Showing posts with label น้ำมันมะพร้าว. Show all posts
Showing posts with label น้ำมันมะพร้าว. Show all posts

Monday, June 24, 2019

ออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling Therapy)

วันก่อนเขียนเรื่องปัสสาวะบำบัด (Urine Therapy) เล่าให้เพื่อน ๆ ฟังถึงเรื่องการใช้น้ำปัสสาวะล้างตาและโพรงจมูก ซึ่งเป็นเรื่องที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดี...ผมคิดมาหลายวันก่อนที่จะตัดสินใจเขียน

ภาพจาก bloggang.com - thanks!

เท่าที่ดู stats ผมพบว่าเรื่องเยี่ยวได้รับความสนใจน้อยกว่าเรื่องอื่น ๆ อาจเป็นเพราะเยี่ยวคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ไม่เป็นไรจ้า...อะไรพอมีประโยชน์ แม้จะสำหรับคนเพียงไม่กี่คน ผมก็อยากเขียนถึง เอาล่ะ...วันนี้ขอเขียนถึงเรื่อง "ออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling Therapy)" ดีกว่า

"ออยล์พูลลิ่ง" คือวิธีบำบัดของอินเดีย เป็นการอมน้ำมันไว้ กลั้วให้มันเคลื่อนไปทั่วช่องปากประมาณ ๑๕-๒๐ นาที แล้วบ้วนทิ้งไป    health.kapook.com กล่าวว่า...
...ในปากของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และโปรโตซัว แต่ส่วนใหญ่เป็นแบคทีเรีย เพราะปากเป็นแหล่งอาศัยที่เหมาะสม มีความร้อน ความชื้น และอุณหภูมิคงที่ ยังมีอาหารอุดมสมบูรณ์จากเศษอาหารที่เรารับประทาน กล่าวกันว่าปริมาณแบคทีเรียในปากของคนคนหนึ่ง มีมากกว่าจำนวนประชาการของคนทั้งโลก แบคทีเรียบางชนิดอาศัยอยู่บนผิวฟัน บางชนิดอยู่ในช่องว่างระหว่างฟันและเหงือก บางชนิดอยู่ที่เพดานปาก และบางชนิดอยู่ที่ใต้ลิ้นและโคนลิ้น การแปรงฟันและการใช้น้ำยาบ้วนปากช่วยลดปริมาณแบคทีเรียเหล่านี้ลงได้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งไม่นานก็จะกลับมาแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเช่นเดิม
...หากไม่นับโรคทางพันธุกรรม โรคทางอารมณ์ หรือโรคจากการบาดเจ็บต่างๆ โรคร้ายเกือบทุกชนิดล้วนเริ่มต้นที่ปาก หากในปากของเรามีแผลหรือมีการอักเสบของเหงือกหรือเนื้อเยื่อ จะทำให้แบคทีเรียสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยง่าย เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลายชนิด ตั้งแต่โรคไขข้ออักเสบไปจนถึงโรคหัวใจ.......


ตื่นนอนแล้วผมล้างตาและจมูกด้วยการทำปัสสาวะบำบัด (Urine Therapy) เสร็จแล้วก็ทำ "ออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling Therapy)"  โดยใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น...  


เทน้ำมันมะพร้าวใส่ช้อนโต๊ะพอไม่ให้หกแล้วกรอกเข้าปาก อมไว้ขณะไปทำงานเช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน ดูแลต้นไม้ ระหว่างนั้นก็กลั้วคอให้น้ำมันเคลื่อนผ่านฟันและเหงือกไปทั่วช่องปาก น้ำมันมะพร้าวเมื่อถูกกับเอนไซม์ในน้ำลายจะแตกตัวเป็นโมโนกลีเซอไรด์ชื่อว่า "โมโนลอริน" มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค อมไว้อย่างน้อย ๑๕ นาทีแล้วค่อยบ้วนน้ำมันที่เปลี่ยนเป็นสีขุ่นทิ้ง ประสานกับการทำ Urine Therapy...ผมทำ "ออยล์พูลลิ่ง" ทุก ๆ เช้ามาหลายเดือนแล้วครับ รู้สึกว่าปากสะอาด ฟันและเหงือกแน่นขึ้น ลมหายใจก็สดชื่น ตามปกติเสร็จแล้วผมจะไม่แปรงฟัน ทานอาหารเช้าได้เลย เวลาเดินทางไม่ว่าจะเป็น FB Trip หรือ Travellin' light จะต้องมีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นใส่ขวดเล็ก ๆ ติดเป้ไปด้วย เพื่อใช้ทำออยล์พูลลิ่งตอนเช้า...

ภาพจาก positivehealthwellness.com
นั่งรถไฟมาทั้งคืน ตอนเช้าทำออยล์พูลลิ่งแล้ว รู้สึกว่าดียิ่งกว่าแปรงฟันซะอีก!

Monday, November 13, 2017

ผัดถั่วพู

เพื่อน ๆ ที่รักครับ!  หลังจากหายเงียบไปนาน ตอนนี้ผมกลับมาเขียน (บ่น) ต่อแล้วจ้าาาา



ชายผู้มีรายได้เดือนละหนึ่งพันบาท (จากการสอนนักเรียนไวโอลิน ๑ คน) ปีละไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท แต่ไม่ยอมไปลงทะเบียนคนจน ขอกลับมาเขียนต่อเพื่อประกาศจุดยืนในสิ่งที่จะทำต่อไป...

ด้วยใบหน้าที่รองรับด้วยเหนียงคออุดมไขมันสวมกรอบแว่นตาราคา ๒๐๐ บาท บนศีรษะที่หมอบอกว่ามีอาการเส้นเลือดในสมองตีบสวมหมวกผ้าใบละ ๒๐ บาท ร่างกายส่วนล่างที่แข้งขายังเจ็บและเดินไม่ถนัด (หมอบอกว่าเอ็นข้อเข่าฉีกขาดแต่ไม่ได้รับการรักษา) ใส่กางเกงยีนส์ลูกฟูกตัวละ ๔๙ บาท ทุกอย่างที่ประกอบเป็นตัวตนของชายแก่ที่คนลาวเรียกว่า "พ่อใหญ่" ไม่มีของแพงประดับกาย ขออยู่ในสภาพนี้แต่ก็ไม่ยอมแพ้ และไม่สยบยอมให้กับเผด็จการทุกรูปแบบ... 

จะขยับขยายไปอยู่ที่อื่นก็ไม่ได้แล้ว ผมต้องอยู่ปรับปรุงบ้านที่ห้างฉัตรต่อไป ในขณะเดียวกันก็จะท่องเที่ยว ถ่ายภาพ และเขียนบล็อกต่อไปเรื่อย ๆ โดยใช้เงินสำรองไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะอยู่อีกไม่เกิน ๑๐ ปี ถ้ายาวนานกว่านั้นก็คงต้องทำตามวิธีที่เคยคิดไว้

เอาล่ะ บ่นพอแล้วครับ วันนี้ขอเริ่มคุยเรื่อง "ถั่วพู" ดีกว่า

ไปซื้อผักที่ตลาดมาหลายอย่าง มีทั้งถั่วพู ถั่วฝักยาว มะนาว ผักกระเฉด บวบ และดอกกุ่ยช่าย แต่เย็นนี้ผมเลือกที่จะผัดถั่วพูก่อน 

เว็บ MedThai บรรยายถึงสรรพคุณของถั่วพูว่า... 
ถั่วพูอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ ซี อี และยังเป็นผักที่มีโปรตีนสูง ซึ่งเป็นตัวช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายและทำให้ร่างกายแข็งแรง การรับประทานถั่วพูเป็นประจำจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้เป็นอย่างดี เพราะถั่วพูมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง... 

 ซื้อมา ๒ มัด ๆ ละ ๕ บาท ฝักอ้วน ๆ ทั้งนั้น  

  
ไม่มีแก่เลย ล้างแล้วไม่ต้องหั่น ผมใช้มือเด็ดดังเป๊าะ ๆ โยนใส่ได้เต็มชาม


จากนั้นก็นำน้ำมันมะพร้าวออกมา...


แล้วลงมือผัด...



ได้หนึ่งชาม กินกับข้าวร้อน ๆ เสียดายข้าวกล้องหมดพอดี


มื้อนี้ไม่เกิน ๒๐ บาทครับ!

Monday, March 06, 2017

ผัดฟักทองอ่อน...

วันก่อนซื้อฟักทองปลายเถามา ๓ ลูก (๑๐ บาท)... วันนี้ขอเอามาผัดเลยนะครับ



ปอกเปลือกแล้วหั่นได้ปริมาณเยอะมาก ผมทำแบบง่าย ๆ โดยแอบเอากุ้งแห้งของพี่จ๋ามาคั่วกับน้ำมันมะพร้าวให้หอมก่อน (เห็นเก็บไว้เป็นปี ยังใช้ไม่หมดซักที เจ้าของคงไม่ได้ใช้แล้วล่ะ) จากนั้นก็นำฟักทองอ่อนลงผัด... 


เหยาะน้ำปลา พริกไทยนิด น้ำตาลหน่อย ก็ใช้ได้แล้ว ไม่ต้องใส่ผงชูรส...  


หุหุ เยอะขนาดนี้... น่าจะกินได้ถึง ๕ มื้อ!

Saturday, February 25, 2017

ผัดกล่ำดอก

กล่ำดอก ๒ หัวผมซื้อมา ๑๕ บาท อาจจะดูไม่สวยแต่ก็น่าจะบริโภคได้ปลอดภัยกว่า...


หั่นแล้วนำมาแช่ล้างน้ำ ๓ น้ำแล้วใส่ชามไว้ 


ใช้น้ำมันมะพร้าว ก่อนลงมือผัดต้องรอให้กระทะร้อนก่อน...


"ตูม" ลงกระทะแล้วครับ!  ไฟลุกท่วม ความร้อนพุ่งขึ้นสัมผัสใบหน้าพ่อครัวจนต้องถอยหลัง ควันและกลิ่นคลุ้งตลบห้อง!! สำหรับผมแล้วจะเหยาะซอสเปรี้ยวหรือที่เรียกว่าจิ๊กโฉ่วลงไปด้วย (อย่าให้มากนะ) ต้องรีบเอาขึ้น ผักจะได้กรอบ! 


เสร็จแล้วครับอาหารกลางวันของผม กินกับไรซ์เบอรี่ผสมข้าวกล้อง...


มื้อนี้ไม่กี่บาท ยังไง ๆ ผมก็อยู่ได้ครับ!