Showing posts with label เดินทาง. Show all posts
Showing posts with label เดินทาง. Show all posts

Sunday, January 09, 2022

Final Trip - travel budget

ผมนึกถึงเพลงของ Ray Charles  ที่ว่า "Hit the road Jack and don't you come back no more."   
 

ภาพจาก wikipedia - thanks!

ก่อน hit the road มีสิ่งต้องทำหลายอย่าง อย่างนึงคือการวางแผนเรื่องเงิน... 

ภาพจาก pixabay.com - thanks!


วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นวันครบกำหนดประกันชีวิตกรุงไทยแอกซ่าที่ทำไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ จำนวนเงินเอาประกันคือ ๑๖๖,๖๖๗ บาท หากไม่เสียชีวิตก่อนกำหนด...ผมจะได้รับเงินคืนร้อยละ ๑๘๒ ของจำนวนเงินเอาประกัน นั่นคือ ๓๐๓,๓๓๐.๓๐ บาท เงินก้อนนี้แหละที่จะเป็น travel budget

เดินทางไม่ว่าครั้งใด ผมไม่เคยพกเงินสดทีละมาก ๆ ไปพม่าผมก็แลกเงินดอลล่าร์จาก Super Rich บอกเค้าว่า “ไปพม่าขอแบ้งค์ใหม่”


Travellin' light ไปอินโดนีเซีย ผมก็แลกเงินริงกิตมาเลเซียที่ร้าน "รุ่งทรัพย์การท่องเที่ยว" ถนนเยาวราช


แลกเงินรูปีอินโดนีเซียที่ "ซุปเปอร์ริชเท็กซัส" 


ไปเที่ยวกลับมา... ผมมักจะมีเหลือติดกระเป๋าทุกที


ระหว่างเดินทางไม่ต้องพกเงินสดติดตัว ผมจะนำเงินทั้งหมดเข้าบัญชีออมทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับบัตรเครดิต สามารถกดเงินสกุลต่าง ๆ จากตู้เอทีเอ็มในต่างประเทศได้เลย!

Travel budget ก้อนนี้ หมดแล้วหมดเลย แม้กระทั่งลมหายใจ!

Thursday, October 17, 2019

bikepacking - พกเตาไปต้มน้ำ

ปั่นจักรยานท่องโลก...บางครั้งต้องตั้งเต็นท์นอนริมทาง หรือไม่ก็ขออาศัยนอนวัด ขอให้เตรียมเต็นท์ ถุงนอน ผ้าปู ไปให้พร้อม...


อย่างหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะขาดไม่ได้ คงเป็นอุปกรณ์ต้มน้ำหรือทำอาหาร ผมเห็นเค้านิยมใช้เตาแบบใช้แก๊สกระป๋องกันเป็นส่วนใหญ่ ผมเองไม่เคยใช้ และไม่ทราบว่าราคา ไม่รู้ว่ายากต่อการพกพาหรือเปล่า?  แต่ก็อยากได้เตาติดตัวไปด้วยเหมือนกันนะ...

ภาพจากอินเทอร์เน็ต
เจ้าเตาแบบกระป๋องแก๊สไม่อยากได้ครับ ขอใช้เตาแอลกอฮอล์ดีกว่า...



ราคาไม่แพงและพกพาง่าย ผมสั่งซื้อมาแล้วครับ (๑๖๐ บาท) มีถุงผ้าให้มาด้วย...


ลองประกอบให้เพื่อน ๆ ได้ดู... 


 ถ้าใช้ก้อนแอลกอฮอล์ก็วางลงบนจานนั่นแล้วจุดไฟ...


แต่ถ้าจะใช้ฟืน ก็หาพวกเศษไม้เล็ก ๆ มาทำเชื้อเพลิง (เอาจานกอฮอล์ออก)


ใช้กระป๋องมีหูอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ต้มน้ำได้สบายครับ...

Tuesday, October 15, 2019

bikepacking - ลองรวบรวมของ


๓๐ กว่าปีก่อน ตอนจัดของลงกระเป๋าเดินทางไปพม่า-บังกลาเทศ-อินเดีย ผมก็ถ่ายรูปเก็บไว้...


สมัยนั้นยังไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีกล้องดิจิตอล ผมใช้พิมพ์ดีดทำลิสต์....


ปัจจุบันนี้ใคร ๆ ก็ถ่ายรูป-ทำลิสต์-โพสต์ลงเว็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ bike packing ซึ่งหาดูได้มากมายในอินเทอร์เน็ต...

ที่มาของภาพ - milestonerides.com (thanks)












อยากทำด้วยคน ผมขอลองดูก่อนนะครับ ของยังไม่ครบ ต้องค่อยคิด...ค่อยทำ


เพลินดีนะ เห็นแล้วมีความสุข แม้ว่าจะยังไม่มีโอกาสได้ออกเดินทาง!

Monday, June 24, 2019

ออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling Therapy)

วันก่อนเขียนเรื่องปัสสาวะบำบัด (Urine Therapy) เล่าให้เพื่อน ๆ ฟังถึงเรื่องการใช้น้ำปัสสาวะล้างตาและโพรงจมูก ซึ่งเป็นเรื่องที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดี...ผมคิดมาหลายวันก่อนที่จะตัดสินใจเขียน

ภาพจาก bloggang.com - thanks!

เท่าที่ดู stats ผมพบว่าเรื่องเยี่ยวได้รับความสนใจน้อยกว่าเรื่องอื่น ๆ อาจเป็นเพราะเยี่ยวคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ไม่เป็นไรจ้า...อะไรพอมีประโยชน์ แม้จะสำหรับคนเพียงไม่กี่คน ผมก็อยากเขียนถึง เอาล่ะ...วันนี้ขอเขียนถึงเรื่อง "ออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling Therapy)" ดีกว่า

"ออยล์พูลลิ่ง" คือวิธีบำบัดของอินเดีย เป็นการอมน้ำมันไว้ กลั้วให้มันเคลื่อนไปทั่วช่องปากประมาณ ๑๕-๒๐ นาที แล้วบ้วนทิ้งไป    health.kapook.com กล่าวว่า...
...ในปากของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และโปรโตซัว แต่ส่วนใหญ่เป็นแบคทีเรีย เพราะปากเป็นแหล่งอาศัยที่เหมาะสม มีความร้อน ความชื้น และอุณหภูมิคงที่ ยังมีอาหารอุดมสมบูรณ์จากเศษอาหารที่เรารับประทาน กล่าวกันว่าปริมาณแบคทีเรียในปากของคนคนหนึ่ง มีมากกว่าจำนวนประชาการของคนทั้งโลก แบคทีเรียบางชนิดอาศัยอยู่บนผิวฟัน บางชนิดอยู่ในช่องว่างระหว่างฟันและเหงือก บางชนิดอยู่ที่เพดานปาก และบางชนิดอยู่ที่ใต้ลิ้นและโคนลิ้น การแปรงฟันและการใช้น้ำยาบ้วนปากช่วยลดปริมาณแบคทีเรียเหล่านี้ลงได้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งไม่นานก็จะกลับมาแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเช่นเดิม
...หากไม่นับโรคทางพันธุกรรม โรคทางอารมณ์ หรือโรคจากการบาดเจ็บต่างๆ โรคร้ายเกือบทุกชนิดล้วนเริ่มต้นที่ปาก หากในปากของเรามีแผลหรือมีการอักเสบของเหงือกหรือเนื้อเยื่อ จะทำให้แบคทีเรียสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยง่าย เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลายชนิด ตั้งแต่โรคไขข้ออักเสบไปจนถึงโรคหัวใจ.......


ตื่นนอนแล้วผมล้างตาและจมูกด้วยการทำปัสสาวะบำบัด (Urine Therapy) เสร็จแล้วก็ทำ "ออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling Therapy)"  โดยใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น...  


เทน้ำมันมะพร้าวใส่ช้อนโต๊ะพอไม่ให้หกแล้วกรอกเข้าปาก อมไว้ขณะไปทำงานเช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน ดูแลต้นไม้ ระหว่างนั้นก็กลั้วคอให้น้ำมันเคลื่อนผ่านฟันและเหงือกไปทั่วช่องปาก น้ำมันมะพร้าวเมื่อถูกกับเอนไซม์ในน้ำลายจะแตกตัวเป็นโมโนกลีเซอไรด์ชื่อว่า "โมโนลอริน" มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค อมไว้อย่างน้อย ๑๕ นาทีแล้วค่อยบ้วนน้ำมันที่เปลี่ยนเป็นสีขุ่นทิ้ง ประสานกับการทำ Urine Therapy...ผมทำ "ออยล์พูลลิ่ง" ทุก ๆ เช้ามาหลายเดือนแล้วครับ รู้สึกว่าปากสะอาด ฟันและเหงือกแน่นขึ้น ลมหายใจก็สดชื่น ตามปกติเสร็จแล้วผมจะไม่แปรงฟัน ทานอาหารเช้าได้เลย เวลาเดินทางไม่ว่าจะเป็น FB Trip หรือ Travellin' light จะต้องมีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นใส่ขวดเล็ก ๆ ติดเป้ไปด้วย เพื่อใช้ทำออยล์พูลลิ่งตอนเช้า...

ภาพจาก positivehealthwellness.com
นั่งรถไฟมาทั้งคืน ตอนเช้าทำออยล์พูลลิ่งแล้ว รู้สึกว่าดียิ่งกว่าแปรงฟันซะอีก!

Tuesday, June 18, 2019

Folding Knife

จักรยานพับภาษาปะกิตเรียก "Folding Bike"  ถ้าเป็นมีดพับก็น่าจะเรียกว่า "Folding Knife"



ผมมีมีดพับอยู่เล่มนึง เวลาเดินทางมักจะพกติดตัวไปด้วย มิได้ประสงค์ที่จะเอาไว้ทำร้ายหรือแม้แต่ใช้ข่มขู่ให้ผู้อื่นหวาดกลัว เคยเอาใส่เป้เดินทางไปด้วยเพื่อใช้งานอเนกประสงค์ ปลอกผลไม้กิน ตัดเชือก ขันสกรู และอื่น ๆ ที่สำคัญคือสามารถใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวได้ด้วย มีดเล่มนี้สามารถพับเก็บ ใส่เป้แล้วดูคล้ายกับแท่งเหล็กนอนแน่นิ่งอยู่ในหลืบ แม้จะไม่สามารถใส่กระเป๋า (Carry on Baggage) ถือขึ้นเครื่อง..แต่อยู่ในเป้หรือกระเป๋า (checked baggage) โหลดขึ้นเครื่องได้จ้า!


 
ปัจจุบันนี้มันทื่อเอามาก ๆ เลยครับ ผมอยากจะลับให้คม แต่คิดแล้วว่าไหน ๆ เราเองก็อยู่บ้านขามแดงซึ่งเป็นหมู่บ้านช่างทำมีด ผมน่าจะนำมันไปให้ช่างตัวจริงได้ช่วยฟื้นสภาพให้มันกลับมาดูดีเหมือนเดิมจะดีกว่า อยากเห็นใบมีดที่สะอาดและคมกริบ อีกทั้งยังจะได้ศึกษาเรื่องหมู่บ้านทำมีด แลหาข้อมูลมาเขียนลงบล็อกด้วย



เดี๋ยวจะเอาไปให้เค้าทำนะครับ ได้เรื่องอย่างไรจะนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ทราบ...     

Monday, September 10, 2018

สุกเอาเผากิน

ไปออสเตรเลียเมื่อปี ๒๕๓๑ โดยมี "ซึง" ไปด้วย...  ผมใช้มันเล่นเปิดหมวก หารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง


หลังจากได้เครื่องดนตรีมาแล้ว...ผมก็ต้องซ้อมอย่างหนักเพื่อที่จะเล่นมันให้ได้ เพราะเวลามีน้อยมาก ขอแค่พอฟังได้ก็พอ ผมหาโน้ตเพลงพื้นบ้านสั้น ๆ มาฝึก อย่างเช่นเพลงผีมด พม่ารำขวาน เพลงรำมวย ฯลฯ...


ก็อย่างที่บอกไว้ว่า "คิดผิด" ที่เลือกเครื่องดนตรีที่ตัวเองไม่ถนัด ผมไม่รู้เทคนิคการเล่นที่จะทำให้มันไพเราะน่าฟัง...


มีเวลาจำกัด ผมต้องจำเพลงให้ได้ จึงมีแค่เพลงสั้น ๆ ไม่กี่เพลงอยู่ในสมอง ได้แต่เล่นซ้ำไปซ้ำมา คิดแล้วก็น่าละอาย...


อาจารย์โสฬส เพื่อนซึ่งสอนอยู่ที่คณะดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ จดเพลงสั้น ๆ อย่างเช่น "ฤาษีหลงถ้ำ" ให้ผมมาฝึก...


สถานการณ์บังคับ ทำให้ผมจำเป็นต้องเล่นเพลงพื้นเมืองง่าย ๆ 






ทำเช่นนี้ตรงกับสำนวนสุภาษิตที่ว่า "สุกเอาเผากิน"  ซึ่งถ้าเป็นทุกวันนี้...ผมคงทำไม่ได้!

Tuesday, July 17, 2018

ดูแลจักรยานก่อนออกเดินทาง

ผมมีเจ้า Banian เป็นเพื่อนคู่ใจมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ หุหุ... เกือบ ๓ ปีแล้วสินะ! 


เคยคิดอยากจะได้เพื่อนใหม่อย่างเจ้า Java IRA 


แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ บอกตัวเองว่าอายุมากแล้ว...จะอยู่ปั่นจักรยานได้อีกสักกี่ปี? สรุปได้ว่าหากเป็น FB Trip ก็จะใช้เจ้า Banian นี่แหละ ถ้า go abroad by land ไม่ว่าจะปั่นทางไกล นำขึ้นรถไฟ หรือลงเรือ ก็ใช้กระเป๋าเป้ติดตะแกรงหลังราคาถูกของจีนที่มีอยู่ โดยมีเต๊นท์ไปด้วยเผื่อต้องนอนริมทาง...


หากเป็น FB Trip ระยะสั้น ๆ วันสองวันก็เปลี่ยนไปใช้เป้สะพายหลัง (backpack) ขนาดย่อม หรือถ้าจะนั่งเครื่องไปไกล ๆ อย่างเช่นศรีลังกา ฟิล่ิปปิน หรือบังกลาเทศ ก็จะพกพาสัมภาระรูปแบบเดีียวกัน ถอดตะแกรงหลังออก มีแค่ backpack น้ำหนักไม่เกิน ๗ กิโลกรัม เพื่อจะได้นำติดตัวขึ้นเครื่องได้โดยไม่ต้องเสียตังค์ค่า load กระเป๋า ผมจะนำเงินไปจ่ายเป็นค่านำจักรยานขึ้นเครื่องในอัตราอุปกรณ์กีฬา (เข้าใจว่า ๗-๘ ร้อยบาท) แทน ลงเครื่องแล้วก็นำจักรยานออกปั่นได้เลย...

ก่อนออกเดินทางไปมะละกาเมื่อเดือนเมษาที่แล้ว สิ่งที่ผมทำคือตรวจเช็ค ทำความสะอาด และหยอดน้ำมันเจ้าเพื่อนยาก แม้จะราคาไม่ถึงหมื่น..เจ้า Banian สามารถปลดเร็วได้ทั้งล้อหน้าล้อหลัง!



ทำความสะอาดแล้วตรวจเช็คให้ดี...



ดอกยางยังพอไปไหว แต่หลังจากทริปนี้คงต้องเปลี่ยนใหม่!


 

สิ่งที่ต้องทำอีกอย่าง (a must) คือการหยอดน้ำมันโซ่...


ผมใช้น้ำมันหยอดโซ่ของจีนยี่ห้อ Cylion สั่งจากลาซาด้าราคาร้อยกว่าบาท....



ทำความสะอาดเฟืองและอุปกรณ์ชุดเกียร์ให้เอี่ยมอ่องด้วย...


รักจักรยานของเราให้มาก ๆ แล้วมันจะอยู่กับเราไปอีกนานครับ!

Sunday, July 16, 2017

ว่าด้วยเรื่องน้ำตก

เพื่อน ๆ ที่รักครับ... ช่วงหลังมานี้้จุดมุ่งหมายในการท่องเที่ยวของผมเปลี่ยนไปเยอะเลย คงเป็นเพราะสิ่งได้ประสบมานับตั้งแต่เมื่อ ๓๐ ปีตอนปีนขึ้นไปบนวิหารพาร์เธนอน (Parthenon) 


จนกระทั่งถึงตอนปั่นจักรยานออกจากเมืองเสียมเรียบแต่เช้ามืดไปยังนครวัด แล้วไปนั่งรอแออัดอยู่หน้าปราสาทเพื่อเฝ้าดูพระอาทิตย์ขึ้น...


ไม่นับที่เคยนั่งรถไฟจากสถานีกัลกัตตาไปยังกรุงพาราณสีและทริปอื่น ๆ ประสบการณ์เหล่านั้นคงถูกหลอมรวมแล้วทำให้ความคิดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของผมเปลี่ยนไป 

ถ้าพูดถึงเรื่องน้ำตก ผมไม่เคยได้เห็นน้ำตกใหญ่ ๆ อย่างน้ำตกไนแอแกรา ได้แต่ปั่นจักรยานไปน้ำตกเล็ก ๆ อย่างเช่นน้ำตกแม่พูล... 


หรือใหญ่ ๆ ในเมืองไทยก็โตนงาช้าง...




"ตาดกวางสี" ก็สวยครับ...


พอมาดู "น้ำตกหลี่ผี" สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในลาวใต้... 

ภาพนำมาจากบล็อกเที่ยวลาว ขอขอบคุณ
ผมกำลังจะไปลาวใต้ ถ้าถามว่าอยากไป "น้ำตกหลี่ผี" หรือ "สี่พันดอน" มั้ย?  คำตอบคืออยากเห็นเหมือนกัน แต่ก็มิได้เป็นจุดหมายที่ต้องไปให้ได้

ทุกวันนี้เวลาดูคลิปท่องเที่ยวที่มีผู้นำลงไว้ใน YouTube ผมแปลกใจตัวเองว่าทำไมยิ่งดู ความอยากไปเห็นก็ยิ่งลดลง? มุมมองเรื่องการท่องโลกของผมคงจะเปลี่ยนไม่น้อย!

ในอนาคตถ้าจะเที่ยวน้ำตกอีกสักครั้ง ผมก็อยากจัดเป้แบบเต็ม ๆ (มีพร้อมทั้งถุงนอนและเต๊นท์) นั่งสองแถวจากลำปางไปอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ไปลงที่ปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่ปิง แล้วเดินหรือขออาศัยรถเค้าเข้าไปให้ถึงข้างใน ไปตั้งแค้มป์อยู่ริมน้ำตกแม่ก้อ!

ภาพจาก travel.thaiza.com ขอขอบคุณ
หรือถ้าจะลุยกว่านั้นก็ต้องทีลอซู...