Showing posts with label วง string ensemble. Show all posts
Showing posts with label วง string ensemble. Show all posts

Friday, January 21, 2011

ตำราเชลโลอายุ ๑๐๐ ปี

ผมเริ่มหันไปเล่นกับแม่เรไรอีกครั้ง หลังจากละทิ้งให้นอนเก็บตัวเงียบอยู่ในกล่องมาแรมปี คิดว่าถ้าจะตั้งวง string ensemble ขึ้นอีกครั้ง ผมคงต้องรับหน้าที่เล่นเชลโล เหมือนกับที่เคยบรรเลงร่วมกับอ้อ เอิน และดรีม...


ผมตั้งใจแล้วว่าจะต้องซ้อมเชลโลให้ได้ทุกวัน วันละ ๑ ชั่วโมง คือตั้งแต่ ๑ ทุ่มถึง ๒ ทุ่ม นี่ก็ทำมาได้ ๓ วันแล้ว ตำราที่ใช้นอกจากซูซูกิและอัลเฟรดแล้ว ผมยังใช้ตำราเก่าซึ่งมีอยู่อีกเล่มหนึ่ง คือ Practical Tutor for the Violoncello โดย Otto Langey เล่มนี้...


พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1909 โดย Hawkes & Son แม้ว่าฉบับที่ผมใช้จะเป็นฉบับ Revised & Enlarged ผมก็อยากเรียกว่า "ตำราเชลโลอายุ ๑๐๐ ปี" ซึ่งหาดูได้ยากก็แล้วกัน…

ตำรา ๑๒๓ หน้า เริ่มสอนตั้งแต่ rudiments of music แล้วจบด้วย sonata ของ J.N. Hummel  เรียนจบเล่มเดียวออกไปเล่นในวง orchestra ได้เลย แต่ใครบ้างที่จะเล่นได้จบเล่ม?  ลองดูหน้า ๒๐ ก็จะรู้ว่าตำราเล่มนี้อยู่ในประเภทพูดน้อยต่อยมากขนาดไหน...


น่าคิดนะครับว่าทำไมคนสมัยก่อนถึงไม่ต้องเรียนแบบค่อยเป็นค่อยไปเหมือนอย่างในตำรายอดนิยมของอัลเฟรดในปัจจุบัน สมัยก่อนรูปภาพประกอบก็ไม่มี  แต่ละเรื่อง ๆ ก็เขียนอธิบายไว้เพียงย่อ ๆ หน้าเดียวเท่านั้น หรือว่าสมัยก่อนคงต้องเรียนกับครูเหมือนอย่างในภาพยนต์ที่  Menuhin สอนนักเรียน...

สำหรับผมมีความคิดว่า คนโบราณนั้นชีวิตต้องต่อสู้ ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ  ตำราก็หายาก คลิปวิดีทัศน์ก็ไม่มี ฉะนั้นผู้ที่อยากเล่นดนตรีเก่ง ๆ จึงต้องพยายามแสวงหา คิดค้นและฝึกฝนอย่างจริงจัง  ตำราเล่มนี้ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่าคนโบราณนั้นทุ่มเทขนาดไหน…

คุณแซมได้ให้คอมเม้นท์ไว้ว่ามีตำราไวโอลินของ Otto Langey เก็บไว้ในลัง อยากจะส่งมาเก็บไว้ในห้องสมุดดนตรีลุงน้ำชา ขอขอบคุณครับ ผมคิดว่าหนังสือเก่าอย่างนั้น น่าจะแยกไว้โชว์ให้คนรุ่นใหม่ได้ดูมากกว่าที่จะนำมาใช้  ตำราเก่าของ Otto Langey เหมาะที่จะไว้แสดงให้เด็ก ๆ ได้เห็น อย่านำมาเปิดซ้อมทีละหน้าเพราะกระดาษขาดง่าย และทุกครั้งที่ฉีกขาด ก็ทำให้รู้สึกเสียดาย!

ท่านผู้พันมือ fiddle จังหวัดแพร่ก็มีเจ้า Tutor for the Violin ของ Otto Langey ตัวจริงอยู่เล่มนึง ท่านได้กรุณาถ่ายเอกสารให้ผมไว้ศึกษา ดูแล้วก็ไม่แตกต่างกัน คือเป็นแบบม้วนเดียวจบ

ยากขนาดไหน หุหุ... เห็นแล้วต้องส่ายหัว!

Friday, January 07, 2011

ดรีม อ้อ และเอิน…

คุณเมธีตั้งชื่อให้ cello ของผมว่า “เรไร”  ผมไม่ได้โอบกอดแม่เรไรมานานหลายเดือนแล้ว!  น้องเริงร่า (viola ตัวโปรด) และน้องระริน (ไวโอลินตัวที่ตั้ง sound post เมื่อไม่นานมานี้) ก็เช่นกัน


เมื่อวานนี้ผมไปที่โรงเรียนดนตรีธีรดา ได้เห็นภาพวง string ensemble ที่มีผมเล่น cello กับลูกศิษย์ไวโอลินอีก ๓ คน คือ ดรีม เอิน และอ้อ ถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของครูแต้ม  จึงได้ขอนำมาโพสต์ไว้ที่นี่ เพื่อรำลึกถึงความหลังที่เคยได้ทำวงเครื่องสายสากลเล็ก ๆ ขึ้นมา…

ตอนที่มาสมัครเรียนไวโอลินนั้น น้องดรีมเคยเรียนที่โรงเรียนดนตรียามาฮ่ามาแล้วเป็นปี ผมก็เพิ่งจะเริ่มรับสอนไวโอลิน (เพราะสถานการณ์บังคับ) ตอนแรกก็รู้สึกหนักใจไม่น้อย แต่พอได้เห็นท่าจับไวโอลินและการสีของน้องดรีมในชั่วโมงแรก ผมก็มั่นใจว่าพอสอนได้ น้องดรีมข้อมือซ้ายงอและหนีบไวโอลินไม่ได้ สีโน้ตเพลงในตำราของ Alfred ก็ยังไปได้ไม่มาก ผมแก้ไขท่าจับไวโอลินให้ใหม่แล้วทบทวนแบบฝึกหัดในตำรา Alfred  ขณะเดียวกันก็เสริมโดยใช้ตำราซูซูกิอีกเล่มนึง ผมสอนไปด้วย…ศึกษาไปด้วย

ต่อมาอีกไม่นานก็มีน้องอ้อมาสมัครเรียนไวโอลิน คุณแม่เป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลศูนย์บอกกับผมว่าลูกสาวอยากไปสอบเข้ามหิดลขอให้ผมช่วยสอนให้เล่นเพลงที่จะใช้สอบ จำได้ว่าวันนั้นนำโน้ตเพลงมาให้ผมดูด้วย เพลงยากมาก ผมสอนไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นขั้นพื้นฐานก็พอสอนให้ได้ น้องอ้อตกลงเรียนครับ ดูเหมือนว่าจะจ่ายค่าเรียนครบหลักสูตร ๑ ปีด้วยมั้ง นับเป็นนักเรียนคนแรกที่ผมได้สอนตั้งแต่เริ่มต้น

สำหรับเอินนั้นมาทีหลังเพื่อน ผมก็สอนแบบเดียวกับที่สอนดรีมและอ้อ นักเรียนทั้ง ๓ จบหลักสูตรเบื้องต้นภายในระยะเวลา ๑ ปี  เรียนตำราซูซูกิถึงครึ่งเล่มสอง และตำรา Alfred เล่มสองอีกค่อนเล่ม

ช่วงที่อ้อเหลืออีกสักประมาณ ๒-๓ ครั้งจะครบหลักสูตร ผมโทรศัพท์ไปที่โรงเรียนดนตรีมีทอง (ถนนท่าคราวน้อย) เพื่อฝากงานให้  เย็นวันนั้นอ้อก็ไปสมัคร ครูปี้ขอให้อ้อเล่นไวโอลินให้ฟังแล้วรับไว้เป็นครูไวโอลินเลย

เมื่อครบหนึ่งปี ผมบอกนักเรียนทั้งสามว่าสอนต่อไม่ได้อีกแล้ว ถ้าจะเรียนในระดับสูงขึ้นไปก็ต้องไปเรียนกับครูคนอื่น ดรีมเลือกที่จะไม่เรียนต่อ แต่ยังคงเล่นไวโอลินเพื่อความเพลิดเพลิน ในขณะที่เรียนหนักทางด้านภาษาจีน  เอินไปสมัครเรียนต่อที่ Piano Studio เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ (ได้ข่าวว่าครูให้สอบเกรดด้วย)  ส่วนอ้อไปเป็นครูไวโอลินอยู่ที่มีทองเปียโนแล้วย้ายไปสอนที่ยามาฮ่า จากนั้นก็ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยศิลปากร




ผมก็ยังคงเป็นตาแก่ที่เก็บตัวเงียบอยู่เหมือนเดิม...