Showing posts with label ที่พัก. Show all posts
Showing posts with label ที่พัก. Show all posts

Thursday, February 20, 2020

เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการปั่นจักรยานทางไกล

ได้ยินฝรั่งนักท่องโลกบางคนกล่าวชื่นชอบการปั่นจักรยานในเมืองไทย ผมก็ว่าน่าจะจริง เพราะบ้านเราถนนหนทางดีมีไหล่ทาง...


มีปั้มน้ำมันตั้งอยู่เป็นระยะ ๆ ให้ได้แวะ take a leak...


ห้องน้ำสะอาด... ส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้น!


มีชาวบ้านบางคนบอกว่าที่ปั้มน้ำมันก็นอนได้ ผมคิดว่าถ้าเป็นรถยนต์ก็โอเค แต่ถ้าปั่นจักรยานมา...ศาลาริมทางน่าจะดีกว่า


พิสูจน์มาแล้วที่หน้าวัดสันป่าสัก คืนวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ เมื่อไม่สามารถทำเวลาถึงเมืองลี้ให้ได้ก่อนค่ำ... 


ก่อนหน้านั้นก็คิดว่าจะนอนตรงนี้ แต่ยังมีเวลาก็เลยปั่นต่อ...


นอกจากนั้นก็ยังมีส่วนราชการบางแห่งตั้งเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล...



จัดให้ทั้งน้ำร้อนน้ำเย็น กาแฟโอวัลติน ลูกอม ขนมหวาน...


รอยยิ้มจากเจ้าหน้าที่...เห็นแค่นี้นักปั่นก็หายเหนื่อยแล้ว


บางแห่งมีป้ายเชิญชวนให้แวะใช้บริการด้วยซ้ำ....


อย่างเช่นหมวดทางหลวงบ้านโฮ่ง (Ban Hong Highway Depot)


ผมมักไม่ค่อยปฏิเสธที่จะแวะเข้าพักนั่งกินอาหาร...


มาล้างหน้าล้างตาและฉี่ลดน้ำหนัก...ก่อนเดินทางต่อด้วยความสดชื่นเบาตัว


ตามโรงพักหรือโรงพยาบาล ถ้าจำเป็นก็แวะขอพักได้ บอกเจ้าหน้าที่ว่ามืดแล้วไปต่อไม่ได้ ไม่มีใครใจดำพอทึ่จะขับไล่ตาแก่ผู้น่าสงสารหรอก...




ศาลาพักร้อนก็มีครับ นั่งแล้วก็ค่อย ๆ เอนตัวลงนอน (ฮา)



 เจ็บปวดก็ตรงไปที่ ER... 


ไม่ว่าจะนอนที่ไหน จะให้ดีก็ต้องทาโลชั่นกันยุงซะหน่อย จะได้ไม่ถูกยุงหาม อิอิ!

Wednesday, March 27, 2019

แผ่นพับ backpacker hostel อายุ ๓๔ ปี

๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๘... ผมเดินทางจากการาจี ประเทศปากีสถาน ไปยังกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ โดยเครื่องบินของ PIA (Pakistan International Airlines) เที่ยวบินที่ PK 207



เดินทางไปยุโรปเป็นครั้งแรกในชีวิต...ผมคือ backpacker ผู้อ่อนหัดจริง ๆ



ได้บันทึกไว้ว่า...
...ออกจากอาคารสนามบิน ตรงไปที่รถเมล์ซึ่งจอดอยู่ ถามที่บูธขายตั๋วว่าไป Plaka หรือเปล่า?  เขาบอกว่าไป แต่พอจะซื้อตั๋วก็คิดได้ว่าลืมแลกเงิน ต้องรีบกลับไปที่สนามบินและแลกเงินกับ National Bank of Greece  อัตราแลกเปลี่ยนคือ $1 = 133.0240 drs  แลกด้วยเงิน $21 ได้ 2,794 drs หักค่า commission 30 drs แล้วเหลือ 2,764 drs
พอได้เงินดรัคมาก็กลับไปซื้อตั๋วรถเมล์ (ค่าโดยสาร ๖๐ ดรัคมา) แล้วขึ้นไปนั่งรอบนรถ ไม่นานนักรถก็ออกวิ่งเข้าเมืองโดยไม่จอดรับผู้โดยสารกลางทาง มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นคนหนึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ  ถามเค้าว่าจะไปพักที่ไหน ก็เห็นว่าไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน แกหยิบหนังสือนำเที่ยวภาษาญี่ปุ่นออกมาค้นหาคำตอบ...
พอสุดระยะ รถจอดให้ลง ตอนนี้แหละตัวใครตัวมันแล้ว!  คิดว่าเราก็หนึ่งในสยามเหมือนกัน ทำไมต้องถามเจ้ายุ่นด้วย ตัดสินใจออกเดินหาที่พักเอาเอง  หนังสือ Europe by Train ที่พกไปด้วยบอกให้ตรงไปยัง Plaka เพราะที่นั่นมีที่พักราคาไม่แพง แวะถามคนแถวนั้นว่า Plaka อยู่ที่ไหน เค้าก็บอกว่าตรงนั้นแหละที่เรียกว่า Plaka แต่ผู้คนมากเหลือเกิน ตึกรามบ้านช่องก็แบ่งซอยออกเป็นย่อย ๆ จนดูสับสนไปหมด!!  นักท่องเที่ยวฝรั่งหลายคนเดินหาที่พักกันให้วุ่น...
ด้วยความพยายามและอาศัยความช่วยเหลือจากชาวกรีกหลายคน ในที่สุดก็ได้พบ Student Inn บนถนน Kydathineon ตามที่บอกไว้ในหนังสือ ใจชื้นขึ้นหน่อยเมื่อได้พบที่พัก (ถ้าหาไม่ได้...เห็นท่าจะลำบากอีกไม่น้อย) เข้าไปสอบถาม เขาบอกว่าคืนละ ๔๕๐ ดรัคมา (ประมาณ ๑๐๐ บาท) ต้องจ่ายล่วงหน้าก่อน ๑ คืน  ได้ห้องพักหมายเลข ๑๘ เป็นห้อง dorm มี ๓ เตียง  มีฝรั่งพักอยู่แล้ว ๒ คน คนหนึ่งเป็นชาวเยอรมัน อีกคนมาจาก Austria....
รีบอาบน้ำทันทีเพื่อเรียกหาความสดชื่น ทดลองเปิดก๊อกอ่างล้างหน้า พบว่ามีทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น ถ้าเปิดน้ำเย็นอย่างเดียวช่างเย็นดีแท้  ใช้ดื่มได้ ไม่ต้องกลัวว่าท้องจะเสียเหมือนพวกกระเพาะบางเลยดื่มซะหายอยาก จะกลัวไปทำไมเมื่อมี Lomotil ติดตัวมาด้วย  ห้องอาบน้ำแคบมาก มีฝักบัวอยู่ตรงกลาง น้ำไหลแรงดี ต้องเปิดทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นผสมกันให้ได้อุณหภูมิพอเหมาะ สระผมแล้วเบาหัวขึ้นเยอะ...
จะเห็นได้ว่าเมื่อ ๓๔ ปีที่แล้ว ผมจ่ายค่าที่พัก (dorm bed) ใน hostel กลางกรุงเอเธนส์แค่คืนละ ๑๐๐ บาทเท่านั้น นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีประสบการณ์พักแรมในโฮสเทลต่างประเทศ หลังจากนั้นผมก็เริ่มรู้จัก backpacker hostel และสามารถปรับตัวเป็น hosteller ผู้เดินทางด้วยงบประมาณน้อยนิดได้ในที่สุด...

เดินทางไปไหนก็จะได้แผ่นพับ hostel ในแต่ละเมือง ส่วนใหญ่ผมก็เก็บรวมไว้กับเอกสารอื่น ๆ วันนี้ไปค้นเจอแผ่นพับของ Youth Hostel ในเอเธนส์อีกฉบับหนึ่ง น่าสนใจไม่น้อยครับ สมัยนั้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีคอมพิวเตอร์หรือเครื่องพิมพ์สีไว้ใช้ โลโก้หรือภาพวาดก็ต้องอาศัยความสามารถของผู้ออกแบบอย่างเดียว ผมคิดว่าแผ่นพับอายุ ๓๔ ปีฉบับนี้บอกอะไรเราได้เยอะเลยครับ...



เรื่องแผนที่ก็ไม่ต้องพูดถึง google earth...ว่ากันอย่างเนี้ยเลย!  

  
 


ดูที่ our rates range ด้านบน ค่าที่พักคิดเป็นเงินไทย แค่คนละ ๕๐ บาทเองครับ!

Sunday, March 17, 2019

Hangchat Backpacker Hostel (2)

ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทั้งในและนอกประเทศที่ได้ให้กำลังใจและสนับสนุนในเรื่อง backpacker hostel ของตาแก่เมืองรถม้า...



แม้ว่างานบ้านที่แบกรับไว้ทุกวันนี้จะมีมาก ผมก็ต้องเดินหน้าต่อเรื่อง backpacker hostel  เริ่มด้วยการปรับปริมาณแสงที่เข้ามาในห้องดอร์มด้วยการเสกกระจกใสของช่องแสงที่มีอยู่ ๓ ช่องให้กลายเป็นกระจกสี (stained glass) ด้วยวิธีง่าย ๆ



วิกิพีเดียกล่าวว่า...
งานกระจกสี หมายถึงงานที่ใช้กระจกสีตกแต่งหรืองานการทำกระจกสี ซึ่งไม่แต่เฉพาะแต่หน้าต่างเท่านั้น ยังรวมถึงศิลปะอื่น ๆ ที่ใช้กระจกสีตกแต่งด้วยเช่น บานกระจกที่ทำเพื่อการตกแต่งโดยเฉพาะ...
งานกระจกสี เป็นงานฝีมือที่ศิลปินต้องมีพรสวรรค์ทางศิลปะเพื่อที่จะออกแบบได้ และต้องมีความรู้ทางวิศวกรรมเพี่อที่สามารถประกอบบานกระจกที่ทำใว้ให้แน่นหนาภายในกรอบสิ่งก่อสร้าง โดยเฉพาะกระจกบานใหญ่ๆ ที่จะต้องรับน้ำหนักของตัวบานกระจกเองและสามารถทนทานต่อสภาวะอากาศภายนอกได้...
ไม่ต้องเปลี่ยนกระจก ผมเพียงแค่สั่งซื้อฟิล์มติดกระจก (เนื้อ PVC)  มาจากลาซาด้า...




เครื่องมือเครื่องใช้ก็มีไม่กี่ชิ้นอย่างที่เห็น...


การติดฟิล์มกับกระจกก็ไม่ยากครับ ผมทำตามขั้นตอนมีดังนี้...
  • ไขสกรูยึดออกแล้วยกลูกกรงเหล็กดัดออกจากวงกบ 
  • ปัดและเช็ดฝุ่น
  • ทำความสะอาดกระจก 
  • ตัดแผ่นฟิล์มให้ใหญ่กว่าหน่อยนึง พอดีแผ่นฟิล์มกว้าง ๙๐ เซนติเมตร ซึ่งพอดีกับส่วนสูงของช่องหน้าต่าง จึงตัดเผื่อแค่ด้านกว้าง...
  • ฉีกละอองน้ำให้เปียกกระจก
  • ลอกพลาสติกออกจากแผ่นฟิล์ม (จะฉีดน้ำให้เปียกด้านที่จะนำเข้าติดด้วยก็ได้)
  • นำแผ่นฟิล์มเข้าติดกับกระจก
  • ใช้บัตรพลาสติกกรีดรูดไล่อากาศและน้ำออกจากหน้าสัมผัสของฟิล์มและกระจก
  • ใช้ cutter ตัดฟิล์มส่วนที่เกินออก
  • ใช้ผ้าแห้งเช็ดพื้นผิวให้สะอาด แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง
  • ทาสีน้ำมันวงกบ
  • นำลูกกรงเหล็กดัดใส่กลับเข้าที่
เรียบร้อยอย่างที่เห็น...
 








ขั้นตอนต่อไปคือ...ทำสีเตียง!

Monday, December 28, 2015

คำขอบคุณจากคนเขียนบล็อก

จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ค่อยรู้หรอกว่าที่ได้เขียนลงไว้ในบล็อกช่างเหอะและบล็อกท่องโลก (exploring the world) จะมีประโยชน์ต่อใครได้มากน้อยแค่ไหน?  ตัวผู้เขียนเองก็ลืมไปซะเป็นส่วนใหญ่แล้วว่าได้เขียนเรื่องอะไรไว้บ้าง! 



เมื่อเช้านี้ได้เห็นข้อความสั้น ๆ ปรากฏอยู่ ในขณะเขียนบล็อกด้วย wordpress  คุณ phiji บอกขอบคุณที่ผมแชร์ข้อมูล แจ้งด้วยว่ากำลังจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวเวียงภูคาในช่วงสิ้นปี ๒๕๑๕ อืมมมมม...คงเป็นช่วงนี้แล้วสินะที่คุณ phiji จะควบจักรยานยนต์ท่องเมืองลาว ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพและมีความสุขนะครับ...

ด้วยความอยากรู้ว่าได้เขียนอะไรไว้บ้างเกี่ยวกับ "เวียงภูคา" ผมจึงลอง google ดู โดยใช้คำว่า "ที่พักเวียงภูคา" ได้ผลมาดังนี้...


พบเรื่อง "ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – หาที่พักในเวียงภูคา" (เขียนไว้ตั้งแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗) ผมคลิกเข้าไปดูก็เห็นรูปเตียงนอนและห้องน้ำตามที่ได้โพสต์ไว้....



มิได้เป็นที่พักสวยหรูเหมือนอย่างที่ได้เห็นในเว็บท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ภาพที่นำลงอาจดูไม่น่าอภิรมย์นัก แต่เมื่อมีผู้เข้ามาดูแล้วทิ้ง comment ขอบคุณไว้ แสดงว่ายังพอมีนักท่องเที่ยวในรูปแบบประหยัดเข้ามาดูแล้วให้ความสนใจ อาจได้ประโยชน์จากข้อมูลของผม ทราบแค่นั้นก็ดีใจยิ่งแล้ว!  ผมไม่อยากได้ชื่อได้เสียงตลอดจนเงินจากการโฆษณา ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น...นอกจากการรับรู้ว่ามีผู้ได้ประโยชน์จากข้อมูลที่ลงไว้ มันเป็นกำลังใจที่จะทำให้ผมตั้งหน้าตั้งตาเขียนบล็อกต่อไป แม้ต่อไปจะไม่มีอะไรให้เขียน ผมก็จะออกไปแสวงหาข้อมูลดิบมาอีก และเขียน ๆๆ จนกว่าจะสิ้นแรงไป...ในวันใดก็วันหนึ่ง!

ขอขอบคุณนักเดินทางผู้เห็นประโยชน์ของบล็อกลุงน้ำชา!

Friday, November 27, 2015

Welcome Woojong Kim

วันนี้ไม่ได้ทำงานที่ระเบียงชั้นลอย!  ก็อย่างที่บอกเมื่อวานนี้ว่าจะมีนักปั่นจักรยานท่องโลกชาวเกาหลีมาพักที่บ้าน ผมต้องทำความสะอาดและจัดเตรียมสถานที่...


จัดเตียงให้นอนที่ชั้นลอย เตรียมน้ำดื่มไว้ให้ที่โต๊ะกลม...


กาต้มน้ำ นมแล็คตาซอย ชา-กาแฟ วางไว้ให้บน vibraphone...


ติดป้ายต้อนรับไว้ที่ประตูหน้าบานเล็ก...


นักปั่นชาวเกาหลีบอกว่าจะมาหลัง ๓ โมงเย็น ผมเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วก็รอ ๆๆๆ  ๔ โมงก็ยังไม่เห็นมา ออกไปรอดูที่ระเบียงก็ไม่เห็นวี่แวว...


เค้าจะมาจากเชียงใหม่ ผมส่งข่าวไปแล้วว่าบ้านหาง่ายมาก ผ่านห้างเทสโก้มาก็ถึงทางแยกใหญ่ (intersection) ให้คอยดูทางซ้ายดี ๆ ละกัน บ้านที่มีประตูสีน้ำเงินนั่นแหละ...


ผมโผล่ออกไปดูที่ระเบียงหลายครั้ง จน ๕ โมงกว่าออกไปอีกทีก็เห็นหนุ่มนักปั่นมาจอดรถอยู่ที่หน้าบ้าน เค้าเลี้ยวไปยูเทิร์นที่ถนน 1039 โน่น กว่าจะเห็นก็มาอยู่ที่หน้าบ้านแล้ว ผมตะโกนเรียกเสียงดังว่า "Jeremy"  หนุ่มนักปั่นแหงนหน้าขึ้นมามอง!


ผมลงไปเปิดประตูให้นำรถเข้ามาเก็บ แล้วต้อนรับด้วย welcome drink เป็นชาเย็น ๑ แก้ว ก่อนที่จะพาขึ้นมาที่ชั้นลอย...


ทีแรกตั้งใจว่าจะปั่นจักรยานไปตลาด หาผักมาทำกับข้าว แต่เจเรมีมาค่ำเกิน ผมจึงทอดไข่เจียว ผัดผักกาดขาวใส่กุ้งแห้ง แล้วเอาของเก่า (ผัดขิงและไส้อั่ว) มาอุ่น ข้าวสวยมี ๒ อย่างคือข้าวกล้องและข้าวขาว...


แขกอาบน้ำอาบท่าหายเหนื่อยแล้วก็เชิญขึ้นมากินข้าว เรากินไปคุยไป แม้วัยจะต่างกันถึง ๓๐ ปี แต่ก็คุยกันถูกคอ......


กว่าจะบอกให้แขกไปนอนพักก็สี่ทุ่มกว่า!! 

Monday, January 20, 2014

โรงแรมควีน ซาปา

วันนี้ไปค้นเจอหวีที่ได้รับแจกจากโรงแรมควีน ซาปา ประเทศเวียดนาม...


นับเป็นโรงแรมแรกที่ผมได้รับแจกหวี ที่มีตราของโรงแรมอยู่ด้วย....


เห็นแล้วก็คิดถึงโรงแรมที่เคยไปพัก เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๕...



ตอนนั้นค่าห้องคืนละ $7....


 มีจักรยานให้เช่าด้วย...


จะมีโอกาสได้กลับไปอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้...