Showing posts with label สถานที่ท่องเที่ยว. Show all posts
Showing posts with label สถานที่ท่องเที่ยว. Show all posts

Thursday, November 13, 2014

พระธาตุอินทร์แขวนลำพูน

ภาพจาก facebook พระธาตุอินแขวนลำพูน
วันนี้ผมได้อ่านบทความในผู้จัดการออนไลน์ เรื่อง "พระธาตุอินทร์แขวน" เขียนโดยคุณปิ่น บุตรี กล่าวว่า....
พระพุทธบาทพระธาตุอินทร์แขวน หรือ พระธาตุอินทร์แขวนลำพูน ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำพุ ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน การเดินทางใช้เส้นทางจากวัดพระธาตุดอยติ(ครูบาศรีวิชัยองค์ใหญ่-แยกดอยติ) สู่ตัวเมืองลำพูน เมื่อข้ามทางรถไฟแล้วเลี้ยวซ้ายที่แยกป่าสัก ผ่านตลาดลำพูนจตุจักร อบจ.ลำพูน ศูนย์กระจายสินค้า 7-11 และปั๊มปตท. จากนั้นขับต่อไปอีกสัก 300 เมตร สังเกตสี่แยกเล็ก ๆ มีป้ายซ้ายมือทางเข้าวัดทรายทอง แล้วขับรถต่อไปเรื่อยๆประมาณ 5 ก.ม.- มีป้ายบอกทางไปพระธาตุอินทร์แขวน... 
ต้องขอบคุณผู้เขียนที่ทำให้ผมได้มีจุดหมายที่จะไปสำรวจแล้วถ่ายภาพมาให้เพื่อน ๆ อีกแห่งหนึ่ง ใน facebook พระธาตุอินแขวนลำพูน ก็มีแผนที่ซึ่งเขียนโดยคุณเอกลักษณ์ โพธิศาสตร์ แสดงไว้ดังนี้...


ผมเดินทางผ่านดอยติเป็นประจำอยู่แล้ว วันนี้ขอปักหมุดเอาไว้ก่อน สัญญาว่าจะนำภาพพระธาตุอินทร์แขวนลำพูนมาให้เพื่อน ๆ ได้ชมภายในเร็ววันนี้ครับ....

Saturday, February 01, 2014

วัดม่อนปู่ยักษ์ ลำปาง


วันนี้ได้ไปเล่นดนตรีร่วมกับวงดนตรี 60up ในการทำบุญ ๑๐๐ วันอาจารย์สมบูรณ์ผู้จากไปที่วัดม่อนปู่ยักษ์  ผมเห็นวัดซึ่งมีรูปแบบของศิลปะพม่าที่งดงามมาก ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาจะไม่รู้เลยว่าลำปางยังมีของดีอีกมาก วัดม่อนปู่ยักษ์ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น  ผมจึงอยากแนะนำ...

วัดม่อนปู่ยักษ์ตั้งอยู่บนเนินเขา ตรงทางแยกที่จะไปเมืองแพร่ หาไม่ยากครับ...


เว็บ lampang.go.th มีข้อมูลว่า...
กองพุทธสถานกรมการศาสนาทำหนังสือ “ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรเล่ม 8” พ.ศ. 2525 บันทึกว่าวัดม่อนปู่ยักษ์ ได้ก่อสร้างเมื่อวันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ.2442 โดย พ่อเฒ่านันตาน้อย พ่อเฒ่านันตาไก่ พร้อมพี่น้องอีก 3 คน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2442 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 14.82 เมตร ยาว 14.82 เมตร อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ แบบอิทธิพลศิลปะตะวันตก ศาลาการเปรียญและกุฏิไม้โบราณศิลปะพม่า ฝาผนังและเสาไม้สัก ประดับลวดลายลงรักปิดทอง เพดานติดกระจก และมีเจดีย์ฝีมือช่างพม่า... 

พอดีวันนี้ผมไม่มีเวลาได้สำรวจอย่างละเอียด จึงมีภาพมาเป็นหนังตัวอย่างให้เพื่อน ๆ ก่อน ๓ บาน...


ขอรับไว้เป็นการบ้าน ผมจะหาโอกาสไปถ่ายภาพมาให้เพื่อน ๆ อีกครั้ง...

เพื่อน ๆ มาลำปางก็อย่าลืมแวะไปชมนะ!

Tuesday, November 19, 2013

หมุนมือที่วัดพระธาตุลำปางหลวง...

เมื่อวานนี้ ผมเล่าเรื่องการทดลองใช้เลนส์มือหมุน Tokina 60-300 mm กับกล้อง Nikon D50 ถ่ายภาพที่วัดลำปางกลาง...  



จากวัดลำปางกลาง (1) ผมเดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุลำปางหลวง (3)....    



วันนี้อยากจะนำภาพที่ได้จากการหมุนมือที่วัดพระธาตุลำปางหลวงมาให้เพื่อน ๆ ดูสักหน่อย



ทดลองซูมไกลสุดเลนส์ สามารถเห็นได้ในรายละเอียดของยอดฉัตรทองคำ!!





ซุ้มพระบาท...


เจ้ามือหมุนมีน้ำหนักนะ  เวลาซูมไกลสุด มันไม่นิ่ง!   ผมคงต้องใช้เวลาฝึกอีกมาก หรือไม่ก็ต้องหันไปใช้ขาตั้งกล้องซึ่งไม่ค่อยชอบเอาซะเลย  อย่างไรก็ตามผมคิดว่าการใช้เลนส์ซูมทำให้เรามีโอกาสถ่ายภาพเพื่อเก็บรายละเอียดได้สะดวกสบายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย ยกตัวอย่างเช่น เจ้าตูบที่วิหารหลวง...


แทบจะมองเห็นเห็บ อิอิ


ส่วนเจ้ากระทงที่ยังหลงทางอยู่ในสระน้ำหน้าวัด อยู่ไกล ๆ ก็จับภาพได้...


ผมนั่งอยู่จุดเดียว สามารถหมุนมือเลือกถ่ายภาพได้หลายรูปแบบ หลายตำแหน่ง...



ภาพเหล่านี้ ไม่ต้องย้ายก้นออกจากที่นั่งเลยนะครับ...




นอกจากภาพนี้...


หมุนมือไม่ไหวแล้วฮับ กลับบ้านดีฝ่า!

Monday, August 12, 2013

รัฐแคชเมียร์ อินเดีย

ผมมีหนังสือ "อินเดีย - ท่องไปในเมืองเดลฮีและภาคเหนือ" พิมพ์แจกฟรีให้แก่ผู้สนใจโดยสำนักงานท่องเที่ยวรัฐบาลอินเดีย (The Department of Tourism of India) เมื่อปี ๒๕๒๔...


วันนี้อยากจะนำบทความเรื่อง "รัฐแคชเมียร์" มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านดังนี้...



จักรพรรดิโมกุลผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยศตวรรษที่ 17 ซาห์ เจฮัน เมื่อทอดพระเนตรเห็นหุบเขาแคชเมียร์เป็นครั้งแรกทรงอุทานว่า "ถ้าสวรรค์บนพื้นพิภพนี้มีจริง ก็จะต้องอยู่ที่นี่แน่นอน" ที่รัฐนี้มีภูเขาที่สูงที่สุดในโลก บนยอดปกคลุมด้วยหิมะขาวชั่วนาตาปี สูงตะหง่านเงื้อมเสมือนจะปกป้องหุบเขาที่เขียวขจีสีมรกตเบื้องล่าง ซึ่งมีลำธารน้ำจากภูเขาไหลผ่านหลายสาย และมีทุ่งหญ้าที่ดาระดาษด้วยดอกไม้สวย ๆ มากมาย

เมืองศรีนาการ์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐแคชเมียร์ ในอดีตเคยเป็นอุทยานแห่งความใฝ่ฝันของจักรพรรดิโมกุลหลายต่อหลายพระองค์ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางที่น่าทึ่ง มีสะพานและตลาดบาซาร์ที่แฝงอยู่ใต้ร่มเงาของเทือกเขาน้ำแข็งและทะเลสาปสีเงิน สมัยเมื่อ 400 ปีมาแล้ว พวกโมกุลได้สร้างอุทยานที่สวยงามตามแบบฉบับขึ้นหลายแห่ง และตั้งชื่อให้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง ฟังดูเหมือนเสียงน้ำที่สาดกระทบหินจากน้ำพุ มิฉะนั้นก็เสียงท่องโศลกของชาวเปอร์เซียน เช่นชื่อว่า ซาลิมาร์ นิษัท ชัษมาซาฮี เป็นต้น

ทะเลสาปคาลที่สงบนึ่ง สะท้อนภาพสวยงามจากอุทยานเหล่านี้ ซึ่งแวดล้อมทะเลสาปอยู่ ทะเลสาปคาล มีทางน้ำติดต่อกับคลองและแม่น้ำเจลัม ดังนั้นทะเลสาปคาลจึงเป็นเส้นทางสำคัญของการคมนาคมโดยเรือ  ใต้ลงไปมีทะเลสาปอีกแห่ง ชื่อ นาคิน มีขนาดเล็กกว่า แต่ทว่าสวยงามทัดเทียมกับทะเลสาปคาล และเป็นสถานที่ที่นิยมกันมากในการเล่นสกีน้ำ ว่ายน้ำ ดำน้ำ และแล่นเรือ ท่านอาจจะเช่าเรือนแพ หรือบ้านที่อยู่บนเรือ ที่จอดลอยลำอยู่บนทะเลสาปเหล่านี้ได้ จะมีผู้คนพายเรือมาขายสินค้าให้ท่านจนถึงหน้าเรือนแพของท่าน เรือที่เขาใช้กันนี้เรียกว่า ชิคาราส เป็นเรือพายแบบของแคชเมียร์ นอกจากนี้ท่านยังจะได้ชื่นชมกับตลาดน้ำจำหน่ายผลไม้ ดอกไม้ ผ้าพันคอ พรม เครื่องเพชรพลอย และงานฝีมือประเภทศิลปพื้นเมืองต่าง ๆ ที่เคลื่อนไหวไปมาอยู่รอบ ๆ เรือนแพของท่าน


ไม่ไกลจากเมืองศรีนาการ์มากนัก ประมาณความสูงระดับ 2730 เมตร มีหมู่บ้านชื่อกุลมาร์ก หรือ "ท้องทุ่งแห่งดอกไม้" ซึงอยู่กลางระหว่างยอดเขาสูง ๆ คือ ยอดเขานังคะพาร์บัท (8100 เมตร) ท้องฟ้าที่แจ่มใสและแสงแดดแจ่มจ้าตลอดจนไหล่ลาดเขาที่เหมาะยิ่งสำหรับการเล่นสกี ทำให้กุลมาร์กมีชื่อเสียงว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักกีฬาในฤดูหนาว นอกจากนี้ กุลมาร์กยังได้ชื่อว่ามีสนามกอล์ฟธรรมชาติที่สวยที่สุดและอยู่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย สนามดังกล่าวนี้อยู่ติดกับทางเดินบนเขา ซึ่งปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่และต้นไม้ประเภทเฟอร์ต่าง ๆ

เมื่อออกเดินทางจากศรีนาการ์ ผ่านทุ่งนาและสะพานไม้แบบชนบทเก่าแก่ และเสียงกึกก้องของน้ำตก ท่านจะมาถึงพาฮัลกัม ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของหุบเขาที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ชื่อหุบเขาลิคเด้อร์ หุบเขานี้มีทางผ่านช่องเขาแคบและชันซึ่งปกคลุมด้วยต้นเฟอร์ มีภูเขาสูงทะมึน ที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะ มีลำธารน้ำใสที่เย็นเฉียบและป่าลึก ทำให้บรรยากาศของภูเขาโปร่งสบายและเป็นจุดตั้งต้นที่วิเศษยิ่งของการเดินป่า

ในปีหนึ่ง ๆ ท่านจะมีโอกาสได้เข้าร่วมขบวนจาริกแสวงบุญไปยังถ้ำอมาร์นาท ซึ่งเป็นถ้ำน้ำแข็ง ภายในถ้ำมีศิวลึงค์ ซึ่งเกิดจากน้ำแข็งตามธรรมชาติ คิวลึงค์นี้จะเปลี่ยนขนาดไปตามความเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์ การจาริกแสวงบุญนี้ทำกันปีละครั้งเดียว ระหว่างเดือนสิงหาคม - กันยายน

ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของศรีนาการ์ มีหุบเขาอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีแม่น้ำสินธุไหลผ่าน เรียกว่า หุบเขาสินธุ ในอดีตกาลบรรดาพ่อค้าจากเอเซียตอนกลางเคยเดินทางผ่านบริเวณนี้มาก่อน และได้ชื่นชมกับความสงัดเงียบของทะเลสาปและความมโหฬารของภูเขาน้ำแข็ง

จากศรีนาการ์ไป 83 กิโลเมตรจะถึงซอนมาร์ก (2740 เมตร) ซึ่งได้สมญาว่าเป็น "ทุ่งหญ้าสีทอง" บนพื้นที่สูงของซอนมาร์กประดับด้วยต้นไม้จำพวกเฟอร์และสน ปะปนกับต้นเบิร์ชและซิคามอร์

ลงไปทางใต้ของซอนมาร์กเพียง 3 กิโลเมตร ถึาภูเขาน้ำแข็งที่ชื่อทาจิวาส มีที่ราบสูงอยู่ที่เชิงเขา ซึ่งมีบรรยากาศที่เหมาะสมกับการตั้งค่ายพักแรมอย่างยิ่ง เทือกเขาทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ซึ่งมีน้ำตกลงมาเป็นแผ่นสีเงิน นอกจากนี้ซอนมาร์กยังเป็นจุดตั้งต้นสำหรับการเดินป่าที่น่าสนุกสนานไปยังทะเลสาปหิมาลัยที่อยู่เหนือขึ้นไป...

สำหรับท่านที่ชอบการผจญภัย ขอแนะนำให้ท่านเดินทางจากศรีนาการ์ไปตามเส้นทางที่วกวนคดเคี้ยวเป็นระยะทาง 434 กิโลเมตรถึงลาดัด ซึ่งเป็นเมืองแห่งหินผา เปรียบได้กับพื้นผิวของดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยก้อนหินโดดเดี่ยวและกรวดเม็ดเล็ก หมู่บ้านของลาดัดดูเหมือนจะยิ่งเล็กลงเมื่อเปรียบเทียบกับภูเขาหินแกรนิตที่สูงทะมึน ซึ่งห้อมล้อมหมู่บ้านอยู่ ที่นี่คือดินแดนของวัดแบบธิเบตที่สร้างโดยการเจาะลึกลงไปในภูเขาหินแกรนิต พระพุทธรูปที่ประดับด้วยหินมีค่า ศิลปวัตถุที่ล้ำค่า เช่น ทังคาส หรือภาพเขียนบนผนังอาคารเต็มไปด้วยสัญญลักษณ์ของวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ในอดีตกาลของดินแดนบริเวณนี้


อินเดียน่าไปเที่ยวเหมือนกันครับ ค่าวีซ่า ๒ พันกว่าบาท อยู่ได้ ๖ เดือน เอาให้คุ้มไปเลย อิอิ