Showing posts with label การเดินทางแบกเป้. Show all posts
Showing posts with label การเดินทางแบกเป้. Show all posts

Friday, January 04, 2013

สิ่งที่ต้องทำ...หลังจากการแบกเป้ท่องเที่ยว


หลังจากแบกเป้ท่องเที่ยวเมืองลาวได้กว่า ๑ สัปดาห์...ผมก็เดินทางกลับถึงบ้าน  จำได้ว่าเคยเขียนไว้เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ ว่า ผมเลือกเป้ใบเก่า เพราะต้องการใช้บรรจุของให้ได้เต็มพิกัด เหมือนตอนไปเที่ยวลาวและเวียดนาม เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

วันรุ่งขึ้นมีสิ่งที่จะต้องทำคือ การนำถุึงนอนและข้าวของออกจากเป้ให้หมด เพื่อจะได้นำเสื้อผ้าเหม็น ๆ ออกไปซัก เอกสารสำคัญอย่างเช่น หนังสือเดินทาง เงินที่เหลือใช้ หนังสือ และสมุดบันทึก ก็ต้องนำออกแยกเก็บเข้าที่...

ล้วงเอาแผ่นกระดาษออกจากเป้ให้หมด ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ ตั๋วรถ ตั๋วเรือ บัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนสลิปจากร้านค้า จะได้รวบรวมไว้เป็น souvenir  (อิอิ)   สำหรับกล้องถ่ายรูปและ net book ก็ต้องรีบนำออกมาเช็ดทำความสะอาด  SD card ก็อย่าลืมนำไปถ่ายข้อมูลลงคอมพ์ฯ เสียให้เรียบร้อย

จากนั้นก็ให้รูดซิปเปิดกระเป๋าเป้ทุก ๆ ใบ กลับเป้เอาด้านบนลงล่าง(upside down)...แล้วเขย่า ๆๆๆ เพื่อให้เศษดินเศษผงร่วงออกมา

ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ นำไปตากแดด  



พร้อมกับถุงนอนซึ่งรูดซิปกลับเอาด้านในออก...


ตอนเย็นอย่าลืมเก็บนะครับ ถุงนอนก็ให้ม้วนเก็บลงถุงเหมือนเดิม ส่วนเป้ก็รูดซิป ล็อคสายรัด แล้วนำไปแขวนไว้ในที่ของมัน ถึงเวลาจะได้นำออกไปใช้ได้ทันที

แล้วเมื่อไหร่จะได้แบกเป้อีกล่ะ?  ยิ่งปีนี้จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงซะด้วย  เจ้าแรด (ชื่อเป้) คงจะต้องรอเก้อไปอีกนาน...

Friday, December 21, 2012

เลือกเป้


สวัสดีเพื่อน ๆ ที่รัก...

ผมต้องขออภัยอีกครั้งที่ว่างเว้นการอัพเดทบล็อกช่างเหอะไปเสียนาน  วันนี้ไม่เขียนต่อคงไม่ได้แล้ว

สำหรับเรื่องงานช่าง แม้ผมจะมีโอกาสได้ทำบ้างในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจสักเท่าใด พอดีมีทีท่าว่าจะได้ขายบ้านด้วย...ผมก็เลยต้องเที่ยวหาดูบ้านไว้ล่วงหน้า เผื่อขายได้จริง ๆ ผมจะได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ได้โดยไม่ติดขัด  เมื่อถึงตอนนั้นผมก็คิดว่าน่าจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับงานซ่อมสร้างบ้านที่นำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังได้มากขึ้นกว่าเดิม...

ส่วนในบล็อก "ฟังลุงน้ำชาคุย"  พักนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องราวของการท่องเที่ยวเหมือนเดิม  ถึงกระนั้น...ผมก็ยังคิดว่าบางสิ่งบางอย่างน่าจะนำมาเขียนไว้ในบล็อกช่างเหอะตัวนี้มากกว่า อย่างเช่น การที่ผมจะเลือกขนาดเป้สำหรับทริปที่จะมาถึงในเร็ววันนี้!

กล่าวคือ ผมมีโครงการที่จะใช้เวลาในช่วงปีใหม่สำหรับการแบกเป้ไปเยือนประเทศลาวอีกครั้ง ทีแรกผมคิดว่าจะเปลี่ยนลักษณะของการเดินทาง  จากที่เคยใช้เป้ใบใหญ่  นั่งรถลงเรือ...แล้วแบกเป้เดินต่อไปตามจุดหมายปลายทางซึ่งบางครั้งต้อง improvise กันสด ๆ เหมือนอย่างที่เพิ่งไปพม่าเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา  ผมคิดที่จะเปลี่ยนไปใช้เป้ใบเล็กแล้วหิ้วกระเป๋าใส่จักรยานพับได้ไปด้วย!


สืบเนื่องมาจากการที่ครูหนิงได้ขายจักรยานพับให้ผมมาในราคามิตรภาพ หลังจากที่ได้ลองใช้มาระยะหนึ่ง...ปรากฏว่าอาการปวดหลังของผมได้หายไป รู้สึกเดินเหินคล่องแคล่วขึ้น  ผมเกิดแรงใจที่จะไปท่องเที่ยวโดยมีจักรยานพับนำใส่กระเป๋าไปด้วย...

เมื่ออาทิตย์ก่อนผมได้ไปถามราคากระเป๋าสำหรับบรรจุจักรยานพับมาแล้ว ปรากฏว่าราคาใบละ ๗๕๐ บาท ซึ่งผมก็คิดว่าใช้ได้  ถ้าซื้อมาใช้ใส่จักรยานพับแล้วนำใส่รถทัวร์หรือรถไฟไปด้วย พอถึงปลายทางก็นำออกมาประกอบ(กาง) พร้อมสำหรับขี่ไปที่ไหนก็ได้ โดยมีเป้ขนาดเล็กบรรจุข้าวของที่จำเป็นวางท้ายไป!

ผมคิดจะไปลาว ดังนั้นการนำกระเป๋าจักรยานพับใส่รถเมล์เขียวไปเชียงของจึงไม่น่าเป็นปัญหา พอถึงเชียงของก็ปั่นไปที่พัก ปั่นเที่ยวซักวันสองวัน จากนั้นก็บรรจุกระเป๋าำแล้วนำลงเรือข้ามไปฝั่งลาว ผมมั่นใจว่าสามารถนำขึ้นรถตู้หรือรถเมล์ได้แน่นอน..เพราะขนาดกระเป๋าจักรยานนั้นเล็กกว่าบรรดากระสอบข้าวสารของชาวบ้านเสียอีก!

แต่แล้วผมก็ต้องเปลี่ยนใจ ด้วยเหตุผลที่ว่าจักรยานยังไ่ม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และพร้อมสำหรับขี่ทางไกล นอกจากนั้นผมยังไม่มีอุปกรณ์ต่าง ๆ อาทิ สูบลม เครื่องวัดระยะทาง กระติกน้ำ เครื่องมือ ตลอดจนเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ขี่จักรยาน รองเท้าก็ไม่มี  ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินและใช้เวลาในการจัดหา ผมไม่มีทั้งเงินและเวลา! ได้แต่บอกตัวเองว่า "เอาไว้พร้อมแล้วค่อยไปจะดีกว่า"


ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้ตัดสินใจเลือกใช้เป้ใบใหญ่ สำหรับทริปที่จะถึงนี้

เดี๋ยวผมต้องจัดของลงเป้แล้วครับ...

Friday, October 12, 2012

Traveling Light


เมื่อวันอังคาร ผมเขียนเรื่อง "ซ่อมเชลโล...หมด ๔ บาท!"  ผ่านมาได้ ๒ วัน ผมดันหาเจอเจ้ายาง endpin ที่หลุดหายไป!  


สภาพยับเยินอย่างที่เห็น ผมจึงไม่นำมาใช้ คิดว่าคงต้องใช้เจ้ายาง ๔ บาท อย่างที่เล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง แต่แล้วไม่รู้ว่าทำไมมันช่างบังเอิญเสียเหลือเกิน...เช้าวันนี้ผมเกิดไปเจอยางสวมปลายขาตั้งกล้องขนาดเล็กเข้าจนได้!


รู้สึกว่าใช้ได้ดีกับแม่เรไรของผมซะด้วย...


วันนี้อยากคุยเรื่อง backpack ใบใหม่ของผม!  สืบเนื่องมาจากการได้สอนชั่วคราวที่โรงเรียนลำปางกัลยาณี ทำให้ผมได้เงินพิเศษมาก้อนหนึ่ง ผมเคยบอกว่ารู้สึกเหนื่อยและเครียดกับงานดังกล่าวมาก ๆ ถ้าสิ้นสุดภาระหน้าที่และได้รับเิงินค่าจ้างมา...ผมก็อยากจะขอเจียดไปซื้อเป้ใหม่สักใบ เพื่อให้รางวัลกับตัวเอง!


"เจ้าแรด" (ที่เห็นในภาพ) คือเป้ใบเก่าที่ใช้มาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว ซื้อมาจากบริษัทสื่อเดินทาง (ร้านจำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้งแถว ๆ แยกมักกะสัน กรุงเทพฯ) มันใช้บรรจุของได้มากทีเดียว ผมไปเวียดนามและพม่าเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา...อัดไปทั้งเต๊นท์ ถุงนอน และเสบียงอาหาร หนักประมาณ ๒๐ กิโลกรัมเห็นจะได้!

ตอนไปพม่าเมื่อเดือนมิถุนายน ก็ใช้เป้ใบเดียวกัน (แต่ไม่นำเต๊นท์ไปด้วย) ผมเริ่มจะรู้สึกว่ามันใหญ่เกินไปซะแล้ว ไม่เหมาะสำหรับนักเดินทางวัยหกสิบอัพอย่างผม  สภาพของเป้ก็เก่่ามาก หลังจากสะพายเดินฝ่าสายฝน...ผมยังพบว่าหนังสือและเอกสารที่เก็บไว้ข้างในเปียกหมด!    

ผมได้ไปเห็นนักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่อินเล (Inle)  เธอมีเป้เล็ก ๆ ติดตัวไปด้วยเพียงใบเดียว รู้สึกว่าจะคล่องแคล่วดีเหลือเกิน ต่างกับนักเดินทางฝรั่งซึ่งใช้เป้ขนาดใหญ่ การเดินทางเช่นนั้น...ผมน่าจะพูดได้ว่า "Traveling Light" คือพยายามลดน้ำหนักข้าวของที่นำไปด้วยให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้...

พูดแล้ว....ทำให้ผมคิดถึงเพลง "Traveling Light"  ของ Cliff Richard  (เพลงแรกที่หัดเล่นกีต้าร์)...
I got no bags and bags to slow me down.  Well. I'm travelin so fast,  my feet ain't touching the ground. Traveling light, traveling light.  Well, I just can't wait to be with my baby tonight......

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงตั้งใจไว้แต่แรกว่าถ้าซื้อเป้ใบใหม่ จะต้องเป็นเป้ที่มีขนาดเล็กกว่าเดิม  ซึ่งก็ได้มาแล้ว...เป็นเป้ที่ผลิตในเวียดนาม ยี่ห้อ Deuter  รุ่น Futura  ขนาด ๔๕ + ๑๐ ลิตร สีเขียว... 


ราคา ๘๙๐ บาท เสียค่าส่งอีก ๕๐ บาท ค่าโอนเงิน ๓๐ บาท รวมแล้วต้องควักกระเป๋า ๙๗๐ บาท...




มีผ้าคลุมกันฝนด้วยครับ...


ถ้าจะเดินทางท่องโลกอีกครั้งด้วยเป้ใบใหม่ ผมคงต้องร้องเพลง  "Traveling Light" ไปด้วย อิอิ