Showing posts with label piano tuning ตั้งสายเปียโน เครื่องมือช่าง. Show all posts
Showing posts with label piano tuning ตั้งสายเปียโน เครื่องมือช่าง. Show all posts

Saturday, March 03, 2012

Kevin Smee - The Piano Tuner

ปลายปี ๒๕๓๑ ผมอยู่ใน Sydney, NSW ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน...ผมมีโอกาสได้ไปคุยกับช่างเปียโนชาวออสซี่คนหนึ่ง ซึ่งชื่อว่า Mr. Kevin Smee

ตอนนั้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ต! ผมหาชื่อและที่อยู่ของคุณ Kevin ได้จากหน้าหนังสือพิมพ์  พอดีอยู่ไม่ไกลนัก..ผมจึงเดินทางไปขอดูงานการตั้งสายเปียโนที่ workshop ของเขาใน Beverly Hills

วันนี้ ผมใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลของคุณ Kevin Smee ได้มาดังนี้...
Kevin Smee is a business that is based in Beverly Hills, 2209, NSW: Sydney. Kevin Smee is listed in 2 categories including: Piano Tuning and Repairs and Pianos New and Secondhand.

อืมมมม...คนนี้ใช่เลย! ใช้คอมพิวเตอร์...ทุกวันนี้ ถ้าอยากรู้ว่าบ้านใครอยู่ตรงไหน เพียงไม่กี่คลิกก็หาข้อมูลมาดูได้อย่างง่ายดาย แต่วันนั้น...กว่าจะเจอร้านของคุณ Kevin ก็เล่นเอาผมเหงื่อตก!  ในสมุดบันทึกผมเขียนว่า...
จาก Dulwich Hill นั่งรถไฟไปลงที่ Beverly Hills (มีบัตร Red Travel Pass เสียค่าโดยสารเพิ่มอีกเพียง ๑ เหรียญ) ลงรถแล้วเดินหา workshop ของคุณ Kevin จนเจอ พอดีคุณ Kevin ยังไม่มาเปิดร้าน ต้องนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รออยู่พักใหญ่!
ในที่สุดก็ได้พบคุณ Kevin สมใจ เราคุยกันอย่างถูกคอ คุณ Kevin บอกว่าเขาใช้เวลาในการตั้งสายเปียโนหลังหนึ่งไม่เกิน ๑ ชั่วโมง
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากคุณ Kevin ในวันนี้คือ:-
๑) การสาธิตเครื่องช่วยคือ Scope ยี่ห้อ Yamaha ซึ่งใช้งานได้ดีทีเดียว
๒) คำแนะนำเทคนิคในการตั้งสาย อาทิ การใช้มือซ้ายจับค้อน การใช้วิธีกระตุกมือทีละนิด ๆ  และการวางค้อนให้อยู่ในแนว Vertical 

๓) การสาธิตเครื่องเล่นเปียโนอัตโนมัติ ซึ่งมี ๒ แบบ คือ Piano Roll (ใช้กระดาษม้วนเจาะรู) และแบบใช้ Solenoid (แบบนี้เคยเห็นที่ Robinson Piano กรุงเทพ)
คุณ Kevin บอกว่าการตั้งสายเปียโนจะต้องทำบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้ลืมเทคนิคต่าง ๆ และการใช้เครื่องมือใหม่ ๆ (new technology) เป็นสิ่งที่ไม่น่าอายแต่อย่างใด

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า แม้อยู่ที่ลำปาง...ผมก็สามารถมองเห็นหลังคา workshop ของคุณ Kevin ใน Beverly Hills ได้อย่างชัดเจนด้วย Google Earth!

วันนี้..ผมเล่าเรื่องการไปพบกับ Piano Tuner เมื่อ ๒๔ ปีก่อน คิดว่าคงจะมีอะไรที่เป็นประโยชน์อยู่บ้างนะครับ..

Friday, March 02, 2012

TuneLab

สมัยก่อนยังไม่มีเครื่องมืออีเลคทรอนิคส์...ช่างเปียโนจะเริ่มต้นการตั้งสายด้วยการตั้งสายกลางให้ได้ครบ ๑๒ สาย (หนึ่ง octave) เสียก่อน นั่นคือการ Set the Equal Temperament  จากนั้นจึงค่อยตั้งสายอื่น ๆ โดยเทียบกับสายที่ตั้งไว้แล้วจนครบ

นอกจากส้อมเสียงแล้ว เครื่องมือที่ใช้ก็มีเท่าที่เห็นในภาพ...


อุปกรณ์สำคัญที่จะขาดไม่ได้คือ แถบผ้าสักหลาดสำหรับตั้งสายเปียโน (Felt Temperament Strip) อย่างที่ครูต้นกำลังถือให้ดู...



วันที่ไปตั้งสายเปียโนให้ครูแต้ม...ผมก็ใช้ Felt Temperament Strip อย่างที่เห็นในภาพ...








ไม่มีเครื่องมืออีเลคทรอนิคส์...คุณตาคุณลุงยุคนั้นต้องใช้หูลูกเดียว!  ถ้าเป็น F-F Octave Temperament setting เค้าจะเริ่มต้นตั้งสายที่ Middle C ก่อน โดยเทียบกับส้อมเสียง แต่ถ้าไม่ประสงค์จะขึ้นเสียงให้ได้มาตรฐาน...จะเริ่มจากระดับเสียงที่เป็นอยู่ก็ได้


จาก C แล้วตั้งตัวไหนต่อล่ะ?  ตั้ง F ที่อยู่ต่ำลงมาจาก middle C ไงครับ เค้าเรียกว่า "คู่ 5" ก็ใส่ค้อน (tuning hammer) เข้าที่ tuning pin สายกลาง (ดูให้ดีนะ อย่าใส่ผิด...สายขาดแล้วจะหาว่าไม่บอก) แล้วปรับเสียง F ให้ตรง  แล้วเจ้าเสียง F นั่นจะอยู่ระดับไหน...ถึงจะเรียกว่าตรงล่ะ?   นี่ไงเป็นเรื่องที่ต้องฝึก! 


ก่อนอื่นต้องสามารถตั้ง perfect fifth ให้ได้ก่อน กล่าวคือ ช่างเปียโนต้องรู้ว่าคู่ระยะ (interval) ของเสียง "โด่-ซอล" หรือ "ฟ่า-โด้" นั้นอยู่ในตรงไหน (ฟังออก...ว่างั้นเหอะ)  พอขยับค้อนตั้งสายไปถึงจุด ๆ หนึ่ง เจ้า beat frequency หายไป ตรงนั้นแหละคือ Perfect   


อ้าว...แล้ว beat frequency คืออะไรล่ะ?  โฮ้ย! ยุ่งจริงน้อ!  ตอบแบบชาวบ้านก็คือ เจ้าเสียง "ว้อง ๆๆๆ" ที่ได้ยินเวลาเสียง ๒ เสียงมันไม่เป็น unison, octave หรือ perfect ไง!  ยิ่งห่างกัน...มันยิ่ง "ว้องๆๆๆ" เร็ว พอเข้าใกล้ มันก็ร้อง "ว้อง ๆ  ๆ   ๆ" ช้าลง พอตรงปั๊บ..หายไปเลย  เป็นเรื่องที่ต้องฝึกปฏิบัติครับ ถ้ายังฟัง beat frequency ไม่ออก...ก็อย่าได้คิดตั้งสายเปียโน!


เอาหละ...ผมขอยกตัวอย่างเพียงเสียงเดียวหรือขั้นตอนเดียว คือการตั้งเสียง F ให้ตรงตาม equal temparament scale   มือจับอยู่ที่ด้ามค้อนแล้วใช่ไหมครับ?  ขยับหาจนได้ตำแหน่ง Perfect  คือไม่มีเสียง "ว้อง ๆ"  จากนั้นก็หมุน tuning pin ไปตามเข็มนาฬิกา เจ้า "ว้อง ๆ" ก็จะปรากฏให้ได้ยิน  ขึ้นสายให้สูงขึ้นไปหน่อยก่อน...จนได้ยิน beat frequency "ว้องๆๆๆๆๆ" จากนั้นก็ขยับลงมาจนเจ้า "ว้อง ๆ ๆ" เหลือ ๓ ครั้งใน ๕ วินาที  


ตรงนี้แหละที่ต้องฝึก....."๓ ว้อง..ภายใน ๕ วินาที"    Practise makes perfect ครับ!!


ที่กล่าวมานั้น...คือตัวอย่างของการตั้งเสียงด้วยหู (by ear) จริง ๆ 

แต่พอเข้ายุคที่เครื่องมืออีเลคทรอนิคส์มีให้ใช้ มันสามารถวัดค่าได้ละเอียดและแสดงค่าบน display ได้อย่างแม่นยำ  ช่างเปียโนส่วนใหญ่จึงได้หันไปใช้เครื่องมือเหล่านั้น แทนการใช้หูแต่เพียงอย่างเดียว  ช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้นครับ!!!

วันนี้ผมจึงอยากแนะนำ software ที่ช่วยเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือแบบ smart phone, iPhone, iPad, iPod, pocket PC, laptop, table, netbook หรือ notebook อะไรก็ได้...ให้กลายเป็น Chromatic tuner ประสิทธิภาพสูงได้อย่างง่ายดาย

TuneLab เป็น software ซึ่งพัฒนาโดยตา Robert Scott  นำมาใช้กับการตั้งสายเปียโนหรือตั้งเสียงเครื่องดนตรีอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้พรี  แม้ว่าจะเป็น shareware ที่ต้องจ่ายเงินอีกประมาณ ๓๐๐ เหรียญเพื่อใช้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่เจ้า free version ที่ผมดาวน์โหลดมาใส่ไว้ใน PDA Phone ยี่ห้อ iPAQ (ประมูลมาในราคาพันกว่าบาทเพื่อใช้งานนี้เป็นพิเศษ) ก็สามารถใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาติดขัดเลยแม้แต่น้อย



ที่เห็นในภาพ...กำลังวัดเสียง A4 โดยผ่านไมโครโฟนของโทรศัพท์ ผมแค่วางเครื่องไว้อย่างนั้น แล้วเคาะที่โน้ต A มันก็อ่านให้เลย  แสดงผลทั้งแบบ phase display คือเจ้าแถบสี่เหลี่ยมดำ ๆ ที่เห็นนั่น มันจะวิ่งเร็ว...เมื่อเสียงยังไม่ตรง พอตรงก็จะหยุด (คล้าย ๆ กับการพัง beat frequency)  และแบบ spectrum display ซึ่งเป็นกราฟปลายแหลม ที่เห็นนั่นมันยังชี้ไม่ตรงเส้นแดงตรงกลาง  แสดงว่าเสียงยังต่ำไปนิดนึง ถ้าเราปรับค้อนหมุน tuning pin ตามเข็มนาฬิกาจนเสียงขยับขึ้นตรง ปลายแหลมนั่นก็จะเลื่อนไปชี้ตรงเส้นแดงพอดี  แต่ถ้าสูงเกิน...ยอดแหลมก็จะเลื่อนเกินเส้นแดงไปทางขวา ง่ายมากครับ สามารถอ่านได้ดีแม้ในย่านความถี่ต่ำมาก ๆ หรือสูงมาก ๆ  การเปลี่ยน octave หรือเปลี่ยนโน้ต...ก็ทำได้ง่ายด้วยวิธีสัมผัสที่หน้าจอ

ขนาดผมติดตั้งกับ PDA Phone เก่า ๆ อย่างที่เห็น...ก็ยังใช้งานได้สบาย ถ้าเป็น iPhone หรือไอผกไอแพด(ซึ่งผมไม่มีปัญญาซื้อหามาใช้)  ก็ยิ่งจะสะดวกและใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น!   คุณ Ryan Hasell ได้เขียนถึง TuneLab (ฟรีเวอร์ชั่น) ไว้ว่า... 
"Thank you for such a GREAT product!....I downloaded the free version of Tunelab an started tuning with it.....I told [my mentor] about the program, showed him how it works, and even tuned his personal piano.  He was so impressed that he has downloaded the trial version and has begun using it too.  After using the trial version, I decided that it was well worth the money to pay for the program. I have around 60 customers now, and 100% of them have been pleased with the tuning of their piano, some of these are even well-renowned piano teachers/pianists/music teachers in my area (One in particular was our Missouri Music Educators Assoc President for the state of MO last year). Most are amazed at how Tunelab changes the sound of their piano, giving it a warm, rich tone." 
มี options ในการใช้งานมากมาย ผมไม่ขอบรรยายความ ถ้าเพื่อน ๆ สนใจที่จะโหลดมาใช้ ก็ไปหาได้ที่ http://www.tunelab-world.com/downloads.html เลือกโหลดให้ตรงกับอุปกรณ์ที่มีอยู่นะครับ ไฟล์ไม่ใหญ่...ดาวน์โหลดแค่แป๊ปเดียว 





ได้มาแล้วก็ติดตั้งเพื่อนำไปใช้งานได้เลย  ถ้าเป็น iPad ผมว่าเท่ห์เป็นบ้าเลย!  แล้วอย่าลืมดาวน์โหลดคู่มือซึ่งเป็น PDF ไว้ศึกษาวิธีใช้งานมาด้วยนะครับ....


ใน YouTube ก็มีคลิปสอนการใช้ TuneLab ให้ได้ศึกษา...

การ setting the Equal Temperament  ทำได้ไม่ยากแล้วใช่ไหมครับ?  แต่ยังก่อน...สิ่งที่ยากและเป็นปัญหาใหญ่ก็คือ...จะทำอย่างไรให้ tuning pin ไม่คืนตัวง่ายซึ่งเป็นผลทำให้เสียงที่ตั้งได้ที่แล้วลดลงอย่างรวดเร็ว!!!  ตอนนี้เราสามารถตั้งเสียงให้ตรงได้แล้ว แต่จะให้มันอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสภาพของ tuning pins และเทคนิคในการตั้งสาย...

ประสบการณ์จะช่วยสอนให้เองครับ!

Thursday, March 01, 2012

Chromatic Tuner

สวัสดีครับ เพื่อน ๆ ที่รัก...

สองเดือนเต็ม ๆ ที่ผมหายเงียบไปจาก "บล็อกช่างเหอะ" ผมรู้สึกผิด...และต้องขออภัย

บางครั้งผมก็พยายามที่จะลงมือเขียนอะไรสักอย่างภายใต้นิยามว่า "อะไรก็ได้ที่มีประโยชน์และสามารถนำไปใช้ได้กับชีวิตที่เรียบง่ายได้" หรือที่ผมมักจะเรียกตัวเองว่า "ช่างเหอะ"  แต่ทุก ๆ ครั้งที่นึกจะเขียน...ความคิดมันไม่ไหลลื่นเอาเสียเลย คงเป็นเพราะผมไม่ค่อยได้ทำอะไรที่เกี่ยวกับงานช่างติดต่อกันเป็นระยะเวลานานก็ได้ สีที่ยังเหลืออยู่ในกระป๋องก็ถูกปล่อยละทิ้งไว้จนแห้ง สายเปียโนไม่ได้ตั้งมาเป็นปี งานไม้ก็ไม่ได้จับ หรือแม้กระทั่งการฝึกหัดเล่น accordion อย่างจริง ๆ จังตามที่ได้ตั้งใจไว้ ผมก็เลยไม่รู้ว่าจะตั้งต้นที่ไหนดี!

จริง ๆ แล้ว ผมรู้สึกว่าการเขียนบล็อกลงใน Blogger ของ Google นั้นทำได้ง่ายกว่าการเขียน "ฟังลุงน้ำชาคุย" ใน wordpress เสียด้วยซ้ำ ตัวอักษรก็ใหญ่กว่า พิมพ์ก็ง่าย เวลาโพสต์ภาพก็รวดเร็ว เรียกว่าสะดวกไปทุกอย่าง ผมน่าจะเขียนลงใน Blogger ให้เป็นเรื่องเป็นราวได้มากกว่า...

เริ่มต้นเดือนใหม่ คือเดือน "มีนาคม" ซึ่งเป็นเดือนเกิดของผม...ผมขอกลับมาเริ่มต้นเขียนต่อนะครับ และขอตั้งใจที่จะเขียนอย่างสม่ำเสมอ...เหมือนกับที่ผมเขียนใน "ฟังลุงน้ำชาคุย"  ที่สำคัญคือ..ระหว่างบล็อกตัวนี้กับบล็อก "ฟังลุงน้ำชาคุย" ผมจะต้องแยกให้ออกว่าเรื่องที่เขียนตรงนี่จะต้องเน้นในเรื่องที่มีประโยชน์และมีสาระ ส่วนที่เขียนใน "ฟังลุงน้ำชาคุย" ก็ขอให้เป็นเรื่องสัพเพเหระ เป็นเสียงบ่น หรือเล่าเรื่องราวในอดีตดังเช่นที่เป็นมา

วันนี้ผมอยากเขียนเรื่องของเครื่องมือช่างเปียโนอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งช่วยให้การตั้งสายเป็นโนนั้นง่ายและรวดเร็วขึ้น เจ้าตัวที่ผมจะกล่าวถึงก็คือ Electronic tuner

Electronic tuner คือเครื่องมือสำหรับวัดความถี่เสียง โดยมีหน้าปัทม์แสดงค่าซึ่งแตกต่างกันไป รุ่นเก่าจะเป็นประเภทเข็มชี้(needle)อย่างเดียว คือเป็นระบบ Analog ที่มีไมโครโฟนรับสัญญาณเสียงแล้วแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าไปขับเคลื่อนทำให้เข็มชี้แสดงค่า ผมมีอยู่ตัวนึง คือ Korg WT-12 Chromatic Tuner ซึ่งซื้อไว้เมื่อประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว จำได้ว่าฝากเพื่อนดุริยศิลป์รุ่นน้องซื้อมาจากฮ่องกง ผมเคยใช้เจ้า  Korg ตัวนี้ในช่วงที่รับตั้งสายเปียโนอยู่ที่เชียงใหม่ ตอนนี้มันพังไปแล้วล่ะ ซากของมันก็ยังอยู่แถวนี้นะ ผมอยากจะหามันมาถ่ายรูปให้เพื่อน ๆ ได้ดูซะหน่อย...แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน จึงต้องไปค้นหาภาพในอินเทอร์เน็ตมาลงแทน รุ่นนี้แหละ...หน้าตาเหมือนกันเลย

เป็นเครื่องมือรุ่นเก่าครับ เวลาวัดความถี่เสียงก็ต้องใช้มือปรับลูกบิดที่เห็นนั่นไปตามชื่อโน้ต (ในภาพคือ G) และปรับสวิชตัวที่สอง(ข้างล่าง)เพื่อเลือก octave ช่องไมโครโฟนสำหรับรับสัญญาณเสียงอยู่ตรงกลางด้านบน

การใช้งานไม่ยาก!  ถ้าตั้งสวิชเลือก octave ไว้ที่ M วางเจ้า Korg ไว้ใกล้ ๆ เปียโน...แล้วเคาะที่โน้ต G หากเสียงตรง...เจ้าเข็มชี้ก็จะขึ้นไปอยู่ที่เลข 0 (ตรงกลาง)  ถ้าเสียงต่ำกว่า..เข็มก็จะชี้ไม่ถึงเลข 0  หรือถ้าสูงกว่า..ก็จะชี้เลยเลข 0 ไป ช่างเปียโนก็จะพยายามตั้งสายด้วยค้อน ให้อ่านค่าแล้วเข็มชี้อยู่ที่เลข 0  ผมคิดว่าน่าจะมิใช่การตั้งสายด้วยหู (by ear) แต่เป็นการตั้งสายด้วยตา(by eye)มากกว่า...อิอิ

เจ้าเครื่องวัดตัวนี้ใช้ถ่าน AA ๔ ก้อน หรือจะใช้ adapter ขนาด 6 Volts ก็ได้ครับ

แม้ว่าจะเป็นระบบ Analog...เรื่องความเที่ยงตรงแม่นยำ (Accuracy) ก็นับว่าใช้ได้ เนื่องจากใช้ระบบ Quartz Crystal Oscillator  แต่มีข้อเสียตรงที่ว่า...ตัวใหญ่เกะกะ และกินไฟ! พอถ่านอ่อนก็เริ่มมีปัญหา ในย่านความถี่สูง ๆ หรือต่ำ...ก็ค่อนข้างจะวัดได้ยาก แถมเวลาเปลี่ยนเสียง(โน้ต)ก็ต้องละมือไปบิดลูกบิด

หลังจากใช้เจ้า Korg อยู่ได้หลายปี มีอยู่วันหนึ่งผมลงไปกรุงเทพฯ ได้ไปเห็นเจ้า Korg รุ่นใหม่ที่ไม่ต้องใช้มือปรับไปตามตัวโน้ตแต่ละตัวแล้ว เครื่องจะมีระบบ Pitch Detection สามารถปรับย่านเสียงได้โดยอัตโนมัติ ทำให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ผมไม่ได้ซื้อไว้ใช้หรอกครับ...

มามีโอกาสได้ใช้เครื่อง chromatic tuner ที่ตัวเล็กและบางกว่าเจ้า Korg ก็คือ Yamaha chromatic tuner รุ่น TD-1 ตัวนี้แหละ....


ขนาดเล็กลงเยอะเลย เหลือเพียงแค่ 4" x 1/2" x 2-1/2" แล้วก็ไม่ใช้ระบบเข็มแล้วด้วย

ใช้ระบบ Digital ซึ่งให้ความเที่ยงตรง +/- 1 cent อ่านค่าด้วย LED Meter คือเราไม่ต้องใช้มือปรับเลือกโน้ตเหมือนเครื่องรุ่นเก่าอีกต่อไป ระบบ Pitch Detection จะปรับเปลี่ยนให้เราเสร็จ และแสดงให้เห็นด้วยหลอด LED ที่เรียงกันอยู่ด้านล่าง จากโน้ต C ถึง B และถ้าเป็น # เจ้าหลอด LED สีเขียวด้านขวาสุดก็จะสว่างขึ้น   Chromatic tuner ตัวนี้ถูกออกแบบเป็นพิเศษสำหรับเครื่องลม (wind instruments) คือมีตัวปรับ Key ให้เข้ากับเครื่อง C, Eb, F แล่ะ Bb

ข้อเสียของเจ้า TD-1 ก็คือใช้ถ่านกระดุมแบบที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ CR-2025 จำนวน ๒ ก้อน ทำให้ต้องควักกระเป๋ามากหน่อย...เวลาเปลี่ยนถ่าน

เอามาใช้กับการตั้งสายเปียโนก็ดีเหมือนกัน คือใช้ทั้งหูและตา...ช่วยกันสองแรง ทำให้ช่างเปียโนเครียดน้อยลง มนุษย์ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความเหนื่อยล้าด้านการรับรู้ คือฟังมาก ๆ ก็มึนได้เหมือนกัน การใช้ Chromatic tuner บางครั้งก็ช่วยได้เยอะครับ  เรื่องที่จะคุยว่า "ผมตั้งเสียงเปียโนด้วยหู" เดี๋ยวนี้ล้าสมัยแล้วล่ะ ในเมื่อเทคโนโลยีก้าวไปไกล...เราก็ต้องปรับตัวตามให้ทัน

พรุ่งนี้ผมจะแนะนำเครื่องมืออีกตัวนึงซึ่งผมใช้อยู่ มันเป็น software ซึ่งสามารถนำมาติดตั้งไว้ในโทรศัพท์มือถือ แล้วใช้ได้ดีกับการตั้งสายเปียโนด้วยครับ...

Thursday, September 01, 2011

เคาะแรง ๆ

เวลาสอนนักเรียนให้ตั้งสายไวโอลิน  ถึงตอนสาธิตเรื่องการปรับเสียงด้วยตัวปรับละเอียด (Fine Tuners) ถ้าบางครั้งเสียงไวโอลินสูงเกินไปแค่เพียงเล็กน้อย ผมก็จะไม่ใช้วิธีปรับที่ตัวปรับละเอียด แต่จะนำผ้าที่ใช้ทำความสะอาดมาเช็ดถูแรง ๆ บนสายไวโอลิน เพื่อให้เสียงที่สูงเกินเพียงเล็กน้อยลดลงจนได้ที่...




น้ำหนักที่กดลงบนสายแล้วถูไปมานั้นทำให้สายหย่อนลงได้นิดนึง นอกจากจะทำให้เสียงไวโอลินลดลงแล้วยังช่วยกระจายความตึง(tension)ให้ถ่ายเทไปตลอดสายจนถึงจุดที่อยู่บนลูกบิด หย่อง และหางปลา เป็นผลให้เสียงไวโอลินไม่ลดลงโดยง่ายภายหลังจากการตั้งสาย  


ที่มาของภาพ : internet
ในการตั้งสายเปียโนก็เช่นกันครับ ในระหว่างที่เราเคาะคีย์เปียโนให้เกิดเสียง แล้วใช้ค้อนตั้งสาย (tuning lever) หมุน  tuning pins ตามเข็มนาฬิกาเพื่อให้เสียงสูงขึ้น ตอนนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงความตึงของสาย ซึ่งเราจำเป็นต้องให้เท่ากันตลอดทั้งสาย การเคาะที่คีย์แรง ๆ (แรงกว่าการเล่นตามปกติ) จะช่วยทำให้เกิดการถ่ายเทความตึงไปทั่วสาย รวมทั้งยังทำให้สายบริเวณ hitch pin ปรับตัวเข้าที่ด้วย... 


ด้วยเหตนี้ เพื่อน ๆ ที่กำลังฝึกตั้งสายเปียโน จึงควรที่จะเคาะคีย์เปียโนให้แรงกว่าปกติ ไม่ต้องกลัวครับ เคาะลงไปเลย เสียงคนกำลังตั้งสายเปียโนนั้นหนวกหูและไม่น่าฟังอยู่แล้ว เจ้าของเปียโนต้องอดทนและเข้าใจว่าการเคาะเปียโนดัง ๆ ในระหว่างตั้งสายช่วยทำให้เสียงเปียโนเพี้ยนช้าลงได้   ถ้าไม่ทำเช่นนั้น ดีไม่ดี...พอช่างหิ้วกระเป๋าเครื่องมือเดินพ้นประตูรั้วได้ไม่นาน เสียงเปียโนก็อาจจะเพี้ยนไปซะแล้ว!


hitch pins :  ที่มา pianonoise.com