Sunday, December 05, 2021

สมุดทองคำของผม

มุดทองคำของผมมิได้ถูกทาด้วยสีบรอนซ์ทอง เหมือนสมุดเงิน  (สมุดเล่มแรกที่ใช้เก็บภาพและบันทึกความทรงจำ)... 
 
 
 
เป็นสมุดวาดเขียนเล่มหนา (Suwanahong No.80) ใช้กระดาษเนื้อดี มีกระดาษไขคั่นระหว่างหน้า เข้าเล่มแน่นหนา ผ่านมา ๕๖ ปีแล้วยังดีอยู่...
 
 
เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๑๒ ผมบันทึกไว้บนหน้าแรกว่า...
วิทยาลัยเทคนิคภาคพายัพ เชียงใหม่... ๒๕๑๒ 
สมุดนี้มีค่ายิ่งนักแล!
สมุดนี้เป็นสมุดเล่มที่สอง ซึ่งต่อกับสมุดเงินเล่มที่หนึ่ง...
หลังจากที่สมุดเงินรับหน้าที่มาเกือบสี่ปี เราก็ให้สมุดทองคำเล่มนี้รับหน้าที่ต่อ มันจะต้องทำหน้าที่ของมันอีกนาน และยิ่งนานเท่าไร ค่าของมันก็มากขึ้นทุกที...
เพราะฉะนั้นโปรดระวังและรักษาให้ดี....
ผู้จัดทำสมุด
 
GOLDEN BOOK 
Since 7 July 69
LOVE AND MY LIFE
 
 
 
 มาเริ่มต้นกันใหม่...
ใช่แล้วสมุดเล่มใหม่...ชีวิตใหม่
และก้าวใหม่ของชะตากรรม
อาจมีทั้งความทุกข์, สุข
แต่อย่างไรเสีย คงจะมีอะไรที่เป็นช่วงหนึ่งของชีวิตมาบันทึกไว้...
สมุดเล่มนี้ได้อะไรมาใหม่ ๆ และจุติมาพร้อมกับเหตุการณ์ใหม่ ๆ Apollo 11 ลงดวงจันทร์... Tambourine วงใหม่...ก้าวใหม่ใน วทก.
และเพื่อนใหม่... เครื่องดนตรีใหม่ 

วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๑๒ ผมนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขาวดำร่วมกับเพื่อน ๆ นักศึกษาอิเลคทรอนิคส์ วทก. ดูภาพมนุษย์ลงเหยียบดวงจันทร์ ประวัติศาสตร์กล่าวว่า...

At 10:56 p.m., as Armstrong stepped off the ladder and planted his foot on the moon’s powdery surface, he spoke his famous quote, which he later contended was slightly garbled by his microphone and meant to be "that's one small step for a man, one giant leap for mankind."
The first step on the moon - ภาพจาก tharath.co.th ขอขอบคุณ

แล้วสมุดเล่มสุดท้ายของผมจะทาด้วยสีอะไรดีน้า?

Saturday, November 20, 2021

ขอโทษนะ...หนู

แม่เคยบอกผมว่า "หนูไม่มีดี" 
 
 
 
 
หนูกัดสายไฟหม้อหุงข้าวขาด ต่อมาก็กัดสายไฟเครื่องบดกาแฟขาด ผมนึกถึงตอนซื้อเครื่องถ่ายเอกสารจากเชียงใหม่มาไว้ที่บ้านปงแสนทอง ลำปาง หนูเข้ากัดสายไฟทำให้เครื่องราคา ๕ พันบาทหมดค่าลงไปภายในพริบตา!! ผมเคยเขียนเรื่องของหนู และเรื่อง "สารภาพบาป" ไว้นานแล้ว เป็นเรื่องของการใช้กรงดักหนู...
 

 
ดักได้แล้ว...ผมก็นำไปปล่อยที่ลานกว้างข้างวัดดอนมูล


 
กรงดักหนูที่จับหนูได้ เมื่อนำกลับมาใช้อีกครั้งหนูก็มักจะไม่มาเข้าอีก มันคงได้กลิ่นเพื่อนหนูของมันที่เคยหลงกลเข้ามาติดกับ ผมต้องเปลี่ยนไปใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าเก่าที่เสียแล้ว เปิดฝาขึ้นมาแล้วเอาตะเกียบค้ำฝาไว้ ตรงโคนเสาตะเกียบทำเชือกคล้องไปยังขนมปัง ตกกลางคืนหนูเข้าไปกินเหยือ เสาตะเกียบก็ล้ม ฝาปิดลงขังหนูไว้ในหม้อ ได้ยินเสียงฝาปิดแล้วล่ะ...ผมออกไปดูก็รู้ว่าเจ้าหนูฟันคมถูกขังอยู่ข้างใน บอกมันว่าจะย้ายสำมะโนครัวให้มันไปอยู่รีสอร์ทข้างวัดโน่น 
 
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมคว้าหม้อลงมาให้เจ้าแชมป์พาไปส่งที่ลานปล่อยหนู....
 
 
 
เอากล้องถ่ายรูปคล้องคอไปด้วย...ผมหาทำเลเหมาะ ๆ เตรียมปล่อยหนู ตั้งใจว่าจะถ่ายรูปมันไว้ตอนหนูวิ่งออกไป...
 
 
ผมเอาถุงพลาสติกออก ก็ยังไม่ได้สังเกตเห็นรูที่ฝาหม้อ...
 
 
พอยกฝาหม้อขึ้น ผมก็ต้องรอถ่ายรูปเก้อ เพราะไม่มีหนูอยู่ข้างใน... เจ้าหนูหนีไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว มันใช้ฟันอันแหลมคมกัดพลาสติกจนรูใหญ่พอจะเล็ดลอดออกไปได้! มันคงกลับไปอยู่ใต้ตู้เก็บของข้างตู้เย็นอย่างเดิมแล้ว
 

เห็นมันหายเงียบไปวันสองวัน เมื่อคืนนี้ผมเข้าไปในห้องน้ำ เห็นเจ้าหนูน้อยกำลังว่ายน้ำป๋อมแป๋มอยู่ในถังน้ำ กำลังจะจมน้ำตาย ดูใกล้ ๆ มันก็น่ารักดีนะ ตากลมโต ขนสีทองเป็นมัน ผมใช้โหลแก้วตักมันขึ้นมา เทน้ำออก เอากล่องขนมกลม ๆ ปิดปากโหลไว้ ตั้งใจว่าพรุ่งนี้เช้าจะรีบนำไปปล่อย...

๗ โมงเช้าวันนี้จะนำหนูไปปล่อย...ผมก็ต้องเสียใจ เมื่อก้มลงมองดูในโหลแล้วพบว่ามันตายเสียแล้ว

 
RIP  ขอโทษด้วยนะเจ้าหนูน้อย ไม่ได้ตั้งใจจะให้เจ้าตายจริง ๆ

เจ้าผีเสื้อ

แต่ก่อน...เรื่องจักรยาน ผมได้แต่ขี่ลูกเดียว ไม่เคยคิดที่จะศึกษาเรื่องการซ่อมหรือสร้างแต่อย่างใด!

เจ้าอามุยเสือหมอบที่ผมใช้ปั่นท่องโลกครั้งแรกก็จ้างให้ร้านชัยธวัช (ประตูเชียงใหม่) ประกอบให้ ไม่รู้หรอกว่ามันมีกี่เกียร์ จานหน้ากี่ฟัน อุปกรณ์ยี่ห้ออะไร


อีกคันนึงใช้ปั่นไปมาเลเซีย-สิงคโปร์ ก็ซื้อจากร้านจักรยานหน้าโรงพยาบาลมหาราช (ประตูสวนดอก) ราคา ๒,๐๐๐ บาท ไม่รู้เหมือนกันว่ายี่ห้ออะไร เกิดเสียระหว่างทางก็คงซ่อมเองไม่ได้ โชคดีที่มันไม่เสีย มีแต่ยางรั่วครั้งเดียวหลังจากผ่านด่านเข้าสิงคโปร์ไปแล้ว (ตอนนั้นทำได้แค่ปะยาง)... 

 

ผมเริ่มเรียนรู้และหาเครื่องไม้เครื่องมือซ่อมจักรยานจริง ๆ จัง ๆ เมื่อต้นปีที่แล้ว จุดประสงค์เพื่อประกอบรถจักรยานที่จะใช้สำหรับ final trip และได้เจ้าสหัสเดชคันนี้ในที่สุด

 

ผมนำความรู้ที่ได้ มาใช้กับการชุบชีวิตซากจักรยานที่มีอยู่  DIY ทำเองหมดจนกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง คันนี้ครับ...

 

เฟรมเก่าเสือภูเขาล้อ 26 นิ้ว.... 

 

เคยเขียนเรื่อง Mariposa ไว้นานแล้ว  Mariposa คือ "ผีเสื้อ" ผมขอตั้งชื่อจักรยานคันนี้ว่า "ผีเสื้อ" นะ ล้อ ๒๖ นิ้วทิ้งไป นำล้อ 700C มาใส่ พร้อมชุดเกียร์ ๖ สปีดจากเจ้าแชมป์...



จานหน้าใบเดียว ๓๙ ฟันนำมาจากเจ้าแชมป์ เอาไปลองขี่ดูแล้ว ถ้าใช้เกียร์หนักสุด (๑๔ ฟัน) โซ่จะหลุด ปัญหาแก้ไม่ยากครับ ตัดโซ่ออกซะหน่อยก็ใช้ได้แล้ว...

 

เสร็จแล้วต้องหาเวลานำไปมอบให้เพื่อนที่เชียงใหม่ครับ!

เพิ่มบาร์เอ็นด์

เร็ว ๆ นี้เคยบอกเพื่อน ๆ ว่าจะไม่ทำอะไรกับเจ้าแชมป์อีกแล้ว ผมจะใช้เจ้าจักรยานทัวร์ริ่งพับ (ย้ำนะครับว่า...ทัวร์ริ่งพับได้) เท่าที่ทำไว้เสร็จสมบูรณ์...
 
 
ปั่นเจ้าแชมป์ไปมาแถวห้างฉัตร...ผมได้ทดสอบยางกันหนามขนาด 32 มม. ระบบเฟืองเกียร์ 14-32 ฟัน และล้อ 700C แบบขอบสูง เพื่อพิสูจน์ความคงทนของอุปกรณ์ที่นำมาอัพเกรด พบว่าเจ้าแชมป์ปั่นสบายครับ การทรงตัวดี ผมไม่ต้องคอยบังคับแฮนด์ตลอดเวลา แค่ปั่นไปเรื่อย ๆ ด้วยรอบขาธรรมดา ๆ รถจะวิ่งไปข้างหน้า ถ้าเป็นทางราบ... วันนึงอาจทำระยะทางได้ถึง ๘๐-๑๐๐ กิโลเมตร

อืมม... เริ่มคิดถึงการเดินทางไกล "ถ้ามีบาร์เอ็นด์ (bar ends) มาติดตั้งด้วย น่าจะช่วยให้เปลี่ยนตำแหน่งการจับแฮนด์ได้อีกระดับนึง"   ว่าแล้วก็ต้องขอผิดคำพูด _/|\_ ขอเพิ่มบาร์เอ็นด์ให้เจ้าแชมป์อีกอย่างละกัน  

เลือกเจ้าตัวที่มีเครื่องมือในตัวราคา ๒๐๐ บาท ได้มาแล้วจ้า...

ติดตั้งไม่ยากครับ ปรับองศาให้แหงนขึ้นนิดนึงเพื่อรับกับอุ้งมือ...

 
นำไปทดลองปั่นแล้ว...ผมเห็นว่าหนักแน่นดี ช่วยให้มีตำแหน่งจับแฮนด์เพิ่มขึ้น



เจ้าเครื่องมือที่ซ่อนไว้ในบาร์เอ็นด์ทั้งสองข้างก็มีประโยชน์ด้วยครับ!

Tuesday, November 16, 2021

ปาเห้วบ้านหัวหนอง

ผมเคยเขียนเรื่อง ฌาปนสถานบ้านยางอ้อยหรือบ่าเห้วบ้านยางอ้อย...

สุสานบ้านปงใต้ ก็ปั่นจักรยานไปเก็บภาพมาให้เพื่อน ๆ แล้ว...

 

สุสานสาธารณะห้างฉัตร ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไปมาหลายครั้ง...

สุสานไตรลักษณ์โน่นก็เช่นกัน...

ช่วงที่ผ่านมาผมพยายามชุบชีวิตให้ซากจักรยานคันหนึ่งกลับมาใช้งานได้ (อยากให้เพื่อนที่เชียงใหม่ได้ใชัปั่นท่องเที่ยวแบบเบา ๆ ตามชนบท)  วันนี้เพิ่งเสร็จเรียบร้อย

 

ต้องไปซื้ออาหารเย็นที่ตลาดบ้านปันง้าว (5) ก็เลยขอทดลองปั่นทดสอบซะหน่อย จากร้านเปียโนบ้านผม (1) ปั่นไปทางวัดดอนมูล (2) ข้ามถนนไปยังโรงเรียนบ้านปันง้าว (3)...

 
 

 

ถัดจากโรงเรียนบ้านปันง้าว (3) เป็นฌาปนสถานบ้านหัวหนอง หรือป่าเห้วบ้านหัวหนอง (4)...


พอดีมีกล้องถ่ายรูปไปด้วย ถือโอกาสเก็บภาพไว้หน่อยนะครับ...

ประตูปิดอยู่ ดูเหมือนว่าชาวบ้านจะไม่ค่อยได้มาใช้บริการที่นี่...

 

ผมเล็งกล้องเข้าไปในสุสาน คนขี่แมงกะไซค์ผ่านมาคงคิดว่าตาแก่บ้าหรือไง...ถ่ายฮูปปาเห้ว!! 


 
 
 

จากใบสีเขียวแห้งเหี่ยวลง แล้วก็คงร่วงโรยลงสู่พื้น... 

เพื่อนผมหลายคนจากไปแล้ว เปรียบได้กับใบไม้ที่ร่วงหล่น ตัวผมเองคงอีกไม่นาน แต่วันนี้ขอถ่ายรูปป่าเห้วไว้ก่อนละกัน......  

อนิจจาวตสังขารา...