can’t take the place of loving you,
There’s gotta be a million reasons why it’s true

When you look me in the eyes,
And tell me that you love me.
Everything’s alright,
When you’re right here by my side.
When you look me in the eyes,
I catch a glimpse of heaven.
I find my paradise,
When you look me in the eyes.

How long will I be waiting,
To be with you again
Gonna tell you that I love you,
In the best way that I can.
I can’t take a day without you here,
You’re the light that makes my darkness disappear.

When you look me in the eyes,
And tell me that you love me.
Everything’s alright,
When you’re right here by my side.
When you look me in the eyes,
I catch a glimpse of heaven.
I find my paradise,
When you look me in the eyes.

More and more, I start to realize,
I can reach my tomorrow,
I can hold my head high,
And it’s all because you’re by my side.

When you look me in the eyes,
And tell me that you love me.
Everything’s alright,
When you’re right here by my side.
When I hold you in my arms
I know that it’s forever
I just gotta let you know
I never wanna let you go

Cause when you look me in the eyes.

And tell me that you love me.
Everything’s alright,
When you’re right here by my side.
When you look me in the eyes,
I catch a glimpse of heaven.
I find my paradise,
When you look me in the eyes.

โถ…ผมจะรู้จักได้ยังไง นักเรียนต้องไปหาโน้ตมาให้ผมก่อน จากนั้นผมจึงเปลี่ยนจาก key of D เป็น key of G (เพื่อให้เหมาะกับเสียงของผู้หญิง) พร้อมกับแก้ไขโน้ตมือซ้ายให้เล่นง่ายขึ้นด้วย บ่ายวันนี้ผมใช้โปรแกรม Sibelius 3 เขียนโน้ตและทำมิดี้ให้นักเรียนก่อนที่จะบึ่งรถไปสอน…เกือบไม่ทัน

สอนไป ๆ ผมรู้สึกว่าชักจะสนุกกับเพลงใหม่ ๆ ที่ไม่รู้จักซะแล้ว
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ - เรื่องนี้เป็นบทความเก่าที่ได้ย้ายมาจากบล็อก wichai's space