Showing posts with label อาหาร. Show all posts
Showing posts with label อาหาร. Show all posts

Wednesday, January 15, 2020

มะเขือยาวผัดเต้าเจี้ยว

วันนี้ขอเข้าครัวหน่อย อิอิ  ฟามจิงต้องเข้าทุกวันแหละ พอดีอยากเขียนอ่ะ...


ภาพจาก pinterest.com - ขอขอบคุณ

มะเขือยาว (Eggplant) คนเหนือฮ้องว่า "บะเขือหำม้า" กล่าวกันว่ามันอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย มีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาหลอดเลือดโลหิตและหัวใจ ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน  ไปตลาดเทศบาลห้างฉัตร ผมซื้อมะเขือยาวลูกสวย ๆ ได้ ๓ ลูกในราคา ๑๐ บาท เอามาชุบไข่ทอดจิ้มน้ำพริกกะปิแล้วยังเหลืออีก ๑ ลูก เช้านี้เอาออกมาตัดส่วนหัวทิ้งไปหน่อยนึง เหลือประมาณ ๓/๔ ผมเอามาหั่นแล้วล้างน้ำให้สะอาด ตั้งใจว่าจะทำมะเขือยาวผัดเต้าเจี้ยวกินครับผม



อ่อ! สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ "โหระพา"  เคยเขียนว่าผักในสวนครัวตายเกลี้ยงรวมทั้งโหระพา ก่อนลงกะทะผมลองขึ้นไปเดินดูบนดาดฟ้า  อืมมม...ยังพอมีครับ (แต่ไม่สวย) ผมเก็บมาพร้อมกับพริกขี้หนูอีกหน่อย



ไม่ต้องมีเนื้อสัตว์ ผมใช้น้ำมันมะพร้าว ลงกะทะไฟแรง ๆ ใส่เต้าเจี้ยว เหยาะน้ำตาลนิด ๆ ผัดพอสุกแล้วเอาขึ้นมาใส่จาน...



สำหรับผมแล้วมันอร่อยชนิดเอาสเต็กมาแลกก็ไม่ยอม จานนี้รวมแล้วไม่เกิน ๑๐ บาทกั๊บ! 

Friday, August 30, 2019

อดอาหาร (fasting) - ผลดี

วันก่อนคุยเรื่อง  Intermittent Fasting (IF) ผมทิ้งท้ายว่า...จะนำผลที่ได้รับมาแชร์กับเพื่อน ๆ


ผมทำ Intermittent Fasting หรือ IF แบบ ๑๖/๘ คืออดอาหาร ๑๖ ชั่วโมง ทานได้ ๘ ชั่วโมง เป็นการอดอาหารแบบไม่ต่อเนื่องที่คนนิยมใช้มากที่สุด คือเริ่มอดตั้งแต่ ๖ โมงเย็น โดยพยายามไม่กินอะไรเลย จะกินอีกทีก็ brunch เมื่อเวลา ๑๐ โมงเช้า


ถามว่า "หิวมั้ย?"  คำตอบของผมคือ "ไม่หิวเลย" มันเหมือนตอนเดินทางท่องโลก บางครั้งวันทั้งวันยังหาอะไรกินไม่ได้ (มีอยู่...แต่มันแพง ฮา) ไม่ได้กินแต่ก็ไม่รู้สึกว่าเหนื่อยล้าหรือสมองตื้อ!


เมื่อเราอด...ร่างกายจะนำพลังงานจากไขมันที่สะสมไว้มาใช้ เพื่อน ๆ ไม่ต้องกลัวครับ ผมยังรู้สึกได้ว่ายิ่งอดสมองก็ยิ่งทำงานได้ดีขึ้น แต่ก่อนผมกินจุกกินจิกก่อนนอน สังเกตว่าตื่นมาตอนเช้ามักจะมีอาการมึนงง ลุกจากที่นอนแล้วเซแซด ๆ  โลกยามเช้าช่างไม่สดใสเอาซะเลย


แต่ทุกวันนี้ไม่มีแล้วครับ พอผมลืมตาขึ้นมาก็เหมือนกับเปิด display ของกล้องถ่ายรูปดิจิตอลดูภาพ มันชัดเจนแจ่มใส ไร้อาการวิงเวียนศีรษะ เป็นมาอย่างนี้นานแล้วนับตั้งแต่ทำ Intermittent Fasting

Wednesday, June 26, 2019

พริกขี้หนูทอด


"ข้าวปุ้น"... ถ้าเพื่อน ๆ ไปอีสานหรือ สปป.ลาวแล้วไม่รู้จัก ก็อาจพลาดโอกาสได้กินของอร่อยและราคาไม่แพง...



ร้านนางกุกในตลาดเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ขายอาหารจำพวกเส้นมีขนมจีนรวมอยู่ด้วย...



อ่านจากป้ายผมเห็นราคา ๑๕-๒๐ พัน (กีบ)  โห...ตั้ง ๖๐-๘๐ บาทเลยนะท่าน  "แล้วทำไมถึงว่าถูก?"  ก็ที่นี่มันคือ "ตลาดดาวเรือง" ตลาดนักท่องเที่ยวของมหาเศรษฐีนีเมืองปากเซ ผู้มีคฤหาสน์ใหญโตอยู่นั่นไง!



หากได้มาเดินดูตลาดเช้าที่เวียงภูคา เพื่อน ๆ จะรู้ว่าข้าวปุ้น+น้ำแจ่วเมืองลาวไม่แพงอย่างที่คิด...



เคยเขียนถึงขนมจีนน้ำยาราคาถูกที่ห้างฉัตรมาแล้วครั้งนึง วันนี้ผมไปซื้อมากินอีก รู้สึกว่ามีลูกชิ้นปลาลูกเล็ก ๆ เพิ่มขึ้นมา...แต่ราคายังคงเป็น ๑๕ บาทเหมือนเดิม!



ผมเป็นคนกินเผ็ด คิดว่าถ้ามีพริกทอดอีกสักหน่อยคงจะดี พอดีมีพริกขี้หนูที่กินไม่ทัน เอาไปตากแดดเก็บไว้เป็นเดือนแล้ว...



เอาลงกระทะทอดในน้ำมันไฟอ่อน ๆ ให้เหลืองกรอบ เอามากินกับขนมจีนน้ำยา จักเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้น!..


ขออภัยภาพเบลอ เพราะความหิวทำให้มือสั่น อิอิ
ฮุ้ย... เผ็ดน่าดู เพื่อน ๆ มีพริกขี้หนูสดที่กินไม่ทัน ก็เอาไปตากแดดแล้วนำมาทอดนะครับ!

Monday, November 13, 2017

ผัดถั่วพู

เพื่อน ๆ ที่รักครับ!  หลังจากหายเงียบไปนาน ตอนนี้ผมกลับมาเขียน (บ่น) ต่อแล้วจ้าาาา



ชายผู้มีรายได้เดือนละหนึ่งพันบาท (จากการสอนนักเรียนไวโอลิน ๑ คน) ปีละไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท แต่ไม่ยอมไปลงทะเบียนคนจน ขอกลับมาเขียนต่อเพื่อประกาศจุดยืนในสิ่งที่จะทำต่อไป...

ด้วยใบหน้าที่รองรับด้วยเหนียงคออุดมไขมันสวมกรอบแว่นตาราคา ๒๐๐ บาท บนศีรษะที่หมอบอกว่ามีอาการเส้นเลือดในสมองตีบสวมหมวกผ้าใบละ ๒๐ บาท ร่างกายส่วนล่างที่แข้งขายังเจ็บและเดินไม่ถนัด (หมอบอกว่าเอ็นข้อเข่าฉีกขาดแต่ไม่ได้รับการรักษา) ใส่กางเกงยีนส์ลูกฟูกตัวละ ๔๙ บาท ทุกอย่างที่ประกอบเป็นตัวตนของชายแก่ที่คนลาวเรียกว่า "พ่อใหญ่" ไม่มีของแพงประดับกาย ขออยู่ในสภาพนี้แต่ก็ไม่ยอมแพ้ และไม่สยบยอมให้กับเผด็จการทุกรูปแบบ... 

จะขยับขยายไปอยู่ที่อื่นก็ไม่ได้แล้ว ผมต้องอยู่ปรับปรุงบ้านที่ห้างฉัตรต่อไป ในขณะเดียวกันก็จะท่องเที่ยว ถ่ายภาพ และเขียนบล็อกต่อไปเรื่อย ๆ โดยใช้เงินสำรองไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะอยู่อีกไม่เกิน ๑๐ ปี ถ้ายาวนานกว่านั้นก็คงต้องทำตามวิธีที่เคยคิดไว้

เอาล่ะ บ่นพอแล้วครับ วันนี้ขอเริ่มคุยเรื่อง "ถั่วพู" ดีกว่า

ไปซื้อผักที่ตลาดมาหลายอย่าง มีทั้งถั่วพู ถั่วฝักยาว มะนาว ผักกระเฉด บวบ และดอกกุ่ยช่าย แต่เย็นนี้ผมเลือกที่จะผัดถั่วพูก่อน 

เว็บ MedThai บรรยายถึงสรรพคุณของถั่วพูว่า... 
ถั่วพูอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ ซี อี และยังเป็นผักที่มีโปรตีนสูง ซึ่งเป็นตัวช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายและทำให้ร่างกายแข็งแรง การรับประทานถั่วพูเป็นประจำจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้เป็นอย่างดี เพราะถั่วพูมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง... 

 ซื้อมา ๒ มัด ๆ ละ ๕ บาท ฝักอ้วน ๆ ทั้งนั้น  

  
ไม่มีแก่เลย ล้างแล้วไม่ต้องหั่น ผมใช้มือเด็ดดังเป๊าะ ๆ โยนใส่ได้เต็มชาม


จากนั้นก็นำน้ำมันมะพร้าวออกมา...


แล้วลงมือผัด...



ได้หนึ่งชาม กินกับข้าวร้อน ๆ เสียดายข้าวกล้องหมดพอดี


มื้อนี้ไม่เกิน ๒๐ บาทครับ!

Thursday, October 13, 2016

บ่าเขือหำม้า

ตอนเป็นเด็กผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนนึงชื่อว่า "บรรจง"  ทุกวันนี้คงถูกเรียกว่า "ตาจง" ...
 


ตาจงมีคำพูดติดตลกที่ว่า "ลูกเสีย ลูกเสีย กิ๋นแก๋งบ่าเขีย กิ๋นแล้วบ่าได้ใส่เกลีย ฮ้องว่าเบี่ย ๆๆ"  เป็นการหยอกล้อถึงการพูดเพี้ยนจากเสียง "เอือ" เป็น "เอีย"  ทุกวันนี้เวลาเห็น "มะเขือ" ผมก็จะนึกถึงบรรจงกับเนื้อร้อง"ลูกเสียกิ๋นแก๋งบ่าเขีย" ของเขา!

"มะเขือยาว" ทางภาคเหนือเรียกว่า "บ่าเขือหำม้า" ถ้ามีผลที่สั้นกว่าก็จะเรียกว่า "บ่าเขือหำแป๊ะ" เป็นพืชผักที่มีประโยชน์ คือมีวิตามินบี ๑ โปรตีน แคลเซียม มะเขือยาว ๑๐๐ กรัมให้พลังงานแก่ร่างกาย ๒๖ กิโลแคลอรี ประกอบด้วย ไขมัน ๐.๓ กรัม คาร์โบไฮเดรต ๔.๙ กรัม โปรตีน ๐.๙ กรัม เส้นใย ๐.๙ กรัม แคลเซียม ๑๙ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๔๔ มิลลิกรัม เหล็ก ๒.๖ มิลลิกรัม ฯลฯ (อ้างอิง - เว็บอาหารพื้นบ้านล้านนา)

ย้ายมาอยู่ห้างฉัตร กินน้อยใช้น้อยผมคงอยู่ได้ เพราะผักหญ้าที่นี่ราคาไม่แพง อย่างเช่น "บ่าเขือหำม้า" ลูกนี้ซื้อที่ตลาดห้างฉัตรก็แค่ ๕ บาทเอง!


ส่วนกล้วยกองนี้ก็ ๒๐ บาทครับ...


 เดี๋ยวจะเอาไปตาก... ไม่ได้กิน "กล้วยตาก" มานานแล้ว!

Wednesday, June 24, 2015

ร้านก๋วยเตี๋ยวไทยโบราณ

"ร้านก๋วยเตี๋ยวไทยโบราณ" อยู่บนทางหลวงหมายเลข ๑๑  ถ้ามุ่งหน้าไปเชียงใหม่จะอยู่ด้านซ้ายมือ (2) ห่างจากสี่แยกนาก่วม (1) ประมาณ ๘ กิโลเมตร... 


ผมเคยไปแวะกินที่ร้านนี้หลายครั้งตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นร้านเล็ก ๆ อยู่ด้านหลัง ที่นี่เค้าเน้น "ก๋วยเตี๋ยวโบราณ" เป็นพิเศษ เอกลักษณ์ของร้านคือช้อนส้อมหรือตะเกียบถูกใส่มาในถุงผ้า...


ก่อนหน้านั้นบ้านไม้หลังใหญ่ยังสร้างไม่เสร็จ ผมแวะไปกินเพราะติดใจในบริการและความสะอาด รสชาติอาหาร...แม้ไม่โดดเด่นแต่ราคายุติธรรม!


ต่อมาบ้านหลังใหญ่สร้างเสร็จ เค้าย้ายร้านมาอยู่ที่นี่....


สองปีมาแล้วที่ "ก๋วยเตี๋ยวไทยโบราณ" กลายเป็นร้านอาหารเต็มรูปแบบ พร้อมการตกแต่งที่ผสมผสานระหว่างของเก่าและสิ่งที่สร้างใหม่ อาทิ รูปปั้นตู้ไปรษณีย์ยักษ์(เลียนแบบเบตง), หลักกิโลยักษ์, ถ้วยก๋าไก่ ฯลฯ





จำได้ว่าครั้งแรกที่ไปนั่งกินที่บ้านหลังใหญ่ ผมได้รับแจ้งว่าราคาอาหารถูกปรับขึ้น ซึ่งก็เข้าใจดีว่าเป็นเรื่องปกติ วันก่อนมีโอกาสไปอุดหนุนอีกครั้ง...ผมอยากเก็บภาพบรรยากาศรอบข้างมาฝากเพื่อน ๆ สักหน่อย





 


ภาพที่ชอบ...น่าจะเป็นเจ้าวัว ๓-๔ ตัวในทุ่งนาข้างรั้ว...



อิ่มหนำและมีความสุขซะจริงนะเจ้า!!

Sunday, April 26, 2015

Penang Street Food III


พอกลับมาจากอินโดนีเซีย ผมก็รีบค้นหาหนังสือ "Indonesian Food and Cookery" ซึ่งเขียนโดย Sri Owen ทันที!


ด้านหลังปกมีคำนิยมเขียนไว้ว่า...
Indonesian Food and Cookery is far more than a collection of recipes.  Sri Owen gives a comprehensive picture of the culture from which the cuisine has grown with charming recollections of her childhood and happy meals in her grandmother's kitchen.  There is a  splendid glossary with clear explanations of essential ingredients and substitutes where necessary, so that shopping for Indonesian cooking is made easy.  The recipes for the delicious food given in all its regional diversity are clearly written and easy to follow.  the illustrations, especially those of cooking equipment, are helpful.  A fine teaching book and a valuable contribution to culinary literature from a comparatively little known region, it opens up a whole new world of taste. 

เล่มนี้แต่หนังสือ ยังไม่มีไฟล์ pdf   เอาไว้ถ้ามีเวลาเมื่อไร ผมจะสแกน recipe และทดลองเลือกทำอาหารอินโดนีเซียมารายงานให้เพื่อน ๆ อ่านเป็นตอน ๆ ไป วันนี้ขอเขียนต่อเรื่อง Penang Street Food ก่อนนะ

11) Koay Teow Soup คิดว่าคงเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใส่ลูกชิ้นปลา... 


12) Curry Mee ชามนี้เห็นชัด ๆ ว่าเป็นข้าวซอยแถวบ้านผมนั่นเอง!!


13) Lor Mee  ไทยวิกิพีเดียกล่าวว่า...
หมี่โลร์ (Lor mee; ภาษาจีน: 鹵麵; Pe̍h-ōe-jī: lóo-mī) เป็นอาหารมาเลเซียที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน เสิร์ฟกับน้ำซุปข้นที่ใส่แป้ง และใส่เส้นหมี่สีเหลืองแบน อาหารนี้เป็นที่นิยมของชาวจีนฮกเกี้ยนในมาเลเซียและสิงคโปร์ นำซุปที่ข้นนั้นใส่แป้งข้าวโพด เครื่องเทศ และไข่ เครื่องปรุงอื่นที่เติมเข้ามาได้แก่โงเฮียง ลูกชิ้น เนื้อปลา ไข่ต้มผ่าครึ่ง อาจเติมน้ำส้มสายชูและกระเทียมได้ นิยมใส่พริกด้วย แบบดั้งเดิมจะใส่ปลาทอดด้วย 

14) Hokkien Mee  "หมี่ฮกเกี้ยน" เป็นการผัดหมี่กับอาหารทะเล ใส่หมู ลูกชิ้น เครื่องในได้ตามใจชอบ ระหว่างผัดจะใส่น้ำซุปไปด้วย จากนั้นจะทิ้งไว้ให้น้ำซุปเดือดและซึมเข้าไปในเส้นหมี่  หมี่ฮกเกี้ยนมี ๒ แบบคือ แบบผัด และ แบบน้ำ ชาวภูเก็ตเรียกหมี่ฮกเกี้ยนน้ำว่า "หมี่เชก"


รู้เรื่องอาหารนานาชนิดไว้ก็ดีเหมือนกันนะ เพื่อน ๆ จะได้เลือกกินได้หลากหลาย....

Saturday, April 25, 2015

Penang Street Food II

ขอใช้พื้นที่บล็อกช่างเหอะเขียนถึงเรื่องอาหารต่ออีกสักระยะนึงนะครับ ผมอยากจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่หากินได้ในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในมาเลเซีย เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้เห็นหน้าเห็นตาของบรรดาอาหารที่มีจำหน่ายทั่ว ๆ ไปเอาไว้ก่อน...  

7) Banana Leaf  มีร้านอาหารแขกอยู่ประเภทหนึ่งคือ  Banana Leaf Restaurant ถ้ามีโอกาสผมจะต้องแวะเข้าไปอุดหนุนทันที คือว่าอยากกินอาหารที่ใส่มาบนใบตองอย่างที่เห็นในภาพน่ะ หากเพื่อน ๆ สั่งอาหารแล้ว ก็ให้มองหาอ่างล้างมือ ไปล้างมือให้สะอาดก่อนเปิบข้าวด้วยมือขวา (เก็บมือซ้ายไว้)  แม้เป็นจาปาตีก็ไม่ต้องยกมือซ้ายขึ้นมาช่วยจับ ผมจำได้ว่าที่โกตาบารูมีร้านอาหารใบตองอยู่ร้านนึงซึ่งถูกและอร่อยมากกก!  ในสิงคโปร์ก็ยังพอหากินได้  


8) Mee Udang  อุดังก็คือ "กุ้ง"  ผมจึงอยากเรียกอาหารชามนี้ว่า "หมี่กุ้ง" ซึ่งไม่เหมือนกับบะหมี่เกี้ยวน้ำใสที่มีขายในบ้านเรานะครับ ที่นี่เค้าใส่กุ้งตัวใหญ่ น้ำแกงมีรสคล้ายต้มยำ ซดร้อน ๆ แซบหลาย..


9) Wan tan Mee  ผมอยากจะเรียกมันว่า "บะหมี่" ซึ่งมีทั้งน้ำและแห้ง ที่เห็นในภาพคือ "บะหมี่แห้ง" หน้าตาคล้าย ๆ กับหมี่เหลืองขายที่ตลาดนัดวันพุธ (หน้าบ้านผม) กล่องละ ๑๕ บาท เพียงแต่ในมาเลเซียเค้าใส่หมู ใส่ปู ใส่ไข่ แล้วยังเหยาะด้วยซีอิ้วและน้ำมันหอย...  


10) Penang Laksa  ในไทยวิกิพีเดียกล่าวว่า "ละก์ซา (Laksa) เป็นอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยวรสเผ็ดของชาวเปอรานากันซึ่งเป็นการผสมผลานระหว่างวัฒนธรรมจีนและมาเลย์ในมาเลเซียและสิงคโปร์ รวมทั้งในอินโดนีเซียด้วย"  ส่วนเว็บ healthandcuisine.com ก็ขยายความไว้อย่างชัดเจนดังนี้...
ลักซา เป็นอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมจีน โดยสังเกตได้จากลักษณะอาหารซึ่งเป็นเส้นเหมือนก๋วยเตี๋ยว เส้นลักซานั้นทำจากข้าว รูปร่างกลม ขนาดประมาณไม้ตะเกียบ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มหนึบอร่อย รับประทานได้เพลินดี..... ขอเน้นว่าห้ามลืมใส่ ดอนคะซุม (Daun Kesum) หรือผักแพว และบุหงากันตัน (Bunga Kantan) หรือดอกขิงป่า ลงในน้ำลักซาเด็ดขาด เพราะหากไม่มีสองสิ่งนี้ กลิ่นรสของลักซาจะไม่เหมือนอย่างต้นตำรับ และไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นลักซา
Penang Laksa ดูน่ากินนิ (ขอขอบคุณผู้ให้ข้อมูล)   


เขียนไป ๆ  น้ำลายชักไหลแล้วซิ!!!