Showing posts with label อดอาหาร. Show all posts
Showing posts with label อดอาหาร. Show all posts

Friday, August 30, 2019

อดอาหาร (fasting) - ผลดี

วันก่อนคุยเรื่อง  Intermittent Fasting (IF) ผมทิ้งท้ายว่า...จะนำผลที่ได้รับมาแชร์กับเพื่อน ๆ


ผมทำ Intermittent Fasting หรือ IF แบบ ๑๖/๘ คืออดอาหาร ๑๖ ชั่วโมง ทานได้ ๘ ชั่วโมง เป็นการอดอาหารแบบไม่ต่อเนื่องที่คนนิยมใช้มากที่สุด คือเริ่มอดตั้งแต่ ๖ โมงเย็น โดยพยายามไม่กินอะไรเลย จะกินอีกทีก็ brunch เมื่อเวลา ๑๐ โมงเช้า


ถามว่า "หิวมั้ย?"  คำตอบของผมคือ "ไม่หิวเลย" มันเหมือนตอนเดินทางท่องโลก บางครั้งวันทั้งวันยังหาอะไรกินไม่ได้ (มีอยู่...แต่มันแพง ฮา) ไม่ได้กินแต่ก็ไม่รู้สึกว่าเหนื่อยล้าหรือสมองตื้อ!


เมื่อเราอด...ร่างกายจะนำพลังงานจากไขมันที่สะสมไว้มาใช้ เพื่อน ๆ ไม่ต้องกลัวครับ ผมยังรู้สึกได้ว่ายิ่งอดสมองก็ยิ่งทำงานได้ดีขึ้น แต่ก่อนผมกินจุกกินจิกก่อนนอน สังเกตว่าตื่นมาตอนเช้ามักจะมีอาการมึนงง ลุกจากที่นอนแล้วเซแซด ๆ  โลกยามเช้าช่างไม่สดใสเอาซะเลย


แต่ทุกวันนี้ไม่มีแล้วครับ พอผมลืมตาขึ้นมาก็เหมือนกับเปิด display ของกล้องถ่ายรูปดิจิตอลดูภาพ มันชัดเจนแจ่มใส ไร้อาการวิงเวียนศีรษะ เป็นมาอย่างนี้นานแล้วนับตั้งแต่ทำ Intermittent Fasting

Saturday, August 24, 2019

อดอาหาร (fasting)

ทุกวันนี้ ผมพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพราะคิดว่าในอนาคตคงไม่มีใครมาคอยดูแล จึงจำเป็นต้องให้สามารถช่วยตัวเองได้แม้ยามใกล้ตาย 


โชคดีที่มีความรู้ด้านการแพทย์ให้ศึกษามากมายในอินเทอร์เน็ต ผมค้นคว้านำมาปฏิบัติโดยอาศัยหลักกาลามสูตรที่ว่า...
  • อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา 
  • อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบ ๆ กันมา 
  • อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ 
  • อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา หรือคัมภีร์
  • อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก
  • อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน 
  • อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล 
  • อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว 
  • อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ 
  • อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่าเป็นครูของเรา 
ยังไม่ปลงใจเชื่อ...ผมจะต้องลองทำ สังเกตผล และเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นเรื่อง การใช้ปัสสาวะล้างตาที่เคยเขียนเล่าให้เพื่อน ๆ เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน  ทุกวันนี้ผมก็ยังทำอยู่นะ ในเมื่อผ่านมาแล้วเป็นปียังไม่มีผลเสีย ดวงตาผมกลับแจ่มใส ไปหาหมอตาก็ว่ายังดีอยู่! ผมจึงไม่กลัวอะไร?

วันนี้ขอคุยเรื่อง Intermittent Fasting (IF) หน่อยนะครับ คำว่า "fast" นอกจากจะเป็นคำคุณศัพท์ซึ่งแปลว่า "เร็ว" แล้วยังเป็นคำกริยาและคำนามหมายถึง "อดอาหาร" และ "การอดอาหาร"  แต่เป็นการอดอาหารด้วยความตั้งใจนะ  ไม่ใช่ไม่มีอะไรกิน

ขอบคุณภาพจาก memecrunch.com
ในคำสอนศาสนาส่วนใหญ่จะมีเรื่องของการอดอาหาร (fasting) อยู่ด้วย ชาวมุสลิมถือศีลอด ชาวคริสต์มีการอดอาหารอธิษฐาน ส่วนชาวพุทธที่เห็นชัด ๆ คือพระภิกษุงดอาหารหลังเพล  บล็อกชูใจได้แชร์ประสบการณ์ ๒๕ วันกับการอดอาหารอธิษฐานครั้งแรกดังนี้...
ผ่านไป ๑ สัปดาห์ ผมก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ขนาดว่าเพื่อนคนอื่นไปกินข้าวที่ไหนผมก็ไปด้วยเหมือนปกติ แต่เรางดอาหารแล้วดื่มแค่น้ำเปล่า ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าเลย ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองเก่งกาจมากที่ไม่ได้กินอะไรมาเกือบอาทิตย์ แต่ไม่ได้อดอยากหิวโหย อาศัยเพียงจิบน้ำบ่อยๆ กันท้องว่าง พอกลับมาย้อนคิดก็ขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่เป็นโรคกระเพาะ
จนเข้าสัปดาห์ที่ 2 ผมจึงเริ่มมีอาการหน้ามืดอยู่นิดหน่อย เพราะพอไม่ได้ทานอะไรแล้วไม่ระวังเรื่องการลุกการนั่ง อันที่จริงผมควรต้องค่อย ๆ ขยับตัว แต่ด้วยความห้าวเลยไปเป็นหนึ่งในทีมงานช่วยเลื่อยไม้เพื่อสร้างรางผักให้กับมูลนิธิแห่งหนึ่งมาด้วย ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่มีเป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน
สัปดาห์ที่ 3 เป็นสัปดาห์สุดท้ายของการอดอาหารอธิษฐานครั้งนี้สำหรับผม รูปร่างผอมลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักลงไป ๑๕ กก. เสื้อผ้าที่เคยใส่ไม่ได้ ก็กลับมาใส่ได้อย่างน่ายินดี.... 
กล่าวกันว่าในระหว่างช่วงอดอาหาร ร่างกายจะมีกลไกการหลั่งฮอร์โมน คือ การหลั่งอินซูลิน (Insulin) ลดลง ทำให้การเก็บกลูโคสในเลือดเข้าสู่เซลล์ลดลง การสะสมของไกลโคเจนและไขมันใต้ผิวหนังก็ลดลง ในขณะที่ Growth Hormone หลั่งเพิ่มขึ้น ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดี เสริมสร้างกล้ามเนื้อได้มากขึ้น 

Intermittent Fasting หรือ IF เป็นการอดอาหารแบบไม่ต่อเนื่อง มีหลายรูปแบบเช่น...
  • แบบ ๒๐/๕ คืออด ๒๐ ชั่วโมง ทานได้ ๕ ชั่วโมง
  • แบบอดอาหารทั้งวัน ๑-๒ วันต่อสัปดาห์
  • แบบ ๑๖/๘ คืออดอาหาร ๑๖ ชั่วโมง ทานได้ ๘ ชั่วโมง
ขนมจีนน้ำยาราคา ๑๕ บาทที่บ้านขามแดง
ผมเลือกแบบ ๑๖/๘ ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนนิยมใช้มากที่สุด คือหลังอาหารเย็นตั้งแต่ ๖ โมงก็เริ่มอด โดยพยายามไม่กินอะไรเลย ตื่นเช้ามาทำ oil pulling แล้วก็ยังไม่กิน มาเริ่ม brunch เมื่อเวลา ๑๐ โมง


ได้ผลอย่างไร จะนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังอีกทีนะครับ...

Tuesday, June 02, 2015

Nasi Goreng Aremoy

ผมอดอาหารล้างพิษมาได้สองวันแล้ว ตอนเช้ากิน Muesli แค่ ๓ ช้อนเพื่อกินยาหลังอาหาร จากนั้นก็กินแต่น้ำเปล่าและน้ำผลไม้  แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงมีอีก ๑ ท้อง ซึ่งคงอดอย่างผมไม่ได้...



วันก่อนพูดเรื่อง "Nasi Goreng Kampung" ที่ได้สั่งกินในบาลิง วันนี้ผมคิดว่าน่าจะผัดข้าวให้พี่สิทธิ์กินเป็นอาหารกลางวัน!  ก่อนอื่นต้องหาดูว่ามีอะไรในตู้เย็นที่พอจะนำมาเป็น ingredient ได้บ้าง?


ได้มาแค่ที่เห็นในภาพ ได้เลย...ผมใช้เวลา ๕ นาที ล้างและหั่นเตรียมไว้   


ไม่ลืมที่จะเตรียมเครื่องปรุงซึ่งประกอบด้วย น้ำปลา พริกไทย น้ำมันมะพร้าว ซีอิ้วหวาน และ น้ำตาล... เอ้า! พร้อมแล้วลงมือเล้ย...


คั่วกุ้งแห้งก่อนพอให้หอม!


โยนพริกขึ้หนูลงไป ให้มีกลิ่นพริกอยู่ในน้ำมันมะพร้าว....


ใส่กุนเชียง แล้วตามด้วยไข่...


โยนที่เหลือลงไปคลุกเคล้า...


ก่อนที่จะเทข้าวลงไปผัด...


เหยาะเครื่องปรุงตามความเหมาะสม พี่ชายผมชอบซีอิ้วหวานก็เลยหนักมือหน่อย ผัดเสร็จแล้วก็ตักใส่จาน วางแตงกวาพร้อมกับมะนาวชิ้นเล็ก ๆ


 ถือลงบันไดไปเสริฟร้อน ๆ ให้พี่ชายที่โต๊ะอาหารชั้นสอง


แอบถ่ายรูปไว้ ๑ บาน  ซูมดูหน่อยดิ! 


พ่อครัวเก็บชามขึ้นมาล้าง อร่อยหรือไม่อร่อย...ดูเอา! 555


ขอตั้งชื่อว่า "ข้าวผัดอามุย (Nasi Goreng Aremoy)" หมายถึง ข้าวผัดที่ทำจาก ingredient เท่าที่พอหาได้ในตู้เย็น!