Sunday, June 11, 2023

มะม่วงหล่น

6 โมงครึ่ง ผมกลับมาจากตลาดสดบ้านปันง้าว! ด้วยเสบียงไม่น้อยห้อยแขวนไว้หน้ารถ...

 

หลังจากได้รับบาดเจ็บจากการตกบันไดขึ้นทาสี ดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นครั้งที่สองที่ปั่นจักรยานไปตลาด ยังเจ็บหัวเข่าข้างซ้ายและที่ส้นเท้า แต่ไม่มากแล้วล่ะ จำเป็นต้องไปหาผักหญ้ามากิน และที่ตลาดเช้าบ้านปันง้าวมีให้เลือกซื้อหาในราคาถูก ชาวบ้านนำผักที่เก็บในสวนหลังบ้านตัวเองมาขาย ผักบุ้งมัดละ 5 บาท ซื้อมา 2 มัดอัดลงในถุงก๊อบแก๊บ มันมากจนหูหิ้วขาด มะนาวก็เริ่มถูกแล้ว 10 บาทได้ถึง 10 ลูก...

ผมพอใจในชีวิตชนบทเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะอยู่อาคารพาณิชย์ก็ตาม...




HBH ใกล้เปิดอย่างเป็นทางการ มีทริปหนึ่งซึ่งจะแนะนำ hosteller คือเดินหรือปั่นจักรยานไปเที่ยวชมตลาดเช้าของชาวบ้านร้านค้าชุมชนบ้านปันง้าว ถ่ายรูปแล้วซื้ออาหารเช้ากลับมากินที่ hostel ต้องตื่นเช้าไปตลาดในขณะที่พระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า...

หนนี้สุริยนแรงกล้ากว่าทุกที ผมมองผ่านทิวไม้ออกไปเห็นดวงตาที่มองมาอย่างโกรธาน่ากลัว ส่งสัญญาณเตือนเพื่อนมนุษย์ว่าอีกไม่ช้าภัยพิบัติจะมาทำลายล้าง!!  แค่น้ำประปาขาดแคลน ผมก็เหลือแสนลำบาก หุหุ แล้วอีกหน่อยทั้งภัยธรรมชาติ พิษเศรษฐกิจ พิษการเมืองการปกครองที่พวกบ้าอำนาจไม่รู้จักยอมแพ้ปล่อยวาง ช่างน่าอิดหนาละอาใจยิ่งนัก..

ใบไม้แห้งล่วงหล่น เหมือนสังขารและวิญญาณที่ดับไป ที่หน้าโรงกลึงเพื่อนบ้าน ผมเห็นมะม่วงมันลูกใหญ่ตกอยู่ที่พื้น (ที่รู้ว่าเป็นมะม่วงมันเพราะเขาเคยเก็บเอามาให้กิน) ยังเช้าอยู่ประตูโรงกลึงยังไม่เปิด ถ้าผมจะหยิบเอามากินก็คงไม่รู้ใครว่า แต่ผมแค่ถ่ายรูปมันไว้ คิดว่าไม่ใช่ของเรา จะเอามาทำไม ปล่อยไว้ให้เจ้าของเขาตื่นมาเห็นดีกว่า จะได้รู้ว่าบ้านห้างฉัตรเราเป็นเมืองคนดี ไม่มีคนขี้ลัก!

วันนี้ตาแก่เมืองรถม้าจะทำงานเค้าเตอร์บาร์ต่อเด้อ!

Saturday, June 10, 2023

งานสุดท้ายของวันนี้

ก่อนค่ำวันนี้...ผมตัดไม้จากแผ่นกระดานซึ่งกล่าวถึงในเรื่อง "ใช้ไม้อย่างคุ้มค่า" ให้เหลือแค่ 4 นิ้วเพื่อใช้เสริมความกว้างของแผ่นหน้าเค้าเตอร์บาร์
 

ลองนำมาวางดู...

ผมต้องอัดกาวลาเท็กซ์และใช้แค้มป์บีบไว้สองวันค่อยนำมาตีติด โป้วก่อนขัดกระดาษทรายหยาบ-ละเอียด แล้วลงยูรีเทน (น่าจะจำเป็น เพื่อกันน้ำ) ผมเสริมไม้ข้างใต้ดังที่เห็นครับ...

วันนี้ได้แค่นี้ก็พอใจแย้ว จวนสองทุ่มต้องหยุดงานก่อน...

มองดูกองไม้ ตอนนี้เหลือแค่เนี้ย เดี๋ยวต้องเอามาใช้กับเค้าเตอร์บาร์อีกหน่อย...


บ้าย...บายครับ พรุ่งนี้ค่อยทำต่อ!

ใช้ไม้อย่างคุ้มค่า

มซื้อไม้ระแนงเก่ามาล้อทหนึ่งเมื่อต้นปี ตอนซื้อก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอามาทำอะไรบ้าง...
 
 
 
วางไว้หน้าบ้านเป็นของเกะกะและอันตรายมาก ผมต้องรีบใช้งานโดยเร็ว เริ่มจากนำมาตั้งเป็นรั้วสูงที่ประตูหน้าบ้าน... 


 
จากนั้นผมก็แกะไม้ออกจากแผงที่เหลือ... แล้วนำเข้าเก็บกองไว้ในบ้าน
 

 
งานที่สองคือใช้ไม้ระแนงทำฉากหลัง grand piano...
 
 
 
เอาไม้มาทำผนังกันหนูบนชั้นสอง...!
 
 
เลือกเอาส่วนหนึ่งไปทำรั้วบนดาดฟ้า...
 
 
ยังมีไม้เหลือ...เอามาทำเค้าเตอร์บาร์ร่วมกับเตียงเก่า 
 
 
มีไม้กระดานหน้า 5 นิ้วอยู่ชุดนึง ประกอบด้วยไม้หน้าห้า 2 แผ่นพร้อมไม้แกะสลัก วันนี้ผมนั่งแกะแยกออกเป็น 3 ชิ้นคือ ไม้กระดานหน้า 5 นิ้ว (2 และ 3) จะเอามาเสริมด้าน top ของเค้าเตอร์บาร์ (1) ให้กว้างขึ้น...
 
 
ไม้สลักเอาไว้ใส่เป็นคิ้วเค้าเตอร์ ส่วนไม้กระดานแผ่นยาวอีกแผ่นตั้งใจเอาไปตีอุดรูบริเวณผนังกับหลังคาห้องครัว...
 
 
บ่ายวันนี้ผมหยิบเอาไม้ระแนงยาวอีก ๒ ชิ้นไปตีปิดรูข้างวงกบประตูชั้นสาม...
 
 

 
 


เหลืออีกไม่มากแล้วกั๊บ!

ขอตัวไปทำงานต่อนะครับ

 ย่างเข้าเดือนหก...ฝนก็ตกปรอย ๆ ผมไปทางไหนก็เห็นแต่ไม้ดอกไม้ประดับงามตา!!
 

 
วันเสาร์อีกแล้ว...ผมยังไม่หยุดงาน! คิดว่าคงต้องรอให้งานปรับปรุงร้านเปียโนและ HBH แล้วเสร็จเสียก่อน!
 
 
เมื่อเช้า ปั่นจักรยานไปซื้อเสบียงอาหารมาทำให้พี่ชาย (ที่บอกว่าให้พี่ชายเพราะส่วนใหญ่เป็นพวกไส้กรอก ลูกชิ้น ปลาเส้น ซึ่งผมไม่กิน ตัวเองขอแค่เต้าหู้แข็ง 3 แผ่น เอามาทำพะโล้...กินได้ 3-4 วัน) ก่อนออกจากบ้านผมถ่ายภาพงาน piano bar มารายงานเพื่อนอีกหน่อย...
 

เป็นการนำไม้ระแนงที่เหลือกับเตียงเก่ามาทำ...เมื่อคืนช่างเหอะลงมาทำจนถึง 3 ทุ่ม!

ย้ายตำแหน่งของเค้าเตอร์บาร์ไปทางหลังบ้านอีกนิด โต๊ะเก้าอี้มี 3 ชุด จัดได้ตามรูปแบบที่เห็น...

ยังต้องทำอีกมากครับ...

ป้าย HBH เพื่อนบ้านมาช่วยนำขึ้นไว้บนกันสาดแล้ว ดูดี...แม้จะเบี้ยวนิด ๆ


ขอตัวไปทำงานต่อนะครับ

Thursday, June 08, 2023

อบขนมปังด้วยกระทะ

ราศจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้า...ผมหุงด้วยเตาแก๊ส


ย้อนยุคกลับไปสมัยไม่มีไฟฟ้า... ผมลองใช้กระทะอบขนมปังดูหน่อย นับเป็นสิ่งใหม่ในวันนี้ของตาแก่บ้านร้านเปียโนห้างฉัตร!

ไม่ต้องตวง ไม่ต้องชั่ง...ผมใช้แป้งสาลีโฮลวีท ผสมน้ำมากหน่อย นวดด้วยมือ หมักไว้จนมันขึ้นอืด (อิอิ) ...จากนั้นก็นำมาใส่ในกระทะ เปิดเตาแก๊ส (ใช้ไฟอ่อน ถ้าร้อนไปจะไหม้) ในที่สุดก็ได้ออกมาอย่างเนี้ย!!

จากกระทะ นำมาใส่จาน งานนี้ผมคงกินไม่ทัน...

ตาแก่เล็มกินเปลือกขนมปังกรอบจนหมด ที่เหลือตัดแบ่งหุ้มด้วยแผ่นพลาสติกเอาเก็บใส่ไว้ในตู้เย็น


คิดถึงทริปปั่นจักรยาน ได้หนมปังอย่างเนี้ยใส่เป้ไปด้วยก็วิเศษ!

หลังวิกฤต

มื่อคืนมีฝนตก เช้านี้จึงดูสดชื่นและอากาศไม่ร้อน บ้านห้างฉัตรไม่ถูกปกคลุมด้วยมลภาวะอีกต่อไป! ผมขึ้นมายืนบนดาดฟ้าเพื่อถ่ายรูปทิวทัศน์ด้านทิศเหนือให้เพื่อน ๆ ดู...

ไม่ต้องเดินทางไปหาดูไกล ๆ อย่างในสวิสฯ หรือนิวซีแลนด์ แค่มองออกไปก็เห็นแล้ว!

 

ต้นไม้ยืนเดี่ยวเริ่มผลิใบ...

 

 

เช่นเดียวกับเจ้าต้นมะกรูด ไดโนเสาร์ และอีกบางอย่างที่รอดพ้นภัยแล้งมาได้...

 

 

แผงโซล่าฯ บนหลังคายังปกติดี...

ขาตั้งทุกจุดแข็งแรง...ไม่น่าเป็นห่วง!


หลังวิกฤต...ชีวิตมักสดใส! สู้ ๆ เด้อ

เจ็บอีกจนได้

ม่ยอมแพ้...ตาแก่เมืองรถม้ากระย่องกระแย่งลงบันไดไปทำเค้าเตอร์ต่อได้อีกหน่อย!

 
ด้วยไม้ระแนงและตะปูที่มีอยู่
 
 
ไม่ต้องการให้สวยหรู แค่ใช้วัสดุที่เหลือให้หมดไป (จะได้หยุดพักเสียที) ความจริงทั้งกบทั้งเต่าก็มีอยู่ จะไสไม้ให้ดูดีกว่านี้น่าจะทำได้ แต่เสียเวลาไปไย?

 
เหมือนกับรั้วไม้ระแนงบนดาดฟ้า ผมเคยคิดทาสี แต่เพื่อนแนะนำว่าให้คงสภาพไม้ไว้อย่างนั้น (จริงดิ...เรื่องรักษาเนื้อไม้คงไม่ต้องห่วง เพราะผมตายก่อนได้เห็นความผุสลายของมันแน่)...  

 
เช้านี้...ไปลากเอาไม้กระดานที่มีลายฉลุ (ส่วนเกินที่ได้แถมมากับไม้ระแนง) มาเตรียมไว้สำหรับตีคิ้วเค้าเตอร์บาร์
 

ทำงานกับตะปูและของแหลมคมอื่น ๆ ต้องระวัง วันก่อนผมก็พลาดอีก ใกล้ข้อพับขาซ้ายโดนตะปูกรีดเป็นแผลยาวมีเลือดไหล แต่แค่ข้ามคืนแผลตกสะเก็ดแล้ว...

ขอบคุณพระเจ้า

หนูไม่มีดี!

 

บ้านร้านเปียโนและ HBH (Hangchat Backpacker Hostel) คงขยับก้าหน้าไปได้ทีละนิด ๆ 

"อิดขนาด" เป็นความในใจ (กำเมือง) ของตาแก่ห้างฉัตรที่อยากจะบอกให้เพื่อน ๆ ผู้หวังดีทราบ คำว่าอิดหมายถึงเหนื่อย  "เหนื่อยเหลือเกิน" คงสื่อความหมายได้ดี บางคนอาจสงกะสัยว่าไม่เห็นได้แบกได้หามอะไรเลยทำไมถึงได้เหนื่อยยิ่งนัก จริง ๆ แล้วผม "เหนื่อยใจ" ซะมากกว่าครับ ยกตัวอย่างสักเรื่องซึ่งเกี่ยวกับ "หนู" (สัตว์สี่ขาตัวน้อย ๆ ที่ผมขอเป็นอริตลอดไป) ผมอุตส่าห์ตัดไม้ค่าวไม้ระแนง แบกขึ้นมาทำที่กั้นกันหนูตรงบันได (ไม่ให้เข้าไปมาทำลายของบนชั้นสองได้เหมือนแต่ก่อน) ทำเสร็จได้สองสามวัน มันใช้เวลาคืนเดียวเจาะทะลุเข้าไปได้!!! หุหุ...เก่งกว่านักโทษคุกอัลคาทราซซะอีก

หนูทำลายสมบัติมีค่าของผม รวมราคาแล้วมากมายมหาศาล ผมรับไม่ได้จริง ๆ นึกถึงคำพูดของแม่ปราณีที่บอกผมว่าหนูกัดจีวรพระพุทธเจ้าแล้วพระองค์ทรงกล่าวว่าหนูไม่ดี" (ด้วยเหตุนี้หรือเปล่าที่ทำให้หนูไม่มีถุงน้ำดี ผมก็ยังสงสัยอยู่)

นิตยสารสารคดี เขียนว่า...

นักสัตววิทยาได้เคยประมาณว่าในอเมริกามีหนูจำนวนมากพอ ๆ กับคน จากหนู ๕๖ ชนิดที่มนุษย์รู้จัก มีบางชนิดอาศัยอยู่ไกลผู้คน เช่นในป่าหรือใกล้บึง หนูที่พบแพร่หลายคือหนูดำ (Rattus rattus) สามารถพบเห็นได้ทั่วโลกเพราะมันชอบแอบซ่อนตัวเดินทางไปกับเรือ และเวลาอาหารขาดแคลนหนูจะกินมูลของมันเอง เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการพอสมควร หรือเวลาหิวมาก ๆ และไม่มีอาหารสด มันมักใช้ฟันกัดแทะทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รายรอบ ไม่ว่าจะเป็นไม้ อิฐ หรือซีเมนต์ ดังนั้นฟันหนูจะกร่อนตลอดเวลา แต่ก็งอกใหม่ได้เร็ว... 

ตามปรกติร่างกายหนูไม่มีเหงื่อ มันควบคุมอุณหภูมิในตัวโดยอาศัยการขยายตัวและหดตัวของเส้นเลือดที่หาง ตัวหนูไม่มีถุงน้ำดี ไม่มีทอนซิล แต่มีสะดือ และมีความสามารถพิเศษอีกอย่างคือ ตกตึกสูง ๑๕ เมตรได้โดยไม่เป็นอันตรายใด ๆ

ยอมแพ้จริง ๆ ผมไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่เอาไม้มาปิดรู คิดว่าจะต้องน้ำยาเคลือบไม้ไว้หน่อย ให้มีกลิ่น เผื่อว่าหนูจะได้ไม่มากัดอีก

 

หนูไม่มีดี! หนูไม่มีดี! หนูไม่มีดี!